Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[OS] Lies and Truth *No Pairing*

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[OS] Lies and Truth *No Pairing*

ตั้งหัวข้อ by tanok on Tue 08 Sep 2015, 00:22

สวัสดีอีกรอบค่า

แวะเอาฟิคพิลึกมาแปะอีกแล้วค่ะ ฮืออออออออ

คือในหัวไม่รู้ทำไมถึงมีแต่ฟิคแบบนี้เด้งออกมาอ่ะค่า

เรื่องนี้จะมองว่าผิงเสียก็ได้ คิงกะท่านวังก็ดีค่ะ แต่พูดจริงๆคือไม่มีอะไรในกอไผ่ แหะๆ

เอาไว้อ่านเล่นเย็นๆใจนะค้า

//มุดรูด้วงหนีด้วยความเขิน

++++++++++++++++++++++

Lies and Truth

++++++++++++++++++++++

ก้นเหวลึกล้ำราวไร้ก้นบึ้ง มืดสนิทดุจจมอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดแห่งห้วงอนธการ ไร้สิ้นซึ่งสำเนียงใดที่จะบ่งบอกถึงสิ่งมีชีวิต
ความเงียบงันที่ดำเนินมานับร้อยนับพันปีครอบคลุมที่พำนักสุดท้ายแห่งกษัตริย์ตงเซี่ย และประตูสำริดบานยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เชิงหน้าผา

ท่ามกลางความเงียบยิ่งเงียบ เสียงของวัตถุบางอย่างกระทบกับพื้นแข็งดังขึ้นเป็นระยะ จากไกลมาสู่ใกล้
เสียงนั้นใสกระจ่างดุจแท่งหยกกระทบกับจานหิน ไล่จากโพรงถ้ำแห่งหนึ่งดังสูงๆต่ำๆไล่มาจนถึงหน้าประตูสำริดยักษ์ที่ปิดสนิทแน่น

“อาเฮีย...เฮียประตูสำริด”

เสียงเล็กๆใสราวแก้วดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

“ตื่นหน่อยเฮีย มีเรื่องจะคุยด้วย”

นาน...ช้า...แสงเรืองอมเขียวค่อยแผ่กระจายออกมาจากประตูสำริดบานใหญ่ รอยสลักงามวิจิตรปรากฎชัดต่อสายตา

“หือ? ใครกันมาเอะอะวุ่นวายแถวนี้”

เสียงต่ำงัวเงียนิดๆดังขึ้นจากประตูสำริด แสงเรืองที่เพิ่มความเข้มขึ้นส่องให้เห็นเจ้าของเสียงที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก
ประตูบานใหญ่ที่ยังเมาขี้ตาพยายามเพ่งมองก้อนสี่เหลี่ยมกระจิ๊ดริดที่ตั้งอยู่ใกล้เชิงประตูพักใหญ่ก่อนจะอ้าปากหาวยาวเหยียด

“ฮ้าววววววววว...นึกว่าแมวที่ไหน ที่แท้ก็นายนี่เอง มีธุระอะไรเหรอลัญจกรผี?”

ตราหยกทรงสี่เหลี่ยมสลักลายกิเลนเหยียบผี งามประณีตยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูบานใหญ่
เนื้อหยกเนียนใสสะท้อนกับแสงเรืองจากบานประตูจนดูราวกับเปล่งแสงได้

“แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าไม่มีอะไรฉันจะยอมเปลืองเนื้อเปลืองตัวกระโดดกระเด้งมาตามทางขรุขระจากถ้ำน้ำพุร้อนมาจนถึงตรงนี้เรอะ?
ให้ตายสิ! ตอนซ่อมที่นี่ทำไมท่านวังฉางไห่ถึงไม่รู้จักปูพรมแดงบ้างนะ พื้นหยกฉันช้ำหมด”

บ่นงึมงำพลางพลิกมุมซ้ายมุมขวาตรวจดูรอยบุบบิ่นของตัวเองที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเดินทางวิบากมาจนถึงนี่
แน่นอนว่าเพราะเป็นลัญจกรผีที่มีหน้าที่ประดุจกุญแจ ทำให้บรรดาบ๊ะจ่างและอสุรกายผู้พิทักษ์ไม่มีใครคิดจะมาวอแวด้วย
แต่พื้นถ้ำหินเป็นสิ่งนอกประเด็น

ประตูสำริดทำตาปริบๆ ที่จริงก็รู้อ่ะนะว่าตราลัญจกรแต่ละอันมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันไป แต่แบบขี้บ่นเป็นแม่แก่แบบนี้ไม่เคยเจอมาก่อน...

“แล้วทำไมนายต้องมาเองล่ะ? เจ้าหนูอู๋เสียเดี้ยงไปแล้วเรอะ?”

ตั้งข้อสงสัยแบบงงแอนด์ก๊ง เพราะปกติแล้วตราลัญจกรมีหน้าที่เหมือนกุญแจไข เวลามาปรากฎอยู่หน้าประตูก็คือ
เวลาที่มีคนต้องการจะผ่านเข้าหรือออกมาจากด้านใน แต่กรณีลูกกุญแจถ่อสังขารมาเองนี่ยังไม่เคยปรากฎ

“ปากเสียน่าเฮีย ถึงอู๋เสียจะแบ๊วๆบื้อๆเอ๋อๆแต่ก็ไม่ตายง่ายอย่างนั้นหรอก”

ลัญจกรผีบ่นอุบอิบ ฟังเผินๆเหมือนจะแก้ต่างให้ผู้ถือครองที่ตอนนี้หลับกลิ้งอยู่ที่ถ้ำน้ำพุร้อนด้านนอก แต่ไม่รู้ทำไมเนื้อความมันออกจะทะแม่งชอบกล

“ว่าแต่ผู้ถือครองลัญจกรหลักล่ะเป็นไงบ้าง?”

ประตูสำริดเลิกคิ้วนิดหน่อย

“เจ้าหนูจางฉี่หลิงน่ะเหรอ? น่าจะโอเคอยู่มั้ง นี่ก็นั่งพิงหลังฉันอยู่เนี่ย”

ประตูตอบพลางทำท่าบุ้ยใบ้ไปยังอีกฟากของตัวเองทั้งๆที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทางมองทะลุบานประตูที่ทั้งหนักและหนาทึบไปได้

อีกฟากนั้นชายหนุ่มร่างเพรียวในชุดเกราะสำริดผุพังกำลังนั่งพิงอยู่กับบานประตู ดวงตาทั้งคู่หลับสนิท
บนตักพาดดาบเล่มใหญ่ที่เจ้าตัวกุมไว้ในสภาพเตรียมพร้อม แท่นหินใกล้ตัววางลัญจกรอีกอันที่เรืองแสงอ่อนจางจนแทบจะมองไม่เห็น

“สายเลือดตระกูลจางแถมยังสืบทอดชื่อจางฉี่หลิง อึดถึกทนขนาดนี้ต่อให้ตีกับกษัตริย์ว่านหนูก็คงไม่สะเทือนหรอก”

ว่าแล้วก็เหล่มองลัญจกรอันเล็กที่อยู่เบื้องหน้า

“แล้วที่ว่ามีธุระคืออะไรล่ะ? อย่าบอกนะว่ามาถามสภาพความเป็นอยู่ของเจ้าหนุ่มหลังบานประตูแล้วจะเอาไปรายงานผู้ถือครองนาย”

“จะบ้าเรอะ!อู๋เสียได้ยินเสียงฉันซะที่ไหน” ลัญจกรหยกโวย
“ฉันแค่สงสัยว่าทำไมจู่ๆผนึกฉันถึงคลายออกจนมีคุณสมบัติเปิดประตูได้ต่างหากล่ะ”

เพราะประตูสำริดเป็นประตูเปิดไปสู่โลกใต้พิภพอันลึกลับของจอมกษัตริย์แห่งตงเซี่ย ความลับอันน่าประหวั่นพรั่นพึงแถวมากมายล้วนเก็บซ่อนไว้ที่นี่
หากปราศจากลัญจกรแล้วไม่มีใครหน้าไหนที่จะสามารถผ่านไปยังด้านหลังของบานประตูได้ เมื่อเป็นดังนั้นความลับก็จะยังคงเป็นความลับต่อไป

“ตั้งแต่ท่านวังฉางไห่พาฉันออกไปจากที่นี่ ฉันก็เหมือนจะโดนปิดผนึกไว้ตลอด มันนานเสียจนฉันจำอะไรไม่ค่อยได้ก็เลยอยากจะมาถามนายน่ะ”

“ที่จริงคุณสมบัติการเป็นกุญแจเปิดประตูมันก็ติดตัวนายมาตั้งแต่แรกสร้างแล้วไม่ใช่เรอะ?”ประตูสำริดถามพลางขมวดคิ้ว
“นายกับลัญจกรหลักเป็นเหมือนกุญแจหลักกับกุญแจสำรองที่ถูกสร้างมาคู่กันตั้งแต่แรกแล้ว อันแรกเป็นลัญจกรของราชาว่านหนู
ส่วนนายเป็นลัญจกรสำหรับเป็นกุญแจของท่านวังฉางไห่ไง”

“พิลึกละ!” ลัญจกรอันเล็กอุทานเสียงดัง “ด้านหลังนายเป็นอาณาจักรใต้พิภพของคิงไม่ใช่เรอะ? ถึงจะต้องซ่อมวังยังไง
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะให้นายช่างต้องมีกุญแจสำรองสักหน่อย”

ประตูสำริดถอนหายใจพรืด

“นายติดเชื้อความจำเสื่อมจากเจ้าหนูจางฉี่หลิงรึไงเนี่ย? เอาเถอะ...เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟังอีกรอบก็ได้ หาที่นั่งเอาแถวนั้นแล้วกันนะ มันออกจะยาวนิดนึง”

“ย่อหน่อยได้ป่ะ? ฉันต้องรีบกลับไปก่อนอู๋เสียตี่น ไม่งั้นหมอนั่นตกใจแย่”

ลัญจกรพูดพลางทำตาแป๋ว จู่ๆของหมั้น...เอ๊ย!ของแทนใจ...เอ๊ย! ของดูต่างหน้าก็หายแว่บไปจากกระเป๋า ไม่ตกใจก็บ้าแล้ว

“เออๆ!” ประตูสำริดพูดเสียงขึ้นจมูกอย่างรำคาญนิดๆ หมั่นไส้หน่อยๆ “จะย่อให้เท่าที่ทำได้ละกัน”

“ว่าแต่นายเรืองแสงได้แบบนี้มีระบบฉายภาพแบบ3Dป่ะ?”

“นี่ประตูเว้ย ไม่ใช่จอHD! ตกลงจะฟังไหมเนี่ย!”

ประตูสำริดรู้สึกอยากจะขยับไปกระทืบลัญจกรเต็มแก่ เดชะบุญที่คนคิดสร้างประตูรอบคอบพอที่จะยึดบานประตูไว้แน่นหนา
ลัญจกรน้อยถึงรอดบาทาประตูไปได้หวุดหวิด เมื่อเห็นอีกฝ่ายชักเดือดลัญจกรที่ด้อยอาวุโสกว่าก็ย่นคอแล้วแลบลิ้นเล็กๆ

“คร้าบๆ อย่าโมโหง่ายแบบนี้สิเฮีย เดี๋ยวเส้นโลหิตในสมองแตกตายพอดี”

แม้อยากจะสวนกลับไปว่าประตูบ้านแกสิมีเส้นโลหิตในสมอง แต่ประตูสำริดก็คิดได้ว่าควรคุมสติตัวเองเอาไว้
ในฐานะผู้ที่มีอายุมายาวนานกว่าอีกฝ่ายมาก จะมาเสียอนาคตเพราะด่าเด็กก็ใช่ที่

“เดิมทีประตูสำริดอย่างฉันไม่ได้เปิดปิดด้วยระบบลัญจกรแบบนี้หรอก แต่จะเปิดปิดเมื่อคิงว่านหนูต้องการจะผ่านเข้าออกที่นี่
ซึ่งก็นานๆทีจะเกิดขึ้นสักครั้ง ส่วนใหญ่ก็พิธีราชาภิเษกคิงของตงเชี่ยนั่นล่ะ”

เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ประตูสำริดจึงตัดสินใจจะใช้ศัพท์ยุคใหม่ ตัดราชาศัพท์อันยืดยาวออกเสียเรียบ

“อยู่มาวันนึง ไม่รู้ผีตนไนดลใจคิงให้นึกอยากรีโนเวทวังใต้พิภพนี่ ก็เลยเกิดยุทธการลักพาตัวนายช่างใหญ่ประจำยุคอย่างท่านวังฉางไห่ลงมาคุมไซต์ก่อสร้าง
ขั้นตอนการร่างแบบพิมพ์เขียวราบรื่นเรียบร้อย แต่พอการก่อสร้างเริ่มต้นปัญหาก็เกิด”

“ปัญหาอะไรอ่ะ?” ลัญจกรที่นั่งอ้าปากหวอฟังอยู่นานรีบถามเหมือนกลัวน้ำลายบูด “ระดับคิงไม่น่าต้องไปกู้ธอส.มาซ่อมบ้านหรอกมั้ง?”

“การจัดซื้อจัดหาวัสดุและอุปกรณ์การก่อสร้างไม่สะเทือนขนหน้าแข้งคิงแม้แต่นิด เรื่องกำลังคนก็มีกองทัพผีมากมายให้ใช้งานเยี่ยงทาสโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าจ้าง
ปัญหามีอยู่เรื่องเดียวก็คือการแบกหามสารพัดสิ่งของเข้าๆออกๆประตูสำริดอย่างฉันนี่แหละ”

ประตูสำริดเล่าเสียงขรึม  เอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับคำถามกวนโอ๊ยของผู้ฟังตรงหน้า

“ถึงฉันจะเปิดเข้าเปิดออกได้ตามความต้องการคิง แต่ก็ไม่ใช่ประตูอัตโนมัติเซเว่นอีเลฟเว่นที่ใครๆจะผ่านเข้าออกได้ตามใจ
ดังนั้นเวลาที่มีการขนของหรือท่านวังฉางไห่จะเข้าออกที่นี่ คิงก็จะต้องมาคอยยืนรับที่ประตูทุกครั้ง นานๆเข้าคิงก็เริ่มรู้สึกตัวว่าไอ้การทำแบบนี้มันหน้าที่ยามชัดๆ...”

“ขอหนึ่งคำถามนะเฮีย...” ลัญจกรยิ้มแหย “คือเฮียรักและเคารพคิงว่านหนูใช่ไหม...”

“แน่นอนสิ!” ประตูสำริดตอบหนักแน่น “ในบรรดาบริวารของคิง ไม่มีใครจะรักและเคารพคิงมากเท่าฉันแล้วล่ะ”

อื้อหือ...นี่รักยังขนาดนี้ ถ้าเกลียดจะขนาดไหน...ลัญจกรได้แต่คิดแล้วก็ส่ายหัวเบาๆ หูก็ยังฟังเรื่องเล่าของประตูสำริดต่อไป

“คิงก็เลยบัญชาให้แก้ระบบประตูใหม่ โดยให้การเปิดปิดประตูอ้างอิงกับลัญจกรผีที่สั่งให้ทำขึ้นสองอัน อันหนึ่งเรียกว่าลัญจกรหลัก
ก็คืออันที่คิงถือครองไว้ ส่วนลัญจกรรองก็คืออันที่มอบให้กับท่านวังฉางไห่ใช้เปิดปิดประตูเพื่อทำการบูรณะวังใต้พิภพนี่”

“อ่าฮะ...เข้าใจแล้ว” ลัญจกรพยักหน้าหงึกๆ “ว่าแต่ทำไมลัญจกรหลักถึงได้ไปอยู่กับจางฉี่หลิงได้ล่ะ?  นั่นมันลัญจกรประจำตัวคิงไม่ใช่เหรอ?”

ถึงจะเป็นตระกูลจางก็คงไม่เทพขนาดงัดวังคิงเพื่อขโมยลัญจกรได้หรอกมั้ง วังใต้พิภพไม่ใช่มรดกโลกของยูเนสโก้สักหน่อย ใครๆจะได้แห่มาเช็คพอยต์กันตามใจ

“อันนี้ต้องกระซิบ...” ประตูสำริดลดเสียงลงในระดับกระซิบกระซาบจนลัญจกรต้องขยับตัวเข้าไปอีกนิด
“คือตอนที่ท่านวังฉางไห่หนีกลับบ้านแม่...เอาเป็นว่าไปจากที่นี่แล้วกัน ท่านแฮปเอาลัญจกรไปด้วยทั้งสองอัน คิงก็เลยติดแหง็กอยู่ในวังใต้พิภพของตัวเอง
ออกมาข้างนอกไม่ได้มาหลายร้อยปีแล้วล่ะ”

“ยังกะคู่ผัวเมียทะเลาะกัน แล้วเมียหนีกลับบ้านแม่เลยอ่ะ”

ลัญจกรชิ้นเล็กบ่นอุบ ในขณะที่ผู้อาวุโสกว่าอมยิ้ม

“อันนี้ก็แล้วแต่จะคิด ถ้าสรุปแบบนั้นพวกนายลัญจกรสองอันเก๊าะเป็นลัญจกรคู่สามีภรรยาล่ะนะ”

“ตลกล่ะ!” ลัญจกรผีร้องเสียงสูง แต่ไม่รู้ทำไมภายใต้เนื้อหยกสีเขียวอ่อนจนเกือบขาวถึงได้ดูคล้ายมีสีชมพูจางๆซ่านขึ้นมาจนเห็นได้ชัด
“ใครสามีใครภรรยากัน!”

“เอ๊า! ก็คิงกะท่านวังฉางไห่ ตระกูลจางกับตระกูลอู๋ ล่าสุดก็เจ้าหนูจางฉี่หลิงกับเจ้าหนูอู๋เสีย คนครองพวกนายมีแต่มาเป็นแพคคู่กันทุกทีเลย”

“ไม่เกี่ยว! ฉันกับเจ้านั่นเป็นกุญแจ ใครถือกุญแจก็ผ่านเข้าประตูได้ทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นคู่กันสักหน่อย”

ลัญจกรเถียงหน้าดำหน้าแดง ไม่รู้ว่าตอนนี้โกรธหรือเขิน แต่ตอนนี้เนื้อหยกสีเขียวแทบจะเปลี่ยนเป็นหยกชมพูไปทั้งชิ้นเรียบร้อย

“งั้นถามนิด” น้ำเสียงของประตูสำริดเจือแววสนุกสนาน “ตอนนี้นายก็อยู่หน้าฉันใช่ป่ะ? ถ้านายเป็นแค่กุญแจจริงๆ
ตอนนี้ฉันก็ควรเปิดประตูให้เจ้าหนูจางฉี่หลิงกับบรรดาลูกน้องของคิงออกมายั๊วะเยี๊ยะกันเต็มพื้นแล้ว”

ลัญจกรชะงักกึก ก่อนจะตอบสวนไปอย่างหงุดหงิด

“ก็ตอนนี้อู๋เสียไม่ได้มาด้วยนี่ กุญแจบ้านเฮียสิเปิดประตูได้เองโดยไม่ต้องมีคนไข”

“นั่นสินะ แล้วทำไมต้องเป็นอู๋เสียล่ะ? เป็นคนอื่นไม่ได้เหรอ?”

น้ำเสียงกรุ้มกริ่มของประตูสำริดทำให้ลัญจกรอันเล็กฉุนขาด จากหยกชมพูแทบจะเปลี่ยนการเรียงตัวของโมเลกุลแล้วกลายร่างเป็นทับทิมให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

“ไม่รู้เว้ย! อยากรู้เฮียก็ไปถามตาคนซื่อบื้อที่นั่งทื่ออยู่หลังประตูเฮียดูสิ! ฉันไปล่ะ”

ว่าแล้วลัญจกรหยกชมพู(?)ก็กระฟัดกระเฟียดโดดกลับไปยังทางที่มา โดยมีเสียงตะโกนยั่วเย้าจากประตูสำริดดังไล่หลัง

“คราวหน้าอย่าลืมพาเจ้าหนูอู๋เสียมารับสุดที่รักหลังประตูด้วยล่ะ นายเองก็จะได้เจอกับคู่สร้างคู่สมของนายซะที”

“เป็นสนิมตายไปซะเถอะ เฮียประตูสำริด!”

เสียงตะโกนด่ายังดังแว่วมาจากทิศทางที่ลัญจกรหยกกระโดดกลับไปสลับกับเสียงเนื้อหยกกระทบพื้นหินดังแกร่กๆ
ประตูสำริดส่งเสียงหัวเราะดังไล่หลังไปอย่างไม่เกรงใจฟ้าดิน


.

.

.

.

......นาน.....

.......ช้า......

จวบจนคาดว่าอีกฝ่ายน่าจะกลับไปถึงกระเป๋าของชายหนุ่มอีกคนที่หลับไหลอยู่ในถ้ำภายนอกเรียบร้อย
ประตูสำริดก็เอ่ยขึ้นกับบางสิ่งที่อยู่อีกฟากของประตูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ไปแล้วล่ะ...”

“...ขอบใจ...”

เสียงทุ้มต่ำดังมาจากลัญจกรหยกอีกชิ้นที่แม้นเหมือนชิ้นที่กระโดดลับหายไปเมื่อครู่ หากเมื่อเพ่งมองดีๆจะเห็นว่าเนื้อหยกซึ่งคงเคยงามเลิศมีรอยแตกร้าวอย่างน่าใจหาย

“ยังไหวหรือเปล่า...?”

เสียงถอนหายใจแผ่วล้าดังกลับมาแทนคำตอบ ประตูสำริดสะท้านน้อยๆเมื่อรู้ความนัยที่ส่งมากับเสียงถอนใจ

“ไม่บอกความจริงให้เจ้านั่นรู้จะดีเหรอ...”

“....รู้แล้วได้อะไร...ไม่รู้แล้วได้อะไร....” เสียงทุ้มรำพึงแผ่วราวกับจะเลือนหายไปได้ทุกเมื่อ

“อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าได้รู้ในวันสุดท้าย นายคิดบ้างไหมว่าเจ้านั่นจะรู้สึกยังไงเมื่อประตูเปิดออกมาแล้วเจอแค่เศษหยกที่เคยเป็นตัวนายแตกสลายอยู่บนพื้น...”

“หรือจะให้รู้เสียตั้งแต่วันนี้ แล้วต้องทรมานใจอยู่ด้านนอกไปอีกหนึ่งปีเพื่อที่จะได้เห็นภาพเดียวกันล่ะ...”

เสียงย้อนเรียบนิ่งทำให้ประตูสำริดถึงกับสะอึก เพราะรู้ในสิ่งเดียวกันว่าเวลาของอีกฝ่ายเหลืออยู่ไม่มาก
ลัญจกรผีในมือของจางฉี่หลิงทำหน้าที่เป็นกุญแจเปิดประตูสำริดมานานแสนนาน
พลังของราชาว่านหนูที่บรรจุอยู่ในก้อนหยกสลักเสลางามวิจิตรเริ่มเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วเมื่อถูกนำออกไปสู่โลกภายนอก

พลังของกุญแจที่สร้างไว้เพียงเพื่อคนเพียงคนเดียว...คนที่จากไปโดยไม่มีทีท่าจะหวนกลับมา

“พลังของฉันในฐานะกุญแจกำลังจะหมดลง... อีกไม่นานผนึกก็จะคลายออก แล้วหมอนั่นก็จะตื่นขึ้นมารับหน้าที่ต่อจากฉัน”

“จางฉี่หลิงรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?”

“รู้สิ...รวมทั้งรู้ดีด้วยว่าถ้าฉันสลายไป ตัวเองจะไม่สามารถกลับไปสู่โลกที่อีกฟากของบานประตูได้อีก”

“บ้าน่ะ! รู้ทั้งอย่างนั้นทำไมถึงยังมอบตราลัญจกรอีกอันให้กับเจ้าหนูอู๋เสียนั่น ถ้ามีลัญจกรอยู่กับตัว
ถึงนายจะสลายไปแต่หมอนั่นก็จะยังสามารถใช้ลัญจกรอีกอันกลับออกไปภายนอกเมื่อไหร่ก็ได้”

“นี่เป็นการวางเดิมพันของจางฉี่หลิง...”ลัญจกรหยกที่แตกร้าวตอบด้วยเสียงแผ่ว
“เดิมพันว่าความเกี่ยวโยงเพียงหนึ่งเดียวที่เขามีกับโลกใบนี้จะรักษาสัญญาที่ให้ไว้ จะยังจดจำและมารับเขาตามคำสัญญาสิบปีหรือเปล่า”

“ถ้าเกิดหมอนั่นลืมหรือไม่ทำตามสัญญาล่ะ?”

“เขาก็จะหวนกลับไปเป็นเช่นเดียวกับจางฉี่หลิงทุกรุ่นที่ผ่านมา ไม่เหลือความเชื่อมโยงใดๆกับโลกใบนี้อีก
รับหน้าที่เฝ้ายามอยู่หลังประตูนี่ไปจนลมหายใจสุดท้าย”

“แล้วนายกับเจ้าหนูลัญจกรนั่นล่ะ?”

“ถ้าอู๋เสียไม่มาตามรอที่หน้าประตูพร้อมลัญจกรอีกอันตามสัญญาสิบปี ในเวลาที่ฉันสลายไปพลังของกุญแจก็จะไม่ถูกส่งต่อ
ลัญจกรในมือเขาก็จะกลายเป็นแค่ของเก่าราคามหาศาลที่ไม่เหลือพลังใดๆอีกต่อไป”

“โหดร้ายเกินไปแล้ว...”

ประตูสำริดพึมพำเสียงต่ำ ขอบตาร้อนผ่าว

“นี่คือชะตากรรมของพวกเราในฐานะลัญจกรผี” ลัญจกรหยกกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “นายไม่จำเป็นต้องรู้สึกเสียใจ”

“แต่พวกเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เรอะ!” ประตูเถียงกลับ น้ำตาสำริดร้อนผ่าวไหลหยดลงมาตามลวดลายงดงามของบานประตู
“เสียใจที่เพื่อนกำลังจะจากไปมันผิดตรงไหน!”

ลัญจกรหยกที่แตกร้าวชะงักไปนิดหนึ่งก่อนคลี่ยิ้มจางๆ เสียดายที่รอยยิ้มนั้นประตูสำริดไม่มีวันได้เห็น...

“ขอบใจ เสียดายที่ไม่มีเวลาแล้ว....”

ลัญจกรหยกถอนหายใจยาวนาน...ก่อนที่ความเงียบจะกลับเข้ามาครอบคลุมบริเวณที่อยู่ใกล้นรกที่สุดนี้อีกครั้ง

หากคราวนี้...ชั่วนิรันดร์......

.

.

.

END


แก้ไขล่าสุดโดย tanok เมื่อ Tue 08 Sep 2015, 07:39, ทั้งหมด 1 ครั้ง

tanok
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 6
Points : 1125
Join date : 02/11/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] Lies and Truth *No Pairing*

ตั้งหัวข้อ by Rozenkreuz on Tue 08 Sep 2015, 00:58

ง่า เปิดมาอย่างลั่น จบโคตรเศร้าเบย แงงงง
สรุปมันคืออวาตาร์ของจางฉี่หลิง อู๋เสีย และเสี่ยอ้วนสินะครับ คุฟุฟุฟุ
เฮียประตูคือเสี่ยแน่ๆ ฮึก ร้องไห้ด้วย ลัญจกรจางอย่าพึ่งไปเซ่ ยังไม่เจอเนื้อคู่ลัญจกรอู๋เลยน้า แง /ดิ้นๆ
avatar
Rozenkreuz
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่

จำนวนข้อความ : 625
Points : 1499
Join date : 01/07/2015
Age : 24
ที่อยู่ : กองทัพผีเก็บเห็ดแห่งประตูสำริด

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] Lies and Truth *No Pairing*

ตั้งหัวข้อ by tanok on Tue 08 Sep 2015, 07:51

คุณ Rozenkreuz

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่า

หวังว่าคงสนุกสนานกับน้องลัญจกรขาวีนนะคะ แหะๆ

ตอนแรกๆที่เขียนก็ไม่คิดว่าองค์นายน้อย เสี่ยวเกอ และเสี่ยอ้วนจะมาประทับทรงลัญจกรกับประตูสำริดแบบนี้หรอกค่ะ แต่เขียนไปเขียนมาไหงกลายเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ แง....

tanok
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 6
Points : 1125
Join date : 02/11/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] Lies and Truth *No Pairing*

ตั้งหัวข้อ by yakusoku on Wed 09 Sep 2015, 08:01

น้ำตาจะไหลอ่าา ลัญจกรก็มีจิตใจด้วยแฮะ
avatar
yakusoku
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 369
Points : 1481
Join date : 05/11/2014
ที่อยู่ : โลงในสุสานโบราณ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] Lies and Truth *No Pairing*

ตั้งหัวข้อ by fay_13 on Fri 11 Sep 2015, 08:23

โอ๊ยยยยยย อ่านแล้วเศร้า!!

เปิดมาอย่างฮา นั่งขำแทบแย่ แต่ตอนจบช่างหักหลังคนอ่าน ฮืออออออออออออ
avatar
fay_13
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 100
Points : 1232
Join date : 01/11/2014
ที่อยู่ : แพฮัวเฮย

ดูข้อมูลส่วนตัว http://akiraalittlebird.wordpress.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ