Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[Fic]#dmbjdaily 44 days left (Yukata) (AU) Matsuri (ผิงเสีย)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[Fic]#dmbjdaily 44 days left (Yukata) (AU) Matsuri (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by The_Dark_Lady on Sat 04 Jul 2015, 20:48

AU ไฮสคูลค่ะ
หลุดคาร์กระจาย มากด้วยความพินาศฉิบหายวายป่วง ทำใจก่อนอ่านนะคะ ._.


ไม่รู้ว้าพวกปู่ๆคิดอะไรอยู่ ถึงได้เพี้ยนอยากจะจัดงานโรงเรียนในธีมทานาบาตะของญี่ปุ่น

ผมคงจะไม่รู้สึกขัดข้องใจอะไร ถ้าผู้ก่อตั้งจางฉี่ซานจะไม่รีเควสต์ละครเวทีตำนานทานาบาตะโดยให้ระดับชั้นมัธยมปลายปีสองเป็นผู้รับผิดชอบ

ส่วนคนทึ่จะมาแสดงให้ทำโพลสำรวจความเห็นจากทั้งโรงเรียน

ความฉิบหายมันเริ่มจากตรงนี้...

"อู๋เสีย...ผลโหวตออกแล้วนายได้รับบทหญิงทอผ้าว่ะ..."

ห่ะ...ผมสบถในใจ นึกว่าตัวเองจะลอยตัวจากส่วนหน้าฉากไปแล้วเพราะหน้าตากับรูปร่างผมมันไม่ได้ดีอะไรนัก ผมนึกว่าจะเป็นเสี่ยวฮัวผู้งดงามไม่ก็อาหนิงคนสวยนั่นเสียอีกที่จะได้บทนี้ไป

คนในโรงเรียนนี้แม่งเพี้ยนไปแล้ว...

"ทำไมถึงเป็นฉันได้ฟระ...ฉันไม่อยากแสดง ฉันอยากทำงานฉากมากกว่า"

"เสี่ยอ้วนเข้าใจเทียนเจินนะ..." นายอ้วนตบบ่าผมแปะๆ "แต่เทียนเจินต้องเข้าใจว่ารูปร่างหน้าตาเทียนเจินไม่เหมือนเดิมแล้ว จะได้รับความสนใจมากขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ยิ่งเปิดเผยแล้วว่าเป็นหลานชายคนเดียวของตระกูลอู๋ ยิ่งทำให้นายฮอตไปใหญ่..."

"ฮอตพ่อง..." ผมเท้าคางกับโต๊ะ "แล้วความจริงเปิดเผยเชี่ยไร...นี่ไม่เคยปิดบังอยู่แล้วเหอะ...พวกแม่งไม่เชื่อกันเอง..."

"นายก็แม่งไม่ยอมพูดด้วยเหอะ..." ผมได้ยินนายอ้วนถอนใจก่อนจะรู้สึกถึงแรงตบเบาๆที่หัว

"คงต้องลำบากหน่อยละนะ คราวนี้..."

"ฉันจะแกล้งกลิ้งตกบันไดให้ขาหักดีไหมวะ..."

"ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะยอมหรอกนะ..." ผมเงยหัวขึ้นมองนายอ้วน ซึ่งพยักเพยิดไปทางประตูห้องเรียน พอผมมองตามไปก็พบกับจางฉี่หลิงยืนทำหน้านิ่งอยู่ ข้างกันนั้น...

"อย่าคิดแม้แต่จะทำบ้าๆอะไรแบบนั้นเชียวนะยะ!!" เสียงแปดหลอดดังขึ้น จากหญิงสาวตัวเล็กที่ผมคุ้นหน้าว่าเป็นโปรดิวเซอร์ละครคราวนี้ กำลังทำหน้าถมึงทึง เจ้าตัวก้าวเท้าฉับๆมาหาผมที่โต๊ะ แล้วดึงแขนผมลุกขึ้นก่อนจะลากไปตามทาง

...ฉิบหายแล้ว แผนการจะอู้โดนเปิดเผย

“อุตส่าห์จะได้ทำอะไรสนุกๆทั้งที ฉันไม่ยอมให้นายมาขัดขวางการทำงานของฉันหรอกนะ อู๋เสียต่อให้เธอเป็นหลานของอู๋เหล่าโกว อู๋เอ้อร์ไป๋ อู๋ซันเสิ่งก็เถอะ…”

หล่อนบ่นพึมพำขณะลากผมเดินไปตามทาง...ตัวนิดเดียวแต่แม่งแรงควายชะมัด... แล้วผมก็สะดุ้งสุดตัวเมื่อหล่อนหันกลับมา

“คงต้องฝากนายดูแลแล้วล่ะนะ พ่อหนุ่มเลี้ยงวัว…” มองตามสายตาเจ้าหล่อนไปจึงรู้ว่าคำพูดนั้นคือการฝากฝังผมกับจางฉี่หลิงที่เดินตามมาเงียบๆ

...แม่งไม่มีใครบอกผมวะ ว่าจางฉี่หลิงได้รับเลือกเป็นพระเอก






ในสัปดาห์แห่งการซ้อมละครอันหฤโหดนั้น เขาก็ถูกจางฉี่หลิง นายเรือพ่วงน่าเบื่อนั่นตามมาลากไปซ้อมทุกหลังเลิกเรียน มื่อใดที่เขาพยายามจะหนี ไม่ว่าจะไปหลบไปซ่อนที่ไหน ก็ตามจนเจอ พอขัดขืนมากๆก็เจอจับอุ้มพาดบ่าเลยก็มี พอถึงทึ่ซ้อมก็จะเจอคุณโปรดิวเซอร์ตัวเล็กแต่พลังเสียงไม่ได้เล็กตามตัวแว้ดๆใส่อีกจนหูแทบชา หลังๆเพื่อไม่เป็นการเพิ่มความอับอายขายขี้หน้าต่อคนในโรงเรียน เลยต้องยอมตามอีกฝ่ายทึ่มาดักรอรับหน้าห้องเรียนมันได้ทุกวันไปแต่โดยดี






แล้วก็มาถึงวันแสดงจริง...


ผมถูกจับแต่งตัวเป็นสาวทอผ้าด้วยยูกาตะแบบผู้หญิงสีขาวยายดอกซากุระสีชมพู ใส่แฮร์พีซสีน้ำตาลต่อผมให้ยาวขึ้นติดกิ๊บประดับรูปดอกไม้อันใหญ่ ตอนแรกกะจะแกล้งป่วยแล้วนอนอยู่บ้าน ปรากฏว่าอาสามกลับไปขุดผมจากที่นอนแล้วลากเอามาส่งให้ฝ่ายคอสตูม

ก่อนจะออกไปยังมามีการตบบ่าผมแปะๆแล้วบอกว่า ‘พยายามเข้านะเสี่ยวเสีย แล้วอาจะรอดู’

...ผมไม่เคยเคืองอาสามมากเท่านี้มาก่อนเลย

ผมไม่พบจางฉี่หลิงและคนแสดงคนอื่นเพราะถูกจับแยกออกมาแต่งต่างหาก...แต่คิดว่าคนระดับนั้น  ต่อให้ใส่ชุดมอซอแค่ไหน หรือคอสตูมจะให้ใส่เศษผ้าก็คงจะหล่อวัวตายควายล้ม หล่อจนสาวๆทั้งหอประชุมกรีดร้องอยู่ดี ไม่งั้นไม่ได้โหวตให้เป็นพระเอกหรอก

...มันน่าหมั่นไส้นัก

ในใจตอนนี้ผมภาวนาอย่างเดียวว่าขอให้การแสดงนี้แม่งจบๆไปซะที...อย่ามีเรื่องแทรกซ้อน นอกบทเกิดขึ้นเหมือนช่วงตอนซ้อมเลยเถิด…


ผมเข้าไปนั่งประจำที่ ฉากแรกเป็นการเปิดตัวสาวทอผ้า ผมมีหน้าที่เพียงนั่งโง่ๆ แสร้งทำเป็นปั่นเครื่องปั่นด้ายแล้วก็ไปทอผ้า เจ้าหน้าที่ควบคุมเวทีและไฟส่งสัญญาณมาแล้ว ผมจึงเตรียมพร้อม

ม่านค่อยๆเปิดออก ผมจับด้ามหมุนเครื่องปั่นด้าย กระตุกริมฝีปากเป็นรอยยิ้มอ่อนๆ แสงไฟสาดส่องลงมาจนผมตาพร่าไปหมด

...ได้ยินเสียงร้องกรี้ดเบาๆ…ในเสียงกรีดร้องเหล่านั้น มีแต่คำว่าน่ารัก เทียนเจิน เต็มไปหมด…

จะกรุณามากถ้าพวกคุณจะหยุดพร่ำออกมา...ผมรู้สึกอายเหลือเกิน…

“ตั้งกล้องเร็ว…” ...อย่าเลย...ขอร้องล่ะ…อย่าเก็บหลักฐานสภาพอันน่าอัปยศอดสูของผมเอาไว้เลย…

ผมเดินไปที่เครื่องทอผ้าตามคิวที่กำหนดไว้ จับหูกกระตุกสองสามหน นายแว่นดำเฮยเสียจื่อ ผู้รับบทเทพผู้ครองสวรรค์ พ่อของสาวทอผ้าก็เดินออกมา เจ้าตัวอยู่ในชุดยูกาตะสีดำลายมังกรสีทอง...แต่แม่งขนาดเล่นละครหมอนี่ยังใส่แว่นดำอยู่เลย…

...เป็นเทพเจ้าที่เฟี้ยวสัด…

“โอริฮิเมะลูกพ่อ…” หมอนั่นเลื้อยเข้ามาใกล้แล้ววางมีแปะบนบ่าของผมแล้วลูบไล้ไปมา

เฮ้ยๆ ทุกทีไม่ใช่อย่างงี้นี่หว่า… “ฝีมือทอผ้าของเจ้าช่างยอดเยี่ยมงดงามนัก เหล่าเทพทั้งหลายล้วนแล้วแต่พึงพอใจกับผลงานของเจ้า…”

“ได้ยินเช่นนั้น ข้าก็ดีใจ…” ผมต่อบท จับมือรุ่มร่ามของนายเฮยเสียจื่อเอาไว้ “...ข้าจะได้ตั้งใจผลิตผ้าทอออกมาให้มากขึ้นอีก…”

“ลูกเอ๋ย...เท่านี้เจ้าก็ทอผ้าอยู่แทบจะทั้งวันทั้งคืนแล้ว...หากจะผลิตให้มากขึ้นอีก...พ่อเกรงว่าเจ้าจะไม่มีเวลาได้ผักผ่อน เที่ยวเล่นอย่างคนอื่นเขา…”

“ไม่เป็นไรหรอก...เพราะข้าไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านั้น…”

“...แล้วเรื่องคู่ครองเล่า เจ้าก็โตจนถึงวัยออกเรือนแล้วนะ…”

“ข้าไม่สนใจเรื่องนั้นเช่นกัน”

ว่าแล้วก็หันหลังให้นายเฮยเสียจื่อแล้วทำเป็นง่วนกับการทอผ้าต่อ...ปล่อยให้อีกฝ่ายบ่นคร่ำครวญกับคนเดียวกับคนดูตามบท

“ดูนางสิ...เอาแต่ทำงานปั่นด้าย ทอผ้าอยู่นั่นซ้ำยังไม่สนใจเรื่องการหาคู่ครอง หากปล่อยเอาไว้คงได้แต่ทอผ้าจนกระทั่งชีวิตเหี่ยวเฉา ขึ้นคานเป็นแน่…” เหล่าคนดูโห่รับประโยคนั้น “...ไม่ได้การข้าคงต้องหาคู่ให้นางเสียแล้ว…”

พอหมดบทพูดของเฮยเสียจื่อ ไฟก็ค่อยหรี่ลงและม่านก็ค่อยๆปิดลง ฝ่ายฉากมาขนข้าวของออกเพราะฉากต่อไปเป็นฉากเปิดตัวหนุ่มเลี้ยงวัว ผมเองก็โดนต้อนลงไปด้านข้างเวที หันหลังกลับไปมองเห็นคนใส่ชุดวัวทยอยๆเดินขึ้นเวทีมาแล้ว แต่งยังไม่เห็นตัวจางฉี่หลิง

...แม่ง...ผมอยากเห็นจริงๆนะว่าอีกฝ่ายอยู่ในสารรูปไหน…

ไฟด้านนอกค่อยๆสว่างขึ้น...และแน่นอน เสียงกรี้ดที่ดังกระหึ่ม ผมนี่อยากจะยื่นหัวออกไปดูเหลือเกิน หากไม่ติดว่าฝ่ายคอสตูมกดหัวผมเอาไว้ ทั้งซับเหงื่อซับมัน เติมเครื่องสำอาง ติดเครื่องประดับผมเพิ่ม เช็คผ้าคาดเอว...แต่ยังได้ยินเสียงสนทนาแว่วๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเสียงของนายแว่น

“ฮิโกโบชิ ข้าดั้นด้นมาถึงนี่ด้วยเล็งเห็นว่าเจ้าเป็นคนหนุ่มที่ขยันขันแข็ง (เสียงร้อง ว้ายยย ของคนดูแทรกเข้ามา) ร่างกายกำยำและสง่างาม (เสียงกรีดร้องดังขึ้นกว่าเดิม) ถึงเจ้าจะเป็นคนพูดน้อยจนน่าเบื่อ (ผมตงิดใจว่าอันนี้นายแว่นจะนอกบท) แต่เจ้าก็มีคุณสมบัติที่จะเป็นลูกเขยที่ดี ข้าจะยกโอริฮิเมะลูกสาวของข้าให้เจ้า เจ้าสนใจจะรับนางไว้หรือไม่…”

ผมไม่ได้ยินคำตอบของเมินโหยวผิง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบรับว่ายังไงเพราะนายแว่นนั้นนอกบทไปไกลทีเดียว อันที่จริงฉากนี้นายแว่นควรจะพูดแค่ว่าเล็งเห็นความขยันขันแข็ง จะตบรางวัลด้วยการจัดงานดูตัวให้แค่นั้นเอง…

ฝ่ายหลังเวทีก็พากันมองหน้าเลิ่กลั่ก...อันที่จริงเรื่องแบบนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นครั้งแรก ช่วงซ้อมแรกๆก็มีบ่อยๆ แต่พอใกล้วันงานก็ดูเข้าที่เข้าทางดีแล้ว ไม่มีใครหลุดหรือนอกบทเลย...ทำได้ดีมากด้วยซ้ำ
ผมได้สติเมื่อฝ่ายเวทีเร่งให้ผมเดินเข้าฉาก ในวินาทีนั้นผมก็ตัดสินใจว่า...ตามน้ำไปละกันวะ…

ผมกลับไปนั่งประจำเครื่องทอผ้ที่ถูกยกมาไว้ตำแหน่งเดิม ขยับมือทำเป็นทอผ้า ไม่นานนักผมก็รู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้ ผมจึงหันหลังไปมอง

“โอริฮิเมะลูกพ่อ…” นายแว่นวิ่งเข้ามาทำท่าจะโผกอด เฮ้ยๆ นอกบทแล้วเฟ้ย...ผมนนึกในใจ ตัดมุกอีกฝ่ายด้วยการออกมายืนนอกเครื่องทอผ้าแล้วโค้งคำนับ นายแว่นจึงต้องเบรกกึก

“สวัสดีค่ะท่านพ่อ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือคะ…”

ฝ่ายนั้นยิ้มแหยๆใส่ ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นผายมือไปด้านหลัง “พ่อพาชายผู้หนึ่งมาให้ลูกดูตัว…”

แล้วผมก็ได้เห็นจางฉี่หลิงเสียที...และ...แม่งเอ้ย...เขาอยู่ในชุดยูกาตะแบบผู้ชายสีน้ำเงินเข้ม โอบิสีขาวเส้นเล็กถูกมัดไว้หลวมบริเวณท้องน้อย สาบเสื้อด้านบนแยกออก เผยให้เห็นกล้ามหน้าอกและกล้ามหน้าท้องรำไร

ห่านี่...เห็นตัวบางๆใส่ชุดนักเรียนเรียบร้อย ไม่นึกว่าจะมีซิกซ์แพคกะเขาด้วย…

ก้มมองตัวเอง มีแต่เนื้อหนังที่นุ่มนิ่มเต็มไปด้วยชั้นไขมัน ทำเอาอยากจะมุดเวทีหนี

“คนๆนี้คือฮิโกโบชิ หนุ่มเลี้ยงวัวจากอีกฝั่งของทางช้างเผือก...พ่อพาเขามาให้เจ้าดูตัว...คนๆนี้เป็นคนหนุ่มที่ขยันขันแข็ง น่าจะเข้ากับเจ้าได้ดี…”

โล่งใจที่บทนี้กลับมาเป็นปกติ ...ผมอ้าปากจะปฏิเสธตามบท แต่นายแว่นกลับเอ่ยสวนขึ้นมาเสียก่อนว่า “เวลาแบบนี้น่าจะปล่อยให้หนุ่มสาวได้ศึกษากันสองต่อสอง พ่อขอตัวไปก่อนล่ะนะ…”

...อ้าวเชี่ย...ทิ้งกันอย่างงี้เลย… ผมได้แต่สบถในใจเพราะตามจริงแล้วเฮยเสียจื่อต้องอยู่พูดคุยเป็นพ่อสื่อก่อน จากการพูดคุยตอบคำถามสามคน โอริฮิเมะจึงจะนึกชอบพอฮิโกโบชิขึ้นมา

เอาไงดีวะ…

ผมหันรีหันขวางอยู่แปปหนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจกลับไปนั่งทอผ้า...ไม่คิดว่าจางฉี่หลิงจะเดินตามมาติดๆแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างผมบนเครื่องทอผ้า…

ผมแว่วเสียงกรีดจากเหล่าคนดูเบาๆ…

“ผ้าผืนนี้งามนัก…” จางฉี่หลิงเปิดปากพูดขณะเอื้อมมือไปจับผ้าที่เป็นของประกอบฉากที่วางอยู่ไม่ไกล “แต่ก็ไม่งามเท่าตัวคนทอ…”

ผมช็อคกับประโยคเกี้ยวพาที่ไม่มีในบท และจางฉี่หลิงไม่น่าพูดอะไรออกมาได้ ไม่ทันรู้สึกตัวหมอนั่นก็เขยิบเข้ามาใกล้จนอกจะเบียดอก ผมรู้สึกถึงแขนอีกฝ่ายเอื้อมมาโอบเอว มือข้างหนึ่งเชยคางผมขึ้น พร้อมๆับที่ใบหน้าหล่อเหลานั่นเคลื่อนเข้ามาชิด

“เราแค่มาดูตัวกัน ท่านจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ…” ...นี่มันจะนอกบทไปแล้วเฟ้ย…ผมถลึงตาใส่อีกฝ่าย…

จางฉี่หลิงเหมือนไม่รู้สึกรู้สา เขาค่อยๆดันตัวผมลงนอนราบกับม้านั่ง ส่วนตัวเองก็ลดตัวมาคร่อมผมเอาไว้ ผมรู้สึกถึงจมูกโด่งดุนดันอยู่แถวต้นคอ

“เทพผู้ครองสวรรค์ตนนั้นเอ่ยยกเจ้าให้ข้าแล้ว…” ...เชี่ย...ทำไมถึงได้สรรหาจำคำพูดนอกบทไม่เป็นสาระแบบนี้นะ

จางฉี่หลิงเงยหน้าจากซอกคอของผม แล้วขยับเข้าใกล้ ดวงตาสีนิลนั้นจับจ้องที่ริมฝีปากของผมเขม็งในขณะที่ใบหน้านั้นขยับเข้ามชิดช้าๆ

“ข้าไม่เห็นด้วยกับการดูตัวในครั้งนี้...ข้าไม่ยอม…”

เสียงๆหนึ่งดังลั่นขึ้น จางฉี่หลิงจึงละจากผมแล้วหันไปมอง ผมเองได้ทีก็กระเด้งตัวขึ้นนั่งขยับถอยห่างจากอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติแล้วหันไปมองต้นเสียงบ้าง จึงพบว่าเป็นเสี่ยวฮัวซึ่งรับบทเป็นแม่ของโอริฮิเมะ

ขอบใจนะเสี่ยวฮัว...แต่นี่แม่งนอกบทไม่ใช่เรอะ…

ความจริงแล้วเสี่ยวฮัวจะต้องออกมาตอนพิธีแต่งงานพร้อมกับนายเฮยเสียจื่อซึ่งเป็นฉากหลังจากนี้ต่างหาก...แล้วตามบทก็ต้องอวยพรในงานแต่งด้วย...แล้วนี่มันอะไรกัน…

ในขณะที่ผมมึนงงกับการนอกบทครั้งยิ่งใหญ่อยู่ จางฉี่หลิงก็ยกแขนขึ้นโอบไหล่ผมเอาไว้

“กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ ยิ่งเป็นเทพผู้ครองสวรรค์ยิ่งไม่ควรผิดคำพูด เขาบอกยกนางให้ข้าแล้ว...อีกอย่างหนึ่ง…” จางฉี่หลิงเว้นวรรค ตัวผมถูกเหวี่ยงให้หันหน้าเข้าหาอีกฝ่าย...โดยไม่ทันตั้งตัวริมฝีปากก็ถูกประกบ…

...เชี่ย...หมอนี่จูบผม จูบจริงด้วย...

“ข้าล่วงเกินนางแล้ว คงจะไม่แต่งให้ไม่ได้แล้ว…”

เสี่ยวฮัวคำรามดังลั่น ก่อนที่ไฟและม่านจะถูกปิดลง

ผมไม่เหลือสติอยู่แล้วตอนที่ถูกพาลงมาจากเวที คุณโปรดิวเซอร์สาวโวยวายบ้งเบ้งให้ลั่น ผมไม่อาจจะจับใจความได้ รู้สึกตัวอีกครั้งคือฝ่ายคอสตูมเอาผ้าสีขาวมาคลุมหัวให้ผม จึงรู้ว่าจะเริ่มฉากแต่งงานแล้ว

จางฉี่หลิงจูงมือผมเข้าฉาก บนเวทีมีเตียงหลังใหญ่ตั้งอยู่ (ไม่ว่าจะเห็นจากตอนซ้อมมากี่ครั้งก็ยังขนลุกอยู่ดี) บนนั้นมีเฮยเสียจื่อกับเสี่ยวฮัวนั่งอยู่ นายแว่นดำนั้นยิ้มร่า ส่วนเสี่ยวฮัวนั้นหน้าหงิกงอเหมือนจะกินหัวคนได้ จางฉี่หลิงประคองผมนั่งลงข้างเตียง นายเฮยเสียจื่ออวยพรงานแต่ง เป็นไปตามบท ส่วนเสี่ยวฮัวนั้นกลับกลายเป็นการกล่าวอาฆาตทำนองว่าจะไม่ให้ทำได้สำเร็จโดยง่าย ตั้งท่าจะนั่งปักหลักอยู่ไม่ไปไหน...ผมงี้หน้าซีดกลัวการนอกบทของเสี่ยวฮัวจะทำให้ละครยืดยาวออกไป นั่นย่อมทำให้ช่วงเวลาดั่งนรกของผมยืดยาวไปอีก…

...แค่นี้ก็อับอายจะตายห่าอยู่แล้ว

โชคยังดีที่เฮยเสียจื่ออุ้มเสี่ยวฮัวออกไปจากเวทีก่อน ฉากนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากคนในหอประชุมเป็นอันมาก เพราะเสี่ยวฮัวนั้นดิ้นปัดไม่ยอมแต่โดยดีแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของนายเฮยเสียจื่อได้

ผมหันไปมองหน้าจางฉี่หลิงซึ่งคราวนี้ถูกเปลี่ยนให้ใส่ยูกาตะสีดำทับด้วยฮาโอริ(เสื้อคลุม)สีเดียวกัน ข้างล่างสวมกางเกงฮากามาะสีเทาทับ เป็นชุดที่คล้ายกับชุดแต่งงานตามประเพณีดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น

...ตามบทแล้วผมก็ต้องพูดว่า

“ข้าดีใจที่ได้แต่งงานกับท่าน เพราะข้านั้นชอบท่านนับตั้งแต่แรกพบแล้ว…”

ผมเห็นจางฉี่หลิงหน้ากระตุก ริมฝีปากสีอมส้มของอีกฝ่ายกระตุกเป็นเหมือนรอยยิ้ม

...รู้สึกตัวอีกทีผมก็นอนอยู่บนเตียงแล้วโดยมีจางฉี่หลิงคร่อมอยู่ด้านบน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเหล่าผู้ชมในหอประชุม…

“พูดมาเช่นนี้ข้าคงจะอดใจไม่ไหวแล้ว โอริฮิเมะของข้า…”

จางฉี่หลิงดึงผ้าคลุมผมสีขาวออกแล้วก้มลงมาจูบผมในทันที มือของเขาไล่ดึงทึ้งชุดยูกาตะสีขาวของผมจนหลุดรุ่ย ก่อนที่เขาจะถอนริมฝีปากออก

ผมมองจางฉี่หลิงแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองด้วยท่วงท่าสุดเซกซี่ พยายามกอบโกยอากาศเข้าปอดตัวเองหลังจากโดนสูบไปแทบไม่เหลือ มองเขาสะบัดเสื้อคลุมของตัวเองออก ขยับนิ้วปิดผ้าม่านรอบเตียงอย่างรวดเร็ว

ไฟบนเวทีค่อยๆถูกดับลง ...แต่เหมือนว่าการแสดงจะไม่ได้หยุดตาม จางฉี่หลิงแหวกสาบเสื้อท่อนบนของตัวเองออกจากกัน เผยให้เห็นแผงอกเปลือยเปล่า

...ในไฟสลัวผมเห็นลวดลายกิเลนบนแผงอกนั้น…

มาจากไหนวะ... ผมคิดสงสัยก่อนจะรู้สึกตัวว่าถูกดึงผ้ารัดเอวออก สาบเสื้อชุดยูกาตะแยกออกทั้งหมดและมีมือยื่นเข้ามาลูบไล้ท่อนขา ชวนให้รู้สึกสยิวปนจั๊กจี้ พอก้มมองจึงรู้ว่าเป็นมือของจางฉี่หลิง

...มันจะนอกบทเกินไปหน่อยละมั้ง...ห่านี่คิดจะเปลี่ยนละครเวทีโรงเรียนใสๆให้เป็นหนังเรตอาร์รึไงกัน…

ผมพยายามดิ้นหนีจากมือไม้ที่ลูบไล้ตัวผมไม่มีหยุด...แต่จางฉี่หลิงไม่เอื้ออำนวยให้ผมได้หนีอย่างสะดวก...ริมฝีปากของเขาระดมจูบใบทั่วใบหน้าและลำคอของผม ผมส่งเสียงอึกอัก รู้สึกเจ็บแปล็บๆในหลายๆที่ที่จางฉี่หลิงแตะริมฝีปากลงไป

ได้ยินเสียงบ๊งเบ๊งจากหลังเวที เสียงว๊ากแหลมสูงของผู้กำกับว่า ใครก็ได้ช่วยหยุดที…

เออ ใครก็ได้ช่วยมาหยุดหมอนี่ทีเหอะ…

“พวกเจ้าหยุดกันได้แล้ว!!!”

ผมได้ยินเสียงเสี่ยวฮัวตวาดดังลั่นม่านรอบเตียงถูกเปิดออก จางฉี่หลิงถูกนายเฮยเสียจื่อล็อกแขนลากออกไปจากตัวผม เมื่อเห็นเช่นนั้นผมจึงรีบดึงสาบเสื้อเข้ามาชิดกันเพื่อปิดบังร่างกายตัวเอง

คุณโปรดิวเซอร์ในชุดยูกาตะสีฟ้าอ่อนพุ่งเข้ามาเอาผ้าห่มคลุมตัวผมไว้ ผมตัวสั่นกึกๆในอ้อมกอดของเธอ

“ฉันขอโทษนะ นายโอเคไหม” ได้ยินเธอกระซิบเบาๆ “เชี่ยพวกนี้แม่ง จางฉี่หลิงแม่ง...พินาศหมดแล้ว”

ผมพยักหน้าหงึกๆในอ้อมกอดของเธอ ใช่...พินาศหมดแล้ว…

เสี่ยวฮัวมองจางฉี่หลิงที มองผมที ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “พวกเจ้าเอาแต่ใช้เวลาขลุกอยู่ด้วยกันในห้องไม่ไปทำงานทำการ ละทิ้งหน้าที่ ทำให้สวรรค์เกิดความวุ่นวาย...ข้าจะลงโทษพวกเจ้า…”

อา...ข้ามมันไปหมดเลยสินะ ฉากที่เที่ยวเล่นกันจนเสียการเสียงานนั่น นี่แสดงว่าใกล้จะจบแล้ว…

ผมไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจ...ละครมันจบเร็วขึ้น..แต่เนื้อหาบัดซบมาก...กลายเป็นว่าสาวทอผ้ากับชายเลี้ยงวัวมัวแต้วู้ฮูกันจนสวรรค์เดือดร้อนเลยโดนลงโทษ…

แถมจางฉี่หลิงแม่งก็เล่นซะสมจริง...

...เชี่ยมาก เชี่ยมากๆ หลังจากวันนี้ผมจะมีหน้าใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนนี้ได้ยังไง…น่าอับอายเหลือเกิน...

รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล...

“นับแต่นี้เป็นต้นไป ข้าจะแยกพวกเจ้าออกจากกัน โอริฮิเมะให้อยู่ทอผ้าอยู่ฝั่งเหนือ ฮิโกโบชิกลับไปเลี้ยงวัวที่ฝั่งใต้ ให้ทางช้างเผือกคั่นกลาง...ไม่อาจจะพบเจอกันได้อีก…”

คนดูส่งเสียงอู้...ผมเหลือบมองเห็นบางคนยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตา...นี่ซาบซึ้งกับอะไรไม่ทราบแม่เจ้าประคุณทั้งหลาย...

ผมได้เห็นแวบเดียว ไฟเวทีก็ดับลง...แล้วม่านก็รูดปิด…

ตัวผมถูกพาลงจากเวที...ถูกถามว่ายังแสดงต่อไหวไหม...ใจจริงผมอยากจะส่ายหน้าแต่มาถึงจุดนี้แล้วก็แสดงให้จบๆไปเลยดีกว่า อย่าให้ไปลำบากคนอื่นเลย ผมจึงพยักหน้าแล้วยิ้มให้กับโปรดิวเซอร์สาวที่ชอบแว้ดใส่ผม อีกฝ่ายถอนใจแล้วร้องไห้โฮโผเข้ากอดผมทำเอาผมตกใจไม่น้อย ตบหลังอีกฝ่ายเบาๆเป็นการปลอบใจ เมื่อสงบสติอารมณ์ลงได้ เธอก็เรียกฝ่ายคอสตูมมาแต่งตัวให้ผมใหม่ ปากก็ซักซ้อมบทใหม่ให้ผมพร้อมๆกับคุยวิทยุสื่อสารกับทีมงานอีกฝั่งที่อยู่กับจางฉี่หลิงเพื่อซักซ้อมบทให้เช่นกัน คราวนี้เหลือแค่ฉากทำหน้าเหม่อๆนั่งทอผ้ากับฉากจบกับจางฉี่หลิง

ในที่สุดก็จะจบลงแล้ว...ผมถอนใจ...ละครเวทีแค่ไม่ถึงกี่ชั่วโมงสูบพลังงานผมไปมากมายเหลือเกิน…

ผมออกไปหน้าเวทีอีกครั้ง ทำเป็นนั่งทอผ้าด้วยท่าทีเหม่อลอย ก่อนที่นายเฮยเสียจื่อจะเดินเข้ามาตบไหล่ บอกว่าเห็นใจและสงสารที่เห็นผมต้องนั่งทอผ้าด้วยความโศกเศร้า จึงอนุญาตให้เดินข้ามทางช้างเผือกไปพบฮิโกโบชิได้หนึ่งครั้ง ในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี

...ตรงตามบททำเอาดีใจจนแทบน้ำตาจะไหล

ม่านปิดลง ผมลงไปข้างเวที...เตรียมตัวกับฉากครั้งสุดท้าย…

เมื่อได้รับสัญญาณผมเดินขึ้นเวทีอีกครั้ง บนพื้นเวทีเต็มไปด้วยควันดรายไอซ์สร้างบรรยากาศ ตรงกลางเวทีมีสะพานไม้ บนสายแม่น้ำดวงดาว (ใช้พรมกำมะหยี่สีม่วงอมน้ำเงินติดกากเพชรระยิบระยับ...แม่งโครตลงทุน หมดงบไปเท่าไรแล้วเนี่ย) ผมเดินไปตรงสะพาน ค่อยๆเห็นจางฉี่หลิงมาคอยอยู่ เจ้าตัวกลับไปใส่ชุดที่เข้าฉากแรก...แต่สาบเสื้อถูกดึงปิดให้มิดชิดเรียบร้อยมากขึ้น…

ดวงตาสีนิลจ้องมองตรงมาด้วยแววตาคะนึงถึงและโหยหา ...สมจริงสมจังจนผมขนลุก หน้าร้อนแทบไหม้

ทันทีที่เข้าใกล้ ผมถูกเขาดึงเข้าไปกอดในทันที ตอนแรกตกใจจนแทบจะขืนตัวออกแต่พอนึกได้ก็ปล่อยตัวไปตามสบาย

...ท่องไว้มันเป็นการแสดง...ฉากสุดท้ายแล้ว…ทนเอาหน่อย…

“คิดถึงเจ้าเหลือเกิน…”

ผมรู้สึกถึงแรงกดจากปลายคางบนหัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นริมฝีปากแตะแต้มเส้นผม…

ผมซุกอกเขาซ่อนใบหน้าตัวเอง กระซิบบทตอบ

“อดทนเอาเถอะ...ตั้งใจทำงาน...อีกหนึ่งปีแล้วเราจะได้พบกันอีกครั้ง…”

เขารั้งตัวผมออก ล้วงในเสื้อก่อนจะยื่นหยกสลักให้ “อีกหนึ่งปี...ถ้าเจ้ายังไม่ลืม นำตรานี้มาที่นี่...แล้วเราจะได้พบกัน…”

ผมยื่นมือไปรับหยกสลัก ก่อนจะถูกรวบตัวเข้าไปกอดอีกครั้ง ...ห่านี่นอกบทอีกแล้ว…

ผมโคลงหัวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ...เอาวะ จะจบแล้ว…

“ข้าจะไม่ลืม ข้าจะกลับมาพบเจ้า ในทุกวันที่ 7 เดือน 7 อย่างแน่นอน…”

แสงไฟหรี่ลงจนมืดสนิท ม่านเวทีสีเลือดหมูค่อยๆโรยตัวลงมา…








- วันจันทร์ถัดมา -

โชคดีที่งานเทศกาลนั่นจัดวันศุกร์ผมจึงได้หยุดพักวันเสาร์วันอาทิตย์แล้วมาโรงเรียนในวันจันทร์ ...อย่างน้อยก็ค่อยมีเรี่ยวมีแรงเผชิญสายตาคนทั้งโรงเรียนหน่อย…

ความจริงผมเห็นฟีดแบ็กละครเวทีนั่นแล้ว...เพราะมีคนถ่ายคลิปเอาไว้แล้วอัพลงเว็บ ผมได้ลิงก์มาจากที่นายอ้วนแชร์มาให้ดู…ตัวผมนั้นทนดูจนจบไม่ได้แต่น่าแปลกใจว่าในคอมเม้นต์ข้างล่างวิดิโอคลิปของละครที่พิลึกกึกกือและพังที่สุดเท่าที่ผมเคยพบเคยเจอกลับได้กระแสตอบรับที่ดีมากจากคนชม…

มีบางคอมเมนต์บอกว่าตีบทแตกกันทั้งคู่...รู้สึกได้ถึงความเศร้าสร้อยของคนรักที่ต้องพรากจากกัน…

นี่คุณเอาตาตุ่มดูใช่ไหม...ถึงเห็นเป็นแบบนั้นได้

อีกคอมเม้นต์ที่ชวนแปลกใจไม่ต่างกันคือ ‘จางฉี่หลิง X อู๋เสีย is real’ มันคืออะไร...ใครก็ได้ช่วยบอกผมทีเถอะ


อ้อ...ถ้าจะถามถึงหลังจากละครวันนั้นเกิดอะไรขึ้น ผมก็คงจะบอกคุณได้แต่ว่าจางฉี่หลิงกอดผมนิ่งอย่างงั้นอยู่พักใหญ่จนกระทั่งคุณโปรดิวเซอร์เอาเล่มบทละครมาตีหัวเขาให้ปล่อยผมออกแล้วอาสามกับอารองที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนพุ่งเข้ามาลากแขนผมพาตรงกลับบ้านทันที…

ผมฟังอารองบ่นอาสามไปตลอดทางที่จับผมไปส่งให้ฝ่ายทำละครเวที ตัวอาสามเองก็ได้แต่เงียบกริบฟังคำบ่นของอารองไปโดยไม่อาจจะโต้เถียง

พอถึงบ้านเจออาป๊ากับอาม๊าจับถ่ายรูปนิดหน่อย โดนอาม๊าชมว่า ‘อู๋เสียน่ารักอย่างที่อาม๊าคิดเอาไว้เลย’ ผสมไปกับเสียงพึมพำของอาป๊าว่า ‘อู๋เสียของป๊าน่ารักเหลือเกิน คงจะต้องระวังไอ้หนุ่มจะเข้ามาจีบเสียแล้ว’

...ผมอยากจะบอกเหลือเกินว่าผมเป็นผู้ชายนะ...ถ้าป๊ากับม๊าจะลืมไป


ผมถอนใจยาวๆ มองความวุ่นวายภายในโรงเรียนผ่านกรอบหน้าต่าง ข้างล่างนั้นมีเด็กกำลังเรียนคาบพละอยู่ พลันก็เหลือบไปเห็นจางฉี่หลิงยืนอยู่ในสนามนั้นเช่นกัน

อ่อ...คาบนี้ห้องเขาเรียนวิชาพละสินะ…

เหมือนรู้ตัวว่ามีคนมองอยู่ จางฉี่หลิงเงยหน้าขึ้นมา จึงเสมือนว่าเราสบตากันพอดี ก่อนที่ผมจะรีบเบือนหน้าหนี

...ช่วงนี้ผมคงต้องเลี่ยงการเผชิญหน้ากับจางฉี่หลิงไปซักพัก จนกว่าจะเลิกร้อนหน้าเวลาที่สบตากับเขา...



จบแค่นี้เถอะ ; w ;



พอเห็นหัวข้อก็คิดถึงงานโรงเรียนค่ะ แต่มันตัน พอดีว่าได้ไอเดียคุณ @OkarinaNarakas ในทวิต ว่าอยากได้หนุ่มทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัว
เลยได้ SF ป่วงๆเสื่อมๆฉะนี้แล...


แก้ไขล่าสุดโดย The_Dark_Lady เมื่อ Fri 10 Jul 2015, 19:28, ทั้งหมด 2 ครั้ง
avatar
The_Dark_Lady
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 301
Points : 1224
Join date : 21/06/2015
Age : 22
ที่อยู่ : On the Land, Below the sky

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic]#dmbjdaily 44 days left (Yukata) (AU) Matsuri (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by schneewittchen on Sat 04 Jul 2015, 21:03

โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!! โอยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!

กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!! ผิงเสีย is real จริงๆค่ะ >3<
จะว่าไปก่อนหน้านี้แวบนึงเราเปิดทวิต เห็นใครซักคนลง "หนุ่มทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัว" อยู่แว้บๆ ไม่นึกว่าจะมีคนเอามาแต่งเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆนะเนี่ย

......นั่งขำคนเดียวจนเด็จป๋ามองหน้าเลยค่ะ คั่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!
avatar
schneewittchen
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 110
Points : 1025
Join date : 18/04/2015
Age : 20
ที่อยู่ : รังตะขาบของคิงว่านหนู

ดูข้อมูลส่วนตัว http://my.dek-d.com/sayurahime/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic]#dmbjdaily 44 days left (Yukata) (AU) Matsuri (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by Cathareen on Sat 04 Jul 2015, 21:23

ฮืออออ อ่านตรงมุกจีบแล้วเขินค่ะะะะะ
ผ้าผืนงาม แต่ไม่งามเท่าคนทอออ ฮอลลลลล

นายน้อยเปลืองตัวมหาศาลมาก ต่อหน้าธารกำนัลทั้งโรงเรียน ฮืออ5555
นอกบทขนาดนี้คือเตี๊ยมกับนายเฮยไว้ใช่ไหมเสียวเกอออ
avatar
Cathareen
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 149
Points : 1185
Join date : 24/12/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic]#dmbjdaily 44 days left (Yukata) (AU) Matsuri (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by mama moosap on Sat 04 Jul 2015, 22:50

คำบรรยายนายเเว่น >> ...เป็นเทพเจ้าที่เฟี้ยวสัด…
อื้ม มันใช่ ช่างโดนใจอะไรแบบนี้
แถมมีต่อด้วยมุกผ้างามไม่เท่าคนทอ จางฉี่หลิง...นายนี่มัน
avatar
mama moosap
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 64
Points : 1009
Join date : 29/03/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic]#dmbjdaily 44 days left (Yukata) (AU) Matsuri (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by Eli-kun on Sat 04 Jul 2015, 23:18

เค้า เค้า อยากจะลูบไล้ซิกแพคของพี่จางฉี่หลิง
หนุ่มเลี้ยงวัวคนหื่น ถ้านายจะนอกบทขนาดนี้ ไป ไปเปิดห้อง 555555555
สงสารสาวทอผ้าอู๋เสียเขาหน่อยเถอะ คนดูเป็นร้อย อายแย่แล้ว

กรี๊ดเบาๆกับฉากแว่นดำอุ้มเสี่ยวฮัวออกไปจากเวที คุณพ่อแว่นดำเรื่องนี้เฟี้ยวถูกใจหนูมากค่ะ
avatar
Eli-kun
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 80
Points : 1026
Join date : 04/03/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic]#dmbjdaily 44 days left (Yukata) (AU) Matsuri (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by Rozenkreuz on Sun 05 Jul 2015, 00:13

55555555555555555555555555555555555555555
พี่แว่นดำนี่เฟี้ยวสัด เล่นเป็นเทพก็ยังใส่แว่นดำ ถถถถถ

โคตรฮานายน้อย เนื้อหาแม่งบัดซบมาก 55555555
สรุปมีใครไม่นอกบทบ้าง บทนี่แหกกระจาย เป็นPD คงเอาตีนก่ายหน้าเลยทีเดียว ก๊ากกกก

เข้าใจคำว่า Silent Scream จริงๆจังๆก็คราวนี้ ไม่กล้าส่งเสียงกลัวพ่อตื่นลงมาด่า ได้แต่อ้าปากระบายแบบไม่มีเสียง ถถถถถถถ
avatar
Rozenkreuz
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่

จำนวนข้อความ : 625
Points : 1438
Join date : 01/07/2015
Age : 24
ที่อยู่ : กองทัพผีเก็บเห็ดแห่งประตูสำริด

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic]#dmbjdaily 44 days left (Yukata) (AU) Matsuri (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by yakusoku on Sun 05 Jul 2015, 02:36

เสี่ยวเกอหื่นมากค่าา นายน้อยเปลืองตัวสุดๆเลย แต่ฟินมากคะ อิอิ
avatar
yakusoku
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 369
Points : 1420
Join date : 05/11/2014
ที่อยู่ : โลงในสุสานโบราณ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic]#dmbjdaily 44 days left (Yukata) (AU) Matsuri (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by Narakas on Sun 05 Jul 2015, 14:19

55555555555555 แงงงง ขำมากเลยค่ะะะะ
ขำตั้งแต่นายแว่นใส่แว่นดำเล่นละคร แถมยังมีเสี่ยวฮัวมาเล่นนอกบทด้วย ตาเมินก็หื่นจริงๆ 5555555555

มัวแต่วู้ฮูกันจนสวรรค์ลงโทษ แง้ 5555555555555555
avatar
Narakas
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 263
Points : 1431
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : ทิเบต

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic]#dmbjdaily 44 days left (Yukata) (AU) Matsuri (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by poypoy on Sun 12 Jul 2015, 18:52

คือขำตั้งแต่ต้นจนจบ นายน้อยเสียเปรียบตลอด แล้วนายจางอะไรคะ คุณจะหื่นไปไหม แหม่ ได้ทีเอาใหญ่
avatar
poypoy
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 105
Points : 1165
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : บ้านตระกูลอู๋ ใต้เตียงนายน้อยสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic]#dmbjdaily 44 days left (Yukata) (AU) Matsuri (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by NadaMin on Mon 14 Sep 2015, 20:07

โงยยยยยยยยย น่ารักอะไรขนาดนี้ เสี่ยวเสียของเค้าาาาาาาา //โดนปัก

คุณชายจาง เจ้าชายจาง เหตุใดท่านถึง...กับเสี่ยวเสียได้ขนาดนี้
บทมาจากส่วนลึกในใจสินะคะ  อิอิ น่ารักมาก เนียนเว่อๆ

อาเฮย ท่านเป็นเพื่อนพระเอกที่ดีมาก

อารอง/อาสาม อามาสายไปรึเปล่าคะ มาซะตอนจบเชียว ครุๆคริๆ

ชอบเซ็ทนี้มากเลยค่ะ จะข่มใจอ่านวันพาร์ทสองพาร์ท ฮิ้วววว

NadaMin
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 11
Points : 754
Join date : 10/09/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic]#dmbjdaily 44 days left (Yukata) (AU) Matsuri (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by Zeth on Sun 19 Mar 2017, 20:18

ผิงเสีย is real!!!!
avatar
Zeth
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 74
Points : 275
Join date : 04/03/2017
Age : 19
ที่อยู่ : ใต้เตียงชาวบ้าน

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ