Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

ตั้งหัวข้อ by sinnerdarker on Fri 19 Dec 2014, 01:31

ฟิครุ่นลูกมาอีกแล้วค่ะ ก๊ากกกกกก แงงงงง

ฟิคนี้เป็นฟิคของเสี่ยวหลิง ออริจินอลคาแรกเตอร์ของซินซึ่งเป็นลูกอู๋เสียนะคะ ในฟิคนี้ รบกวนขอให้อ่าน "ของยึดเหนี่ยวอันไม่จีรัง" หรือ "บันทึกของเสี่ยวหลิง (1)" ก่อนเพื่อให้รู้จักเสี่ยวหลิง และอ่าน " รักอันไร้เงื่อนไข" เพื่อให้รู้จักเสี่ยวฮวา ซึ่งเป็นลูกของเสี่ยวฮัวค่ะ

ขอให้สนุกนะคะ


ไทม์ไลน์อยู่ในช่วง 2-3 ปีก่อนครบกำหนดสิบปีค่ะ

สารบัญ

ผิงเสีย - ที่มาของเสี่ยวหลิง

ตอนแรก : The Last Moment *R18* *สปอยเล่มสิบ* [ผิงเสีย]

ตอนสอง :  "ของยึดเหนี่ยวอันไม่จีรัง"  *สปอยเล่มสิบ* [เมนอู๋เสีย มีโมเมนต์ผิงเสีย]

-ซีรี่ยส์บันทึกของเสี่ยวหลิง-

บันทึกของเสี่ยวหลิง (1) *สปอยเล่มสิบ*

บันทึกของเสี่ยวหลิง (2) *สปอยเล่มสิบ*

บันทึกของเสี่ยวหลิง (3) 50% *สปอยเล่มสิบ*

ตอนพิเศษ

[OS] พี่ชายที่ไม่ยอมบอกชื่อ ~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] #dmbjdaily (บุหรี่) เลิกได้ไหม? [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] #dmbjdaily (ป่วย) ความลับเวลาไม่สบาย [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] เรื่องของปู่ทวด [บันทึกของเสี่ยวหลิง]

[OS] #dmbjdaily (พ่อ) บันทึกของเสี่ยวหลิง : รักอันไร้เงื่อนไข [เซี่ยอวี่ฮัว + ?? /Implied ฮัวเฮย or เฮยฮัว]

[Drabble]~ครอบครัวสุขสันต์หลังเราพบกันที่ฉางไป๋ซาน~[บันทึกของเสี่ยวหลิง/ผิงเสีย/เฮยฮัว]


[Drabble] #dmbjdaily (สำริด) ตลกหลายฉากของสองหนุ่มแห่งต้นสำริด [บันทึกของเสี่ยวหลิง+เหล่าหยาง]

[OS] #dmbjdaily (ประถม) แปดชั่วโมงที่ห่างกัน [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~




+++++++++++++++++++++++++++++



เตี่ยบอกว่าผมเป็นพี่ชายแล้ว ต่อไปต้องเข้มแข็งขึ้น เป็นที่พึ่งของน้องชาย ตอนที่ได้ยินแบบนั้น ก็รู้สึกแปลกๆ ผมเป็นลูกคนเดียว รอบข้างก็มีแต่ผู้ใหญ่อายุรุ่นราวคราวเตี่ย ผมจึงไม่เคยรู้สึกว่าต้องเป็นพี่ชายหรือน้องชายใคร พอฟังก็เลยรู้สึกไม่ชินอย่างรุนแรง

แน่นอนว่าเตี่ยไม่ได้มีแต่งงานใหม่กับใครแล้วมีลูกเพิ่ม หรือไปเก็บใครมาเลี้ยง คนที่ทำให้ผมเป็นพี่ชายคือลูกของอาฮัว ชื่อเซี่ยจื่อฮวา ผมเรียกเขาง่ายๆ ว่าเสี่ยวฮวา

พวกเราได้พบกันครั้งแรกตอนที่ผมไปเที่ยวบ้านอาฮัวหลังจากไม่ได้ไปมานาน หลายปีมากแล้วที่ผมไม่ได้ไปบ้านของเขา เตี่ยไปมาหาสู่กับอาฮัวก็จริง และอาฮัวมาบ้านผมหลายครั้ง แต่ตัวผมเองมักจะไม่มีเวลาไปพบเขา เพราะว่าต้องไปโรงเรียน และตัวอาฮัวเองก็ยุ่งมากจนพักหลังไม่มีเวลาแม้แต่จะมาเยี่ยมเตี่ย ส่วนหนึ่งเพราะงานของเขา และเพราะตอนนี้ทำเรื่องรับเด็กคนหนึ่งมาเลี้ยงดู ซึ่งภายหลังผมทราบว่าเป็นลูกของผู้หญิงที่มาตะโกนใส่อาฮัววันนั้นที่ผมไปเยี่ยมบ้าน

ผมไม่ได้ถามเตี่ยว่าเด็กคนนั้นเป็นยังไงบ้าง ถึงจะเป็นห่วงผมก็ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าไปยุ่งวุ่นวายเรื่องที่เคร่งเครียดแบบนั้น แต่ผมก็เคยได้ยินอาฮัวโทรมาปรึกษาเตี่ยหลายครั้ง เรื่องที่ว่าควรเลี้ยงเด็กไหม การเป็นพ่อคนเป็นเช่นไร ทำเรื่องเอกสารยังไง บางครั้งอาฮัวโทรถี่มากจนเตี่ยหัวเสีย ก็ด่ากลับไปบ้างเหมือนกัน

แม้จะไม่รู้อะไรมาก แต่อย่างน้อยผมก็ทราบว่าอาฮัวเลี้ยงเด็กคนนั้ยเอาไว้ และลูกของอาฮัวชื่อเซี่ยจื่อฮวา ผมจึงรู้สึกสบายใจที่อย่างน้อยอาฮัวก็รักเด็กคนนั้น

แต่ถึงแม้ผมจะรู้จักเสี่ยวฮวา ก็ไม่เคยพบหรือทำความรู้จักกัน ผมรู้จักเขาผ่านคำบอกเล่าและผ่านชื่อ จนกระทั่งวันนั้นที่เตี่ยปลุกผมขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว พาไปที่บ้านอาฮัวโดยไม่บอกอะไร และวันนั้นผมถึงทราบว่าเตี่ยพามาให้รู้จักกับเสี่ยวฮวา

เสี่ยวฮวาหน้าตาคล้ายอาฮัวมากกว่าคล้ายแม่ เด็กคนนั้นเป็นเหมือนผมที่คล้ายเตี่ยเสียส่วนใหญ่ ทว่าส่วนที่คล้ายกับคนอื่นนั้น..กระทั่งบัดนี้ผมก็ไม่ทราบว่าคล้ายกับใคร

ผมรู้ว่าแม่ของเสี่ยวฮวาเป็นใคร และผมไม่แน่ใจว่าเสี่ยวฮวาจะรู้ไหม ดังนั้น..ชั่วแวบหนึ่งที่อิจฉาเจ้าตัวได้เพราะรู้ว่าแม่เป็นใคร จึงรู้สึกละอายจนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิด

ดูเหมือนตอนที่อาฮัวแนะนำผมให้เสี่ยวฮวาฟัง เขาจะกลัวนิดหน่อย แอบหลบหลังขากางเกงแล้วแอบมองมา ท่าทางบอบบางน่ารัก ดังนั้นผมเลยยิ้มให้เสี่ยวฮวานิดหน่อย ตอนนั้นรู้สึกว่าใบหน้าแดงเรื่อ ผมไม่ถยัดยิ้มให้ใคร แต่ว่าไม่อยากให้เสี่ยวฮวากลัว ก็เลยยิ้มทั้งที่ไม่ถนัด

ดูเหมือนพอเห็นผมยิ้ม เสี่ยวฮวาก็เริ่มหายกลัว เดินละจากอาฮัวมา ลังเลนิดหน่อยแล้วจับมือผม ยิ้มให้พร้อมถามเจื้อยแจ้วว่าเรียกผมว่าพี่ซานหลิงได้ไหม

เสี่ยวฮวาน่ารักมาก เวลายิ้มก็สดใสเบิกบานเหมือนตุ๊กตาเด็กผู้หญิง ผมรู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงเถือก แต่ก็ผงกหัวให้ ยอมให้เจ้าตัวเรียกผมว่าพี่ซานหลิง

นั่นเป็นการพบกันครั้งแรกของเรา และผมคิดว่าเป็นรักครั้งแรกของผม

อย่างไรก็ตาม สองวันถัดมาอาฮัวแอบกระซิบบอกผมว่าเสี่ยวฮวาเป็นผู้ชาย ดังนั้นความรักครั้งแรกของผมจึงจบลงในชั่วเวลาสองวันที่ว่าโดยไม่มีสัญญาณใดใด




++++++++++++++++++





“เสี่ยวหลิง วันนี้ตอนเย็นไปบ้านอาฮัวนะ”

เตี่ยกล่าวบอกผมตอนที่ผมกำลังจะออกจากบ้านไปโรงเรียน ผมกะพริบตาเงยมองหน้าเตี่ย ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องทำแบบนั้น

ปกติแล้วหลังเลิกเรียนผมมักจะตรงไปที่ร้านของเตี่ย ปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ประจำตัว หยิบหนังสือเก่าๆ ในร้านซักเล่มมาอ่าน ดื่มด่ำความเงียบสงบในร้านพร้อมกับจมลงไปในโลกของตน พอถูกเปลี่ยนชีวิตประจำวันแบบนี้ เลยรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย

“ทำไมหรือเตี่ย?” ผมเอ่ยถามเขาไป เงยหน้ามองเตี่ยด้วยความสงสัย เตี่ยทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย ก่อนจะลูบหัวผมเบาๆ แล้วเอ่ยตอบ “อาฮัวขอมาน่ะ เห็นว่าตอนนี้เสี่ยวฮวาไม่ยอมไปโรงเรียน เลยอยากให้เสี่ยวหลิงไปอยู่เป็นเพื่อนเขาหน่อย”

พอได้ยินแบบนั้น  ผมก็เข้าใจว่าทำไมเตี่ยถึงอยากให้ผมไปบ้านอาฮัว ผมคิดว่า ผมคงเป็นเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเสี่ยวฮวาที่สนิทด้วยมากที่สุด ก็เลยอยากให้ไปอยู่เป็นเพื่อน และบางที…ควรจะเกลี่ยกล่อมไปเรียน

แต่ว่าเพราะแบบนั้น ผมเลยเกิดเป็นกังวลขึ้นมา ผมรู้ว่ามีเด็กที่ไปโรงเรียนแล้วไม่ยอมไปอีก เป็นเพราะเข้ากับเพื่อนไม่ได้บ้าง ติดพ่อแม่บ้าง ผมเองไปโรงเรียนครั้งแรกก็ได้เพื่อนดีดีอย่างลี่หลิวกวง ทั้งเพราะผูกติดกับเตี่ยมานานจึงอยากจะห่างกันบ้าง (ถึงแม้สุดท้ายพอเจอหน้าเตี่ย ผมก็กระโดดใส่เพราะคิดถึงอยู่ดีก็ตาม) ดังนั้นจึงอยากให้เสี่ยวฮวาไปโรงเรียนได้เช่นกัน

“เข้าใจแล้วฮะ เตี่ย”ผมผงกหัวให้เตี่ย จากนั้นเขาจึงยิ้มให้ อุ้มผมขึ้นมากอดแล้วหอมแก้มฟอด บอกว่าเสี่ยวหลิงของเตี่ยน่ารักที่สุด ตอนนั้นผมโตมากแล้ว พอเตี่ยทำแบบนี้บางทีก็เขิน แต่เพราะนักเตี่ยมาก แล้วก็ใช่ว่าไม่ชอบ เลยหอมแก้มเตี่ยกลับไป ยอมให้อุ้มพักใหญ่กระทั่งเตี่ยบ่นปวดเอว วางผมลงไปเอง

วันนั้นหลังเลิกเรียน มีคนมารอรับผมแทนอาหวังเหมิง ผมจำได้ว่าเป็นคนสนิทของอาฮัว ก็เลยเดินไปทักทายเขา ขึ้นรถคันใหญ่ที่เขาส่งมารับผมไป

ผมเกร็งมาก เพราะไม่ได้ไปบ้านอาฮัวนานมากแล้ว ถึงจะเพิ่งไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็ยังไม่ทำให้เคยชิน ผมไม่ชอบที่ที่มีคนอยู่มาก บ้านอาฮัวมีลูกน้องและคนรับใช้เต็มบ้าน ทำให้ผมรู้สึกเหมือนประสาทกลับทุกครั้งที่ไป หากว่าไม่ได้พบสถานที่ส่วนตัวที่ทำให้ใจสงบ เกรงว่าผมคงไม่กล้าตามเตี่ยมาบ้านอาฮัวอีกเป็นครั้งที่สอง

แน่นอนว่าผมไม่ได้บอกอาฮัวเรื่องนั้น แต่ผมคิดว่าอาฮัวรู้ เพราะเวลาที่ต้องกลับบ้าน อาจะมารอที่ทางเข้าสถานที่ส่วนตัวนั้นตลอด บางทีเขาคงรู้จักนิสัยของผมมากไป ดังนั้นแม้จะรู้จึงไม่ลากหรือเข้าไปหา แต่ว่าอาฮัวรู้แน่ๆ ผมมั่นใจ

ไม่นานนัก ผมก็มาถึงบ้านอาฮัว คฤหาสน์ไม้หลังใหญ่ยังคงอยู่ในความทรงจำ ผมส่ายตามองล่อกแล่กนิดหน่อย ไม่นานนักอาเฮยก็เดินออกมาหา ดึงแขนผมไปแล้วยกขึ้นมาอุ้ม

“สบายดีไหมเสี่ยวหลิง!!”

“หวา!!” ผมอุทานนิดหน่อย เดินหนีไม่ทัน  ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่ออาเฮยหอมแก้มผมฟอดใหญ่ แล้วสลับไปหอมอีกข้างอย่างรวดเร็ว “อาเฮย ผมเจ็บ…”

“แค่หอมแก้มเองน่า”อาเฮยบู่ปากแล้วอุ้มผมพาเข้าไปในบ้าน ยังคงถูแก้มเขากับแก้มผมแล้วพึมพำทำนองว่า ‘ผิวเด็กนี่นิ่มจัง’ ‘อยากจะกลืนลงท้อง’ ไม่หยุด ผมฟังเขาพูดจนชักกลัวว่าจะโดนอาเฮยกลืนลงท้องจริงๆ อาฮัวก็ปรากฏตัวขึ้น มองอาเฮยด้วยสายตากดดัน

ผมเห็นอาเฮยยิ้มแหย รีบวางผมลงกับพื้น เลยถอนหายใจโล่งอก เอ่ยทักทายอาฮัวไป “สวัสดีฮะ อาฮัว”

“สวัสดีเสี่ยวหลิง” อาฮัวยิ้มให้ผม ลูบหัวผมนิดหน่อย ก่อนจะชี้ประตูห้องที่อยู่ข้างผม “เสี่ยวฮวาอยู่ในห้องน่ะ ถ้าเป็นไปได้..ให้เขากินอะไรหน่อยก็ดีนะ”

เขาพูดด้วยสายตากังวล ผมจึงผงกหัวให้ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง เอ่ยเรียกชื่อของเด็กชาย “..เสี่ยวฮวา?”

ตอนแรกคนในห้องยังไม่ยอมพูดอะไร นั่งเหม่ออยู่ที่หน้าต่าง กระทั่งผมเรียกอีกครั้ง “เสี่ยวฮวา”

คราวนี้เขาสะดุ้ง หันมาทางผม แย้มยิ้มสดชื่นทันที “พี่ซานหลิง!! คิดถึงจังเลย!”

ว่าจบ เขาก็วิ่งมาหาผม กระโดดกอดหมับจนผมแทบจะล้มลงกับพื้น

“พี่ก็คิดถึงเสี่ยวฮวานะ” ผมลูบเส้นผมนุ่มละเอียดของเขา ในขณะที่เขาซุกหน้าลงกับหน้าท้องผม ไม่นานนักเจ้าตัวถึงละออก ยิ้มหวานให้ผม “พี่ซานหลิงอุตส่าห์มา เล่นอะไรดี”

“อะไรก็ได้..” ผมตอบพึมพำไป แต่ไหนแต่ไรไม่ใช่คนที่ชอบเล่นอะไร ความจริงก่อนหน้านี้ถึงจะมาเล่นกับเสี่ยวฮวา ส่วนใหญ่ผมก็หมดไปกับการอ่านหนังสือข้างๆ เขา บทสนทนาเรามักตะกุกตะกักและไม่ปะติดปะต่อ เพราะผมเป็นคนที่พูดน้อย ไม่ค่อยชอบพูด แต่ทั้งอย่างนั้นเขากลับดูติดผมมากจนผมประหลาดใจ บางครั้งก็แทรกเข้ามานอนขาระหว่าทงี่ผมอ่านหนังสือ ร้องขอให้เล่าเรื่องให้ฟัง ผมเองไม่รู้จะขัดใจทำไม เลยอ่านหนังสือให้เขาฟังจนบางครั้งเสี่ยวฮวาก็เกือบเคลิ้มหลับไป

‘ก็เสียงพี่ซานหลิงน่าฟัง’

เขาบอกแบบนั้นตอนที่ผมถาม แต่ผมคิดว่าเสียงเสี่ยวฮวาน่าฟังกว่า ยิ่งเวลาที่เขาฝึกร้องงิ้ว จะไพเราะน่าฟังมาก

“งั้นออกไปเล่นข้างนอกกัน!!” เสี่ยวฮวากล่าวเริงร่า ลากแขนผมออกนอกห้องไป ผมเกือบจะเดินไปตามน้องลาก แต่พอเห็นถาดข้าวต้นก็นึกได้ รีบฉุดแขนเขาไว้

“ไม่ได้” ผมส่ายหัวให้เสี่ยวฮวา “กินข้าวก่อน”

“….แต่เสี่ยวฮวาไม่หิว” เซี่ยจื่อฮวาโอดครวญใส่ผม

“ไม่ได้ ถ้าไม่กินพี่ไม่เล่นด้วย” ผมเอ่ยเสียงแข็ง เสี่ยวฮวาเลยหงอยไป เดินมานั่งกินข้าวต้มอย่างไม่เต็มใจนัก แล้วบ่นพึมพำทำนองว่าไม่อยากกิน กินไม่ลง และกินด้วยความเร็วที่อืดจนน่าใจหาย พอมองไปซักพักหนึ่งผมเลยถามขึ้น

“ให้พี่ป้อนไหม?”

ผมถามออกไป เพราะเวลาที่ผมดื้อดึงไม่ยอมทานอะไร เตี่ยจะยึดช้อนไปตักป้อนผม เวลาแบบนั้นไม่รู้ทำไม ผมถึงตามใจเตี่ยไปซะทุกที ไม่รู้เหมือนกันว่ากับเสี่ยวฮวาจะใช้ได้ไหม

ปรากฏว่าพอถามแบบนั้นไป เสี่ยวฮวาก็สะดุ้งเบิกตากว้าง ถ้าตาไม่ฝาดก็เหมือนเห็นหูหมาตั้งขึ้นมา ก่อนจะผงกหัวหงึกๆ “เอาครับ! พี่ซานหลิงป้อนเสี่ยวฮวาหน่อยน้า~~”

เขาว่าพลางจ้องผมตาแป๋ว ผมเลยหลุดหัวเราะนิดหน่อย หยิบช้อนที่เสี่ยวฮวาวางลงตักข้าวแล้วป้อนให้เขากินทีละคำ เสี่ยวฮวาดูกินอย่างมีความสุขมาก ไม่นานนักข้าวต้มก็หมดชาม ผมเห็นว่ามีข้าวต้มเลอะปากเขานิดหน่อย เลยผ้าเช็ดหน้าของตัวเองเช็ดปากให้เขา

"ออกไปเล่นได้หรือยัง พี่ซานหลิง” เสี่ยวฮวาถามผมเสียงใส ดวงตาเป็นประกายจดจ้องอย่างคาดหวัง ผมเลยอดยิ้มนิดๆ ไม่ได้แล้วผงกหัว จากนั้นก็โดนน้องลากวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

เรามาถึงสวนเล็กๆในคฤหาสน์ของอาฮัว เป็นที่เล่นประจำช่วงที่ผมมาเล่นหาเขาบ่อยๆ ส่วนใหญ่ผมไม่ใช่คนชวนเล่น จะเป็นเสี่ยวฮวาที่สรรหาของมาเล่นเอง บางครั้งเราก็แค่โยนบอลให้กัน หรือเล่นใบ้คำ เล่นซ่อนหา จากนั้นพอเหนื่อยก็จะนั่งเล่นกันใต้ร่มไม้

วันนี้เองก็เช่นกัน เราเล่นกันจนเหนื่อย จากนั้นก็ล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้หินอ่อนใต้ซุ้มต้นไม้ หอบหายใจอย่างปลอดโปร่ง

“พี่ซานหลิง” เสี่ยวฮวาเรียกผม ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะหยิบหนังืสอขึ้นมาเล่มหนึ่ง “อ่านให้ฟังหน่อยสิ!”

“..นิทานเหรอ?” ผมถามเขาไป หยิบหนังสือที่เขาหยิบออกมาจากไหนไม่ทราบมามอง จากนั้นเสี่ยวฮวาก็ทิ้งตัวลงนอนตักผม นอนตะแคงแล้วจ้องด้วยสายตาคาดหวัง เหมือนจะบอกด้วยสายตาว่า พี่ซานหลิง อ่านนิทานให้ฟังทีน้า

เพราะแบบนั้น ผมเลยได้แต่ถอนหายใจ เปิดนิทานแล้วเล่าให้เขาฟังด้วยเสียงเรียบเรื่อย

นิทานเรื่องนี้ผมจำได้ว่าเคยถูกถูกรบเร้าเมื่อนานมาแล้ว เป็นนิทานยุคใหม่ ไม่ใช่นิทานจีนเก่าแก่ที่มีหลักธรรมคำสอน เป็นเรื่องของเด็กชายกับแม่ของเขา เด็กชายป่วยหนักอยากรักษาแม่ จึงดั้นด้นออกเดินทางหายาที่ทำให้อาการของแม่หาย เขาเดินทางจนสุดท้ายไม่พบสิ่งใด แต่ยามกลับมา มารดาก็ร้องไห้เพราะความคิดถึง และสุดท้ายน้ำตาของทั้งสองก็กลายเป็นยา ทำให้แม่ของเขาหาย และดลบันดาลเงินทองมากมายให้

มันเป็นนิทานที่ไม่มีอะไร..เต็มไปด้วยความเพ้อฝัน ไร้เหตุผล แต่ผมคล้ายจะเข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงชอบมัน

…เพราะนิทานเรื่องนี้มี ‘แม่’ อยู่

ผมหลุบตาลงเล็กน้อย ปิดนิทานเมื่ออ่านจบ พิงหลังกับม้าหิน ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เสี่ยวฮวา ทำไมไม่ไปโรงเรียนล่ะ”

ร่างที่นอนตะแคงเข้าหาตัวผมสะดุ้ง งึมงำขึ้นมา “เสี่ยวฮวาไม่ชอบ ไม่อยากไป”

“ทำไมถึงไม่ชอบล่ะ?” ผมก้มหน้าถามเขา แล้วเสี่ยวฮวาก็ซุกหน้ากับตักผม ตอบเสียงอู้อี้ “..ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ”

“แต่ถ้าเสี่ยวฮวาไม่ไปโรงเรียน เตี่ยฮัวกับเตี่ยเฮยจะเศร้านะ” ผมลองว่าขึ้น และเขาสะดุ้งเบาๆ

“…ตะ..แต่…”

“พี่ก็เศร้าหมือนกัน”

“…งือ” เสี่ยวฮวาครางในคอ ลุกขึ้นมานั่งตีสีหน้าเหงาหงอย “…จริงเหรอ?”

“อืม แล้วเพื่อนๆ จะไม่เศร้าเหรอที่ไม่เจอเสี่ยวฮวา” ผมเอียงคอเอ่ยถามเขา แกว่งขาเบาๆ แต่คราวนีท่าทีลังเลของเขากลับหายวับ กลายเป็นสีหน้างอแงเหมือนเดิม “ไม่มีใครอยากเจอเสี่ยวฮวาหรอก!!”

“ทะเลาะกับเพื่อนเหรอ?” ผมถามเขาไปเสียงเรียบ

เสี่ยวฮวาส่ายหัว

“หรือว่าถูกใครแกล้ง?” ผมรีบถามเขาต่อทันที แต่เขากลับส่ายหัวไปมาอีก

“ไม่ชอบคุณครู?”

เขายังคงส่ายหัว

“โรงเรียนไม่สนุกเหรอ?”

“….สนุก แต่ว่าไม่อยากไป…” เสี่ยวฮวาพึมพำบอกผม ก่อนจะมุดมาซบหน้ากับตักผมอีกรอบ เป็นการบอกว่าจะไม่ยอมพูดอะไรด้วยอีกแล้ว

คราวนี้ผมเลยไม่รู้จะทำยังไง ว่ากันไปผมก็เป็นแค่เด็กประถมห้า ยังไม่ถึงวัยรุ่นที่จะเข้าใจอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะตัวเองเป็นพี่ เลยลูบหัวน้องเบาๆ

คราวนี้เขางึมงำคำถามขึ้นมา

“…แม่”

“หืม?”

“ทำไมเสี่ยวฮวาไม่มีแม่ล่ะ พี่ซานหลิง” เด็กชายพึมพำเสียงสั่นเครือ ผมรู้สึกเหมือนมีน้ำตาซึมเปียกลงบนกางเกง

..นั่นเป็นคำถามเดียวกับที่ผมเคยถามตัวเอง ถามเตี่ย และโกรธที่เขาไม่ยอมบอกอะไร

เสี่ยวฮวาไม่รู้ว่าแม่ตัวเองเป็นใคร และผมคิดว่าไม่รู้อาจจะดีกว่า แต่เพราะแบบนั้นผมก็ยิ่งสับสน เพราะผมเองเคยอยากรู้ว่าแม้เป็นใครเพียงเพราะอยากรู้ความเป็นไปของตน

แต่ว่าสิทธิ์ที่จะบอกเขาเรื่องแม่ไม่ใช่ของผม เป็นของอาฮัวและอาเฮย

“นั่นสิ พี่ก็อยากรู้เหมือนกัน” ผมตอบเขาไปกลายๆ “พี่เองก็ไม่มีแม่เหมือนกัน”

พอได้ยินแบบนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นมา ผมถึงเพิ่งเห็นว่าเขาร้องไห้ น้ำหูน้ำตาไหลเปื้อนกางเกงผมไปหมด “พี่ซานหลิงด้วยเหรอ?”

ผมพยักหน้าไปเบาๆ “แต่ว่าพี่มีเตี่ยที่รักพี่มากๆ พี่เลยไม่เป็นไร เตี่ยเฮยกับเตี่ยฮัวก็รักเสี่ยวฮวามากๆไม่ใช่เหรอ?”

“…..ก็ใช่ แต่ว่า..” เซี่ยจื่อฮวาพึมพำ ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง พิงหลังกับพนักแล้วยกขาขึ้นมากอดเข่า“….เวลาเสี่ยวฮวาเห็นแม่ของเพื่อนมารับ เสี่ยวฮวาเจ็บมาก..เสี่ยวฮวาไม่อยากเห็นภาพพวกนั้น เลยไม่อยากไปโรงเรียน”

พอได้ยินแบบนั้น ผมก็เบิกตาขึ้นนิดหน่อย ก่อนจะหลุบตาลง ชันเข่าขึ้นเล็กน้อยแล้วเอื้อมแขนไปกอดน้องแน่นๆ  ซบหน้าลงกักลุ่มผมนุ่มของเสี่ยวฮวา รู้สึกเหมือนคราวนี้ตัวเองก็จะร้องไห้เหมือนกัน

มันเป็นความรู้สึกเดียวกัน เพียงแค่ผมเก็บมันไว้เก่งกว่า อดทนเก่งกว่า จึงไม่เจ็บมากมาย ไม่ได้ทรมานยามที่เห็นแม่ของเพื่อนอุ้มเพื่อนขึ้นมากอด หอมแก้มแล้วพากันจูงมมือกลับบ้น ผมเพียงตั้งคำถามกับตัวเอ งเจ็บร้าวเบาบาง และลืมมันไป อีกอย่างตัวตนของเตี่ยในใจผมใหญ่มาก มันจึงไม่เคยทำร้ายผมอย่างจริงจัง

แต่สำหรับเสี่ยวฮวาคงไม่เป็นเช่นนั้น

ผมกอดน้องแน่นมาก บอกว่าไม่เป็นไร..ไม่เป็นไร เสี่ยวฮวาตัวสั่น เหมือนจะร้องไห้ออกมา ผมคิดว่าเขาคงกดมันเอาไว้นานมากแล้ว ถึงระเบิดออกมาแบนี้

อาเฮยเคยบอกว่าพวกตระกูลเซี่ยชอบเก็บอารมณ์ไว้กับตัว ไม่ยอมให้ใครเห็นน้ำตา ไม่ยอมเล่าอะไรให้ใครฟัง ผมเพิ่งเข้าใจวันนี้เอง

“อึก! …แงงง..ฮือ…เสี่ยวฮวาอยากมีแม่ไปรับบ้าง ฮึก.. พี่ซานหลิง… ทำไมเสี่ยวฮวาไม่มีแม่ล่ะ..แง….” เด็กชายร้องไห้งอแง ยกแขนขึ้นกอดตอบผม ซุกใบหน้ากับไหล่แล้วสะอื้นฮั่กๆ ผมพยายามกลั้นน้ำตาตัวเอง ลูบหลังของเสี่ยวฮวา หัวข้อนี้เปราะบางเกินไป แต่ผมเป็นพี่ จะมาร้องไห้กับน้องไม่ได้ ต้องเป็นฝ่ายปลอบสิ

“เราเลือกไม่ได้นี่นา…อีกอย่างนะ ถึงไม่มีแม่ แต่เราก็มีเตี่ยไม่ใช่เหรอ เตี่ยที่รักเราเป็นสองเท่าของแม่ไง” ผมปลอบเขา ลูบหลังเบาๆ เหมือนที่เตี่ยทำเวลาผมร้องไห้ “ไม่มีแม่ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย เตี่ยฮัวกับเตี่ยเฮยรักเสี่ยวฮวามาก พยายามจะชดเชยที่เสี่ยวฮวาไม่มีแม่ ถ้าเสี่ยวฮวาร้องไห้แบบนี้ เตี่ยเฮยกับเตี่ยฮัวจะเสียใจนะ”

พอเขาได้ยินแบบนั้นก็ชะงัก ยกแขนปาดน้ำตา “…จริงเหรอ?”

“จริงสิ เสี่ยวฮวารักเตี่ยไหม?”

“รักสิ!! รักมากๆ ด้วย” เขาเงยหน้าจากไหล่ผมมาพูดเสียงจริงจัง

“งั้นเวลาเห็นแม่มารับเพื่อน เสี่ยวฮวาก็คิดในใจนะว่า เราก็มีเตี่ยนี่นา ตั้งสองคน ดีไหม” ผมเอ่ยบอกเขาด้วยรอยยิ้ม ยกแขนเสื้อปาดน้ำตาเลอะเทอะและคราบน้ำตาของเขาออกเบาๆ “แล้วทำไมต้องเป็นแม่ล่ะ เป็นเตี่ยไปรับไม่ได้เหรอ?”

“…เตี่ยฮัวไม่เคยไปรับ มีแต่พวกลุงๆ ที่ไปรับ” เสี่ยวฮวาพึมพำบอกผม ยกแขนเส้อขึ้นเช็ดหน้าตาแรงๆ ผมเลยรีบตีมือเขา กลัวหน้าจะช้ำก่อน แต่จะว่าไปผมก็ใช้แขนเสื้อเช็ดเหมือนกัน..แต่อย่างน้อยก็เช็ดเบาๆนี่นา “อาฮัวกับอาเฮยยุ่ง ไม่มีเวลา”

“งั้นพรุ่งนี้พี่ไปรับไหม?” ผมเผลอหลุดปากไป อีกวินาทีหนึ่งถึงนึกได้ว่าตัวเองก็ยังต้องให้คนไปรับไปส่งอยู่ แต่พอเงยหน้าจะปฎิเสธ เสี่ยวฮวาก็ทำตาเป็นประกาย จดจ้องผมด้วยสายตาคาดหวังแล้ว

“จริงเหรอ!!”

“…..อืม” ผมผงกหัวให้น้อง คิดในใจว่าวันนี้คงทะเลาะกับเตี่ยยกใหญ่แน่นอน

“ไชโย! งั้นพรุ่งนี้เสี่ยวฮวาไปโรงเรียนก็ได้ พี่ซานหลิงสัญญาแล้วนะ ใช่ไหม!” เขาลุกจากเก้าอี้ไปยืน กุมมือผมไว้แล้วมองด้วยดวงตาที่ปราศจากความเศร้า

ก่อนจะขยับริมฝีปากของเขามาสัมผัสกับผมหนึ่งที

ผมสะดุ้งเฮือก แต่มันเร็วมาก ไม่นานนักเขาก็ละไปแล้วยิ้มแฉ่ง ดึงผมให้ลุกขึ้นแล้วดึงให้วิ่งตามไป บอกกับอาๆ ทัง้สองว่าตนยอมไปโรงเรียนแล้ว พวกเขามองผมอย่างตกใจ ผมเลยยืนหลบหลังน้อง ก้มหน้ามองพื้นเขินๆ เย็นวันนั้นเราเล่นกันต่ออีกนิดหน่อย แล้วเตี่ยก็มารับผมกลับบ้าน

อย่างที่คิด ผมทะเลาะกับเตี่ยนานมาก เพราะเตี่ยหวงผม แม้บัดนี้ปล่อยให้ไปโรงเรียนก็ยังไม่อยากให้ไปไหนคนเดียว ผมต่อรองกับเตี่ย ทั้งอ้อนทั้งขอร้อง เตี่ยถึงบอกว่ารับน้องแล้วต้องกลับมาที่ร้านทันที เขาจะบอกอาฮัวเองว่าจะให้เสี่ยวฮวาไปเล่นที่ร้านก่อน

ผมได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจ อย่างน้อยก็ไม่ผิดสัญญากับเสี่ยวฮวาแล้ว

คืนนั้นผมหลับไปด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่จะไปไหนมาคนเดียว เป็นครั้งแรกที่ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ไปรับใครซักคนกลับบ้าน คืนนั้นผมฝันเห็นภาพแปลกๆ หลายครั้ง ส่วนใหญ่เป็นภาพเสี่ยวฮวาที่วิ่งมาโดดใส่อย่างดีใจ

และหวังว่าพรุ่งนี้..บางทีความฝันจะเป็นจริง




++++++++++++++++++++++++




“รีบไปไหนน่ะซานหลิง!!”ลีหลิวกวงตะโกนเรียกผม อันที่จริงก็แทบจะกระชากคอเอาไว้ ”ไม่เล่นบอลด้วยกันเหรอ? คราวก่อนมีนายเราถึงชนะ คราวนี้มาเล่นด้วยทีเหอะ ขอเลย!”

“ขอโทษนะ วันนี้ต้องรีบกลับจริงๆ”ผมรีบบอกเขา สัญญาว่าคราวหน้าจะเล่นด้วย และหอบกระเป๋าขึ้นหลัง ออกจากห้องไปเป็นคนแรกทั้งที่ปกติเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากห้อง ผมรีบวิ่งลงบันไดไป ออกจากโรงเรียน เดินตามแผนที่ที่อาฮัวให้ไว้ โชคดีที่โรงเรียนของเสี่ยวฮวาไม่ได้ไกลจากกันมากนัก ไม่นานผมจึงไปถึง

ที่นั่นแทบไม่มีเด็กอยู่แล้ว บางทีผู้ปกครองคงมารับกันหมด ผมรีบเดินเข้าไปโรงเรียน เห็นเสี่ยวฮวานั่งเล่นอยู่ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ท่าทางดีใจ

ผมหอบหายใจเล็กน้อยเพราะรีบวิ่งมา เดินย่องไปด้านหลังเขา ก่อนจะบีบลงบนไหล่หนักๆแล้วว่าขึ้น “เสี่ยวฮวา พี่มาแล้ว”

เสี่ยวฮวาสะดุ้งสุดตัว เงยมองหน้าผม เขาอึ้งเล็กน้อย ตกใจ ก่อนจะทำสีหน้ากลั้นยิ้ม และโดดกอดผมสุดตัว “พี่ซานหลิงมารับจริงๆด้วย!”

“พี่สัญญาไว้แล้วนี่” ผมบอกเขายิ้มๆ อยากจะอุ้มแต่ดูเหมือนผมเองคงทำไม่ไหว เสี่ยวฮวาละออกไป ยิ้มไม่หุบแล้วกุมมือผมไว้ “เสี่ยวฮวาทำตามที่พี่ซานหลิงบอก พอเห็นก็บอกตัวเองว่ามีเตี่ยๆ อยู่ แล้วพอคิดว่าพี่ซานหลิงจะมารับก็ยิ้มมมม หุบไม่ได้เลย ก็มีพี่ชายมารับสุดยอดกว่ามีแม่มารับน้ออ”

“งั้นเหรอ” ผมเอียงคอไม่ค่อยเข้าใจ แต่ว่าถ้าเสี่ยวฮวาดีใจผมก็คิดว่าดี ผมจูงมือเขาไว้ บอกว่าให้กลับบ้าน ตอนนั้นเองก็มีเสียงดังขึ้นจากข้างหลัง

“นั่นไง เด็กไม่มีแม่ ฮ่าๆ! แบร่~~”

เสี่ยวฮวาสะดุ้ง ไม่ยอมหันไปมองข้างหลัง ผมจึงเป็นฝ่ายที่หันไปแทน เห็นเด็กผู้ชายตัวใหญ่แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ ท่าทางเหมือนเป็นหัวโจกของชั้นเรียน

“แบร่ๆ~ ไม่มีแม่~”

“ไม่มีแม่~~~”

“ไม่ม—“





“ไม่มีแม่แล้วทำไม”






ผมเอ่ยขึ้นเสียงเย็น ยกมือปิดหูเสี่ยวฮวาที่ตัวสั่นอยู่

พวกเด็กๆ ชะงักนิ่งใส่ผม ผมเองก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร บัดนี้ความรู้สึกหงุดหงิดโกรธขึ้งเกาะกุมจิตใจ ทำให้ผมนิ่งกว่าปกติ

ฝ่ายนั้นไม่พูด ผมก็ไม่พูด ความเงียบโรยราลงมา กระทั่งผมเป็นฝ่ายทำลายมัน

“…ไม่มีแม่แล้วทำไม?”

ผมกล่าวถามซ้ำอีกครั้ง กังวานชัดเจน ไม่รู้ว่าบัดนี้หน้าตาของผมเป็นเช่นไร แต่ดูเหมือนสองคนนั้นจะหวาดกลัวจนหน้าซีด พวกเขาน่าจะอายุมากกว่าเสี่ยวฮวาแต่น้อยกว่าผม และที่จริงเด็กหัวโจกตัวใหญ่กว่าผม แต่ไม่รู้เหตุใดยามนี้ผมจึงไม่กลัวว่าเด็กคนนั้นจะทำร้ายผมแม้แต่น้อย

ผมทนให้ใครทำร้ายน้องชายไม่ได้

“..นาย....เป็นพี่เซี่ยจื่อฮวาเหรอ”เด็กหัวโจกทำใจดีสู้เสือแม้จะหน้าซีดตัวสั่น ชี้นิ้วมาทางผม “งั้นนายก็ไม่มีแม่ด้วย แบร่ คนไม่มีแม่ คนไม่มีแม่! ไม่มี….”

“ไม่มีแม่แล้วทำไม จะทำให้กลายเป็นคนเลวเหรอ” ผมบอกเขา คลายมือที่ปิดหูเสี่ยวฮวาเปลี่ยนมาบีบไหล่เขาไว้แทน “แต่ว่าพวกนายที่มีพ่อมีแม่แต่กลับพูดจาทำร้ายคนอื่นแบบนี้ เลวซะยิ่งกว่าพวกเราอีก เพราะงั้นถ้าต้องมีพ่อแม่แล้วนิสัยเหมือนพวกนาย พวกเรายอมไม่มีก็ได้ จะเป็นอะไรไป?”

“นะ..นาย!”

“หรือคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ถูก กลับไปถามพ่อแม่ด้วยว่าการแกล้งคนอื่นแบบนี้ถูกต้องหรือเปล่า”

“…..อึก! มันจะมากไปแล้วนะ!”เด็กหัวโจกวิ่งมาทางผม หยิบหมัดขึ้นมาเตรียมจะต่อย ปรากฏว่าเขาลื่นผ้าที่หล่นอยู่ข้างหน้าเสี่ยวฮวา ล้มโครมลงไปซะเอง

“..จะ..เจ็บ! แม่จ๋า!!!” เด็กหัวโจกร้องไห้งอแง ผมกะพริบตาปริบมอง ความหงุดหงิดตึงเครียดจางหายในพริบตา

เสี่ยวฮวากระตุกแขนผม เงยหน้ายิ้มแฉ่ง “กลับกันเถอะพี่ซานหลิง เสี่ยวฮวาไม่เป็นอะไรแล้ว”

“…แต่สองคนนั้น” ผมมองไปทางเด็กหัวโจกที่ร้องไห้ ท่าทางจะหัวบวมปูด แต่ไม่ได้เป็นอะไรมากมาย ผมเก็นดังนั้นจึงเดินออกมาพร้อมเสี่ยวฮวา แล้วพวกเราก็เดินกลับบ้านด้วยกัน มีปลายทางที่ร้านของเตี่ยผม

พวกเราเดินกันเงียบมาก เสี่ยวฮวาที่ตอนแรกดี๊ด๊าเพราะผมมาหาก็หงอยลง ซักพัก ผมจึงทำลายความเงียบเสีย

“..โดนสองคนนั้นแกล้งมาตลอดเหรอ?” ผมถามคนที่จูงมืออยู่ เสี่ยวฮวาผงกหัว แล้วว่าต่อ “แต่เสี่ยวฮวาไม่เจ็บหรอก แค่รำคาญ ตอนที่เห็นแม่เขามารับ เสี่ยวฮวาเจ็บกว่า”

“…ยังไม่อยากมาโรงเรียนอยู่ไหม?”

“…..อืม” เสี่ยวฮวาผงกหัว “…มีพวกนั้นอยู่ โรงเรียนไม่สนุกเลย…เสี่ยวฮวาเกลียดพวกนั้น ไม่ไปแล้วได้ไหม?”

ผมนิ่งไปนาน ก่อนจะว่าต่อ “ไม่ได้หรอก เสี่ยวฮวา จากนี้ ยังไงก็ต้องมาโรงเรียนนะ”

“ทำไมล่ะ?” เขาเงยหน้ามองผม “ถ้าแค่เรียนล่ะก็ เตี่ยเฮยก็สอนได้”

“มีอะไรหลายอย่างที่เตี่ยเฮยสอนไม่ได้นะ” ผมบอกเขาไป เริ่มว่าต่อในขณะที่จูงแขนเขา แกว่งพร้อมกับก้าวเดินไป“โรงเรียนเป็นที่ที่ดี ทำให้พบเจอเพื่อน ถึงพวกนั้นจะนิสัยแย่ แต่เพื่อนคนอื่นอาจจะนิสัยดีก็ได้ พอสนิทกันแล้ว ก็จะคอยปกป้องเสี่ยวฮวาไง ไม่อยากเห็นพวกนั้นโดนรุมตอนที่คนรอบข้างเป็นฝ่ายเราเหรอ?

พี่เอง..ก็ไม่คิดว่าไปโรงเรียนจะมีดีอะไรเหมือนกัน”

ไปเรียนเพราะอยากจะลองห่างจากเตี่ยบ้างเท่านั้น และที่จริงก็ยังคิดถึงเวลาที่ห่าง

แต่ในที่สุด ก็คล้ายโลกใบเล็กๆขยายขึ้น มองเห็นอะไรมากมายชัดเจนกว่าเดิม

“..แต่ว่า พี่ก็ได้เพื่อนสนิทรุ่นเดียวกันคนแรก ได้ชีวิตที่แปลกไป มองเห็นโลกที่แปลกใหม่ ..ได้พบผู้คนมากมายเช่นกัน

แต่ว่านะ เมื่อไหร่ที่เหนื่อย จะอ้อนขอกอดเตี่ยฮัวหรือเตี่ยเฮยแน่นๆ ก็ได้ เป็นกำลังใจ แล้วก็สู้ต่อไง เพราะงั้น…ไปโรงเรียนเถอะนะ”

“พี่ซานหลิงล่ะ”

“?” ผมเอียงคอให้คำถามของเขาซึ่งดังผ่าประโยคยาวเหยียดของผมขึ้นมา พอหันไปมองเสี่ยวฮวา ก็เห็นดวงตาเป็นประกายคาดหวังอีกแล้ว

“พี่ซานหลิงก็จะอยู่คอยปลอบเสี่ยวฮวาใช่ไหม?” เขาถามผม จดจ้องและเฝ่ารอคำตอบ “เสี่ยวฮวาอ้อนพี่ซานหลิง..เหมือนอ้อนเตี่ยฮัวกับเตี่ยเฮยได้ใช่ไหม?”

ผมกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหยุดยืน หันมามองเขา แย้มรอยยิ้มให้น้อยๆ “พี่จะรอให้เสี่ยวฮวามาอ้อน นะ”

เสี่ยวฮวากลั้นยิ้ม ยกมือขึ้นกุมแก้ม แต่สุดท้ายก็อดยิ้มจนสุดริมฝีปากไม่ได้อยู่ดี ก่อนที่เขาจะเงยหน้ามองผม กล่าวด้วยเสียงฉะฉาน “งั้นต้องจุ๊บสัญญา”

“…..หืม!!” ผมสะดุ้งทันทีที่เขาบอก ใบหน้าคล้ายมีเลือดสูบฉีดขึ้นมาจนรุ้สึกร้อน บางทีตอนนี้คงแดงเรื่อขึ้นสีแล้วแน่ๆ “ทะ..ทำไมต้องจุ๊บ...แค่เกี่ยวก้อยสัญญาก็ได้...”

“เวลาเตี่ยเฮยขอให้เตี่ยฮัวสัญญาอะไรชอบจูบตลอดเลย” เสี่ยวฮวาบอกผม ทำเอาอยากร้องไห้ใส่อาฮัวกับอาเฮย …พวกอาทำอะไรให้เด็กเห็นกันครับ

“ตะ..แต่”

“นะๆ พี่ซานหลิง” เสี่ยวฮวามองผมด้วยสายตาออดอ้อน สุดท้ายเลยใจอ่อน ผงกหัวให้และพึมพำตอบแผ่วเบา

“…อืม ก็ได้” ผมว่าพลางก้วหัวนิดหน่อย ตั้งใจจะหันแก้มให้เขาจูบ ปรากฏว้าทันทีที่ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน เสี่ยวฮวาก็เขย่งตัวจูบปากผม คราวนี้สัมผัสนายกว่าคราวก่อน ทำให้ผมสะดุ้ง รีบเงยหน้าแล้วปิดปากตัวเอง “…!ทำไมจูบที่ปาก”

เสี่ยวฮวากะพริบตางุนงง เอียงคอพึมพำ“ก็เตี่ยจูบที่ปาก…”

……ทำไมผู้ใหญ่รอบตัวพวกเรามีแต่คนแบบนี้

ผมคิดในใจ รู้สึกเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก ก่อนที่เสี่ยวฮวาจะเกี่ยวมือผมไว้แล้วเดินนำหน้าไป ลากผมให้เดิน ใบหน้าของผมยังเห่อร้อนไม่หาย ริมฝีปากก็คล้ายยังมีสัมผัสแปลกๆ เจือจาง เสี่ยวฮวาเดินไปฮัมเพลงไป ก่อนจะหันมาบอกผมเสียงใส“ถือว่าพี่ซานหลิงสัญญาแล้วนะ! เวลาเสี่ยวฮวาเศร้าต้องยอมให้อ้อน แล้วต่อไป เวลาจะสัญญาอะไรต้องจูบกันอีกนะ!”

“อย่างน้อยจูบที่แก้มได้ไหม…” ผมโอดครวญ ไม่รู้เสี่ยวฮวาจะฟังไหม แต่ว่าเขายังเด็กไม่รู้ความหมายของจูบ ตอนที่โตขึ้นจนรู้ความอาจจะเลิกไปก็ได้

หรือไม่ก็ลืม

ผมเป็นพี่ชาย เพราะฉะนั้นจะอดทนก็ได้ เพื่อให้เสี่ยวฮวายิ้มสดใสต่อไปเรื่อยๆ แบบนี้

ถึงจะสังหรณ์ใจว่าอาจจะเหนื่อยก็เถอะ….

.

.

.


เสี่ยวหลิงไม่รู้ว่าเด็กชายตัวน้อยที่ตนเห็นว่าควรปกป้องคนนี้ จะโตขึ้นเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ในเวลาต่อมา

แต่ก็เป็นเรื่องในอนาคตอยู่่นั่นเอง





END



........เราควรเอาฟิคจูปาจุ๊ปมาลง!

ฮวาหลิง [Indirect Kiss] ของแถมค่ะ
https://docs.google.com/document/d/1xPjV60O428o8CYYggC5S2dB_81FRDJ-WKO67MDed0kI/edit?usp=sharing



ปล. คำใบ้ ผ้าที่เด็กหัวโจกลื่นล้มคว่ำเป็นผ้าของเสี่ยวฮวา UvU +
avatar
sinnerdarker
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 343
Points : 1644
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : บ้านสกุลหวัง

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

ตั้งหัวข้อ by Snake_Blind on Fri 19 Dec 2014, 12:54

เสี่ยวหลิงถึงจะไม่เทียนเจินเท่าเตี่ย แต่ก็สู้เสี่ยวฮวาไม่ได้เลย ป้าชักจะเห็นอนาคตหนูซะแล้วซิ 555555555555555
โอ๊ย คู่นี้มันน่าร้ากกกกกกกกกกกกก อะไรแบบนี้

ฉากโดนล้อว่าไม่มีแม่นี่น่าสงสาร ฮือ ทำไมคนชอบเอาบรรทัดฐานตัวเองมาวัดคนอื่นด้วยนะ นิสัยไม่ดีเลย แย่ แย่
ไม่มีแม่ แต่เสี่ยวหลิงกับเสี่ยวฮวาก็น่ารักนะ มีเตี่ยหล่อด้วย!!! #ไม่ใช่ประเด็น

วันนี้มีหัวข้อน้องชายด้วย คุณซินจะแต่งมุมของเสี่ยวฮวามั๊ยคะ รอคอยอย่างมีความหวัง //ส่งสายตาปิ๊งๆ//

Snake_Blind
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 41
Points : 1084
Join date : 06/12/2014
Age : 26

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

ตั้งหัวข้อ by Ak_Zokyo on Fri 19 Dec 2014, 13:25

sinnerdarker พิมพ์ว่า:“เวลาเตี่ยเฮยขอให้เตี่ยฮัวสัญญาอะไรชอบจูบตลอดเลย” เสี่ยวฮวาบอกผม ทำเอาอยากร้องไห้ใส่อาฮัวกับอาเฮย …พวกอาทำอะไรให้เด็กเห็นกันครับ

ความผิดนี้โทษแว่นแต่เพียงผู้เดียว /พรากกกกกกก ว่าแต่ยังอุตส่าห์เรียกอาอยู่นะเสี่ยวหลิง เรียกลุงตามความเป็นจริงก็ได-- /หัวเป็นแตงโมไม่รู้ตัว แอ

ชอบโหมดพี่ชายของเสี่ยวหลิงมาก ตอนสวนกลับไปนิ่งๆแล้วปิดหูเสี่ยวฮวาอยู่นี่ ช็อตนี่คือหล่อมากลูก เอาใจเจ้ไปเลย เอาใจเจ้ไป ฟฟฟฟฟฟฟ

เสี่ยวฮวาไม่มีแม่ไม่เป็นไรนะ มีเตี่ยๆแซ่บๆขนาดนี้ตั้งสองคนน่าอิจฉาออก แถมยังมีพี่ชายที่เข้มแข็งที่เข้าใจอย่างพี่ซานหลิงอีก > <,,

เห็นด้วยกับคุณฟาว่าอยากอ่านฝั่งเสี่ยวฮวาว่าทำไมถึงติดพี่ซานหลิงขนาดนี้เหมือนกันค่ะ แต่ก็อยากอ่านดราม่าเรื่องหลักเหมือนกัน แอ ติดตามเด็กๆต่อไปนะคะ > <
avatar
Ak_Zokyo
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 154
Points : 1236
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

ตั้งหัวข้อ by fay_13 on Fri 19 Dec 2014, 14:20

โอยยย แสบมากลูกเสี่ยวฮวา สมเป็นลูกของเสี่ยวฮัวจริงๆ ว่าที่จิ้งจอกน้อยๆ ในอนาคต

พี่ซานหลิงคงเหนื่อยอีกเยอะในอนาคต ว่าแต่... งานนี้มองดูแล้วเสี่ยวฮวาคงได้พี่ซานหลิงเป็นเจ้าสาวแหงๆ 555555 / โดนนน้องซินดีด
avatar
fay_13
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 100
Points : 1171
Join date : 01/11/2014
ที่อยู่ : แพฮัวเฮย

ดูข้อมูลส่วนตัว http://akiraalittlebird.wordpress.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

ตั้งหัวข้อ by YuHua on Fri 19 Dec 2014, 16:59

แค่ก!
ฮัวเฮย ทำอะไรไม่สนใจเด็กตาดำๆอีกและ
avatar
YuHua
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 14
Points : 1034
Join date : 06/12/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

ตั้งหัวข้อ by ri0bik on Sat 20 Dec 2014, 00:04

เขียนผิดนิดหน่อยนะคะ...
โดยรวมโอเคมากเบยชุ้นอยากเห็นเด็กๆตอนโตอะไรจะน่ารักขนาดนี้! รักเด็กพวกนี้จริงๆ บางทีตอนโตเสี่ยวหลิงอาจจะมีน้องอีกซักคนสองคนก็ได้(เมื่อเตี่ยจางreturn)#มโนไกล
ท่าทางเสี่ยวหลิงจะสวยเหมือนแม่แต่ดื่อเงียบเหมือนพ่อนี่มันนางเอก(?)นี่นา555555555(เพ้อ)
avatar
ri0bik
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 27
Points : 1085
Join date : 30/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

ตั้งหัวข้อ by Yuwadee Wana on Sun 21 Dec 2014, 18:51

ดีงามมากลูก เสี่ยวฮวา จิ้งจอกน้อยจอมเจ้าเล่ห์ อร้ายยยย

เสี่ยวหลิงน่ารักจริง ๆ เป็นเด็กดีมาก ๆ อ่ะ อยากกอดเสี่ยวหลิงแน่นๆ
อยากฟัดเสี่ยวหลิง อยากหอม อ้าาาาาาากกกกกกก
สด้หฟสกด้กวดา่หกดงวก่ดหก่ดวหก

สติแตกไปแล้วกับความน่ารักของเสี่ยวหลิง
avatar
Yuwadee Wana
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 352
Points : 1418
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

ตั้งหัวข้อ by wayamin on Fri 26 Dec 2014, 15:17

เด็กๆ มันน่าร้ากกกกกก >///<
เสี่ยวหลิงเห็นอนาคตเลยลูก มีแววว่าไม่รอดเงื้อมมือเสี่ยวฮวาแน่ๆ ถถถถ
อยากรู้จริงๆ ว่าพวกเตี่ยๆ เห็นช็อตจูจุ๊บสัญญาของพวกเด็กๆ จะเกิดอะไรขึ้น 555+
avatar
wayamin
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 19
Points : 1025
Join date : 20/12/2014
ที่อยู่ : กระเป๋าเสื้อนายน้อยสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

ตั้งหัวข้อ by Galilei elizabeth on Fri 26 Dec 2014, 17:21

หึหึ รักเด็กค่ะ แอบเห็นใจเสี่ยวหลิงนะเนี้ย
avatar
Galilei elizabeth
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 16
Points : 1047
Join date : 27/11/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

ตั้งหัวข้อ by Rozenkreuz on Mon 06 Jul 2015, 16:31

มีลางสังหรณ์ว่าจะเป็นฮวาหลิงในอนาคตตตตต ถถถถถ
avatar
Rozenkreuz
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่

จำนวนข้อความ : 625
Points : 1438
Join date : 01/07/2015
Age : 24
ที่อยู่ : กองทัพผีเก็บเห็ดแห่งประตูสำริด

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

ตั้งหัวข้อ by Nlm1122 on Sun 23 Aug 2015, 23:44

น่านนน ถึงเสี่ยวฮัวจะไม่สมหวังแต่เสี่ยวฮวาจะสานต่อเองนะคะ 555
avatar
Nlm1122
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 33
Points : 809
Join date : 07/08/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

ตั้งหัวข้อ by Zeth on Sun 12 Mar 2017, 00:06

ดูจากเตี่ยทั้งสองแล้ว...เล่ห์กลนี่ไม่ต้องห่วงหรอก....
avatar
Zeth
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 74
Points : 275
Join date : 04/03/2017
Age : 19
ที่อยู่ : ใต้เตียงชาวบ้าน

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ