Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[os]Message [end][ฮัวเฮย][NC18+Sm]

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[os]Message [end][ฮัวเฮย][NC18+Sm]

ตั้งหัวข้อ by kuramajoy on Sat 08 Nov 2014, 20:19

Message

เกิดจากอารมณ์นอยๆ เฟลๆ ขอ sm แว่นเล่นสักที (ห๊ะ)

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต่างกระหายยังความสัมพันธ์จากผู้อื่น เมื่อก่อนเฮยเสียจื่อไม่เคยคิดถึงมัน จวบจนกระทั่งเรือนร่างงดงามที่อยู่เบื้องหน้า มืออ่อนโยนนั้นยื่นมาหาเขา เพียงพริบตาที่เข้าไปหาดอกไม้งามเจ้าแมลงโง่งมเช่นเขาก็รู้ตนดีว่าไม่อาจจะออกมาจากหนามที่พัวพันของเดอกไม้งามได้อีกแล้ว

คุณชายเก้าแห่งตระกูลเก้าผู้งดงาม ดอกไม้งดงามที่เต็มไปด้วยพิษร้าย...เฮยเสียจื่อหัวเราะในยามที่นึกถึงใบหน้างดงาม ผิวกายนุ่มเนียน และรอยยิ้มวิปลาสในยามที่ถึงจุดสูงสุด ทุกสิ่งทุกอย่าง อีกด้านหนึ่งของคุณชายที่มิมีผู้ใดล่วงรู้เขากลับได้สัมผัสมัน

รู้สึกดี.....

ทว่าความรู้สึกนั้นมาในบัดนี้กลับเลือนหายไปทุกวัน ...ตามปกติเขาจะบุกรุกบ้านของคุณชายเก้า กวนประสาทจนคุณชายหาอะไรมาปาใส่ ทะเลาะไปมาสุดท้ายพวกเราก็จบลงกันที่เตียง มาในช่วงนี้คุณชายกลับเพิกเฉยที่จะทำการบ้าน ผมได้แค่มองคุณชายดูทีวี เล่นเกมบนมือถือบ้าง

มีอะไรผิดพลาดกันนะ....

“เฮ้ เฮยเสียจื่อ นายเหม่ออะไรอยู่” เสียงทักท้วงของเพื่อนร่วมลงคว่ำกรวย จริงสินะ ผมเพิ่งกลับมาจากการคว่ำกรวยเป็นปกติที่พวกเราจะสังสรรค์แสดงความยินดีในการรอดชีวิตและแบ่งทรัพย์สมบัติ ครั้งนี้นับว่าการคว่ำกรวยไม่เลวเลยจริงๆ สุสานบนภูเขาแม้จะยากลำบากแต่ก็ให้ของโบราณราคางาม พวกเราเลยตกลงใจจะมาสังสรรค์กันที่ร้านเหล้า ดื่มให้แก่ความโชคดี ดื่มให้แก่การมีชีวิตรอด

หากเป็นปกติผมคงเมาหัวราน้ำไปแล้ว แต่นับจากที่ผมยอมรับที่จะผูกสัมพันธ์กับคุณชายผู้งดงาม ดอกไม้อันร้ายกาจดอกนั้น ผมต้องเลิกทั้งบุหรี่ ก่อนจะคว่ำกรวยก็ต้องโทรไปอธิบายรายละเอียดงานกับเขา แถมยังทำอะไรเสี่ยงสนุกๆเหมือนเดิมไม่ได้ ไม่งั้นเขาจะจับผม sm จนตาย

ประสบการณ์ที่พูดจริงทำจริงนั้นมีมากจนผมขยาด..

เมียของผมนี่โคตรโหดชิบเป้ง

“ไม่มีอะไร แค่คิดถึงแฟน่” ผมเห็นเพื่อนสูบบุหรี่แล้วก็ยักไหล่ระงับอาการอยากนิโคติน ผมสัญญากับเขาแล้วว่าจะเลิกบุหรี่เป็นของขวัญวันเกิดให้กับเขา มือคว้าเอาแก้วเหล้าดีกรีแรงรสแสบคอขึ้นมากระดกเสียแทน

“อ้อ แฟนนาย ? ให้ตายเถอะ ไม่คิดไม่ฝันว่าอย่างนายจะมีแฟนแล้ว นายดูเป็นตัวคนเดียว งั้นที่เลิกทำอะไรเสี่ยงๆก็เพราะแฟนนายด้วยล่ะสิ” ส่วนมากพวกคว่ำกรวยมักเป็นพวกเดนตาย ไร้ครอบครัวหรือมิตรแท้ พวกเรามันตัวคนเดียวหาได้เป็นอย่างตระกูลยิ่งใหญ่

“ใช่ แฟนฉันดุมากเลยล่ะ จะไปไหนต้องรายงาน แถมถ้ามีแผลโชกเลือดกลับไปให้เห็นเธอก็ยิ่งโมโห” ผมคว้าแขนไปพาดบนบ่าของเพื่อนในวันนี้ พวกเรารู้จักกันในงานคว่ำกรวยงานนี้งานแรก ดูเหมือนเขาจะชื่ออะไรนะ เอ้อ เอ้อไป๋หรือเปล่านะ

“โหย ดุขนาดนั้นฉันเลิกไปแล้วนะ น่ารำคาญ” ชายอีกคนที่ร่วมคณะขยับเก้าอี้มานั่งข้าง ผมคลี่ยิ้มก่อนที่จะมองเขาเขาเป็นชายผอมบาง จะว่าไปหน้าตาก็ดูท่าจัดว่าน่ารักได้ เอ คนนี้ชื่ออะไรนะ เพราะเขาเป็นพวกดูลาดเลาไมได้ร่วมลุยด้วยกันผมเลยไม่ค่อยได้สนใจ

“ช่วยไม่ได้ แต่เธอสวยราวกับนางฟ้าเทพธิดาเลยล่ะ แถมยังเป็นสาวซึนขี้อาย น่ารักโคตร” ผมล้วงโทรศัพท์มือถือสีชมพูห้อยกระพรวนรูปดอกไม้ขึ้นมา เลื่อนไปยังข้อความ ก่อนหน้านี้มันไม่มีสัญญาณเพราะอยู่ในภูเขาสูงแต่พอกลับมาผมคงต้องรายงานตัวกับเมียที่เคารพรักเสียหน่อย

“เห สวยขนาดนั้นเลยหรือ นายก็เลยหลงหัวปักหัวปำงั้นสิ” เอ้อไป๋ขยับมาใกล้ผมเหมือนจะแอบดูมือถือผม ส่วนหนุ่มน้อยน่ารักคนนั้นทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อเห็นโทรศัพท์ของผม ..พูดก็พูดเถอะ มันคือปฏิกิริยาปกติของคนทั่วไป เอาเป็นว่าหากคุณเห็นชายที่แต่งตัวดิบเถื่อนด้วยสีดำตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมเขาคนนั้นยังมีนิสัยห่ามๆแต่กลับหยิบโทรศัพท์สีชมพูหวานแจ๋วขึ้นมาใช้ เป็นใคร...ก็ต้องสะดุดมองทุกราย

คุณชาย...เมื่อไรจะเปลี่ยนสีโทรศัพท์ให้ผมกันครับ...จะซื้อเองเดี๋ยวเมียก็พิโรธอีก

“มือถือนี่ดูไม่น่าใช่ของนายเลยนะ” หนุ่มน้อยน่ารักคนนั้นนั่งข้างผม จะว่าไปเขาก็มีเค้าลางคล้ายคุณชายเหมือนกัน ผมสีน้ำตาลอ่อน นัยน์ตาเรียวคมสวย
“ของแฟนสุดสวยที่เคารพรักให้มาคร้าบ” ผมหัวเราะเมื่อเห็นนัยน์ตาเบิกกว้างของเขาก่อนที่เขยิบไปใกล้ “นี่นายชื่ออะไร”

“เอ๋” เขาดูตกตะลึงไปชั่วขณะ ไม่นึกว่าผมจะเป็นฝ่ายถาม เห็นท่าทีของเขาแล้วผมก็คิดในใจว่าแบบนี้มันสไตล์คล้ายๆกับนายน้อยนี่นา น่ารักขี้อาย ..ส่วนคุณชายฮัวน่ะหรือ ซึน โหด

“ทำไมล่ะหรือจะให้ฉันเรียกเอาตามใจก็ได้นะ หนูส้ม” ผมคลี่ยิ้มแตะยังปลายผมสีน้ำตาลค่อนไปเกือบส้มของเขา ว่าไปคำว่าหนูส้มก็ไม่เลวนะ เด็กหนุ่มมันดีแบบนี้เอง
“ฮ่าๆ” เอ้อไป๋หัวเราะร่วนแต่หนูส้มกลับทำหน้าบูดบึ้ง ผมแลบลิ้นยียวนก่อนที่จะเหลือบไปเห็นเรือนร่างที่ถูกโบกไว้ด้วยฤดูหนาวมุมห้อง ..

“อ๊า ตานี่ไม่รู้จักการเข้าสังคมหรือไงนะ” ผมบ่นพลางมองไปทางเสี่ยวเกอ เจ้าคนที่ชอบตัวประหนึ่งไร้ตัวตนแต่หากมีเขาลงกรวยด้วยคุณจะอุ่นใจเสมอ ...อุ่นใจในระดับที่วิ่งตามหลังเขาทันนะเพราะตานี่จะกรุยทางแล้ววิ่งแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรม แถมยังหายตัวได้ไวยิ่งกว่าซุปเปอร์แมนเสียอีก

อยู่กับเขาผมนี่แทบจะไปคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้แล้ว

“เขาเป็นแบบนี้เสมอหรือ คนร่วมห้องนาย” เห็นหนูส้มทำท่าสนอกสนใจแล้วผมก็คลี่ยิ้ม เอ้อ เห็นหน้าตาน่ารักที่แท้เป็นพวกแบบนั้นด้วยสินะ คนใบ้จางนั้นหน้าตาดี จัดได้ว่าเป็นหนุ่มน้อยรูปงามคนหนึ่ง ถ้าเขาไม่ได้มีฝีมือขั้นที่แม้แต่ผียังก้มหัวให้ละก็....คงไม่ได้มานั่งอย่างสบายใจเช่นนี้หรอก

“ไม่เสมอไปหรอก บางครั้งเขาก็เร่าร้อนแทบตายเลยล่ะ ฉันงี้แทบไมได้พักหายใจหายคอ ยิ่งตอนที่ใบหน้าสะสวยนั้นเปื้อนไปด้วยหยาดหยดของน้ำ อารมณ์ของฉันนี่ขึ้นๆลงๆไม่หยุดเลย”

เห็นคำตอบของผมทั้งสองคนก็อ้าปากค้างราวกับไม่คิดว่าผมกับเสี่ยวเกอจะมีความสัมพันธ์กันขั้นนั้น

ผมไม่ได้โกหกเสียหน่อยเราอยู่ร่วมห้องกัน มีหลายครั้งที่ตานี่อาบน้ำแล้วไม่คิดจะนุ่งห่มอะไรออกมาทั้งแบบนั้น ผมนี่ได้กำไรอาหารตาไปหลายยกต้องวุ่นวายหาผ้าเช็ดตัวมาโยนใส่หน้าเขา อารมณ์ขึ้นๆลงๆไปหลายรอบ ยิ่งตอนที่นายน้อยสามมา จากภูเขาน้ำแข็งพันปีจะหลอมละลายกลายเป็นลาวาร้อนฉ่า ดีแต่จะกลืนกินนายน้อยผู้น่ารัก
“อย่ายุ่งกับเขาจะดีกว่า ถ้าไม่อยากคอขาด” ผมหยิบมีดพกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาตะไบเล็บ ทำท่าราวกับสาวน้อยแต่กลับขู่ในที

อย่ายุ่งเชียว นั่นน่ะของนายน้อยสาม ....เสี่ยวเกอยิ่งอึนๆ มึนๆอยู่ ถ้ามีคนเข้าหาเขาจะรู้ตัวไหม

“เฮ้ แล้วแฟนสุดสวยแสนซึนของนายล่ะ เอาไปไว้ไหน” เอ้อไป๋กระดกเหล้าก่อนที่จะตบบ่าถาม ผมรู้เขากำลังพยายามคลายบรรยากาศหนักอึ้ง ผมไม่ใช่พวกประเภทเครียดตลอดเวลา ในเมื่อเขาต้องการความสดใสผมก็พร้อมมอบให้

“แฟนส่วนแฟน กิ๊กก็ส่วนกิ๊กสิ นายไม่รู้จักหรอไง” ผมหัวเราะพลางหยิบขวดเหล้ามาเติมอีกครั้ง เอ้อไป๋หัวเราะร่วนไปกับผมก่อนที่จะพยักหน้า

“ก็จริง กินของเดิมซ้ำมันต้องเบื่อกันบ้าง แม้จะสวยแค่ไหนก็ต้องหาประสบการณ์ใหม่ๆเพื่อตอบสนองต่อคนรักกันบ้าง” ได้ยินเขาพูดผมก็หูผึ่งเลิกแสร้งตะไบเล็บขยับเก้าอี้เข้าหา

“ต้องเปลี่ยนกันมั่งหรือ ถ้าแบบนั้นก็ต้องมีหลายๆคน ?”

ผมนิ่งคิดก่อนที่จะเริ่มเข้าใจ ผมและคุณชายฮัวพวกเราต่างไร้ประสบการณ์กับผู้ชายทั้งคู่ บางทีมันคงถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ถ้ากับผู้หญิงผมเคยแต่กับผู้ชายเขาคือคนแรก
“ของแบบนี้มันต้องเก็บประสบการณ์ เอาไว้ปรนเปรอตัวจริงไงล่ะ สมัยก่อนฉันกับเมียก็ทำแบบนี้” ผมคลี่ยิ้มก่อนที่จะหยอกเย้าเขา

“อะไรกันมีเมียก็ไม่น่ามาทำอาชีพนี้นะ”

ใช่ คนสติดีที่มีครอบครัวอบอุ่นใครเลยจะมาเสี่ยงตัวเสี่ยงชีวิต

“ฉันติดหนี้จนเมียหนีไปน่ะสิ คราวนี้จะได้ไปง้อเสียที” เอ้อไป๋พูดพลางกรอกเหล้าเข้าปากตัวเองพาให้ผมหัวเราะ

“เฮ้ย ไหนเมื่อกี้ว่าทำให้เมียติดใจที่แท้ก็แพ้เงิน” ผมแลบลิ้นยียวนจนเอ้อไป๋แทบจะเขวี้ยงแก้วเหล้าใส่ผมหลายครั้ง ในจังหวะที่ผมคิดว่าจะแกล้งเขาอีกดีไหมเสื้อโค้ทหนังสีดำของผมก็ถูกสะกิด

“หืม อะไรจ๊ะหนูส้ม” ผมหันไปมองนัยน์ตาเป็นประกาย เห็นเขายังแอบลอบมองนายใบ้จางก็คลี่ยิ้มร้ายกาจออกมา

“เขาคนนั้นเป็นยังไงบ้าง” หนุ่มน้อยน่ารักคนหนึ่งตกหลุมรักเสี่ยวเกอ นายมันช่างบาปจริงๆ แค่มีตัวตนอยู่ใครๆก็ต่างหลงรัก

ปั๊ดฟ้องนายน้อยซะเลย

“เร่าร้อนจนแทบละลายเลยล่ะ ใบหน้ายามถึงจุดสุดยอดก็เซ็กซี่สุดยอด” ผมหัวเราะพลางโอบรอบคอหนูส้ม ใบหน้าอ่อนของเขาพาให้ผมนึกอะไรได้ “นี่ นายลองกับเขาไม่ได้แต่มาลองกับฉันได้นะ”

“เอ๋” เจ้าหนูน้อยกำลังสับสนผมจึงเปิดทางให้เขาอีกครั้ง ผมไม่เคยกับผู้ชายก็จริงแต่ถ้าน่ารักแบบนี้คงพอไหวกระมัง

“ฉันกำลังชวนนายอยู่ไงล่ะ ไม่คิดทำเรื่องดีๆกับฉันหรือ” ผมยกมือตนเองขึ้นอ้าปากเลียยังปลายนิ้วที่เปรอะหยดน้ำจากข้างแก้วอมดูดกลืนยังนิ้วชี้ เลียเบาๆที่ปลายหลอดน้ำดื่ม ก่อนที่จะกัดเหลือบตามองเขา “แต่ฉันไม่รับนะ นายคิดว่าฉันรุกเก่งไหมล่ะ”

ผมไม่ยอมให้ใครเข้ามารุกล้ำร่างกายนอกจากคุณชายฮัวเด็ดขาด แค่คิดว่าจะยอมให้คนอื่นมาทำอะไรกับร่างกายนี้ก็แทบจะขย้อนเหล้าออกมาแล้ว

“นายนี่นะ “เอ้อไป๋เห็นผมชวนคนต่อหน้าเขาส่ายหน้าก่อนยกแก้วเหล้าเป็นฝ่ายเปลี่ยนที่แต่โดยดี

“นายเป็นหรือ” ดูเหมือนผมจะสกิลล่อสาวได้ไม่ตกแม้จะตกหนุ่มน้อยก็ตามที ผมยักไหล่ก่อนที่จะคลี่ยิ้ม

“ได้หมดนั่นล่ะ นายน่ารักออกนี่นา” ผมหัวเราะโอบรอบคอ จงใจใช้นิ้วแตะยังลำคอระหง

หนูส้มสั่นสะท้านยามที่ผมแตะต้อง อื้อหือ ความจริงการคั่วหนุ่มน้อยน่ารักสักคนก็ไม่เลวเหมือนกันเฮะ ผมลูบเส้น

ผมสีออกน้ำตาลอ่อนของเขา แม้มันจะส้มไปหน่อยแต่ก็คล้ายกับคุณชาย

“ถ้าตกลงฉันมีสถานที่ดีๆนะ” มือถือในกระเป๋าผมสั่น ผมเหยียดหลังตรงเมื่อพบว่ามันคือเสียงเมมเซจ ในตอนนี้คนที่ส่งข้อความหาผมน่าจะมีคนเดียว...

avatar
kuramajoy
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 206
Points : 1361
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [os]Message [end][ฮัวเฮย][NC18+Sm]

ตั้งหัวข้อ by kuramajoy on Sat 08 Nov 2014, 20:21

คุณชายฮัว...

‘กลับมาหรือยัง?’

ผมกดเปิดข้อความจากสุดที่รักพบว่าเขาข่าวไวเสมอ อ้อ แต่ก่อนจะไปผมเป็นคนบอกเขาเองนี่ ผมกดตอบมือถือไปหาเขาอย่างไม่รีบร้อน

‘กลับมาแล้ว กินเหล้ากับเพื่อน’

มือที่โอบคอเด็กหนุ่มสั่นสะท้าน ...บางครั้งผมก็คิดว่าตัวเองมีเมียหรือแม่กันแน่ ถ้าจะเจ้ากี้เจ้าการถึงเพียงนี้

“เอาล่ะ เราไปกันเลยไหม” ผมยัดมือถือสีชมพูหวานจ๋อยลงในกระเป่ากางเกง หันหน้าไปมองยังเด็กหนุ่ม ยังไม่ทันจะได้คั่วเด็กคนใหม่คนที่ไม่คิดจะฝันว่าจะยุ่งกลับปรากฏขึ้นตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบของจางฉี่หลิงขวางผมอยู่ ต่อหน้ารูปร่างสมบูรณ์แบบแม้ผมจะเทคนิคแพรวพราวแค่ไหนก็ดูท่าจะแพ้

ถ้าผมกับคุณชายฮัวแย่งผู้หญิงผมยังมีสิทธิ์ แต่ถ้าไปแย่งกับเขา ผมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้โชว์เทคนิคเลย ใครใช้เขาหน้าตาดีเกินไปล่ะ

“เสี่ยวเกอ นายจะมารังแกฉันทำไม หรือว่าที่แท้แล้วนายสนใจฉันอยู่ ว๊ายตายแล้ว” ผมบิดตัวเสแสร้งได้อย่างน่าถีบแต่จางฉี่หลิงกลับนิ่งเงียบราวกับรูปสลัก โถๆ พ่อคุณ ผมเริ่มเห็นใจนายน้อยแล้วล่ะ

“นั่น” เสี่ยวเกอชี้มาที่มือของผมที่กอดก่ายยังเด็กหนุ่ม เขาเดินเข้ามาแทรกระหว่างเราสองคนก่อนที่จะใช้เรี่ยวแรงเหนือมนุษย์จับข้อมือผมเอาไว้ พูดก็พูดเถอะ ถ้าจะมีคนเดียวที่ผมไม่มีวันสู้ได้ก็คือเขานี่แหละ ทั้งฝีมือทั้งเรี่ยวแรง ใช่มนุษย์ที่ไหนกันล่ะ

“คุณชายจาง ฉันไปทำอะไรให้หรือ หรือว่าที่แท้นายเป็นกิ๊กกับฉัน งั้นคืนนี้เรากลับไปเร่าร้อนที่เตียงเรากันเถอะ” ไหนๆผมก็โกหกไปว่าเขาเป็นกิ๊ก ผมจึงโอบคอเขาแสร้งเป็นกอดก่ายแต่แท้จริงนิ้วที่ยาวผิดมนุษย์ยังไม่ละจากข้อมือผม ...เบา..เบาเสี่ยวเกอ เจ็บจะตายอยู่แล้ว...ข้อมือเป็นรอยแดงแล้วเว้ย

น้องส้มผละจากผมไป ดุท่าเหยื่อที่อุตส่าห์ตกได้ในหลายรอบปีกลับหายไปแล้ว ตั้งแต่แตะต้องยังดอกไม้งามผมก็ไม่เคยมีใครอื่นนอกจากคุณชายฮัว

“นายแกล้งฉันอยู่หรือเปล่า” ผมกดเสียงต่ำกระซิบกับเสี่ยวเกอ เขาเป็นคนเดียวที่รู้ถึงความสัมพันธ์ของผมกับคุณชาย ขนาดนายน้อยยังไม่รู้

“นายจะทำอะไร ?” เสี่ยวเกอเอียงคอท่าทางไม่เข้าใจ อุแม่เจ้า แม้แต่ท่าเอียงคอยังดูดี ผมเข้าใจอารมณ์นายน้อยที่อยากเลี้ยงเขาไว้ในบ้านแล้วล่ะ

“อยากหาประสบการณ์มั่ง ฉันไม่เคยกับผู้ชายเลยนี่ หรือนายจะมาเป็นคู่ให้ล่ะ” ผมแลบลิ้นใส่เขาที่ทำคู่ในคืนนี้ผมหนีหาย เสี่ยวเกอส่ายหน้า

“ฉันไม่เอา นายไม่เอา” พวกเราเดินออกมานอกร้าน อดตกหนูส้มได้ ช่างเถอะ คืนนี้ผมกับเขาจะเนียนหนีออกจากงานเลี้ยงทั้งแบบนี้ล่ะ

“น้อยๆหน่อย ถ้าให้ฉันกดนายฉันเอา แต่ถ้านายกดฉันไม่เอาเฟ้ย” ผมคลี่ยิ้มเย้ายวนแต่เสี่ยวเกอราวกับพระอิฐพระปูน ผมว่าคนที่ทำให้ปูนนี่แตกได้คงมีนายน้อยคนเดียว
“ฉันแก่กว่านาย เป็นปู่นายได้”

ผมเกือบสำลักน้ำลายเมื่อได้ยินคำตอบ ถลึงตาใส่เขาใต้แว่นดำ รูปร่างหน้าตาของเสี่ยวเกอไม่ว่ามองยังไงก็ดูเหมือนเด็กหนุ่มอายุน้อย ผมหัวเราะเมื่อนึกถึงฝีมือที่ไม่สมกับอายุของเขา ถ้าเป็นแบบนี้ก็เข้าเค้า

“เอ้อ งั้นนายก็เตรียมตัวติดคุกได้เลย แม่งกินเด็กรุ่นหลานชัดๆ”

โชคดีที่นายน้อยอายุจะสามสิบแล้ว บรรลุนิติภาวะแล้วเขาจึงไร้ข้อหาอื่นอันใดเพิ่ม เอาเป็นว่าตอนนี้นายน้อยน่าจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์มากกว่าอีก

“มือถือนายสั่น” จางฉี่หลิงชี้ไปที่กระเป๋ากางเกงของผม ผมจึงอธิบายให้เขาฟังว่ามันคือข้อความไม่ได้โทรมา หมอนี่แพ้เรื่องเทคโนโลยีแม้แต่โทรศัพท์ยังใช้ไม่เป็น

“นายนี่นะ น่าจะพกสักเครื่อง เวลานายน้อยตามตัวจะได้ไม่มาตามฉัน” ผมบ่นเขาในจังหวะที่คิดว่าจะหยิบมือถือขึ้นมา จางฉี่หลิงก็กระชากเสื้อกล้ามของผมกระแทกลงกับผนังด้านนอกของร้านเหล้า ความเจ็บทำให้ตาของผมพร่ามัวก่อนที่รู้ตัวอีกทีข้อมือจะถูกรวบเอาไว้จนขัดขืนไมได้ ริมฝีปากได้รูปแตะลงที่ซอกคอของผมก่อนที่ฟันของเขาจะขบกัดลงมา

“นายเป็นหมาหรือไง” ผมต่อว่า แรงกัดนี่ไม่ใช่น้อยๆแม้จะไม่มีเลือดแต่ทำเอาผมสร่างเมา ไม่แค่ที่เดียวแต่เสี่ยวเกอกัดขบเม้มจงใจทิ้งร่องรอยไว้ถึงสี่จุด เมื่อพึงพอใจเขาก็ปล่อยผมเป็นอิสระเดินตัวปลิวราวกับเมื่อกี้ไม่ได้ทำอะไร

“เฮ้ เดี๋ยว นายเกิดบ้าอะไรขึ้นมา” ผมนวดคอตัวเองแม้จะไม่เจ็บมากและเมื่อครู่ไม่มีสัมผัสหยาบโลนสักนิด หากเป็นคนอื่นผมจะเข้าใจว่าเขาต้องการแต่กับหมอนี่ คนเดียวที่เขาต้องการมีแค่นายน้อย

“ถ้าเป็นตอนนี้เขาคงยินยอมพร้อมใจขึ้นเตียงกับนายแน่” จางฉี่หลิงกระชับเสื้อเดินหายไปกับความมืดมิด ดูท่าวันนี้เขาคงไม่กลับห้องแน่

“..” ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น มันเป็นเสียงข้อความ ผมหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านข้อความที่ค้างอยู่ในตัวเครื่อง

‘กินข้าวหรือยัง’

มันคือคำชวนกินข้าวทางอ้อม ผมตบท้องตัวเองที่เต็มไปด้วยเหล้ากับกับแกล้มก่อนที่จะคลี่ยิ้มแตะลงยังร่องรอยเจือจางที่จางฉี่หลิงทำเอาไว้ ถ้าตามหลักการผมไม่ควรไป แต่เมื่อนึกถึงรอยลิปสติกที่ติดมาทุกครั้งที่คุณชายไปงานเลี้ยงผมก็เหยียดยิ้มโดยไม่รู้ตัว

เขาคงไม่ได้สนใจอะไรขนาดนั้นกระมัง…. ถ้าผมจะมีรอยคิสมาร์กสักสี่ที่

ความรู้สึกแปลกๆก่อตัวขึ้นในหัวใจผมเหยียดยิ้มสลัดความรู้สึกนั้นออกอย่างรวดเร็ว มือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดข้อความตอบเมียที่เครารพรัก

‘ยังเลย คุณล่ะ’ รอเพียงชั่วอึดใจเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ผมกดรับเมื่อเห็นว่ามันคือชื่อของคุณชาย

“สวัสดีคุณชาย คิดถึงผมล่ะสิ” ผมหัวเราะหยอกเย้าเขาตามปกติ ปลายเสียงเงียบไปชั่วอึดใจก่อนที่จะตบเกรียนผม

“เสียงจอแจมาก นายคงไม่ได้อยู่ที่ร้านเหล้าใช่ไหม” เสียงเย็นดูดุดันพาให้ผมแลบลิ้น รู้สึกว่าขนลุก เซี่ยอวี้ฮัวบอกแค่ให้ผมเลิกบุหรี่ไม่ได้บอกให้ผมเลิกเหล้า บางทีคงเพราะเขาเองก็ดื่มบางช่วงเช่นกัน

“ฮะ ฮะ เพิ่งกลับมาจากคว่ำกรวยนะคุณชาย” ผมแก้ตัวกับเขาก่อนที่จะยิ้มแห้งเมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“งั้นท้องนายคงมีแต่เหล้า ถ้าจะกินบอกแล้วไงให้กินข้าวก่อน” ผมหัวเราะก้าวขาเดินไปตามท้องถนนอันมืดมิด ไฟบนทางเท้าบางจุดไม่ติด หากเป็นคนปกติคงจะนึกกลัวแต่ผมกลับคิดว่ามันคือสวรรค์สำหรับผม ยามที่ไร้แสงคือที่อยู่ของผม

“ไม่เอาน่าคุณชาย จู้จี้ยิ่งกว่าคุณแม่เสียอีก” ผมทำปากยื่นกระโดดไปตามฟุตบาท หลบเข้าซอยเมื่อเห็นแสงไฟตัดหน้าของรถก่อนที่จะโดนปลายเสียงตวาดใส่

“นายจะแอบทำไม” เสียงนั้นหงุดหงิดจนผมต้องแอบออกมาจากผนังของซอย โธ่ ว่าจะเล่นซ่อนแอบเสียหน่อย ผมเดินออกมาจากซอยไปยังรถคันหรูสีดำสนิท เหลือบมองคนขับรถให้กับคุณชายในวันนี้ เขาเป็นบอดี้การ์ดร่างใหญ่ใจดีชื่อนิค ออกจะคุ้นเคยกับผม เมื่อเห็นผมจึงคลี่ยิ้มจางๆให้ ผมแลบลิ้นตอบรับเขาก่อนที่จะได้ยินเสียงเปิดประตู มองขึ้นไปยังเบาะหลังคุณชายฮัวนั่งไขว่ห้าง เรือนร่างเพรียวบางอยู่ในชุดสูทสีดำสนิทตัดกับเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อน ใบหน้างดงามยิ่งกว่าอิสตรีเชิดขึ้น นัยน์ตาคู่สวยแพรวไปด้วยขนตางอนงามจับจ้องมาที่ผม เรือนผมสีน้ำตาลดูนุ่มพลิ้วไหวระต้นคอ

ไม่ว่าจะมองมุมใดคำว่างดงามหมดจดหาใดเปรียบก็คู่ควรกับคุณชายอยู่เสมอ

ผมซึมซับความสวยงามเบื้องหน้าเพียงครู่หนึ่งก่อนที่จะขึ้นนั่งยังเบาะหลังเคียงข้างคุณชายเก้า ปิดประตูก่อนที่จะลอบมองใบหน้าคนสวย

“คุณชายรู้ได้ไง” ผมปิดฝาพับโทรศัพท์สีชมพูพับเก็บลงยังกระเป๋ากางเกง คุณชายเก้าเหลือบนัยน์ตางามมาทางผม

“เสียงเพลงที่ลอดเข้ามาในมือถือ มีเพียงที่นี่ที่จะเปิดเพลงนั้น”

“โอ้โห เพิ่งจะรู้ว่าคุณชายเป็นโคนัน ฮ่าๆ” ผมหัวเราะก่อนที่จะโดนนิ้วเรียวนั้นตีเข้าที่ศีรษะ เจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด คุณชายเก้าเหลือบมองผมก่อนที่จะคลี่ยิ้ม รอยยิ้มงดงามจับใจ เขาเป็นคนมีเสน่ห์แต่ครั้นจะแตะต้องจะมีออร่าบางอย่างที่ทำให้คุณไม่กล้าแตะต้อง

“มานี่” น้ำเสียงนุ่มนวลดังขึ้นก่อนที่มือขาวเนียนจะยื่นมาหา ผมจึงไม่รีรอที่จะเอื้อมมือไปลูบนิ้วเรียวยาวของคุณชาย เขยิบเข้าไปใกล้ริมฝีปากแดงสด ทาบทับความเร่าร้อน คุณชายรั้งศีรษะของผมเข้ามาแนบกับริมฝีปาก กดยังท้ายทอยให้แนบชิดกับปากของเขา ปลายลิ้นนุ่มกวาดยังโพรงปากของผม พัวพันกับลิ้น เราแลกจูบกันอย่างดูดดื่มสะท้อนยังกระจกมองข้างหลังของรถ นิคเป็นคนไม่พูดมากคุณชายจึงมักเอาเขามารับผม

ความร้อนถูกถ่ายเท มอบความหวานหอมจนแทบจะละลาย ผมเลียริมฝีปากอย่างเสียดายยามที่ความอบอุ่นเลือนหายไป คุณชายละริมฝีปาก นัยน์ตาคู่สวยพราวระยับ มันคือสายตาของนักล่าที่เตรียมจะจ้องขย้ำเหยื่อ เสียแต่เหยื่อตัวนี้ไม่ยินยอมให้ขย้ำอย่างง่ายดายเพราะมันอยากจะพัวพันกับนักล่าเช่นกัน

“พอแล้ว” น้ำเสียงหวานเอ็ด มือเรียวยันใบหน้าออกห่าง “ถ้ายังอยากกินข้าวอยู่ก็เลิกหอมแก้มได้แล้ว”

“หึหึ “ผมหัวเราะกอดก่ายเขา จูบซับยังพวงแก้มใสสูดดมกลิ่นแป้งหอม “กินคุณชายก่อนได้ไหม ?”

“งี่เง่า” คุณชายเก้าดีดหน้าผากผม เรี่ยวแรงหนักหน่วงเสียจนผมน้ำตาคลอ รู้สึกเอาชนะเขาไม่ได้ เรือนร่างเพรียวเดินนำหน้าผมเข้าบ้านในยามที่รถมาถึง คุณชายพาผมมาถึงโต๊ะทานอาหาร อาหารจำนวนมากวางเรียงรายพร้อมไว้ก่อนแล้วดูท่าเขาคงจะสั่งไว้ล่วงหน้า

“แหม คุณชายอยากจะให้ผมป้อนไหมล่ะ” ผมบิดตัวทำท่าทางราวกับสาวน้อยเวลาป้อนข้าวแฟนหนุ่ม แต่กลับโดนเท้าเรียวของคนงามกระทืบปลายเท้าใต้โต๊ะ เจ็บเสียจนแทบหายซ่า

ทำไมเมียผมถึงได้โหดขึ้นทุกวัน แถมดูจะเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน คุณชายคงไม่ได้แอบไปเล่นกล้ามมาใช่ไหม!

“แปลกจังที่คุณชายยังไม่ได้ทานอะไร วันนี้ไปงานปาร์ตี้มามิใช่หรือ” ผมตักเนื้อไก่เข้าปากก่อนที่จะเหลือบมองยังคนงามที่นั่งฝั่งตรงหน้า ปกคอเสื้อเชิ้ตเจือจางไปด้วยลิปสติกสีแดงสด คลี่ยิ้มยั่วเย้ารู้สึกเหมือนมือที่กำโทรศัพท์มันสั่นสะท้าน

“รีบกลับน่ะ” นัยน์ตาคู่สวยของคุณชายเก้าหลุบลง ผมหัวเราะเมื่อคิดได้ว่าคนใบ้จางก็รีบร้อนออกจากงานเลี้ยงไป ...คงไปรับนายน้อยสาม

มื้ออาหารของเราจบกันด้วยความเรียบง่าย คุณชายเก้าเป็นผู้ดี ไม่ค่อยพูดในระหว่างที่ทานอาหารเท่าใดนัก ได้แต่นั่งเท้าคางตักอาหารเข้าไปมองผมที่จ้อโม้เรื่อยเปื่อยตั้งแต่เรื่องกรวยที่คว่ำกันวันนี้ หรือเรื่องสัพเพเหระทั่วไป นินทาจางฉี่ หลิง ก่อนที่จะจบลงด้วยการบ่นว่าหมอนั่นมันจอมหายตัว

ขนาดผมยังตามจางฉี่หลิงแทบไม่ทัน แล้วนายน้อยสามหรือจะทัน โถ ช่างน่าสงสารแท้

“คุณชาย” ผมร้องคราง ลุกขึ้นจากที่นั่งทานอาหารของตนเอง เข้าไปพัวพันคลอเคลียกับความงดงามเบื้องหน้า มือเกี่ยวกระหวัดกับเรือนร่างช่วงบนของเซี่ยอวี้ฮัว ใบหน้าคลอเคลียแก้มใส ก่อนที่จะหย่อนก้นลงบนพนักเก้าอี้ของคุณชาย เอนหลังพิงมองด้วยความยั่วยวน

“อาหารหลักกินแล้วจะรับของหวานสักหน่อยไหม” ผมกระซิบข้างหูของเขา คุณชายเก้าเหลือบตาคู่งามขึ้นมามองผมเพียงชั่วครู่ก่อนที่มือบอบบางนั้นจะรั้งผมเข้าไปจูบ ความวาบหวามคละเคล้ากับหอมหวาน ผสมผสานกันอย่างลงตัว ผมดูดดื่มกับรสจูบนั้นก่อนที่เซี่ยอวี้จะปล่อยให้ผมเป็นอิสระ เขายันตัวลุกขึ้นมือบางลูบไล้เรือนร่างผมผ่านอาภรณ์สีดำสนิท ผมนึกว่าเราจะต่อกันทั้งแบบนั้นแต่คุณชายฮัวกลับหยุดเพียงแค่นั้นรั้งตัวผมลงกับตักเพรียวบางของเขา ใบหน้าของพวกเราอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ รับรู้ถึงลมหายใจอุ่น นัยน์ตาเรียวคมของคนสวยจับจ้องมาเสียจนรู้สึกสั่นสะท้าน

“นายชอบของหวานแบบไหน” คำถามที่ไม่คิดว่าจะมีในเวลานี้พาให้ผมขมวดคิ้ว ผมเอียงคอก่อนที่จะยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าสวยงาม

“ของหวานที่ไม่หวาน อย่างเช่นดาร์กช็อกโกแลต หรือ....ของเหลวของคุณชาย” ผมอ้าปากรั้งมือของคุณชายขึ้นมา เลียมันราวกับอมยิ้มหวาน เหลือบตาขึ้นมองคนเฉยชา

วันนี้เขาจะไม่ทำอีกแล้ว ? ....หรือว่าเขาจะเบื่อผมแล้ว ?

ผมควรทำเช่นไรดี....ตลอดมาเราเกี่ยวพันกันด้วยเซ็กส์เท่านั้น

“ถ้าผลไม้นายก็ทานได้สินะ กับของที่ทำจากนม” คุณชายฮัวเอียงคอท่วงท่าดีเสียจนน่าจับจูบ ผมนั่งบนตักเขา อ้าปากทำท่าน้อยใจก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมมาลูบไล้เส้นผม ปลายนิ้วอุ่นเคล้นคลึงเสียจนเคลิบเคลิ้ม

“ถ้ากับคุณชายจะอะไรก็ได้” ผมเอนตัวซบลงบนไหล่ได้รูป สูดกลิ่นหอมจากกายของเขา กลิ่นแป้งหอมอ่อนๆชวนให้รู้สึกดี “คุณชายวันนี้ก็ไม่ทำหรือ ? แก่แล้วหรือว่าเริ่มเสื่อมกัน หึหึ”

“คิดอะไรบ้าๆ” คุณชายยกมือขึ้นฟาดศีรษะของผมก่อนที่จะเหลือบมองยังปฏิทิน “ยังก่อน”

เห็นเขาพึมพำอะไรที่ผมไม่เข้าใจถ้าเขาไม่ทำผมมาที่นี่จะมีความหมายอะไร ทว่าคุณชายก็ไม่ได้ไล่ผมไป...ผมเอียงคอคลอเคลียราวกับลูกแมวคุณชายลูบเส้นผม สัมผัสอบอุ่นอ่อนโยนเสียจนเกือบจะเคลิ้มหลับหากไม่เพราะอยู่ๆปลายนิ้วแผ่วเบานั้นจะละจากเส้นผมเป็นปกเสื้อแจ็กเก็ตตัวนอก กระชากออกอย่างแรงจนร่างของผมเกือบจะหงายหลัง โชคยังดีที่มือคล้องคอคนงามเอาไว้ไม่งั้นผมคงได้ล้มหงายร่วงจากตักเขาฟาดกับพื้น

“หืม ?” คิ้วเรียวสวยของคุณชายขมวกคิ้ว มืองามร่นเสื้อแจ็กเกตของผมลง แหวกยังเสื้อกล้ามตัวข้างในให้เห็นยังซอกคอ นิ้วนุ่มเลื่อนไปแตะลงยังคอเรียวด้านใน วนลากลงยังไหปลาร้า ก่อนที่กดย้ำยัง 4 จุด มันคือจุดที่จางฉี่หลิงกัดทอดทิ้งร่องรอยเอาไว้ทั้ง 4 ที่

“เฮยเสียจื่อ นี่อะไร” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถาม คุณชายล้วงมือถือออกมากด ท่วงท่าสบายราวกับเป้นปกติทุกอย่างแต่ทำไมกันนะผมถึงรู้สึกว่า...รู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิต
“เอ่อ..” ผมกลืนน้ำลายอย่างยากเย็นคิดว่าจะอธิบายอย่างไรก่อนที่จะเหลือบไปเห็นรอยลิปสติกบนปกเสื้อของคุณชาย

“ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ “ผมคลี่ยิ้มเย้ายวนเรือนร่างแนบชิด คุณชายเก้าเหลือบตามองผมก่อนที่จะดึงผมให้ลงจากตักของเขาจูงมือไปยังห้องนอนกว้าง

“ฉันคิดว่าควรสำเร็จโทษนายที่นี่ดีกว่า” มือเรียวผลักลงบนฟูกนุ่มแรงเสียแทบจะเป็นร่วงหล่น มือของเขารั้งแขนทั้งสองข้างของผมขึ้นรวบไว้เหนือศีรษะกดอย่างแรงเสียจนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ในจังหวะที่ผมกำลังมึนงงกับสัมผัสที่ได้รับ เสียงดังกริ๊กก็ดังขึ้นพร้อมกับความเย็นเฉียบของโลหะ รู้ตัวอีกคราก็ถูกมัดมือไว้ด้วยกุญแจมือคล้องกับหัวเตียง

"คุณชาย...นี่มัน" ผมครางในยามที่พยายามดึงมันออกทว่ากลับไร้ผล เดี๋ยวนี่คุณชายเตรียมของแบบนี้ไว้ที่หัวเตียงด้วย

"เมื่อก่อนซื้อเอาไว้คิดว่าจะเอาไว้ปรามความน่าถีบของนาย ไม่คิดว่าจะได้งัดออกมาใช่จริงๆ" มือของเขาลูบไล้พวงแก้มของผมคลอเคลียราวกับจะอ่อนโยนแต่ไม่เลย นิ้วของคุณชายกดลงยังผิวหนังใช้เล็บครูดเสียจนเจ็บแสบ ...ท่าทางเขาจะโมโหมากจนผมต้องสะดุ้ง ยังไม่ทันจะได้พูดแก้ตัวอะไรแว่นตาสีดำของผมก็ถูกถอดออก คุณชายใช้นิ้วเรียวจับขาแว่นก่อนที่จะแกว่งมัน หรี่นัยน์ตางดงามมองผมเพียงชั่วครู่ ริมฝีปากได้รูปหยักยิ้ม ท่วงท่างดงามที่ทำให้ผมเคลิบเคลิ้มไปวินาทีเดียวก่อนที่จะได้ยินเสียงดังเพล้ง...

"เซี่ยอวี้ฮัว!" ผมกรีดร้องเมื่อเห็นชัดๆว่าต้นเสียงมันมาจากไหน คุณชายเก้าหยิบแว่นกันแดดชนิดหนาเป็นพิเศษของผมเขวี้ยงใส่กับกำแพงบ้าน น่าเสียดายที่ถึงแม้จะสั่งทำมาแพงแค่ไหนก็มิอาจต้านทานเรี่ยวแรงและผนังบ้านได้ มันแตกร้าวเป็นรอยยาว

คุณชาย แล้วผมจะเอาแว่นที่ไหนใส่

"อ้อ นายสนใจด้วยหรือว่าแว่นนายจะแตกหรือไม่แตก นายเคยสนใจรักษาของด้วย ?" คุณชายฮัวกดใบหน้าของผมลงกับฟูก น้ำเสียงเย็นเยือกจนผมขนลุก ...
สนสิ นั่นมันของคู่ชีพ ต่อให้ไม่มีเสื้อผ้าติดกาย ขอแว่นสักอันก็ยังดี

"ถ้าอยากได้ขนาดนั้นละก็" น้ำเสียงของเขาหากห้วงก่อนที่เรือนผมผมจะถูกจิกขึ้นเจ็บจนน้ำตาเกือบเล็ด แล้วความมืดมิดก็ทาบทับลงมา สัมผัสบนใบหน้าบ่งบอกให้รู้ว่ามันคือเนคไทสีดำของคุณชายฮัว ผมอ้าปากหมายจะถามแต่กลับต้องสะดุ้งเมื่อมือนุ่มของคุณชายไล้ตามร่างกายของผม เคล้นคลึงอย่างหนักหน่วง

มันหาใช่สัมผัสวาบหวามที่มอบความรื่นรมย์ให้แต่อย่างใด แต่กลับเป็นความรุนแรงราวกับพายุ

ความเจ็บแล่นริ้วผสานไปกับความปวดร้าว ผมรู้สึกว่าคุณชายหาได้ต้องการมีเพศสัมพันธ์กับผมแต่กำลังจะบดขยี้....ยื้อฉุดให้ร่างกายของผมแตกสลาย

ฝ่ามือเคล้นคลึงจิกครูดไปทั่วเรือนร่าง ผมรู้สึกแสบร้อนยามที่เข่าเรียวของคุณชายดันเข้ามากลางลำตัวพาให้ผมสะดุ้งไหว มือของเขาเลื่อนมาบีบเบาๆที่สะโพก แตะลงที่สะโพกก่อนที่จะสอดนิ้วล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหลังแย่งเอามีดพกจากผมไป

"คุณ..ชาย" ผมครางในยามที่สัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกของโลหะ มีดที่ผมพกอยู่เป็นมีดพับขนาดเล็กใบมีดทำจากเยอรมัน มีความคมเหมาะแก่การใช้เฉือน ตอนนี้คนของต่างประเทศได้พิสูจน์ว่ามันใช้งานได้ดีเยี่ยม เพียงแค่คุณชายฮัวแตะเบาๆลงบนแก้มของผม กรีดแผลเป็นทางยาว ความเจ็บแปลบแล่นขึ้นก่อนที่ลิ้นอุ่นของคนงามจะเลียยังเลือดที่ไหลริน

หากว่ามันเป็นการเลียเพื่อรักษาผมคงไม่เผลอกรีดร้อง ....คุณชายฮัวแตะปลายลิ้นราวกับจะแหวกมันทำให้ผมสะอึกก่อนที่จะผละออกไป มืองามกดศีรษะของผมลง ปลายมีดจ่อที่คอหอย ความเย็นของมันทำให้ผมอยู่นิ่งหากพลาดไปอีกนิดเดียวละก็ผมคงได้จบชีวิต

"เป็นอะไรไป นายไม่เคยอยู่นิ่งมิใช่หรือ" คุณชายหยอกเย้าแกล้งกดปลายมีดลงสะกิดบาดแผลเล็กที่ซอกคอ ก่อนที่จะลงขบกัดแต่งแต้มร่องรอย มือบางตวัดปลายมีดกดลงยังเสื้อกล้ามของผม กรีดมันลงเป็นทางยาว สัมผัสยังผิวกาย ทอดทิ้งบาดแผลไปตามการฉีกกระชากเสื้อผ้า ผมครางแผ่วเบาพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ สุดท้ายทั้งเสื้อและกางเกงก็ถูกฉีกเป็นชิ้นๆจนไม่เหลือดี ....ร่างกายเปล่าเปลือยของผมสัมผัสกับอาภรณ์ชั้นดีของคุณชาย เสียดสีเสียจนอารมณ์เริ่มก่อเกิด
avatar
kuramajoy
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 206
Points : 1361
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [os]Message [end][ฮัวเฮย][NC18+Sm]

ตั้งหัวข้อ by kuramajoy on Sat 08 Nov 2014, 20:25

"เฮยเสียจื่อ ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม ...ว่าไม่เคยชอบใช้ของร่วมกับคนอื่น ฉันคือ เซี่ยอวี้ฮัว คุณชายเก้าแต่งตระกูลเซี่ย นายเป็นใครถือดีอย่างไรให้ฉันต้องใช้ของมือสอง"

ถ้อยคำต่อว่าพาให้ผมสะอึก ผมอ้าปากคิดจะแก้ตัว แต่เขากลับยกเรียวขาเปล่าเปลือยของผมขึ้นพาดบ่าก่อนที่จะแทรกตัวเข้ามาโดยไม่มีการเล้าโลมหรือเตรียมตัวใดๆ

"อ๊ากก!" แรงอัดกระแทกที่ถาโถมมาอย่างกระทันหักทำให้ผมจุกเสียจนต้องอ้าปากตักตวงลมหายใจ รู้สึกเหมือนอากาศพลันหดหาย ความเจ็บปวดที่ถูกสอดแทรกเข้ามาพาให้เยื่อโพรงอ่อนของผมฉีกขาด กลิ่นเลือดสะอิดสะเอียนลอยฟุ้งเสียจนหันหน้าหนี ผมรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกจับแยก ฉีกทึ้งด้วยน้ำมือของคุณชายฮัว ความเจ็บปวดที่ได้รับคล้ายกับสมัยก่อน ในครานั้นเขาไม่ได้มีความรู้สึกอันใดกับผม

สัมผัสสวาทที่ตักตวงเพียงฝ่ายเดียวทอดทิ้งร่องรอยความบอบช้ำเอาไว้มากมาย หรือว่าพวกเราจะย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นนั่นอีก

ผมเสนอตัวเป็นของเล่นให้กับเขา ใช้ร่างกายพัวพันเพียงหวังจะได้รับความรักกลับคืนแม้สักนิด เพียงเพราะความทรงจำในวันวาน มือของนางฟ้าตัวน้อยที่เกาะกุมผมอยู่นั้นช่างสวยงามเหลือเกิน มันคือแสงสว่างและความอ่อนโยนครั้งแรกที่ได้สัมผัส ตราตรึงในจิตใจท่ามกลางความโหดร้ายที่ได้พบเจอ

คุณชายฮัวหาใช่คนไม่ดี เขากลับมอบเศษเสี้ยวของหัวใจให้กับผมแม้ว่ารักของเขาที่มีต่อนายน้อยสามจะมั่งคงดุจหินผาไม่มีวันทลายลงได้โดยง่าย แต่เขากลับอ่อนโยนกับผมมากขึ้นทุกครั้งที่เราพบกัน จวบจนสุดท้ายเขาเป็นคนตามผมกลับมา สร้างตรวนรัดผมให้มิอาจไปไหน ความสัมพันธ์ของเราดีขึ้นเรื่อยๆ

สัมผัสหยาบโลนและความรุนแรงครานี้ราวกับครั้งแรกที่ได้สัมผัส มันเป็นเพียงแค่การใช้ผมเป็นที่ระบาย

"อ๊ะ..อือ" ผมงับริมฝีปากตัวเองระงับเสียงกรีดร้องท่ามกลางความรุนแรงที่ถาโถมเข้ามาคละเคล้ากับกลิ่นอายของเลือดจนเวียนหัว ช่องทางคับแคบตอดรัดสิ่งแปลกปลอมที่สอดใส่เข้ามาอย่างไม่ยั้ง ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ตุ๊กตาที่โดนเขาชักไปทางไหนก็ไปตามคลื่นอารมณ์ไม่สามารถบังคับตนเองได้

แม้จะถูกสัมผัสอย่างร้ายกาจแต่ร่างกายกลับมีปฏิกิริยาตอบสนอง แก่นกายของผมชูชันท่ามกลางแรงเสียดสีของกายเนื้อ ผมกรีดร้องในยามที่เกือบจะไปถึง ทว่ามือของคนใจร้ายกลับรั้งปลายยอดของมันเอาไว้ ดึงเอาเศษของเสื้อผ้าผมขึ้นมาผูก ไม่ยินยอมให้ไปถึงสวรรค์โดยง่าย

"คะ..อ๊า" เอ่ยปากหมายจะวิงวอนแต่กลับถูกแรงกระแทกซ้ำเข้ามาในช่องทางที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ แก่นกายใหญ่ร้อนผ่าวคว้านลึกเข้าไปถึงด้านในสุดก่อนที่จะเกร็งตัวดึงออกแล้วกระแทกอัดเข้ามาจนสุดทาง

เจ็บ ...เฮยเสียจื่อได้กลิ่นคาวของน้ำกามรมณ์ ปะปนไปกับกลิ่นเลือดชวนปวดหัว

"อ๊า...อา เบื้องหน้ามืดบอดมองเห็นแต่ความมืดมิด ผมเคยคิดว่าตนเองคงจะมีสักวันที่ดวงตาแพ้แสงรุนแรงเช่นนี้จะมองไม่เห็น ไม่นึกไม่ฝันว่าจะคุณชายฮัวจะจัดให้ ยิ่งมองไม่เห็นใบหน้างดงามนั้นก็พาให้เขาร้อนใจ ไหนเลยจะยังสัมผัสหยาบโลนที่รุกเร้า แรงเสียดสีที่ไม่มีการยั้งให้แม้สักนิดครูดจนผนังอ่อนเป็นรอย

เมื่อก่อนถึงจะทำเจ็บแค่ไหนแต่ยังได้เห็นดวงหน้างดงามที่อาบไปด้วยหยาดเหงื่อ ตอนนี้แม้แต่เรือนร่างที่ใฝ่ฝันก็ไม่ได้เห็น

"อึก..."ผมระงับยังเสียงกรีดร้อง คละเคล้าไปกับหยาดหยดบนใบหน้า อา...โชคดีจังที่คุณชายปิดตาผมอยู่

อย่างน้อยจะได้ไม่เห็นน้ำตา...



น้ำเสียงวิงวอนคละเคล้าไปกับเสียงสะอื้นไห้ กลิ่นคาวเลือดปะปนไปกับหยาดเหงื่อและคราบของเหลวขุ่นจรรโลงเรือนร่างงดงามราวกับสัตว์ป่าเบื้องหน้าให้เย้ายวน แม้มันจะน่าสงสารแต่ผู้กระทำยังไม่ยินยอมหยุด เซี่ยอวี้ฮัวรู้สึกโกรธอยู่เต็มอก เจ้างูบ้า เจ้างูงี่เง่า เขาเคยบอกกี่ครั้งต่อไม่รู้กี่ครั้งว่าอย่าให้ใครแตะต้องเรือนร่างนี้นอกจากเขา
แค่ไม่ได้ทำกันเพียงอาทิตย์เดียวเจ้าหมอนี่ก็วิ่งเล่นไปหาคนอื่น ราวกับว่าขอเพียงคนนั้นทำกับนายได้จะใครก็ช่าง

ไม่ใช่แค่ฉันเพียงคนเดียว

เซี่ยอวี้ฮัวรู้สึกเหมือนตัวเองโดนตบหน้าอย่างแรง ....เรื่องราวที่ร่วมสร้างด้วยกันมานึกว่าจะทำให้เกิดความสัมพันธ์ผูกยึดกันเพียงเรา กลับไม่มีค่าพอเทียบเท่าได้กับความต้องการของร่างกาย

ผมคงนึกไปเองว่ามันรักผม ท่าทีที่เฮยเสียจื่อแสดงออกมาทำให้รู้ว่าหลงรักเขาเพียงใด แม้ว่าใจดวงนี้จะยังหลงเหลือความรู้สึกที่มีต่อนายน้อยสามอยู่ แต่ความรู้สึกอันกล้าแกร่งของนายกลับเข้ามาแทรกจิตใจทีละนิด จนทำให้ผมต้องละทิ้งตารางงานมาหาเรือนร่างชวนถวิลหานี้ไม่รู้กี่ครั้ง

ผมคิดว่าตัวเองกำลังโกรธและมีสิทธิ์ที่จะโกรธ

"อ๊า..คุ..คุณชาย" เสียงครางกระเส่าดังขึ้นราวกับจะขาดใจในยามที่ผมเคล้นคลึงเรือนร่างงดงาม กระแทกเสียดสีช่องทางชุ่มฉ่ำ มันคละเคล้าไปด้วยน้ำกามที่ถูกปลดปล่อยหลั่นรินในเรือนร่างครั้งแล้วครั้งเล่า ผมไปถึงจุดสุดยอดถึงสี่ครั้งแต่กลับไม่ยอมให้เขาปล่อยสักครั้ง ผมดึงยังแก่นกายชูชันที่เกือบจะไปถึงแต่กลับหลั่งออกมาไมได้เมื่อติดยังเศษผ้าที่รัดตรึงไว้ตรงปลายยอด นายแว่นอ้อนวอนผม ผมรู้ว่าเขากำลังแอบซ่อนยังน้ำตา

โชคดีที่ปิดตาเข้าไว้ ...เพราะผมจะได้ไม่เห็นน้ำตาที่พาให้ใจอ่อน

"เฮยเสียจื่อ ฉันคิดว่าต่อไปนี้จะทำยังไงกับนายดี" ผมเหลือบมองยังเรือนร่างงดงาม แผ่นอกเรียบตึงที่เกิดรอยแผลกรีดเป็นทางยาวจากมีดพับ ผิวกายขาวของเขาตัดกับสีแดงคละไปกับหยาดหยดน้ำกาม ดูเซ็กซี่เสียจนอารมณ์ขึ้น ใบหน้าได้รูปถูกทาบปิดด้วยผ้าปิดตา ริมฝีปากแดงบวมช้ำเคลือบไปด้วยน้ำลายใส ยอดอกสีเชอร์รี่ชูชัน ร่างกายที่มีกล้ามเนื้อพอดีนั้นสวยงามราวกับสัตว์ป่า เรียวขาแน่นเปรอะไปด้วยสีแดงและขาวผสมผสาน ปลายเท้าเปล่าเปลือยจิกรั้งยังผ้าปูเตียงครั้งแล้วครั้งเล่า

"อ๊ะ..อ๊า..มะ..พอ" เขาอ้อนวอนผมอีกคราในยามที่ตัวของผมกระแทกหนักหน่วงเข้าไปยังช่องทางที่บอบช้ำ ครูดรั้งยังผนังอ่อนบางเสียจนเลือดไหล ผมบีบสะโพกกลมมนได้รูป จงใจสอดเข้าไปลึกที่สุดเรียกเสียงหวีดร้องก่อนที่คิดว่าจะเล่นกับเขาให้มากกว่านี้เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

หากเป็นในยามปกติผมจะไม่คุยเรื่องงานในเวลาส่วนตัว แต่ครานี้ผมอยากจะแกล้งเขา ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนที่จะเอ่ยเสียงเรียบ

"ฉันจะคุยโทรศัพท์ นายคงรู้ใช่ไหมว่าต้องทำอย่างไร"

เรือนร่างภายใต้หยุดชะงัก เฮยเสียจื่อนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ท่าทีราวกับเด็กที่ตัดสินใจไม่ถูก ผมจึงกดกระแทกย้ำยังจุดอ่อนบางของเขา ร่างนั้นเกือบจะหวีดร้องขึ้นมาด้วยความรวดร้าวแต่กลับกัดริมฝีปากจนแตกช้ำได้ทัน ครั้นเห็นท่าทีนั้นผมกลับเหยียดยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่สมควรให้เขาได้เห็นมากที่สุด ไม่งั้นเขาจะหนีผมไปอย่างไม่มีวันกลับ

"ฮัลโหล" ผมกรอกเสียงลงยังปลายสายไม่ได้ดูสักนิดว่าใครเป็นคนโทรมารบกวนเวลา น้ำเสียงของผมคงจะอารมณ์ไม่ดีมาก ปลายสายจึงได้เงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนที่เสียงน่ารักที่ผมไม่มีวันลืมจะดังขึ้น

"ขอโทษที่รบกวนเวลานะเสี่ยวฮัว" นายน้อยสามกรอกเสียงลงมาตามโทรศัพท์ ได้ยินเสียงของเขาก็พาให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาส่วนหนึ่ง เห็นท่าทีกลัวผมตวาดของเขาแล้วผมจึงเอ่ยปลอบจงใจพูดด้วยเสียงดังเพื่อให้คนข้างใต้ได้ยิน

"ไม่เป็นไรหรอกนายน้อยสาม เพื่อนายไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนฉันก็มีเวลาให้ได้เสมอ" ร่างเบื้องล่างของผมสะอึก...ก่อนที่ริมฝีปากบางนั้นจะขบเม้มผมจึงกระแทกแก่นกายร้อนระอุยัดเยียดน้ำรักให้กับช่องทางสีสวย กระตุ้นยังจุดเร้าอารมณ์ เฮยเสียจื่อเกือบจะกรีดร้องแต่เขามีความอดทนดีเยี่ยมที่จะสกัดกั้นเสียง

ผมเหมือนได้ยินเสียงสะอื้นคลอคละเคล้ากับเสียงของแอร์ปรับอากาศ

"เอ้อ ไม่มีอะไรหรอก แต่เสี่ยวเกอให้ฉันโทรมาน่ะ" พูดจบผมก็ได้ยินเสียงกระทบของโลหะดูท่าทางจางฉี่หลิงจะเอาดาบโบราณไปโดนประตูอีกแล้ว

"มีอะไรหรือ" ผมขมวดคิ้ว หากเป็นอู๋เสียมีธุระผมจะไม่แปลกใจแต่จางฉี่หลิง คนที่ไม่เคยคิดเชื่อมโยงกับใครนอกจากนายน้อยสามมีเรื่องอะไรจะพูดกับผม แม้เราเคยทำงานร่วมกันแต่เขากลับไม่สนใจทำราวกับผมเป็นแค่วัตถุอากาศชนิดหนึ่ง

ผมเหลือบสายตาลงมองเจ้างูที่กัดริมฝีปากจนเลือดอาบ เรือนร่างสวยงามสั่นสะท้านราวกับกำลังอดกลั้นในยามที่แรงเสียดสีพาให้ร่างนั้นขับเคลื่อนพลิ้วไหวราวกับเริงรำบนเตียงนุ่ม

"เอ่อ ก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน" ปลายสายพ่นลมหายใจ "เสี่ยวเกอบอกฉันว่า ให้ฝากบอกนายว่า รอยบนตัวของงูเขาเป็นคนทำเอง ตอนนั้นเผลอนอนละเมอไปหน่อย แถมตบท้ายด้วยว่า มาบอกช้าไปไหม ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า พูดอะไรไม่รู้"

หา...สมองของผมประมวลผลอย่างรวดเร็วมองเจ้างูที่อยู่ข้างใต้เรือนร่างผม การกระแทกหนักหน่วงหยุดลงในทันทีพาให้คนเบื้องล่างได้พักหายใจหายคอ

คนอย่างจางฉี่หลิงสนแค่คนคนเดียวบนโลกคือนายน้อยสาม ถ้าเขาคิดจะมีอะไรเกินเลยกับเพื่อนร่วมห้องป่านนี้คงไม่ตกมาถึงมือผม..

ผมกัดฟันกรอด รู้สึกอยากจับงูมาตบให้ตายคามือ แต่ไม่ได้ อย่างไรเสียครั้งนี้ผมก็เป็นฝ่ายผิด

"นายน้อยสาม ฝากบอกแมวนายด้วยว่ารบกวน วันหลังอย่าละเมอพร่ำเพรื่อถ้าไม่อยากให้งูถูกรัดจนตาย" ผมหยุดการขยับตัวค้างไว้ในร่างกายของเจ้างูเพื่อให้มันเคยชิน "อู๋เสีย ขอโทษนะ พอดีฉันมีธุระด่วนที่ต้องรีบจัดการ แล้วจะโทรกลับ"

ยังไม่ทันที่ปลายสายจะตอบผมกลับเป็นฝ่ายกดวางหูเสียเอง เอื้อมมือไปปลดเปลื้องยังผ้าปิดตาของเจ้างูสีสวย เผยให้เห็นนัยน์ตาคู่งามที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก อัญมณีนั้นคลอไปด้วยหยาดหยดของน้ำใสเสียจนผมรู้สึกสะท้าน

"คุณ..ชาย ?" เฮยเสียจื่อครางแผ่วเบาในยามที่กิจกรรมทรมานได้หยุดลง ผมขมวดคิ้วมองเขา หน้าตาของผมมันคงจะดูไม่ได้นัยน์ตาคู่นั้นถึงได้เบิกกว้าง ...ราวกลับหวาดกลัว

"นายนี่มัน.." ผมกัดฟันยกโทรศัพท์สีชมพูขึ้นเหนือศีรษะ เจ้างูหลับตาแน่นด้วยกลัวว่าผมจะยกเขวี้ยงใส่มัน แต่เปล่าเลย ผมโยนโทรศัพท์บานพับไปกระแทกผนังที่เดียวกับที่โยนแว่นของเขาไป มันมีจุดจบไม่ต่างอะไรกับซากแว่นของเจ้างูน้อย

"มือ..ถือมัน คุณชาย" นายแว่นเหลือบตามองยังทิศทางที่มือถือจบชีวิต

"ช่างมัน.." ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังโมโห สุดท้ายจึงได้แต่เขวี้ยงโทรศัพท์ ให้ตายเถอะ เมื่อก่อนผมเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีมากกว่านี้ แต่ตั้งแต่พบเจอเขา ผมกลับเป็นฝ่ายที่ถูกเขาปั่นหัวอยู่ตลอด เฮยเสียจื่อหนอเฮยเสียจื่อ นายจะทำให้ฉันอกแตกตายให้ได้ใช่ไหม

"คุณชาย" เจ้างูส่งเสียงเรียกผมก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเสียงครางเมื่อผมเอื้อมมือไปปลดยังพันธนาการที่แก่นกายร้อนผ่าว แหวกเรียวขาใช้ลิ้นอุ่นโลมเลียยังเกสรน้ำหวาน ดูดอมเพียงไม่กี่คราร่างกายของเจ้างูก็กระตุกก่อนที่จะปลดปล่อยหยาดน้ำอุ่นฉีดเข้ามาในปากของผม เปรอะเปื้อนใบหน้าไปหลายส่วน

"ขอโทษ" เจ้างูตาสองสีทำหน้าสำนึกผิดเมื่อเห็นว่าร่างของผมเปื้อนไปด้วยคราบน้ำกามของเขา ผมส่ายหน้าให้กับเขา เอื้อมมือแตะต้องยังหลังหูบาง ลูบไล้ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นด้ายสีดำแผ่วเบา ผมก้มลงจูบยังริมฝีปากเปื้อนเลือด โลมเลียยังคราบเลือดสดที่ติดอยู่บนบาดแผล ก่อนที่จะมอบจูบหวานล้ำค่อยๆโอ้โลมเจ้างูน้อยที่แสนบอบช้ำให้หายตื่นกลัว ผมสัมผัสได้ว่าร่างของเขาสั่นสะท้านในยามที่มือของผมแตะต้อง

"นายจะขอโทษทำไม" ผมเอ็ดเขา ดูเหมือนจะทำเสียงดุไปหน่อยเจ้างูจึงได้หดคอย่นราวกับเด็กน้อย ท่าทีน่ารักน่าชังเสียจนผมต้องเป็นฝ่ายปลอบประโลม

"ขอโทษนะ" ผมโน้มตัวลงปลดกุญแจมือก่อนที่จะลูบไล้ยังบาดแผลที่เกิดจากการเสียดสีของผิวกับโลหะคม เฮยเสียจื่อเบิกนัยน์ตาสีสวยกว้างราวกับไม่เชื่อหูตัวเองผมจึงได้แต่หอมแก้มเขาไปสองฟอดแล้วเอ่ยอีกครั้ง "ขอโทษนะ ครั้งนี้ฉันผิดเอง แต่นายก็บ้า บอกก่อนสิ ฉันไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลเสียหน่อย"

ถึงแม้ผมจะยังคลางแคลงใจอยู่เล็กๆว่า ทำไมคนอย่างจางฉี่หลิงถึงได้ละเมอ เขาละเมอได้ด้วยหรือ

"เฮยเสียจื่อ อย่าทำแบบนี้อีกนะ" ผมกระซิบหวานข้างหูของเจ้างูตัวร้าย มันเอื้อมมือมากอดรัดคอของผม ดึงเข้าไปจูบวาบหวาม พวกเราพัวพันกันอย่างแผ่วเบาเนื่องด้วยบาดแผลของเขา ผมไม่อยากจะเพิ่มบาดแผลลงไปอีก มือของผมแตะต้องยังเรือนกายที่อาบไปด้วยเลือด เคล้นคลึงเบาๆที่ยอดอกกระตุ้นจุดอารมณ์ ก่อนที่ดึงร่างนั้นขึ้นมานั่งบนตัก ให้พิงแผ่นหลังกับหน้าอกของผมแต่เจ้างูกลับร้อง

"จะทำแรงก็ได้ แต่อยากเห็นหน้าคุณชาย"

ดูสิ มันวิงวอนเสียน่ารักขนาดนี้ ไม่ตามใจได้เยี่ยงไร

ผมขยับตัวรั้งเรือนร่างบอบช้ำของเจ้างูขึ้นมานั่งบนตัก ใบหน้าของพวกเราหันหน้าขึ้นชนกัน แล้วเจ้างูก็คลี่ยิ้ม เห็นท่าทีของมันแล้วผมก็จูบซับยังหยาดเหงื่อที่จมูกโด่งสันคลอเคลียพวงแก้มใส มือลูบไล้แผ่วเบาไปตามเรือนกายก่อนที่จะแยกเรียวขางามสอดนิ้วเข้าไปยังช่องทางที่ชอกช้ำ

"อ๊ะ..อาา..คุณชาย" เฮยเสียจื่อครางระงมในยามที่นิ้วของผมค่อยๆเลื่อนเข้าออกอย่างแผ่วเบา แตะยังจุดกระสันของร่างกาย ผมรู้ดีว่าจุดที่กระตุ้นอารมณ์ของเขาอยู่ที่ใดบ้าง นิ้วงอแตะยังผนังอ่อนกดย้ำกระตุ้นอารมณ์ เฮยเสียจื่อแอ่นแผ่นหลัง ผมประคองร่างนั้นเข้าไว้มาแนบชิด ผิวกายที่เสียดสีเพิ่มอุณหภูมิความร้อนให้กับพวกเรา

"อื้อ..ดี" นิ้วของผมลากไล้ไปยังจุดลึกที่สุดของเขา เพิ่มจำนวนนิ้วก่อนเคลื่อนเข้าออก สร้างอารมณ์เสียวซ่านเสียจนใบหน้านั้นเป็นสีชมพู ผมกดจูบลงไปมอบความหวานหอม ในขณะที่มืออีกข้างเลื่อนไปโอบรัดยังแก่นกายชูชัน ปรนเปรอทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมกัน ลิ้นของเราพัวพันดูดดื่ม พร้อมกับจังหวะเสียบเข้าออกที่เร่งเร้า

"อ๊า..เซี่ยอวี้ฮัว..ฉันจะ" เจ้างูแสนงามบิดตัวเร่าร้อนอยู่บนตัก มันอ้าปากครางครวญเสียงหวานบ่งบอกให้รู้ว่ากำลังจะถึงฝั่งฝัน

"เฮยเสียจื่อ นายน่ารักนะ" ผมพูดคำหวานที่พาให้ร่างนั้นหยุดชะงัก เจ้างูตัวดีหัวเราะจนน่าหมั่นไส้ อาจจะเพราะผมไม่เคยชมเขามาก่อน

เห็นแบบนั้นผมจึงเสียดนิ้วเพิ่มจังหวะให้แปรเปลี่ยนจากเสียงหัวเราะเป็นครวญครางด้วยความเสียวซ่าน เร่งเร้าแก่นกายชูชันดำเนินเส้นทางจวบจนของเหลวสีขาวขุ่นฉีดพ่นขึ้นมาอีกครา
avatar
kuramajoy
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 206
Points : 1361
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [os]Message [end][ฮัวเฮย][NC18+Sm]

ตั้งหัวข้อ by kuramajoy on Sat 08 Nov 2014, 20:27

เจ้างูที่ถูกรีดเร้นหยาดหยดถึงสองรอบพิงใบหน้าซบลงบนไหล่ของผม นัยน์ตาสองสีปรือลงอย่างเหนื่อยอ่อน ท่าทีหมดแรงก่อนที่จะครางเบาๆในยามที่ผมลูบไล้เส้นผมของเขา จูบซับยังหน้าผาก ก่อนที่จะโอบประคองด้วยความอ่อนโยน

“คุณชาย ไม่ว่าคุณจะแรงแค่ไหนก็ได้ ขอให้ผมอยู่กับคุณ ผมชอบคุณนะ” น้ำเสียงหวานเอ่ยกับผมราวกับละเมอก่อนที่ผมจะเอี้ยวตัวไปลูบไล้เจ้างูตัวดีที่หลับอยู่บนร่างกายของผม ถ้าตอนที่มันมีสติน่ารักให้ได้อย่างนี้สักครึ่งผมคงจะไม่ถีบมันวันละหลายรอบ บ้าเอ๊ย......หัวใจผมจะวายตาย

“รู้แล้ว..” ผมกอดคนรักเอาไว้ในอ้อมกอด รู้ซึ้งถึงความรู้สึกตัวเอง แค่เขานอกใจนิดหน่อยผมยังเป็นซะแบบนี้ แล้วถ้าเขาหายไปผมมิอกแตกตายหรือไร
แย่ที่สุด ไม่คิดว่าจะถูกเจ้างูพัวพันได้ถึงเพียงนี้ ...เพียงแค่จูบงูไปหนเดียวมันกลับพ่นพิษร้ายใส่ผม พิษที่จะทำให้มันค่อยๆเข้ามาอยู่ในจิตใจของผมทีละนิด กังวลถึงมัน สุดท้ายก็เป็นผมเสียเองที่ตกเป็นทาสมัน



วินาทีแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาคือความเจ็บปวด ....เฮยเสียจื่อกระพริบตา รู้สึกว่าแสงในห้องช่างทำร้าย เขาเอื้อมมือควานหาแว่นกันแดดโดยอัตโนมัติ เพียงแค่ขยับตัวความเจ็บปวดทั้งหมดแล่นริ้วเข้าสู่ร่างกาย หัวสมองที่ด้านชาอยู่ในนาทีแรกพลันแจ่มใสขึ้นมาทันที

จริงสิ แว่นมันแตกไปแล้ว...

ผมรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองอึดกว่าที่คิด ลองขยับตัวดูสองสามทีแม้มันจะยังเจ็บปวดอยู่บ้างแต่ก็ทนไหว มือเรียวแตะลงยังเรือนร่างที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล ดูท่าทางคุณชายจะตามหมอมาทำแผลให้แล้ว ว่าไปก็อดสงสารหมอประจำตระกูลไม่ได้ เขาต้องมารักษาผมในสภาพแบบนี้กี่คราแล้ว

“ตื่นแล้วหรือ” น้ำเสียงหวานพร้อมกับเสียงประตูที่เปิดพาให้ผมหันไปมอง คุณชายฮัวถือชามข้าวต้มเดินเข้ามานั่งลงข้างเตียงของผม ครั้นจะลุกเขาก็ปรามด้วยสายตาดุทำเอาไม่กล้าขยับก่อนที่จะวางถาดข้าวต้มไว้บนตักตนเอง คว้าเอาช้อนขึ้นมาตักแถมใจดีเป่าให้ยื่นมาตรงหน้า

นี่เขาป้อน....คุณชายป้อนข้าว!

ความอ่อนโยนที่ไม่เคยได้สัมผัสพาให้ผมสมองมึนงงไปหลายทีจนได้สติเมื่อเสียงของเขาดังขึ้น

“ไม่ชอบข้าวต้มหรือ”

ผมแอบกรีดร้องในใจ ไม่ใช่ไม่ชอบข้าวต้ม ....แค่ตกตะลึงอยู่

“แหมคุณชาย ถ้าคุณบอกว่า ‘อ้ามมม’ ผมจะยิ่งดีใจล่ะ” ผมหยอกเย้าเขาก่อนที่จะโดนมือเรียวจิ้มลงบนพวงแก้ม

“ทำตัวดีๆอย่าเล่น” คุณชายดุผมก่อนที่จะยื่นช้อนมาอีกรอบ ผมอ้าปากรับข้าวต้มเข้าปาก มันอร่อยเหลือเกินแถมยังอุ่นพอดีคำ ...เล่นเอาผมแทบน้ำตาจะไหล คุณชายป้อนข้าวให้นี่คงมีแค่ครั้งเดียว

“กินเสร็จแล้วกินยาด้วย” คำเอ่ยเตือนของคนจริงจังพาให้ผมคลี่ยิ้ม สุดท้ายผมก็ปล่อยให้เขาป้อนทั้งข้าว ทั้งยาจนเสร็จ

“คุณชาย วันนี้ใจดีกับผมจัง” ผมทาบอกของตัวเองรู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิดออกมา ทั้งดีใจและหวั่นไหวในคราเดียวกัน

“นายรู้ไหมฉันชอบอะไร” คุณชายฮัวไม่ตอบผมแต่กลับลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง ผมมองท่วงท่าไขว่ห้างราวกับราชินีของเขาแล้วก็นึกขำ

“คุณชายฮัว ไม่ชอบบุหรี่ ชอบกินของหวาน สัตว์ที่ชอบคือพวกสัตว์เล็กขนปุกปุย แต่เลี้ยงไม่ได้เพราะไม่มีเวลา คุณชายเป็นพวกเกลียดการผิดตารางของตัวเองเป็นที่สุด เวลาจะทำอะไรมักวางแผนเอาไว้หลายชั้น” ผมเอียงคอตอบเขาไปตามที่ผมรู้ คุณชายฮัวครางในลำคอก่อนที่จะจิ้มแก้มผมอีกรอบ

“นายรู้จักฉัน แต่ฉันไม่รู้จักนายเลย ฉันรู้แค่ว่านายไม่ชอบของหวานเพราะดาร์กช็อกโกแลตที่นายมักพกเสมอ รู้ว่านายชอบฉัน แต่นอกนั้นฉันไม่รู้อะไรเลย ฉันมาเฝ้าครุ่นคิดว่าเพราะอะไร สุดท้ายก็ได้รู้ เวลาเจอกันพวกเราไม่เคยได้คุยกันดีๆสักครั้ง เอาแต่มีเซ็กส์ด้วยกัน เฮยเสียจื่อ ฉันอยากไปกินข้าวกับนาย ไปดูหนังด้วยกัน ไปซื้อของด้วยกัน เราไม่ต้องมาเจอกันเพื่อมีอะไรกันอย่างเดียวได้ไหม ฉันไม่ใช่พวกมักมาก ไม่ได้จะเอาแต่ร่างกายของนายเสียหน่อย นายรู้ว่าฉันชอบอะไรฉันก็อยากรู้ว่านายชอบอะไรบ้าง” คุณชายฮัวเปลี่ยนจากจิ้มแก้มมาเป็นลูบไล้ใบหน้าของผม สัมผัสนั้นอ่อนโยนเสียจนผมย่นคอ รู้สึกว่าหัวใจกำลังเต้นแรงราวกับจะระเบิด

ผม...กำลังรู้สึกกลัว กลัวเหลือเกินคุณชาย ถ้าเขารู้จักตัวตนของผมทั้งหมดแล้ว เขาจะยังรักผมอยู่ไหม

“คุณชาย ผมมันเป็นคนไม่มีอดีตและอนาคตไม่ต้องรู้อะไรหรอก อยู่กับปัจจุบันก็พอ” ครั้นพูดไปผมก็โดนฝ่ามือตีหัวเสียจนน้ำตาเล็ด โอย คุณชายใจร้าย

“คิดอะไรบ้าบอ บอกแล้วนายมันสมองน้อย ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น ให้ฉันคิดก็พอ ไม่มีอนาคตอะไรล่ะ อดีตของนายน่ะช่างมัน แต่ตอนนี้ปัจจุบันนายอยู่กับฉัน จับมือกับฉันก็ต้องมีอนาคตไปพร้อมกับฉัน ไม่มีอนาคตอะไรของนายฉันคิดอนาคตนายให้ไว้แล้ว ห้ามปฏิเสธ”

มือของคุณชายเข้ามากอบกุมข้อมือผมเอาไว้จนแน่น มันอบอุ่นเสียจนร้อน อยากจะผลักออกก็ทำไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้เขาจับเอาไว้แบบนั้น

คุณชายแม่งเผด็จการ...

“คุณชายบ้าอำนาจ” ผมต่อว่า แต่เขากลับเหยียดยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มหวานเจี๊ยบจนทำให้ผมใจเต้นสั่น โอย ผมแพ้เขาอีกแล้ว...เฮยเสียจื่อหนอเฮยเสียจื่อ ไมว่าเขาจะรุนแรงแค่ไหนขอเพียงรอยยิ้มนี้นายก็ยอมให้เขาได้ทุกอย่าง

บ้าที่สุด...

“ห้องพักนายก็ไม่ต้องอยู่แล้ว ไสหัวออกมาอยู่กับฉันซะ จะได้ไม่มีแมวตัวไหนมาละเมอกัดอีก”

ผมหัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดของเขา อดไม่ได้ที่จะตะปบคอตัวเอง ครั้นมองลอดผ่านกระจกถึงพบว่าร่องรอยที่เสี่ยวเกอทำเอาไว้ถูกคุณชายทาบทับเสียจนเต็ม...

“ไม่เอาน่า คุณชายอย่างหึงนะ” ผมฉีกยิ้ม รู้สึกว่าหยุดรอยยิ้มตัวเองไม่ได้เมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าเขาหึงผมด้วย ผมเคยนึกว่าเขาจะไม่สนใจไยดีอะไรกับผม เรามีเพียงแค่ความสัมพันธ์ทางกาย สำหรับเขาแล้วผมเป็นแค่สัตว์เลี้ยง แต่ในเมื่อเขาหึงผม แปลว่าผมได้ขยับเลื่อนฐานะแล้วใช่ไหม

“นายมันบ้า” คุณชายเอาหมอนเขวี้ยงใส่ผมเมื่อถูกจี้จุด ใบหน้าขาวนวลของเขาแดงระรื่น แม่เจ้า มันน่ารักสุดๆ...

โอย ยอมครับยอม จะให้ลากเลือดกว่านี้ก็ยอม

“คุณชายน่ารักที่สุดในโลกเลย” ผมชมเขา ดังคาดเขาเอาหมอนมาเขวี้ยงผมจนหมดหมอนในมือเขาถึงส่งชุดที่คล้ายคลึงกับของเดิมมาให้ ชุดของผมถูกเขาฉีกทิ้งไปหมดแล้วรวมทั้งแว่นตากันแดดด้วย

ผมแต่งตัว รู้สึกว่าตัวเองพอขยับได้นิดหน่อย คุณชายบอกว่าผมหลับไปถึง 1 วัน ร่างกายทำงานราวกับงูเมื่อเหนื่อยอ่อนมากๆก็จะเข้าโหมดจำศีล
โถ คุณชายผมยังเป็นคนอยู่นะ

ผมแต่งตัวจนเสร็จนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรไป คุณชายก็มายืนตรงหน้าผมหยิบแว่นตากันแดดหนาทึบขึ้นมาใส่ให้กับผม มือบางไล้ยังใบหูและเส้นผมด้วยความอ่อนโยน อดไม่ได้ที่จะกดลงจูบเขา พวกเราจูบกันเพียงครู่เดียวมือของคุณชายก็รั้งคอของผม หยิบเอาสร้อยเส้นหนึ่งขึ้นมาสวมคอของผม มันเป็นสร้อยที่ร้อยด้วย tag ดูผิวเผินเหมือนกับสร้อยที่ผมชอบสวมใส่ แต่สัมผัสขรุขระของมันบ่งบอกให้รู้ว่ามันถูกแกะสลักเอาไว้ ผมเอื้อมมือไปรอง tag นั้นไว้ใต้ฝ่ามือจ้องมองอักษรที่สลักบนนั้น

‘เซี่ยอวี้ฮัว เบอร์โทร 08XX-XXX-XX
ที่อยู่ 11/53 เมือง CC รหัสไปรณีย์ RR ‘

ใบหน้าของผมด้านชาไปส่วนหนึ่งเมื่อเห็นถึงข้อความนั้น นี่มันข้อมูลส่วนตัวของคุณชายฮัว แล้วเอามาคล้องคอผมทำไม นิ้วของผมสัมผัสความขรุขระเบื้องหลังจึงพลิกมันแล้วพลันอมยิ้ม เมื่อด้านหลังเขียนไว้ว่า

‘ของเซี่ยอวี้ฮัว’

คุณชายคุณนี่มัน.....แย่แล้วหยุดยิ้มไมได้...ผมเอามือปิดปากตัวเองรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวไปหมดได้แต่นั่งชั้นเข่าลงกับเข่า ปกปิดใบหน้าที่แดงเถือก…ผมนั่งนิ่งอยู่นานเสียจนคุณชายต้องเรียกอีกครา ผมหัวเราะก่อนที่จะเหยียดตัวขึ้น คลี่ยิ้มยั่วยวนเหลือบมองคุณชายก่อนที่จะแลบลิ้น

“คุณชาย...คิดว่าจะจับผมได้หรือ” ผมเอื้อมมือกระชากสร้อยที่เขาคล้องลงบนคอผม สายสร้อยบาดคอไปส่วนหนึ่งมันขาดกระจายร่วงหล่นผมกำ tag ในกำมือก่อนที่จะเดินเข้าห้องนอนปล่อยมันทอดทิ้งลงบนเสื้อเชิ้ตเปื้อนลิปสติกของคุณชายฮัวที่ถอดทิ้งไว้จากกิจกรรมเมื่อวาน “คุณชายสำหรับคุณ นายน้อยสามคือที่หนึ่งตลอดกาลไม่ใช่หรือ”

ผมเหยีดยยิ้มจนตาหยี คุณชายฮัวเป็นคนมั่วใจในตนเองมาตลอดเขาไม่เคยถูผมปฎิเสธสักครั้ง นี่คือครั้งแรกที่ผมปฏิเสธจึงทำอะไรเชื่องช้ากว่าจะรู้ตัวผมก็หนีออกมาจากบ้านของเขาเสียแล้ว ได้ยินเสียงวุ่นวายท่าทางคุณชายจะใช้บอดี้การด์ของเขา ร่างกายของผมยังไม่หายดีนักแต่ก็พอจะวิ่งได้ แถมคุณชายกับพวกบอดี้การด์ยังไม่รู้ทางลับไม่เหมือนพวกแดนเถื่อนอย่างผมที่ชอบเข้าซอยโน้นนี่ไปทั่ว

ผมหลีกเลี่ยงบอดี้การด์ของคุณชายเข้ามาอยู่ในซอกมุมตึกอับ มันเป็นที่สุมหัวของแก๊งวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง พวกเขาครั้นเห็นผมล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตก็จ้องมองราวกับไฮยีน่า ผมคลี่ยิ้มก่อนที่จะแลบลิ้นยียวน โชคดีที่ลูกพี่ของพวกเด็กนั้นจำได้ว่าคนที่ซัดมันหมอนคลานไปอาทิตย์ก่อนคือใครผมจึงไม่ต้องดันทุรังร่างกายที่บาดเจ็บนี้ได้ยืนผิวผนังมองความวุ่นวายข้างนอกตรอกอย่างสบายใจ

“เฮ้ลุงเสียงมือถือมันหนวกหูนะ” เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งทักพาให้ผมหัวเราะ ผมแลบลิ้นยั่วเย้าให้กับเขาก่อนที่จะควักมือถือขึ้นมาดู มันมีเบอร์โทรของคนคุ้นเคยโทรเข้ามา 15 ครั้ง ดูท่าคุณชายฮัวจะโทรหาผมมานานแล้ว

“ฮะ ฮะ ฉันดูแก่ขนาดนั้นเลยหรือ” ผมกดแว่นลงบนใบหน้ายืนพิงร่างกายอ่อนแอลงบนผนังเย็นเฉียบก่อนที่จะเลื่อนมือถือหาเบอร์นายน้อยกดส่งข้อความสาปแช่งจางฉี่หลิงไปสามยก

“ก็ไม่นะ” เด็กหนุ่มอีกคนมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมเหลือบตายั่วยวนไปให้เขาก่อนที่จะเหยีดยยิ้มเมื่อมองยังข้อความที่เด้งเข้ามือถือ ผมเลื่อนกดดูข้อความ

‘นายจะหนีทำบ้าอะไร’

‘ขอโทษ เมื่อวานฉันไปงานเลี้ยงมา ฉันก็ไมได้จะคิดแก้ตัวแต่มันติดแค่ที่เสื้อไม่เคยให้ใครมาแตะต้องตัวฉันนะ’

‘สำหรับฉันอู๋เสียคือรักแรก เป็นที่หนึ่งตลอดกาลและจะไม่มีใครเข้ามาแย่งที่ของเขาได้...แต่สำหรับฉันนายเป็นที่สอง เป็นคนสำคัญที่จะไม่มีวันเปลี่ยนเหมือนกัน’

คุณชายนี่มันคำง้องอนประเภทไหนกันคร๊าบ ...

หึหึผมรู้สึกหุบรอยยิ้มไม่ได้ ท่าทางผมจะเหมือนคนพี้กัญชาไปเจ้าพวกเด็กแก๊งถึงได้ถอยห่าง ผมกดมือถืออีกครั้งมองยังข้อความที่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ

‘คราวต่อไปจะระวัง’

‘อย่างอนไปเลยนายไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆแล้วนะ’

พรืด! ผมขำเสียจนตัวงอเกือบจะทำโทรศัพท์มือถือ เสียงหัวเราะของผมมันคงจะดังเสียจนเจ้าเด็กเวรพวกนั้นเหวี่ยงกระป๋องมา ตอนนี้ผมอารมณ์ดีเสียจนไม่อยากจะอัดเด็กเล่น

“คุณชายน่ารักจังเลยน๊า” ผมพับโทรศัพท์มือถือสีชมพูลงกระเป๋า รู้สึกอารมณ์ดีเสียจนยิ้มไม่หุบ....ตายแล้วแบบนี้ผมควรอยู่แต่ในบ้านไม่งั้นจะระงับอาการบ้าตัวเองไม่อยู่
คุณชายคุณรู้ไหมว่าผมเฝ้ารักคุณมากนานแค่ไหน ดีใจแทบตายเมื่อมือที่ไม่คิดว่าจะยื่นมาให้กลับแตะต้อง คุณชายคุณจะรู้ว่าผมรอคอยวันนี้มานานแค่ไหน ทั้งรอคอยทั้งหวังวาดแต่อีกใจก็กลัว ...กลัวที่มันจะเมลือนหายไป

คุณชาย ผมมันคนไม่รู้จักความรักแต่กลับหลงรักคุณเต็มเปา ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ...

คุณชาย คุณบอกว่าไม่ต้องให้ผมคิดอะไร...ถ้างั้นผมจะหลับตาราวภาพฝันแล้วยืนเคียงคุณต่อไปแบบนี้ได้ใช่ไหม

ไม่ต้องยกให้ผมเป็นที่หนึ่งหรอก ขอเพียงคุณไม่ทอดทิ้งผมก็เพียงพอแล้ว

ไม่จำเป็นต้องบอกรักผมหรือใช้เครื่องเหนี่ยวอะไร เพียงแค่คุณยื่นมือคู่นั้นมาให้ก็พอแล้ว

มือถือในกระเป๋าผมสั่นอีกครั้งผมเปิดดูข้อความก่อนที่จะเดินฮัมเพลง

‘เจ้างูบ้าถ้านายหนีแล้วฉันจะพูดสิ่งที่นายอยากได้ยินได้ยังไง ฉันไม่ส่งข้อความมาหรอกนะ ‘

คุณชายผมน่ารักที่สุดในโลก...

เอาเป็นว่าวันนี้ขอผมดูข้อความให้ฉ่ำใจก่อนนะแล้วพรุ่งนี้ผมจะไปหา ผมอาจจะยอมให้คุณใส่สร้อยเส้นนั้นก็ได้ จะติดเครื่องติดตามด้วยก็ได้ ขอเพียงแค่คุณมองผมก็พอนะ คุณชายเก้า

พรุ่งนี้พวกเราไปหาอะไรกินกันที่ร้านที่คุณชอบ แล้วผมจะลองเล่าเรื่องของผมให้ฟัง ผมเป็นคนพูดเก่งแต่ไม่เคยเล่าเรื่องตัวเองเพราะคิดว่ามันไม่จำเป็น

คำพูดของคุณทำให้หัวใจผมพองโตได้เสมอ คุณชายฮัว วันนี้ผมขอแกล้งคุณทดแทนกับที่คุณให้ผมกรีดร้องทั้งที่คุยโทรศัพท์กับนายน้อยสาม

คุณชายฮัวถึงผมจะเป็นคนง่ายๆแต่ผมก็หึงเป็นนะครับ...

เอาไว้พรุ่งนี้ผมค่อยทำตัวเป็นเด็กแล้วกันนะ...หึหึ



แถมท้าย

เสียงข้อความดังขึ้นขัดจังหวะกิจกรรมที่กำลังทำ เสียงเรียกนั่นพาให้อู๋เสีย นายน้อยสามแห่งตระกูลอู๋หัวเสีย ทั้งเสียดายทั้งโล่งใจพร้อมกัน เพราะอีกไม่กี่นาทีริมฝีปากของเขาจะแตะข้ากับปากแมวตัวโตสักตัว

“ใครส่งข้อความมากัน” มือเรียวเอื้อมไปหยิบเอาโทรศัพท์มือถือตนเองขึ้นมาก่อนที่จะเห้นข้อความ “หือ นี่จากนายแว่นนี่”

ด้วยความสงสัยนายน้อยจึงตัดสินใจดันหน้าแมวบางตัวให้ออกห่างก่อนที่จะกดตรวจสอบข้อความ ทว่ามันกลับเป็นข้อความที่เขาไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียว

“นายแว่นส่งอะไรมานี่ ดูเหมือนจะส่งมาหานายละ” พูดยังไม่ทันจบอ้อมกอดแข็งแกร่งก็ตวัดรัดร่างของเขาเข้าไปจมหายในอกแกร่ง ความอบอุ่นจากคนหน้าตายแผ่ซ่านเข้ารอบตัวเสียจนหน้าแดง รู้สึกว่าระยะหลังๆเมินโหยวผิงจะฉวยโอกาสแล้วฉวยโอกาสอีก ไม่สิ ทั้งเนื้อทั้งตัวสิ้นประดาจนไม่เหลืออะไรให้ต่อรอง มีเพียงการกินของเดิมซ้ำๆของเจ้าแมวตัวดี

“หือ” จางฉี่หลิงกอดรัดคนรักของตนไว้ในอกยื่นหน้ามาวางบนไหล่บอบบางของนายน้อยสาม นัยน์ตาคู่เรียวส่องหน้าจอมือถือ

‘เจ้าแมวจำไว้เลยนะ นายทำฉันเกือบตาย กลับมาเมื่อไรฉันจะทิ้งรอยให้เยอะกว่านายทำแน่ เตรียมตัวไว้เลย ฮึ่ม....ถึงนายจะทำฉันเกือบตายก็ขอบคุณนะที่ทำให้รู้ตัวถึงบางสิ่งบางอย่าง …แต่ไม่ยกโทษให้หรอก ..จะฟ้องนายน้อยสามแน่’

“เสี่ยวเกอนี่มันอะไรหรอ” อู๋เสียเงยหน้าขึ้นมองคนรักทว่าจางฉี่หลิงกลับคลี่ยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้นายน้อยสามถึงกับใจละลาย

“ไม่มีอะไร พวกเขายังเด็กอยู่นะ” คำตอบที่ไม่ช่วยกระจ่างสักนิดก่อนที่วงแขนแกร่งจะรัดร่างเข้าไปกอดจูบ แล้วกิจกรรมมอบความอบอุ่นก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง “บางทีฉันเองก็ยังเด็กเหมือนกัน”

กิเลนแสนแกร่งทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนที่จมหายเข้าไปกับความสุข..

The end


avatar
kuramajoy
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 206
Points : 1361
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [os]Message [end][ฮัวเฮย][NC18+Sm]

ตั้งหัวข้อ by SilverCloud on Sat 08 Nov 2014, 23:38

กรี๊ดดดดด คุณชายง้ออิแว่น!!! ตายๆ แถมง้อแบบหวานน้ำตาลหยดย้อยอีก ตอนแรกๆ ก็สงสารนายแว่นอยู่หรอกค่ะ โดนเสี่ยวเกอแกล้งแต่กลับต้องมารองรับอารมณ์โกรธของคุณชาย แต่พอจบเรื่องแล้วนายแว่นกลับมาน่าถีบตามเดิมเลย
เสี่ยวเกอที่่จริงนี่คือแผนกำจัดคุณชายฮัวของนายสินะ กระตุ้นให้คุณชายเห็นความสำคัญของนายแว่นในหัวใจให้มากขึ้น จนสุดท้ายเดี๋ยวก็ลืมนายน้อยไปเอง ทีนี้กิเลนก็ไม่ต้องห่วงเรื่องมือที่สามแล้ว ฟฟฟฟฟ
avatar
SilverCloud
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 433
Points : 1530
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : ตู้เสื้อผ้าของอารอง

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [os]Message [end][ฮัวเฮย][NC18+Sm]

ตั้งหัวข้อ by ทาสแมวผู้บ้าวาย on Sun 09 Nov 2014, 07:46

ฟินนนนนนนนนนน เาี่ยวเกอนี่มันแผนสูงจริงๆ!!
avatar
ทาสแมวผู้บ้าวาย
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 17
Points : 1077
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [os]Message [end][ฮัวเฮย][NC18+Sm]

ตั้งหัวข้อ by Feran.FS on Sun 09 Nov 2014, 09:47

อุ กรี๊ดดดดดดดดดด คุณชายแม่งงงงงงงง //จับเขย่ารัวๆ

อ่านแล้วแอบสงสารนายแว่นเบาๆ...แต่ก็สะใจดี #เอ๊ะยังไง

คือ เสี่ยวเกอแผนสูงมากเค่อะ...โทรมาได้จังหวะพอดีอีกนะ ถถถถถ อิแม่...

#ฉลองเมนท์ที่200เยส!!
avatar
Feran.FS
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 457
Points : 1532
Join date : 27/10/2014
Age : 22
ที่อยู่ : ใต้เตียงนอนเซี่ยจื่อหยาง...

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [os]Message [end][ฮัวเฮย][NC18+Sm]

ตั้งหัวข้อ by SayWindy on Sun 09 Nov 2014, 09:54

เสี่ยวเกอมันร้ายยยยยยยยยย ถถถถ
avatar
SayWindy
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 29
Points : 1091
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [os]Message [end][ฮัวเฮย][NC18+Sm]

ตั้งหัวข้อ by meanato on Sun 09 Nov 2014, 12:52

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
สงสารนายแว่นจังเลย(แต่แอบชอบ)
avatar
meanato
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 487
Points : 1551
Join date : 27/10/2014
Age : 19
ที่อยู่ : หลังประตูสัมฤทธิ์

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [os]Message [end][ฮัวเฮย][NC18+Sm]

ตั้งหัวข้อ by Yuwadee Wana on Fri 21 Nov 2014, 16:58

คุณชายหึงโหดดดดดด

แต่ชอบ taq อ่ะ หึงแล้วมันต้องให้สุด ชอบลงท้าย "ของเซี่ยอวี้ฮัว" กร๊ากกกก น่าจะใส่เพิ่มว่า "ใครพบเห็นโปรดส่งคืน มีรางวัลให็"


ต้องขอบใจเสี่ยวเกอนะเนี่ย ไม่งั้นไม่ได้ลงเอย
avatar
Yuwadee Wana
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 352
Points : 1418
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [os]Message [end][ฮัวเฮย][NC18+Sm]

ตั้งหัวข้อ by The_Dark_Lady on Wed 01 Jul 2015, 23:51

เราตามมาจากเด็กดีค่ะ...แหะๆ
SM แรง...คุณชายนี่จะยั้งมือซักหน่อย ไม่มีเลยรึไง
เอออ...แต่เฮยแม่มก็กวนอ่ะ ลำบากตัวเองเลย
เสี่ยวเกอแกล้งแรง...(ความจริงแล้วหวังผลลับๆสินะ)
แอบลั่นกับ 'พวกเขายังเด็ก' ถถถถ จางอากงผู้กินเด็กต๋าาา
avatar
The_Dark_Lady
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 301
Points : 1224
Join date : 21/06/2015
Age : 22
ที่อยู่ : On the Land, Below the sky

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [os]Message [end][ฮัวเฮย][NC18+Sm]

ตั้งหัวข้อ by ด้วงผิงเสีย on Sat 04 Mar 2017, 21:51

แต่งต่อๆๆ ไปอีกนะคะ ติดตามๆ ค่ะ
avatar
ด้วงผิงเสีย
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 29
Points : 275
Join date : 18/01/2017
Age : 29

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ