Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[OS] 10 years later (ผิงเสีย)

Go down

[OS] 10 years later (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by momin on Mon 10 Nov 2014, 23:52



10 years later





ผมมองข้อความในมือถือที่เสี่ยวฮัวส่งมา คณะเดินทางของฉางซาและปักกิ่งเริ่มออกเดินทางแล้ว คาดว่าอีกไม่นานคงได้พบกัน พออ่านจบผมก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงตามเดิมแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างรถที่กำลังเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ แต่กลับมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน


จุดมุ่งหมายที่มีมาตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว


ผมหยิบบุหรี่ออกมาแล้วคาบไว้ที่ปาก นายอ้วนที่อยู่ข้างๆ พอเห็นก็ยื่นมือมาหยิบออกไปทันที ผมหันไปมองเขาด้วยแววตาสงสัยเพราะคิดว่าเขาคงอยากสูบมัน


“เชี่ยนี่ ไหนว่าเลิกแล้วไง นายอยากตายก่อนวัยอันควรนักเหรอไง อู๋เสีย...” นายอ้วนบ่นเหมือนเป็นพ่อผมอีกคน แต่ผมก็ไม่มีกะจิตกะใจจะเถียง จึงได้แต่เงียบแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างรถเหมือนเดิม



อู๋เสีย...ชื่อจริงของผม ช่วงหลังๆ มานี่นายอ้วนมักจะเรียกผมอย่างนั้น ทั้งที่เมื่อก่อนเขามักจะเรียกผมว่า “เทียนเจิน” อาจเป็นเพราะหลังจากเหตุการณ์หอบ้านสกุลจาง การผจญภัยหลังจากนั้นทำให้ผมเติบโตขึ้น จิตใจแข่งแกร่งขึ้น หมดความเป็นเทียนเจิน กลายเป็นเพียงก้อนหินเดินได้ก้อนหนึ่ง จึงไม่เหมาะกับชื่อที่ไร้เดียวสาอย่างนั้นอีกต่อไป



นายอ้วนบอกว่าผมต้องค้นหาความรู้สึกอย่างเมื่อก่อนกลับมาให้ได้ ซึ่งผมก็สงสัยเหมือนกันว่าตัวผมในสมัยก่อนมันมีดีตรงไหน ทั้งไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง ทั้งซุ่มซ่าม ใจร้อน บางครั้งก็ออกจะงี่เง่าด้วยซ้ำ ต่างจากตอนนี้ที่ผมสามารถควบคุมลูกน้องของอาสามและหน้าด่านได้อย่างเรียบร้อย ตลอดสิบปีที่ผ่านมานี้ผมเติบโตขึ้นมากจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจในสิ่งที่นายอ้วนสื่อออกมาซะเลย



เมื่อไม่เห็นผมโต้ตอบอะไร นายอ้วนก็เงียบไปเช่นกัน เมื่อเป็นอย่างนั้นเราจึงเลือกที่จะพักสายตาก่อนที่จะไปถึงจุดหมาย ใช้เวลาประมาณหนึ่งวันพวกเราก็เดินทางมาถึงเอ้อร์เต้าไป๋เหอ ผมลงจากรถแล้วมองดูยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาว




สถานที่แห่งความทรงจำตลอดสิบปีของผม




“เลิกมองได้แล้ว เข้าที่พักก่อน...” นายอ้วนเข้ามาตบหลังผมแล้วเดินห่อตัวไปทางที่พักที่มีพวกเสี่ยวฮัวยืนรออยู่ ผมเดินตามพวกเขาเข้าไปและเข้าห้องของตัวเอง ปล่อยให้หน้าที่การจัดแบ่งห้องพักเป็นของเสี่ยวฮัว



คราวนี้ผมเตรียมตัวมาดี คำนวณเวลาและการเดินทางเอาไว้ล่วงหน้า ทำให้เรามาถึงเอ้อร์เต้าไป๋เหอก่อนขึ้นเขาเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อให้ทุกคนได้พักผ่อนเต็มที่ก่อนจะปฏิบัติภารกิจครั้งสุดท้าย



ช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนขึ้นเขา ผมให้พวกลูกน้องจัดการเตรียมสัมภาระทุกอย่างให้เรียบร้อย สิ่งของที่จำเป็นทุกอย่างถูกนำมาจัดเตรียม เป็นเพราะประสบการณ์ที่เคยได้เข้าไปสถานที่แห่งนั้นเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ผมรู้ทางหนีทีไล่และรู้ว่าอะไรที่จำเป็นและไม่จำเป็น



เมื่อถึงเวลาที่ต้องขึ้นเขา การเตรียมพร้อมมาล่วงหน้าบวกกับทั้งสภาพอากาศก็ไม่เลวร้าย ใช้เวลาประมาณ 3วันเราก็เดินทางมาถึงถ้ำน้ำพุร้อนที่พวกเราเคยพัก เราก่อไฟ ต้มน้ำและอาหารก่อนจะพักกันชั่วคราว หลังจากที่พักกันจนพอแล้วเราก็เดินทางต่อ การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ลำบากอะไรมากนักเมื่อรู้เส้นทาง อีกทั้งนายอ้วนและเสี่ยวฮัวก็ไม่มีใครแตกแถวหรือเกเรอะไร อาจจะเป็นเพราะอายุที่มากขึ้น ทำให้คนเราโตขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปมาก



รวมทั้งตัวผมด้วย



เดินทางได้ประมาณอีกหนึ่งวันก็มาถึงสถานที่อันแสนคุ้นเคย สถานที่ที่ผมไม่เคยคิดมาอีกเป็นครั้งที่สอง แต่เพราะคำสัญญานั่นทำให้ผมต้องมา ผมสั่งให้ลูกน้องส่องไฟฉายตลอดเพื่อกันนกหน้าคนพวกนั้นที่ต่างมาเกาะอยู่บนโซ่เหล็กเตรียมพร้อมที่จะสังหารผู้บุกรุกอย่างเราทุกเมื่อ พวกเราทำงานกันเร็วมาก ไม่นานผมก็เดินมาถึงหน้าประตูสำริดขนาดยักษ์



ผมมองประตูยักษ์นั่นด้วยแววตาที่เลื่อนลอย ใจหนึ่งก็อยากจะเปิดมีนออก แต่อีกใจก็อยากจะกลับให้มันรู้แล้วรู้รอด ความรู้สึกต่างๆ นานาตีรวนกันอยู่ในหัวผมจนวุ่นวายไปหมด นายอ้วนเดินเข้ามาตบไหล่ผมเบาๆ ผมหันไปมองแล้วเห็นเขาพยักหน้า



“ได้เวลาแล้ว...”



คำพูดสั้นๆ ของเขาทำให้ผมตัดสินใจได้ที่สุด ผมหยิบเอาลัญจกรผีที่ผู้ชายคนนั้นเคยให้ผมไว้ออกมาจากกระเป๋า มองหาอยู่ชั่วครู่ก็เห็นรอยตรงประตูที่สามารถทาบกับลัญจกรได้อย่างพอดี มือของผมสั่นเทาเมื่อกำลังจะวางมันลงไป นายอ้วนที่รู้ว่าผมกำลังกังวลก็คอยพูดให้กำลังใจอยู่ข้างๆ เสมอ



ถึงแม้เขาจะเคยบอกว่าหมอนั่นอาจจะไม่อยู่ข้างในแล้วก็ได้ แต่ในใจทั้งผมและนายอ้วนต่างก็รู้ดีว่าต้องการจะพบคนคนนั้นมากมายเหลือเกิน ตลอดเวลาสิบปีที่ผ่านมานั้นมันช่างทรมานและเจ็บปวดจนแทบอยากจะตายไปให้จบๆ เสีย แต่ตอนนี้ เพียงแค่ผมทาบลัญจกรผีลงไป ก็จะได้เจอกับเขาอีกครั้ง



ผมหลับตาและวางทาบตราหยกลงไป แรงสั่นสะเทือนมหาศาลเกิดขึ้นทันที พวกนกหน้าคนต่างบินหนีอย่างแตกตื่น ผมสั่งให้ทุกคนไปหาที่ปลอดภัยหลบซ่อนก่อนตัวเองและนายอ้วนจะวิ่งไปที่ซอกหินที่มีเสี่ยวฮัวอยู่



“นายแน่ใจแล้วนะ...” เสี่ยวฮัวถามผมเสียงเบา ผมพอจะเดาได้ว่าเขาคงไม่คิดว่ามันจะเป็นสถานที่แบบนี้



“มาถึงขั้นนี้แล้ว เราถอยหลังอีกไม่ได้แล้ว...” ผมพูดออกไป สายตาก็จับจ้องบานประตูยักษ์ที่กำลังเปิดออก



ไอหมอกสีฟ้าจางพุ่งออกมาจากทุกทิศ ผมสั่งให้ลูกน้องส่วนหนึ่งส่องไฟฉายไปทางประตูสำริด แต่แสงไฟก็ถูกดูดกลืนหายเข้าไปในรอยแยกจนมืดสนิทมองอะไรไม่เห็น ผมปรับสายตามองไปทางประตูแล้วก็เห็นเงาเงาหนึ่งที่ทอดอยู่ตรงนั้น หัวใจของผมเต้นระรัวอย่างไม่อาจห้ามได้ ผมสั่งให้ลูกน้องเบาแสงลงก่อนจะวิ่งออกไปกับนายอ้วนและเสี่ยวฮัว



ประตูสำริดบานยักษ์ปิดตัวลงอีกครั้งในช่วงที่ผมกำลังวิ่งไป แต่ผมไม่สนอะไรทั้งนั้นยังคงวิ่งต่อไปเรื่อย ทำให้เสี่ยวฮัวต้องกลับไปคอยกำชับพวกลูกน้องให้ส่องไฟไปรอบๆ เพื่อกันพวกนกยักษ์ที่ย้อนกลับมาอีกครั้ง



ผมวิ่งมาถึงหน้าประตูสำริด ภาพตรงหน้าที่เห็นทำให้ร่างกายของผมสั่นไหวจนแทบจะหยุดไม่ได้ ตรงหน้าของผมคือผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่หายไปอยู่หลังประตูนานสิบปี



เมินโหยวผิง



ใบหน้าซูบผอมของเขามีไรหนวดขึ้นเล็กน้อย ผมก็ยาวถึงกลางหลัง ร่างกายที่ผอมแห้งนั่นคลุมไว้ด้วยผ้าผืนยาวที่ดูจะเก่าแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อครั้งที่จากกันเลย ผมนึกด่าในใจว่าหมอนี่มันไม่แก่ลงเลยหรือไงนะ



“เสี่ยวเกอ...”



ผมเรียกเขาเสียงเบา ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้ ยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าแห้งกร้านที่ซูบเซียวนั่นแล้วอยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา ผมพร่ำเรียกชื่อเขาอยู่หลายครั้งจนนายอ้วนต้องเข้ามาเขย่าตัวเพื่อเรียกสติ



“ใจเย็นๆ ก่อนอู๋เสีย...ว่าแต่นายเถอะเสี่ยวเกอ จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ...” นายอ้วนถามขึ้นหลังจากที่ช่วยพยุงผมที่ร้องไห้เหมือนคนบ้า ผมเชื่อว่ากลับออกไปต้องมีลูกน้องส่วนหนึ่งขอออกจากการเป็นหน้าด่านสกุลอู๋แน่ๆ



“หรือเข้าไปอยู่ในนั้นนานจนพูดไม่ได้แล้วเหรอไง...”



เมินโหยวผิงทำหน้าสงสัยแต่ก็ยังไม่ยอมตอบคำถามอะไร จนเสี่ยวฮัวที่สั่งการลูกน้องเสร็จวิ่งมาสมทบอีกคนและถามอีกรอบว่าเป็นอย่างไรบ้างจึงได้ยอมเปิดปากพูด แต่ประโยคแรกนั้นกลับเป็นคำถามที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากได้ยิน




















“นายเป็นใคร?....”



เสียงแหบแห้งนั้นเอ่ยถามออกมา เป็นวินาทีที่หัวใจแทบจะหยุดเต้น ดวงตาสีดำสนิทนั้นมองมาที่ผมอย่างเฉยชา ไม่มีวี่แววใดๆ ทั้งสิ้น เหมือนกับครั้งแรกที่ได้เจอกัน



“นายจำพวกเราไม่ได้เลยเหรอ?...” นายอ้วนถามเสียงดัง จนแทบจะเข้าไปเขย่าตัวเมินโหยวผิงเพื่อเค้นคำตอบ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความเงียบ นั่นเป็นคำตอบที่ดีที่สุดที่เขาจะให้พวกเราได้



“งั้นบอกฉันหน่อย ว่านายชื่ออะไร...” ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมตัวเองให้ได้มากที่สุด ผมรู้แล้วว่าตลอดเวลาสิบปีที่ผ่านมาที่ผมคิดว่าตัวเองโตแล้วและสามารถรับมือกับทุกอย่างได้นั้นมันไม่ใช่เลย



ผมยังเป็นเทียนเจินคนเดิม เทียนเจินที่แสนอ่อนแอคนนั้น



หน้ากากแห่งความเย็นชาที่ใส่มาตลอดสิบปีพังทลายลงเมื่อได้เจอกันอีกครั้ง แต่มันกลับกลายเป็นการพังทลายลงไปพร้อมกับหัวใจของผม




“จางฉี่หลิง...”



และคำตอบที่ได้รับมันทำให้ผมรู้ว่าเมินโหยวผิงของผมนั้นได้หายไปแล้ว หายไปตลอดกาล และคนที่อยู่ตรงหน้าผมถึงจะเหมือนกันแค่ไหนแต่ก็ไม่ใช่ ความทรงจำหายไปพร้อมกับเวลาสิบปี



หายไปพร้อมกับหัวใจของผม







10 years later [END]


มาแบบป่วงๆ อาจจะมีงงๆ บ้างตามประสาความไม่เต็มของคนเขียน
ถ้าอ่านไม่รู้เรื่องก็ขออภัยด้วยนะฮะ T^T
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะฮะ ^^



avatar
momin
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 12
Points : 1376
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] 10 years later (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by kame_kazuha on Mon 10 Nov 2014, 23:59

มินมิน เจ็ดปวดอ่า ฮืออ

นายเป็นใคร

เกลียดคำนี้จัง
avatar
kame_kazuha
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 274
Points : 1633
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : สุสานสักที่

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] 10 years later (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by SilverCloud on Tue 11 Nov 2014, 00:43

กรีดร้อง เสี่ยวเกอคนบ้านั่นเป็นคำถามที่เจ็บปวดมากสำหรับคนที่รอนายมาตั้งสิบปีเลยนะ
นายน้อยสู้ๆ อย่าไปท้อ ในเมื่อลืมไปแล้วก็สร้างความทรงจำขึ้นมาใหม่ได้ คราวนี้ก็ขังอีตาบ้านนี่ไว้ในบ้านซะเลยนะคะ อย่าให้หาเรื่องหายออกไปไหนได้อีก
avatar
SilverCloud
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 433
Points : 1828
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : ตู้เสื้อผ้าของอารอง

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] 10 years later (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by Narakas on Tue 11 Nov 2014, 01:02

อ่ะฮึกกกก ฟิคคู่นี้ถ้าไม่หน่วงก็ดราม่า


เสี่ยวเก๊อออออ
avatar
Narakas
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 263
Points : 1729
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : ทิเบต

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] 10 years later (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by zerin on Tue 11 Nov 2014, 01:36

เขียนดีจังค่ะ อ่านเพลินมาก อินจังเลย ช่างเป็นความจริงที่เจ็บปวดรวดร้าวเหลือเกินค่ะ สงสารนายน้อย ; ;
avatar
zerin
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 188
Points : 1555
Join date : 05/11/2014
ที่อยู่ : เกาะอยู่หลังประตูสำริด

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] 10 years later (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by sakana301 on Tue 11 Nov 2014, 08:50

โอ๊ยยย//ร้องไห้
หน่วงที่นายน้อยเปลี่ยนไปแล้ว แต่เจ็บปวดกับการที่ถูกลืมมากกว่า
ไม่เป็นไรนะ ใช่ว่านายไม่เคยเจอจางฉี่หลิงค.จำหายนี่นา! หมอนั่นไงๆก็เป็นเมินโหยวผิงของนายนะ!!;___;

sakana301
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 7
Points : 1363
Join date : 06/11/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] 10 years later (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by GhostInGrave on Tue 11 Nov 2014, 08:58

ใครที่ไหนบอกก่อนเข้าประตูฟระ "ถ้านายยังไม่ลืมฉัน" ลืมเองซะงั้นนนน T[]T

GhostInGrave
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 39
Points : 1390
Join date : 03/11/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] 10 years later (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by Feran.FS on Thu 13 Nov 2014, 00:14

ฮึกฮือออออออออ

นายเป็นใคร

ประโยคนี้ใครพูดก็ดราม่าค่ะ แงงงง
avatar
Feran.FS
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 457
Points : 1830
Join date : 27/10/2014
Age : 22
ที่อยู่ : ใต้เตียงนอนเซี่ยจื่อหยาง...

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] 10 years later (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by Luckey.B on Mon 20 Jul 2015, 22:08

ฮรือออออออออออ เกลียดคำนั้น
อยากจิวิ่งไปเขย่าคอตาเมิน TT TT
avatar
Luckey.B
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 102
Points : 1194
Join date : 20/07/2015
ที่อยู่ : ใต้ถุนบ้านสกุลจาง ใต้ดินบ้านอาสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ