Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[OS] Father is the best (ผิงเสีย)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[OS] Father is the best (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by ืnao on Wed 31 Aug 2016, 11:59

Pairing: เมินโหยวผิงxอู๋เสีย
Words: 2050
NOTE: ฉากนี้จะอยู่ระหว่างตอน 9-10 ในตอนพิเศษตรุษจีน2016 ราชานักตก (钓王) นะคะ

.....................................................................

ผมกับเสี่ยวฮัวเดินกลับจากมาศาลบรรพชนของหมู่บ้าน  การอยู่ร่วมบ้านกับนายอ้วนทำให้ผมไม่เคยขาดแคลนเสียงโหวกเหวก ส่วนเมินโหยวผิงนั้นตรงกันข้าม เพราะนอกจากไม่พูดแล้วยังเหมือนความคิดเขาลอยไปในที่ไกลๆ จนกลายเป็นไม่ค่อยได้คุยกัน นานๆ ได้มาเดินเล่นกับเพื่อนแบบเงียบๆ อย่างนี้บ้าง ก็นับเป็นการเดินทางสายกลางที่สบายหูดีพอใช้

ถึงหน้าบ้าน พวกเราก็แยกย้ายกัน เสี่ยวฮัวขอตัวไปโทรศัพท์ติดต่อเรื่องธุระ ดูท่าแม้แต่วันปีใหม่เขาก็ยังไม่หยุดทำงาน ส่วนผมเดินผ่านห้องใหญ่กลางบ้านไปทางหลังครัว กะจะชงชาไปเสิร์พวงไพ่นกกระจอกสักหน่อย แต่พอเข้าไปในครัวก็เห็นนายอ้วนกำลังยืนแอบอยู่ตรงหลังประตู มองออกไปทางสวนท่าทางลับๆ ล่อๆ

“เฮ้ย นายไปยืนทำอะไรตรงนั้น” ผมถาม

เขาสะดุ้งโหยง รีบหันกลับมาจุ๊ปากบอกให้ผมเงียบ ก่อนจะกวักมือบุ้ยใบ้ให้เดินมาใกล้ๆ พอผมเดินไปถึง เขาก็ดึงตัวให้เข้ามาหลบตรงขอบประตูด้วยกัน แล้วชี้ไปที่แคร่ไม้ไผ่ที่เราต่อไว้ใช้นั่งพักเวลาทำสวน

ผมมองตาม บนแคร่มีเงาของคนสองคนกำลังนั่งจิบชากันอย่างสงบ แผ่นหลังคุ้นๆ แบบนั้น คนทางซ้ายคงเป็นเมินโหยวผิง แต่คนทางขวานั่นมัน...เตี่ยผมนี่หว่า

ผมหันกลับไปขยับปากถามนายอ้วนแบบไม่มีเสียงว่า ไหงมานั่งคุยกันได้ เขาส่ายหน้าบอกว่าไม่รู้ กระซิบเล่าว่า น้องเสี่ยวเกอออกมานั่งเหม่ออยู่ก่อน แล้วเตี่ยผมค่อยหิ้วกาน้ำชาไปชวนเขาจิบด้วยกัน แล้วก็เห็นนั่งจิบชาเงียบๆ กันมาสักพักแล้ว ไม่ยอมคุยกันสักคำ

ผมขมวดคิ้ว เมื่อกี้ตอนแนะนำนายอ้วนกับเมินโหยวผิงให้ เตี่ยดูไม่ค่อยสนใจอะไรกับเพื่อนของผมนัก ผิดกับม้าที่เพ่งมองพวกเขาสองคนสลับไปมา แถมมากระซิบถามผมทีหลังด้วยว่า “เสี่ยวเสีย พี่น้องสองคนนั้นทำไมดูไม่เหมือนกันเลย คนน้องเป็นเด็กขอมาเลี้ยงรึเปล่า”

ตอนอยู่ที่โต๊ะกินข้าว ผมมัวแต่นั่งพยักหน้าหงึกๆ ตามคำเทศนาของม้า แทบไม่ได้คุยกับเตี่ยเลย นี่เตี่ยติดใจสงสัยอะไรรึเปล่านะ

“คุณหวัง”

อยู่ๆ เตี่ยก็เรียก ทำเอานายอ้วนสะดุ้งอีกรอบนึกว่าถูกจับได้ แต่ผมหัวไวจำได้ว่า เมื่อกี้เราแนะนำเมินโหยวผิงเป็นน้องชายนายอ้วน แถมเรียกแต่ว่า เสี่ยวเกอๆ เตี่ยคงนึกว่าจางฉี่หลิงของเราแซ่หวังไปด้วยละมั้ง

เมินโหยวผิงไม่ตอบคำ แต่หันหน้าไปทางเตี่ยเหมือนจะรู้ว่า อีกฝ่ายพูดกับเขา
“จริงๆ คุณคงไม่ได้แซ่หวัง แล้วก็ไม่ได้เป็นน้องชายของคุณอ้วนหวังด้วยสินะ”

เตี่ยพูดเสียงเรียบเรื่อย แต่ผมกลับสะดุ้งในใจบ้าง ชิบหาย...เตี่ยจับพิรุธพวกเราได้จริงๆ ด้วย แล้วแทนที่จะคุยนายอ้วนที่พอจะพลิกลิ้นพลิ้วขายผ้าเอาหน้ารอดมาได้บ้าง กลับเลือกสอบสวนไอ้คนสกิลการโกหกติดลบแบบเมินโหยวผิง ขืนผิดท่าอะไรเข้า มีหวังพรุ่งนี้ผมได้ถูกม้าดึงหูกลับหังโจวแน่ๆ

เตี่ยพูดต่อ “ไม่ว่าคุณจะชื่ออะไร ผมก็พอจะรู้ว่า คุณเป็นคนที่เสี่ยวเสียใช้เวลา 10 ปีของเขารอคุณอยู่ แล้วก็น่าจะแล้วก็น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาได้แผลบนมือ กับรอยตรงคอนั่นด้วย”

เหวออออ เตี่ยไปรู้มาจากไหน!

ผมหันขวับไปจ้องนายอ้วนเหมือนจะถามว่า แกปูดใช่มั้ย เขารีบโบกมือ ส่ายหน้าดิกบอกว่า ไม่ได้คายความลับอะไรทั้งสิ้น  

ผมกลืนน้ำลาย เรื่องที่ผมใช้เวลา 10 ปี รอคอยอะไรบาง เตี่ยกับม้าพอจะรู้บ้าง ความเปลี่ยนแปลงของลูกไม่อาจรอดพ้นสายตาของคนเป็นพ่อเป็นแม่อยู่แล้ว แต่ผมไม่คิดว่าเตี่ยจะมองออกขนาดว่า สิ่งที่ผมรอคือไอ้คนหน้าง่วงที่นั่งจิบชาเงียบๆ อยู่ข้างเตี่ยตอนนี้ นี่ผมแสดงพิรุธตรงไหน? หันมองเสี่ยวเกอบ่อยเกินไป? หรือคีบกับข้าวใส่ชามเขามากกว่าคนอื่น?

“ที่นี่เงียบสงบดีนะ”

ระหว่างที่ผมกำลังแตกตื่น เตี่ยก็ยกชาขึ้นจิบทีหนึ่ง แล้วเปลี่ยนเรื่องไปซะงั้น  “ตอนรู้ว่าเสี่ยวเสียจะย้ายมาอยู่ที่นี่ ผมนึกสงสัยว่า คุณชายน้อยอย่างเขาจะมาอยู่หมู่บ้านห่างไกลอย่างนี้ได้ยังไง แต่พอมาเห็นแบบนี้ก็สบายใจ...ผมมีลูกชายคนเดียว ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เขามีความสุขน่ะนะ”  

เตี่ยหัวเราะเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน เดินมายืนอยู่หน้าเมินโหยวผิง
“เพราะฉะนั้น...ในเมื่อลูกชายผมใช้เวลา 10 ปีรอคุณ ต่อไปคุณก็ช่วยอยู่ดูแลเขาให้ดีด้วย”

คราวนี้ผมเลยเห็นหน้าเตี่ยชัดเจน เตี่ยกำลังยิ้มเรื่อยเอื่อยเหมือนสายน้ำตามปกติ แต่ถ้อยคำที่เปล่งออกมานี่สิ ขัดแย้งกับสีหน้าแบบสุดๆ  
“ไม่อย่างนั้น ต่อให้คุณเป็นผู้วิเศษมาจากไหน ผมก็จะตามล่าคุณไปให้สุดขอบโลก แล้วทำให้คุณเสียใจที่เกิดมาบนโลกนี้เลยละ”

ชิ้ง...ทั้งเมินโหยวผิงและผมกับนายอ้วนที่หลบอยู่หลังประตูต่างเงียบกริบ
เตี่ยยิ้มให้เขาอีกทีหนึ่ง แล้วพยักหน้า “ราตรีสวัสดิ์นะ” หลังจากนั้นก็ผละเดินกลับมา

“หวาๆๆ ซ่อนเร็ว!”  ผมกับนายอ้วนรีบหันรีหันขวางพยายามหาที่หลบในครัวอันคับแคบ แต่ก็ไม่ทัน เตี่ยเดินเข้าประตูมาและเรียกผมที่พยายามดันก้นนายอ้วนยัดเข้าไปในซอกหลังตู้กับข้าวว่า

“เสี่ยวเสีย...”

ผมหันกลับมา ยิ้มแหย ตอบเสียงอ่อย “ครับ…เตี่ย”

เตี่ยเดินเข้ามาหา ยิ้มอย่างปราณีแล้วยกมือลูบหัวผมเหมือนตอนผมยังเป็นเด็กๆ “อยู่ที่นี่ ถ้ามีอะไรคับข้องใจก็กลับบ้านเรานะลูก” หลังจากนั้นก็เดินออกจากห้องครัวไปซะอย่างนั้น

นายอ้วนที่ดันตัวออกมาจากซอกข้างตู้กับข้าวได้บ่น “พ่อนายโคตรน่ากลัวเลย”

“น่ากลัวตรงไหนวะ เตี่ยฉันใจดีจะตาย” ผมหันไปเถียงปกป้องพ่อตัวเอง

“ใช่ ในบรรดาพี่น้องสกุลอู๋ อู๋อีฉยงน่ากลัวที่สุด”

ประโยคนี้ไม่ใช่นายอ้วนตอบ แต่ดันเป็นอารองที่มายืนข้างหลังพวกเราตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เฮ้ย!

ผมอ้าปากหวอ แต่อารองเพียงแค่ตบบ่าผมหนักๆ “อู๋เสีย แกก็อายุอานามไม่น้อยแล้ว ทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังดีๆ แต่ก็อย่างที่เตี่ยแกบอกนั่นแหละ ถ้าอยู่นี่ไม่มีความสุขก็กลับบ้านเรา ส่วนไอ้หมอนั่น...เดี๋ยวฉันกับพี่ใหญ่ตามไปจัดการเอง ฝากไปบอกเขาด้วยละ”

พูดจบก็เดินออกจากห้องครัวไปอีกคน นี่ญาติผู้ใหญ่บ้านผมเป็นอะไรกันไปหมดเนี่ย อยู่ดีๆ ก็ยกขบวนกันมาพูดจาแปลกๆ

ผมกับนายอ้วนรีบเดินออกไปหาเมินโหยวผิงที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม พอเข้าไปใกล้จนเห็นสีหน้าเขา ผมก็หลุดขำพรูด แทบอยากจะวิ่งเข้าบ้านไปหยิบกล้องมาถ่ายไว้ ไอ้คนที่ปกติหน้านิ่งเป็นเต้าหูเย็น ตอนนี้กำลังกระพริบตาปริบ มองพวกเราเหมือนหมดความมั่นใจไปหลายส่วน

ดูท่าชีวิตอันยาวนานของเขาจะไม่เคยถูกใครขู่หน้ายิ้มอย่างนี้มาก่อนละมั้ง ฮ่าๆๆ

“พ่อนาย...น่ากลัว” เขาพูดออกมาสั้นๆ

ผมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “น่ากลัวตรงไหน พ่อฉันเป็นบัณฑิตธรรมดา ไม่เคยข้องเกี่ยวกับวงการ ทำอะไรนายไม่ได้สักหน่อย”

“หนวกหูน่า! เทียนเจินอย่างนายจะไปรู้อะไร ชีวิตนี้คงไม่เคยไปจีบสาวถึงบ้าน ไม่เข้าใจความน่ากลัวของการเผชิญหน้ากับว่าที่พ่อตาหรอก!”
นายอ้วนที่ยังทำท่าผวาไม่หายดันเป็นคนโต้แทนซะงั้น  เขาเดินไปตบหลังเมินโหยวผิงดังปุๆ

“ลำบายนายแล้วนะ น้องเสี่ยวเกอเอ๊ย เสี่ยอยู่ตรงนี้ก็เหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชาย ลำบากใจเหมือนกัน เอาลูกชายสกุลอู๋มาตกระกำลำบาก ปลูกผักปลูกหญ้าขาย สินสอดซักแดงก็ไม่ได้ให้” เขาว่าแล้วก็ยกแขนคล้องคอเมินโหยวผิง ชวนหน้าตาเฉย “ไว้เราไปหากรวยสวยๆ สักที ลงไปหาของดีมาเป็นค่าตัวเทียนเจินกันดีไหม”

“เพ้อเจ้อน่า! ค่าตัวอะไรของนาย! พูดไปพูดมา อยากจะหาเรื่องไปลุยก็บอก”

ผมเถียง พยายามเปลี่ยนประเด็นโดยทำเป็นไม่สนใจหน้าที่ร้อนขึ้นของตัวเอง เริ่มจับอะไรได้บ้างละ เวรเอ๊ย...
หลังจากนั้นพวกเราก็เลยเถียงกันล้งเล้งไปอีกพักใหญ่ โดยมีเมินโหยวผิงที่ยังนั่งนิ่งเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างเป็นตัวประกอบอยู่ข้างหลัง

...........................................................

หลังจากโวยวายกับนายอ้วนเสร็จ ผมก็ชงชาเดินไปเสิร์พให้วงไพ่นกกระจอกตามที่ตั้งใจไว้ตอนแรก แล้วก็นั่งลงเล่นเป็นขาหนึ่งอยู่พัหนึ่ง คืนวันนั้นพวกเรานอนกันดึกมาก โชคดีที่บ้านแบบชนบทของเราค่อนข้างใหญ่ เลยแบ่งห้องกันได้ตามสบาย เตี่ยกับม้าพักอยู่ห้องพักแขกห้องใหญ่ เสี่ยวฮัวกับซิ่วซิ่วแบ่งห้องเล็กกันไปคนละห้อง ส่วนนายอ้วนกับอารองบอกว่าจะก๊งเหล้ากันต่อ ผมก็เลยกลับเข้าห้องตัวเองบ้าง

เกือบตีสี่แล้ว ผมล้างหน้าแปรงฟันอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเอนหลังนอนลงบนเตียง กำลังจะเคลิ้มหลับ ไอ้คนที่นอนอยู่บนเตียงเดียวกันก็เอื้อมแขนมาดึงตัวผมไปหา จนหลังของผมทาบกับแผ่นอกแข็งๆ ของเขา

“นายคิดอะไรอยู่” ผมถามเพราะเห็นเขาเงียบไปตั้งแต่ตอนค่ำ

“สินสอด...”

เขาวางคางลงไหล่ กดหน้าลงกับกลุ่มผมของผม งึมงำคำที่ไม่คาดคิดออกมา ทำเอาผมแทบจะหลุดขำอีกรอบ

“นี่นายคิดตามคำเพ้อเจ้อของนายอ้วนเรอะ ฉันเป็นผู้ชายโว้ย ไม่ต้องมีสินสอดอะไรให้ทั้งนั้นแหละ” ผมวางมือลงบนมือของเขาที่โอบรัดรอบตัวผมเอาไว้ จะว่าไปผมต่างหากที่ต้องเสียเงินเสียทอง แถมต้องไปหยิบยืมจากเสี่ยวฮัวเพื่อใช้ในตามหาอดีตของเขา แถมไปรับเขาออกมาอีก อย่างนี้เขาควรจะแต่งเข้าสกุลอู๋มากกว่า ผมคิดอย่างขำๆ

เมินโหยวผิงดึงไหล่ผมให้หันไปหา จับมือผมทาบกับอกของเขา
“ฉันคิดดูแล้ว ตัวฉันทั้งหมด ยกให้นาย”

ผมยิ้มออกมากับถ้อยคำง่ายๆ นั้น จางฉี่หลิงหากไม่ลงสุสาน ด้วยทักษะการใช้ชีวิตในโลกปัจจุบันอันต่ำเตี้ย คาดว่าคงใช้ประโยชน์อะไรไม่ค่อยได้ แต่สำหรับผม แค่เมินโหยวผิงเรือพ่วงตัวถ่วงคนนี้เพียงพอแล้ว

ผมวางมืออีกมือที่ยังว่างทาบลงบนมือของเขาเป็นเชิงยอมรับ
“ฉันรับไว้แล้ว เพราะงั้นนายก็อย่าหนีหายไปจากฉันอีกละ”

ผมหลับตาลงเมื่อคนที่นอนอยู่ข้างๆ ขยับเข้ามาใกล้ และยื่นหน้าเข้ามา ริมฝีปากเย็นๆ แตะตรงเปลือกตา ก่อนจะเลื่อนลงมาตรงข้างแก้ม ยังไม่วายกระซิบเบาๆ ว่า “ไม่ไป...พ่อนายน่ากลัว”

ผมหลุดหัวเราะออกมาจนได้ ดูท่าทางอู๋อีฉยงจะเป็นบุรุษที่น่ากลัวที่สุดในสกุลอู๋จริงๆ ด้วย แค่เอ่ยคำเดียวก็ทำให้จางฉี่หลิงของผมกลัวจนฝังใจได้ขนาดนี้

สงสัย...ผมต้องไปเรียนรู้จากเตี่ยให้เยอะๆ ซะแล้วสิ

.....................The End…………………

Nao’s Talk
ฟิคใสๆ อีกเรื่องค่า คราวนี้ใสของจริง นึกพล็อตได้ตอนที่อ่านตอนพิเศษตรุษจีน 2016 นี่ละค่ะ แต่ยังไม่ได้เขียนสักที เพราะนึกปฏิกิริยาเสี่ยวเกอไม่ออก จนอ่านตอนพิเศษที่คุณเบียร์แปลล่าสุด เฮ้ย เสี่ยวเกอพอออกมาจากประตูก็มีมุมโก๊ะๆ แบบนี้เหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นจงโดนพ่อตาขู่ไปนะนายเมิน 555

ชื่อเรื่องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายรอบ สุดท้ายเอาเป็น Father is the best นี่แหละ ยังไงคุณพ่อทั่วโลกก็แข็งแกร่งที่สุดเมื่อหวงลูกสาว (รวมถึงลูกชาย - - สำหรับบางบ้าน) ละนะ ^o^
avatar
ืnao
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 9
Points : 481
Join date : 16/08/2016

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] Father is the best (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by Fatsveta on Sun 11 Sep 2016, 00:21

กลัวพ่อตาแต่หัววันเลยเสี่ยวเกอ / ฟิคน่ารักค่ะ

Fatsveta
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 3
Points : 508
Join date : 06/07/2016

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] Father is the best (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by Zeth on Tue 21 Mar 2017, 17:53

น่ารักกันดี อิอิ
avatar
Zeth
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 74
Points : 338
Join date : 04/03/2017
Age : 19
ที่อยู่ : ใต้เตียงชาวบ้าน

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] Father is the best (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by schneewittchen on Thu 03 Aug 2017, 16:12

แงงงงงงงงง พ่อตา is the BEST จริงๆด้วยค่ะ ถถถถถถถถ
avatar
schneewittchen
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 110
Points : 1088
Join date : 18/04/2015
Age : 20
ที่อยู่ : รังตะขาบของคิงว่านหนู

ดูข้อมูลส่วนตัว http://my.dek-d.com/sayurahime/

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ