Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[Trans] ราชานักตก (钓王) #ตอนพิเศษตรุษจีน2016 - Chapter 25

Go down

[Trans] ราชานักตก (钓王) #ตอนพิเศษตรุษจีน2016 - Chapter 25

ตั้งหัวข้อ by souless_angel on Wed 22 Jun 2016, 23:44

ราชานักตก 25《钓王25》

ห่างเพียงก้าวเดียว


ทักษะการเล่าเรื่องของเหลยเปิ่นชางนั้นเฉยๆ ลูกชายของเขาเริ่มตกปลากับเขาตั้งแต่ห้าขวบ สมัยก่อนเขาเป็นคนที่สุขุม มีความหลงใหล
สิ่งใดที่ตนชอบ ก็อยากให้ลูกชายชอบด้วย เขาพาลูกชายไปตกปลาด้วยทุกที ตี๋น้อยตากแดดจนตัวดำเป็นลิง

ลูกชายของเขามีพรสวรรค์มาก การตกปลานั้น หากมองกันแบบหยาบๆ กิ่งไม้หนึ่งกิ่งกับเอ็นสักเส้นก็ตกได้แล้ว หากมองให้ละเอียดก็มีความพิถีพิถันมากมาย
แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่หัวใจของมัน อันคำว่ามีพรสวรรค์ด้านการตกปลา นั้นบอกเล่าให้ชัดเจนไม่ได้หรอก บ่อยครั้งที่คนตกเองก็พูดไม่ถูก เหลยเปิ่นชางอธิบายว่า
ก็คือบางครั้งเขาเหมือนจะสื่อสารกับปลาในน้ำได้ รู้ว่าปลาคิดอะไรอยู่

ความรู้สึกเช่นนี้มันพิลึก แต่บ่อยครั้งที่ในน่านน้ำแห่งนั้น ทั้งๆ ที่ไม่มีสัญญาณใดๆ บ่งบอกเลย ก็ยังได้ปลา

ยังมียอดฝีมืออีกอย่างหนึ่ง แทนที่จะบอกว่าเขาชำนาญการตกปลา ควรบอกว่าเขาชำนาญเรื่องน่านน้ำมากกว่า ตรงไหนน้ำลึก ตรงไหนน้ำตื้น ตรงไหนมีน้ำวน
ตรงไหนมีเนินเขิน ยอดฝีมือประเภทนี้ก็ตกหนึ่งได้หนึ่งเช่นกัน เมื่ออยู่ภายใต้เงื่อนไขอย่างเดียวกัน เขามักจะตกได้เยอะกว่าคนอื่น

ยอดฝีมือสองประเภท พวกแรกสามารถตกได้ปลาใหญ่ พวกหลังสามารถตกได้ปลาเยอะ ลูกชายของเหลยเปิ่นชางเป็นพวกแรก

ลูกชายของเขาเสพติดการตกปลาใหญ่ เมื่อโตขึ้น เข้าร่วมการแข่งขันมากมาย ได้ถ้วยมาหมด จากนั้นก็เริ่มหาปลาใหญ่ตกตามลำธารภูเขาแม่น้ำใหญ่ ผ่านน่านน้ำใหญ่ๆ มานักต่อนัก
สิ่งที่เหลยเปิ่นชางภูมิใจที่สุด คือไม่รู้ทำไมว่า ลูกชายของแกสามารถสัมผัสได้ว่าในน้ำมีปลาใหญ่หรือไม่ ถามเขาว่าทำไม เขาก็พูดไม่ถูก เขามักจะเพียงแค่มองดูแวบหนึ่ง ก็ให้ข้อสรุปได้เลย

ลูกชายของเขามาตกปลาที่ฝูเจี้ยน แท้ที่จริงคือพานักเรียนมาตก มีคนรวยจำนวนมากเมื่อรักการตกปลาแล้วได้ยินกิตติศัพท์ความเก่งกาจของลูกชายเขา
ก็ขอให้มาสอน บางครั้งพวกเขาออกไปเที่ยวหาที่ตกปลา ก็จะจ้างลูกชายเขามาเป็นโค้ช การตกปลากลางแจ้งช่วยบริหารร่างกายได้ดี แล้วยังได้สัมผัสกับวัฒนธรรมผู้คน
เป็นที่นิยมมากอยู่ช่วงหนึ่งเมื่อศตวรรษก่อน คล้ายๆ กับที่คนมีเงินยุคนี้เล่นไม้กฤษณา (檀香 หรืออาจหมายถึงเล่นกำยาน ไม่แน่ใจ)

ลูกชายเขามาถึงบึงนั้น ไม่รู้ทำไม อยู่ดีๆ ก็หยุด แล้วบอกกับนักเรียนเขาว่า บึงบึงนี้มีปลาใหญ่
ดังนั้นพวกเขาพากันหย่อนเบ็ด ที่จริงเบ็ดทั้งสี่คัน ลูกชายเขาเป็นคนวางหมด คนอื่นๆ ก็แค่ช่วยเขาถือคันเบ็ดเท่านั้น ลูกชายเขามีเจตนาออมมือให้พวกนักเรียน
ให้พวกเขาได้ชิมรสของการที่ปลาใหญ่ติดเบ็ด ปรากฏว่าหย่อนลงไปไม่ถึงชั่วโมง ก็มีปลามาฮุบเบ็ดแล้ว

คันเบ็ดถูกลากจนโก่งโค้งเป็นครึ่งวงกลม ลากดึงต่อไปจนเป็นรูปลวดเสียบกระดาษแล้ว จากนั้นเอ็นก็ขาด คันเบ็ดดีดกลับ คนถือคันขาดประสบการณ์
ฟาดเข้าตาของลูกชายเขาตาบวมทันที แต่ลูกชายเขายังไม่ทันตั้งตัว คันเบ็ดของตนก็มีปลามาฮุบต่อแล้ว

ตอนนั้นสิ่งแรกที่ลูกชายของเขาตอบรับคือการเตรียมพร้อม ร้องออกมาคำหนึ่งว่า "ดุขนาดนี้เชียว?"

นี่คือปลาหนึ่งตัวที่เมื่อฮุบโดนเบ็ดแล้ว ไม่ได้มีความลังเลหวาดกลัว แต่ดึงเอ็นจนขาดทันที จากนั้นก็หันไปฮุบเบ็ดข้างๆ ต่อ ลูกชายของเขารับรู้โดยสัญชาตญาณว่าข้างใต้นี้มีปลาเพียงตัวเดียว
ซึ่งปลาตัวนี้ไม่กลัวเบ็ดและเอ็นแม้แต่น้อย

นอกจากตกปลาฉลามกลางทะเล น้อยนักที่จะเจอสถานการณ์เช่นนี้

ลูกชายของเขามีประสบการณ์สูง เย่อกับปลาอยู่สามชั่วโมง แล้วเหตุการณ์ที่ประหลาดยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น คนข้างๆ ทยอยหย่อนเบ็ดลงไปอีก แล้วก็ทยอยติดเบ็ดกันทุกคน
ขณะปลาตัวนี้กำลังเย่อสู้กันอยู่นั้น มันยังหันไปกินเบ็ดอีก ไม่รู้ว่าหิวจนเป็นบ้าไปแล้ว หรือเพราะมีนิสัยดุร้ายเกินไป จากนั้นเมื่อคันเบ็ดทั้งสี่ต่างถูกกระชากลากดึง
สายเบ็ดก็เริ่มพันกัน แล้วอยู่ๆ สายเบ็ดของพวกเขาก็พลันหลุดผึง

ลูกชายเขานึกว่าในที่สุดเอ็นก็ขาด รู้สึกผิดหวัง เพราะการตกปลาในบึงลึกนั้น สายเบ็ดนั้นขูดกับผนังหินได้ง่าย สายเบ็ดประเภทนี้ดึงให้ขาดนั้นยาก แต่บาดหินนิดหน่อยก็พัง

คนสี่คนซึ่งผ่านศึกหนักนี้มา ต่างก็มันสะใจ ได้สัมผัสความรู้สึกอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน พวกเขาหัวเราะร่า หันหลังให้บึง คุยกับคนที่ลุ้นอยู่บนฝั่ง
บอกพวกเขาว่าสุดๆ แค่ไหน แต่นึกไม่ถึงว่า สายเบ็ดไม่ได้ขาด แต่ปลาตัวนั้นมันว่ายสวนขึ้นมา

คนบนฝั่งเห็นเงายักษ์ที่มีสาหร่ายปกคลุมจนเต็มโผล่ขึ้นผิวน้ำ จากนั้นน้ำระเบิดตูม ลูกชายของเขาถูกลากลงน้ำเป็นคนแรก คนอื่นๆ นึกว่าลูกชายเขาลื่นตกน้ำ
รีบเข้าไปช่วย หลังจบความชุลมุน คนทั้งสี่ก็หายไปแล้ว ผิวน้ำเห็นเพียงคันเบ็ดสี่อันลอยอยู่ ราวสองสามนาทีถัดมา คันเบ็ดทั้งสี่ก็ถูกกระชากกลับลงน้ำ จมหายไป

ต่อมาผู้คนช่วยกันงม งมขึ้นมาได้เพียงคันเบ็ดสามอัน คนทั้งสี่กับคันเบ็ดอันสุดท้าย สูญหายไปตลอดกาล

ตาแก่ได้ยินข่าวร้ายนี้แล้ว ยังงุนงงอยู่นาน จนกระทั่งมาดูยังที่เกิดเหตุ ก็รู้ว่าลูกชายตนหมดโอกาสรอด อาจถูกลากลงไปถึงแม่น้ำใต้ดินแล้ว
เขายอมรับความจริงข้อนี้ไม่ได้ จึงเริ่มตกปลาที่บึงลึกแห่งนั้น

ขณะตาแก่เล่าถึงตรงนี้ เขาหลับตาลง ผมรู้ว่าเขาอยากจะร้องไห้ออกมา ความเจ็บปวดแสนสาหัสในใจและการรอคอยยี่สิบปี
เมื่อถึงเวลานี้สมควรแก่การกลั่นตัวเป็นน้ำตาได้แล้ว แต่เขาไม่มีน้ำตา เขาเพียงร่ำไห้อย่างไร้สุ้มเสียงและไร้น้ำตา น้ำตาหยดสุดท้ายของเขา
น่าจะไหลจนเกลี้ยงแล้ว ตั้งแต่วินาทีที่เจอทะเลสาบเมื่อครู่นี้

ผมเข้าใจสถานะของเขาในยามนั้น นั่นคือเขามองเห็นปลายทางของตนเอง เส้นทางนี้เดียวดายนัก
ยาวไกลมากสำหรับเหลยเปิ่นชาง ขณะที่เขามองเห็นปลายทาง สิ่งเดียวที่เขาจะทำได้ มีเพียงร่ำไห้

ผมผจญพ้นผ่านเพียงแค่สิบปี ผมนับถือเขามาก บอกให้เขาจิบน้ำร้อนเยอะๆ ผมรู้ความรู้สึกของการตามหาคนคนหนึ่งดี

เมื่อก่อนนึกว่าตนนั้นดื้อรั้นเป็นอันดับหนึ่งของโลก บัดนี้เมื่อเจอคนที่ใช้เวลายี่สิบปีเพื่อตามหาศพ จึงรู้ว่าความดื้อรั้นเช่นนี้ เป็นธรรมชาติของคน ไม่ได้มีอะไรเลิศเลอ

เมื่อล้มตัวนอน นายอ้วนตื่นเต้นแรง นอนไม่หลับเลย ส่วนผมกลับมีความในใจล้นหลาม แต่ก็ง่วงงุนสุดแสน นายอ้วนถามผมเรื่องสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ ว่าอาจเป็นอะไรได้บ้าง

ผมมองไปบนยอดหลังคาเต็นท์ เงาดำมหึมานั่น หากดูจากหิ้งพระด้านนอก รูปสลักพญามังกรน้ำตาย แล้วต้องอนุมานด้วยหลักเหตุผลจริงๆ
คนโบราณในยุคนั้นอาจมาค้นพบบึงใต้พิภพแห่งนี้เข้า เพราะนักเดินทางที่เลียนแบบสวีเสียเค่อ (บุคคลในเรื่อง "บันทึกการเดินทางของสวีเสียเค่อ" 《徐霞客游记》
บันทึกการเดินทาง 16 มณฑลทั่วประเทศจีนของสวีเสียเค่อ เป็นตำราอันทรงค่าทางวิชาภูมิศาสตร์ของจีน) มีมาก พวกเขาเจอปลาประหลาดในทะเลสาบใต้พิภพ
เข้าใจเป็นพญามังกรน้ำตายอาศัยอยู่ ย่อมต้องสร้างศาลให้ สิ่งปลูกสร้างมหึมานั้น ความเป็นไปได้สูงสุดก็คือตำหนักพญามังกรน้ำตาย
มีไว้สะกดมังกร ต้องโยนอาหารลงน้ำเป็นเครื่องเซ่น เพื่อปกป้องคุ้มครองดินแดนในแถบนั้น

ปลาประหลาดชนิดนี้ ขณะจู่โจมลูกชายของตาแก่ มันจู่โจมตอนที่เขาหันหลังให้น้ำ ขณะจู่โจมพวกเราก็เช่นกัน แสดงว่าปลาสามารถเป็นฝ่ายจู่โจมเอง
ซ้ำยังเลือกเฟ้นโอกาสด้วย อาจมีสติปัญญาสูง ปลาชนิดนี้ขอเรียกมันชั่วคราวว่าพญามังกรน้ำตาย ตาแก่อาจจะตกมันได้ แต่พวกเราจะมีปัญญาปราบมันได้หรือไม่ ยังเป็นปัญหา

นายอ้วนมัวจ้อไม่หยุด ส่วนผมง่วงหาวหลับไป เช้าวันที่สอง ผมตื่นขึ้นเพราะนายอ้วนมาเขย่า เมื่อตื่นขึ้นมา ได้ยินเสียงของนายอ้วนนั้นอู้อี้
เขาพูดซ้ำๆ ย้ำๆ เหมือนกับร้อนรนใจ ผมพยายามตั้งสติ จึงได้ยินเขาพูดว่า "เหลยเปิ่นชางตายแล้ว"

ผมขมวดคิ้ว ยังฟังความหมายไม่ออก เดินออกจากเต็นท์มายังเต็นท์ของตาแก่ เลิกผ้าขึ้นดู เห็นตาแก่ยังอยู่ในท่าประกอบคันเบ็ด
ศีรษะพิงอยู่กับคันเบ็ด คันเบ็ดค้ำอยู่กับพื้น แน่นิ่งไม่ขยับ

ผมตรงเข้าไปคลำดู ตัวเขาเย็นแล้ว แข็งแล้ว ตายังลืมอยู่ ผมสังเกตดูม่านตา ขยายออกและขุ่นมัว

ตาแก่ตายแล้ว ผมมองดูเมินโหยวผิงข้างๆ เขาช่วยปิดเปลือกตาให้ตาแก่ พูดกับผมว่า "เขามีโรคร้าย"

"นายรู้แต่แรกแล้ว?" ผมประหลาดใจ พลันตระหนักขึ้นได้ว่าเหตุใดเขาจึงรับปากตาแก่ในตอนนั้น เขารู้เรื่องนี้แต่แรกแล้ว

เมินโหยวผิงมองดูตาแก่ ตบไหล่ของเขา ค่อยๆ จับตัวเขานอนลง ผมมองดูกิริยาท่วงท่าของเขา พลันตระหนักได้ว่า เมินโหยวผิงรู้จักกับตาแก่คนนี้
กิริยาของเขา ไม่เหมือนการปฏิบัติต่อคนแปลกหน้า แต่เป็นการปฏิบัติต่อคนเก่าคนแก่ที่คุ้นเคยกันมานาน ผมขนลุกซู่ จับมือเมินโหยวผิง "เขาเป็นใคร"

"คนคุ้นเคยคนหนึ่งเมื่อนานมาก แต่ได้ลืมฉันไปแล้ว" เมินโหยวผิงกล่าว

หนานไพ่ฯ Talk:
ความยาวเท่ากับสองบทไหม

คนแปล Talk:
แล้วแต่จะคิดเลย อุอุ

_________________
:: s :: s :: s :: s :: s :: s :: s ::




用我一生,换你十年天真无邪
また、会える日まで
avatar
souless_angel
ด้วงสกุลเอ้อร์
ด้วงสกุลเอ้อร์

จำนวนข้อความ : 413
Points : 2551
Join date : 26/10/2014
ที่อยู่ : ใต้เตียงท่านเอ้อร์

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ