Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[OS] บันทึกไร้อักษร (ผิงเสีย) **ลงผิดหมวดขออภัย เราไม่สันทัดแนวนี้เท่าไหร่**

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[OS] บันทึกไร้อักษร (ผิงเสีย) **ลงผิดหมวดขออภัย เราไม่สันทัดแนวนี้เท่าไหร่**

ตั้งหัวข้อ by gunmee on Sun 01 Nov 2015, 13:16

บันทึกไร้อักษร (ผิงเสีย) By กันมี่

มันง่ายกว่าถ้าจะเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจ
มันง่ายกว่าถ้าจะนั่งมองท้องฟ้า เพิกเฉยความรู้สึกผู้คน
ความเจ็บปวดถ้าแกล้งไม่รับรู้ไปซะ ไม่นานก็จะไม่รู้สึกอะไรจริงๆ
ร่างกายและวิญญาณนี้เป็นเพียงแค่จินตนาการของใครบางคน ผมรู้สึกแบบนั้นมาเสมอ
จนกระทั้ง...
เห็นภาพของตัวเองสะท้อนในดวงตาคู่นั้น
ร่างกายนั้นสั่นเทา เย็บเฉียบ หากแต่...เมื่อดวงตานั้นสะท้อนเงาของผม
ร่างนั้นกลับผ่อนคลาย มือที่เอื้อมมาจับตัวผมไว้ตอนแรกเย็บเฉียบกลับเริ่มอุ่น
หากผมเป็นเพียงจินตนาการของใครบางคน ก็คงเป็น...คนนี้ที่จินตนาผมขึ้นมา

*******

“หากนายหายไปฉันจะรู้” คำพูดจากคนๆนั้น
ดวงตานั้นหนักแน่นเสียจนผมรู้สึกผิด จึงทำได้เพียงส่ายหน้า เพราะมันง่ายกว่าบอกความจริงออกไป
เมื่อผมหายไป คนๆนั้นย่อมรู้ แต่ทางกลับกัน หากคนๆนั้นหายไป ผมอาจไม่รับรู้
เพราะความทรงจำของผมเหมือนท้องฟ้า มันเวิ้งว้างว่างเปล่า บางครั้งมีเมฆผ่านมา แต่ไม่นานเมฆนั้นก็หายไป
สุดท้ายคนๆนั้นจะเหมือนกับอีกหลายๆ คนที่ผมลืมเลือนไป
หากสุดท้ายต้องลืมเลือน มีประโยชน์อะไรที่ต้องผูกพันเพื่อให้อีกฝ่ายเจ็บปวด

*******

ครั้งสุดท้าย ขอแค่อีกครั้งได้เห็นเงาของตัวเองสะท้อนในแววตาคู่นั้น
อยากจะรู้สึกว่าตนเองมีตัวตนบนโลกใบนี้จริงๆ
อยากจะเห็นหน้าคนๆนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะลืมเลือนใบหน้านี้ไป
แต่บางทีอาจเป็นคนๆนั้นที่ลืมเลือนผมไป ... ช่างเถอะ
ดวงตาคู่นั้นมองมาเหมือนยังไม่เข้าใจ
ผมอยากจะบอกมากกว่าคำว่า ‘ลาก่อน’ หากแต่กลับทำเพียงเดินจากไปพร้อมความเงียบงัน

*****

เจอคนๆนั้นอีกแล้ว เขาไล่ตามผมมา
ผมอยากจะตะโกน อยากจะกอดเขาเอาไว้ อยากจะร้องไห้ออกมา
เพียงแต่...ผมไม่มีความกล้ามากพอ
ก้มหน้า ก้มหน้า นับก้าวแต่ละก้าวของตนเองบนหิมะหนาเตอะ
เขายังคงตามมา แววตานั้นไม่ยอมแพ้
ผมอยากจะหยุดเท้าและจูงมือเขาออกไปจากภูเขาเย็นยะเยือกแห่งนี้
แต่สิ่งเดียวที่ก้อนหินก้อนนี้จะทำให้เขาได้
คือใช้ร่างกายปกป้องเขาเอาไว้
สิ่งเจ็บปวดใดบนโลกใบนี้ของเขาผมขอรับมันไปเอง

*****

การเอ่ยคำลาอีกครั้งเป็นเรื่องยากลำบาก ผมทำเพียงเก็บของและจากไปเงียบๆ
เอ่ยคำลาในใจกับเขาที่ยังหลับไหล
หิมะตกหนัก ปลายทางอยู่ไม่ไกลแล้ว
เสียงเขาลอยมาตามลม หรือว่าเป็นเพียงเสียงหลอกหลอนของภูตผีบนภูเขาหิมะนี้
ถึงอย่างนั้น เมื่อรู้ตัวอีกที ร่างกายก็พุ่งไปทางเสียง หกล้ม ไถลไปตามหิมะที่ถล่มลงมาเป็นระยะ
มองเห็นแขนของตัวเองผิดรูป เดาว่าคงหักแต่มันกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดสักนิด
แต่ที่ทำให้เจ็บปวด คือเสียงของเขาที่แว่วมาตามลม เขาต้องการผม
เวลาไม่นาน แต่มันยาวนานจนเหมือนเวลาหยุดนิ่ง ในที่สุดก็หาเขาเจอ
เขาอยู่ตรงนั้น กำลังหวาดกลัวสั่นสะท้าน ผมทำได้เพียงลงไปหาเขา
มองเขา ถึงแม้อยากจะดึงเขามากอดแค่ไหนก็ตาม

******

“หากนายต้องการเพื่อน ฉันก็พร้อมจะไปกับนายจนสุดทาง”
เขาบอกมันออกมา แต่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่บอก ผมก็รู้ดีว่า
หากผมขอให้เขาเข้าไปในประตูกับผม เขาย่อมตามผมไปอย่างแน่นอน

*****

ทางเดินสิ้นสุดลงแล้ว คำล่ำลาไม่มีให้เอ่ย
เพราะยิ่งเอ่ยยิ่งเจ็บปวด
เขาทำหน้าครุ่นคิด ผมรู้เขาอยากจะพูดอะไร
แต่ยิ่งยื้อยิ่งทรมาน
จำใจทำให้มันจบ มือนี้ที่คอยปกป้องเขา จะขอปกป้องเขาอีกครั้ง ครั้งสุดท้าย
บีบที่ต้นคอของเขา แต่ผมกลับเจ็บเหมือนโดนบีบที่หัวใจ
ผมประคองเขาที่สลบลงนอนกับพื้น จัดแบ่งทุกอย่างที่เขาต้องใช้ใส่ในกระเป๋าให้
หันหลังสั่งเท้าตัวเองให้เดินจากไป แต่เท้าสองข้างกลับไม่ฟัง
นั่งลงมองหน้าที่สุดท้ายผมอาจลืมเลือนไป
นี่คือคิ้ว นี่คือตา จมูก ปาก โครงหน้า ผมเส้นเล็กละเอียด
สองนิ้วยาวที่ใช้มันเพื่อหากลไกสุสาน วันนี้จะขอใช้มันเพื่อจดจำใบหน้าเขาเอาไว้
...ลาก่อน...

*****

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว
เสียงหยดน้ำ ยังดังเป็นจังหวะเหมือนครั้งแรกที่ก้าวเข้ามา
นานเท่าไหร่แล้ว เท่าไหร่กัน
สมองของผมแต่ละวันเริ่มขาวโพลน เหมือนหมอกที่ค่อยๆ โรยตัวบดบังทุกสิ่ง
หลังม่านหมอกหนา มีคนๆหนึ่งยืนอยู่ เขาดูคุ้นตา
แต่หมอกก็หนาขึ้นเรื่อยๆ จนมองไม่เห็นอะไรอีกแล้ว

*****

เสียงหนึ่งดังขึ้น ร้องเรียกความสนใจของผม แสงสว่างค่อยๆสาดส่องเข้ามา
ก้าวเท้าแต่ล่ะก้าวออกไป
คนสองคนนอนหลับอยู่ตรงนั้น ผมนั่งมองดูใกล้ๆ
สองนิ้วที่ยาวของผมเลื่อนวาดภาพกลางอากาศใกล้ๆใบหน้าคนๆนั้น
เหมือนกับว่าคุ้นเคยเหลือเกิน นี่คิ้ว จมูก ตา ปาก โครงหน้า เส้นผมเล็กละเอียด
และร่องรอยแห่งกาลเวลา อันนี้ไม่คุ้นเท่าไหร่
คนๆนั้นลืมตาขึ้นมองอย่างประหลาดใจ เหมือนจะตกใจ เหมือนจะดีใจ
“นายแก่ขึ้นนะ” ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดแบบนั้น
แต่ก็เห็นเงาของตนเองในแววตาคู่ นั้นผมกำลังยิ้มอยู่ใช่ไหม
“ไปกันเถอะ” ดูเหมือนเสียงนี้จะคุ้นหูเหลือเกิน คิดถึงเหลือเกิน
เขา...ดูเหมือนจะเป็นคนที่ยืนอยู่หลังม่านหมอก หายไปจากความทรงจำของผม
แต่ไม่เคยจางหายไปจากใจของผม...หัวใจของผมบันทึกเขาเอาไว้เสมอมา

****END*****

ปล. แต่งเพื่อขอบคุณชาวบอร์ด Dao Mu Bi Ji Thailand เราเองหลีกเลี่ยงจะอ่านบันทึกฯ มาตลอดเพราะขยาดอ่านนิยายเรื่องยาวจนกระทั้งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน หยิบมันมาอ่านจนได้และก็อ่านจนจบภาคกันไปเลย กลายร่างเป็นด้วงไปอีกหนึ่ง 555+ ระหว่างรอภาคใหม่จึงเข้ามาสิงสถิตที่บอร์ดนี่ลับๆ อาศัยบรรดาฟิก และ งานแปลของคุณเบียร์ล่อเลี้ยงชีวิตมาตลอด จนกระทั้ง  #817 Chapter 41 : END ออกมาจนอิ่มเอม จนกระทั้งเมื่อคืนได้อ่านฟิกของท่านหนึ่ง (ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้) ฮัวเฮย มีทายาทน้อยๆมาอวด ผิงเสีย ช่างอิ่มเอมเหลือเกิน ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ
(มีสิ่งใดผิดพลาดต้องขออภัย นี่เป็นฟิกเรื่องที่สองที่เขียน ซึ่งห่างจากเรื่องแรกนับสิบปี จริงๆไม่รู้ว่าแนวนี้มีคนเขียนไปหรือยัง  หากซ้ำขออภัย อีกเรื่องไอ้บรรดา OS แบบตัวย่อต่างๆนี่ไม่เข้าใจจริงๆ ขอลงมั่วก่อนนะ  Embarassed )

gunmee
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 4
Points : 757
Join date : 01/11/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] บันทึกไร้อักษร (ผิงเสีย) **ลงผิดหมวดขออภัย เราไม่สันทัดแนวนี้เท่าไหร่**

ตั้งหัวข้อ by ด้วงผิงเสีย on Fri 03 Feb 2017, 16:05

ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ แต่งอีกๆ เยอะๆ นะคะ Very Happy Very Happy Very Happy
avatar
ด้วงผิงเสีย
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 29
Points : 336
Join date : 18/01/2017
Age : 30

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ