Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (18) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (18) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by sinnerdarker on Sun 04 Sep 2016, 17:23

บันทึกของเสี่ยวหลิง

-------ที่มา-------

[OS] The Last Moment [ผิงเสีย] [R18] *สปอยเล่มสิบ*

[OS] ของยึดเหนี่ยวอันไม่จีรัง [ผิงเสีย] *สปอยเล่มสิบ*

-------------เรื่องหลัก-----------

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (1) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (2) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[OS] พี่ชายที่ไม่ยอมบอกชื่อ ~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (3) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง [Imply ผิงเสีย] (3.5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (4) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (4.5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[OS] #dmbjdaily (บุหรี่) เลิกได้ไหม? [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (6) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (7) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  | บทคั่น : Black Space - I  *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (Cool *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (9) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (10) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (11) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (13) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  | บทคั่น : Black Space - I  *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (14) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (15) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (16) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (17) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*


----------ตอนพิเศษ--------------



[OS] #dmbjdaily (ป่วย) ความลับเวลาไม่สบาย [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] เรื่องของปู่ทวด [บันทึกของเสี่ยวหลิง]

[OS] #dmbjdaily (ประถม) แปดชั่วโมงที่ห่างกัน [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] #dmbjdaily (พ่อ) บันทึกของเสี่ยวหลิง : รักอันไร้เงื่อนไข [เซี่ยอวี่ฮัว + ?? /Implied ฮัวเฮย or เฮยฮัว]

[OS] #dmbjdaily (เก้า) การรวมตัวที่ไม่รู้จุดประสงค์ [~~~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special ~~~] [All Character]

[OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

[Drabble] #dmbjdaily (น้องชาย) สิทธิ์ของคนเป็นน้อง [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา+เสี่ยวหลิง]

[Drabble] ~ว่าด้วยภาคซาไห่กับทรงผมใหม่ของอู๋เสีย~ [บันทึกของเสี่ยวหลิง]

[Drabble] ในวันที่อากาศหนาว [บันทึกของเสี่ยวหลิง]


-----ตอนพิเศษหลังเจอเสี่ยวเกอ---------


[Drabble]~ครอบครัวสุขสันต์หลังเราพบกันที่ฉางไป๋ซาน~[บันทึกของเสี่ยวหลิง/ผิงเสีย/เฮยฮัว]

[Drabble] #dmbjdaily (สำริด) ตลกหลายฉากของสองหนุ่มแห่งต้นสำริด [บันทึกของเสี่ยวหลิง+เหล่าหยาง]

[OS] #dmbjdaily (ทวินเทล) สาเหตุที่ยอมลงให้ [บันทึกของเสี่ยวหลิง/ผิงเสีย] *สปอยเล่มสิบ / 10 Years Laters* [อัพเดท : FA by Zerin]



+++++++++++++++++++++++



(18)




ผมเป็นใคร…

ประโยคนั้นดังขึ้นในหัวผม วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา

ผมกะพริบตา หันมองไปรอบข้าง ตอนนี้ ผมยืนอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย มีเสียงพูดดังจากข้างบนเป็นระยะโดยที่ผมฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง

ทุกคนต่างลากกระเป๋าเดินผ่านกันไปมา ไม่สนใจมองคนที่เดินผ่านหรือคนที่ยืนอยู่ใกล้ ราวกับเป็นคนไม่รู้จักกัน

ที่นี่ที่ไหน?

แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง…

พอคิดแบบนั้น จู่ๆ ผมก็รู้สึกหนาวขึ้นมา..หนาวจนต้องขยับเข้าไปใกล้คนที่อยู่ใกล้ผมที่สุด และสะดุ้งเมื่อถูกเรียกเอาไว้

“เป็นอะไรไหม?”

คนที่ผมกำเสื้อไว้เอ่ยทัก เขายิ้มให้นิดๆ อย่างใจดี คุณอาคนนี้อายุไม่มากนัก เป็นผู้ชาย สวมใส่ชุดแปลกๆ ที่ค่อนข้างหนาเต็มไปด้วยสีสัน..ค่อนข้างโดดเด่นท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมา

ผมฟังคำของเขา นิ่งไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวไปมาให้

คุณอาตรงหน้าผมทำหน้าพอใจ ก่อนจะก้มนั่งลงยองๆ เอ่ยถามผมเสียงสดใส “แล้ว ตกลงเราชื่ออะไร?”

ผมใช้เวลาครู่หนึ่งทำความเข้าใจคำถามนั้น แต่ตอนที่กำลังจะอ้าปากบอก ผมก็นิ่งไป

ผมจำไม่ได้..

ชื่ออะไรกันนะ

ผมพยายามเค้นความทรงจำของตัวเอง นึกว่าตัวเองชื่ออะไร หรืออย่างน้อยก็ถูกเรียกว่าอะไร..แต่น่าแปลกที่ในความคิดของผมนั้นไม่มีอะไรอยู่เลย

ผมจำอะไรไม่ได้เลย..จำไม่ได้แม้แต่ว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มากับใคร มาเพื่ออะไร..ความทรงจำล่าสุดที่ผมจดจำได้ คือใบหน้าของคุณอาที่ยืนยู่ตรงหน้าผม

พอคิดแบบนั้น ผมจึงเงยหน้ามองเขา เอ่ยถามออกไป “คุณอา..รู้จักผมไหม?”

คุณอาทำหน้าแปลกประหลาดตอนได้ยินผมพูดแบบนั้น ทำให้ผมรู้สึกว่าใจเสียขึ้นมา

เขากอดอก ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วตอบผมกลับ “ฉันคงไม่ถามเธอหรอกว่าชื่ออะไรถ้าฉันรู้จักเธอ อย่ามัวแต่เล่นสิ เธอชื่ออะไร พ่อแม่ล่ะ?”

ผมส่ายหัวไปมา ตอบอะไรเขาไม่ได้เพราะว่าจำไม่ได้ ไม่มีอะไรอยู่ในหัวของผมเลย

และเพราะว่าตอบไม่ได้..ผมก็เลยก้มลงมองพื้น ไม่ยอมสบตาคุณอา

ไม่รู้ว่าทำไม ผมก็กลัวสายตาของเขา รู้สึกไม่ดีมากๆ ดังนั้นแม้จะยังไม่ยอมปล่อยมือจากเสื้อที่ตัวเองกำไว้ แต่ก็ไม่ยอมตอบคำถามและไม่ยอมจ้องหน้าของเขา

คุณอาถามผมวนไปวนมาอยู่ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจเฮือก บอกผมว่าจะพาไปที่ประชาสัมพันธ์ เผื่อว่าพ่อแม่ของผมจะประกาศเด็กหายไว้

ตอนแรก ผมขืนตัวไว้ไม่ยอมไป แต่คุณอาก็ยังลากผมไปได้อยู่ดี





++++++++++++




ใช้เวลาไม่นานนัก คุณอาก็ลากผมมาถึงที่ที่เรียกว่าประชาสัมพันธ์

เขาคุยกับพี่สาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่หลังโต๊ะยาวๆ ยิ้มให้นิดหน่อยแล้วชี้มาทางผม พี่สาวใจดีลุกขึ้นก้มมองเล็กน้อยแล้วยิ้มให้ผม จากนั้นพูดคุยกับคุณอาต่อ ก่อนจะหันไปพูดกับไม้แปลกๆ แล้วพยักหน้าให้เขา

คนข้างกายผมทำสีหน้าพอใจ ก่อนจะก้มลงมองผม บอกว่าเขาประกาศให้แล้ว ใครที่ทำเด็กหายคงจะมาติดต่อที่นี่ ถ้าพ่อแม่ผมไม่งี่เง่ามากนักก็น่าจะรีบมาดูว่าผมเป็นลูกตัวเองหรือเปล่า และพาผมกลับไป จากนั้น เขาก็บอกให้ผมนั่งรอที่นี่ดีๆ

ผมจ้องหน้าเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับเงียบๆ

คุณอาเปล่งเสียงขึ้นมาเหมือนจะพูดอะไร ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง แต่เขาอ้าปากได้แป๊บเดียวก็กลอกตาขึ้นด้านบน เดินนำผมที่ยังกำเสื้อเขาอยู่ไปที่เก้าอี้ และทิ้งตัวลงนั่ง

ผมกะพริบตาปริบ ถัดตัวขึ้นนั่งข้างๆ เขา จ้องมองไปยังผู้คนมากมายด้วยสายตาเหม่อลอย

“..ตกลงเราชื่ออะไร”

ผมเกร็งตัวขึ้นมา ไม่ส่ายหัวปฏิเสธ แต่ก็ไม่ตอบเขา

คุณอาถามผมย้ำอีกครั้ง..แต่ผมก็ยังเม้มปากแน่น ไม่ยอมตอบออกไป

จากนั้น..คุณอาถามผมอีกหลายครั้งด้วยคำถามที่ต่างออกไป พ่อแม่เป็นใคร ชื่ออะไร เป็นคนจากที่ไหน ที่บ้านมีกันกี่คน เลี้ยงหมาไว้หรือเปล่า มาที่นี่ทำไม..มารับใครหรือกำลังจะเดินทางไปไหน

แต่วาผมไม่ได้ตอบอะไรออกไปเลย

เพราะว่าผมไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ไหน บ้านของผมมีกันกี่คน เลี้ยงอะไรไว้หรือเปล่า จำไม่ได้ว่าทำไมมาอยู่ที่นี่..ผมจำอะไรไม่ได้เลย

พอถามไปได้ซักพัก เขาก็หยุดลง และเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“ตาหนู..หรือว่านาย..”






“.......!”

เสียงเรียกชื่อที่ดังลั่นมาทำให้ผมสะดุ้งเฮือก ผมรีบเงยหน้าขึ้นมา ตอนนั้น จึงเห็นชายชราและหญิงชราคู่หนึ่งรีบเร่งวิ่งตรงมาที่ประชาสัมพันธ์ ท่าทางร้อนรนและเป็นกังวล

คุณอาที่น่งข้างผมพรูลมหายใจ เอนหลังพิงพนัก เอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ “ท่าทางปู่ย่าของเธอน่าจะมาแล้วมั้ง..”

ผมหันไปมองคุณอา รู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะสบายใจขึ้นมาบ้างนิดหน่อยที่มีคนมารับตนจริงๆ พวกเขาคุยกับประชาสัมพันธ์ครู่หนึ่งก็หันมาทางผม ตั้งท่าจะโผเข้ามาด้วยความดีใจ

ผมอ้าปากนิดๆ ตั้งใจจะเรียกพวกเขาไว้ แต่ตอนที่กำลังจะเปล่งเสียง..

สายตาของทั้งสองท่านกลับมองมาที่ผมอย่างผิดหวัง

และทำให้ผมชะงักไป

เสียงเรียกนั้น..จึงถูกกลืนหายไปในลำคอ



++++++++++++++++++++++






เท่าที่ผมจับใจความได้ คือผมไม่ใช่หลานของพวกท่านและไม่ใช่คนที่พวกท่านตามหาอยู่ ผมอาจคล้ายกับหลานของพวกท่าน แต่ก็ไม่ใช่

หญิงชราตัวสั่นเทา…หยาดน้ำตาคลอหน่วงจนแทบจะร่วงลงมา ชายชราที่ยืนอยู่ข้างๆ จึงกอดท่านไว้ ปลอบโยนว่าจะต้องหาหลานเจอ

ส่วนผมรู้สึกว่าร่างกายสั่นเทา..ปวดในอกอย่างบอกไม่ถูก

..พวกเขาไม่รู้จักผม

ผมไม่ใช่คนที่พวกเขาตามหา

ความจริงนั้นตอกย้ำลงมาในความคิดของผม และถึงแม้จะรู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าว น้ำตาก็ไม่ได้ไหลออกมา ผมเม้มปาก ก้มหน้ามองพื้น ยังคงกำเสื้อของคุณอาข้างตัวเอาไว้ ไม่ได้สนใจตอนที่ทั้งสองบอกรูปพรรณของเด็กที่เขาตามหาอีกครั้งเพื่อให้พี่สาวประกาศ และเดินจากไป



++++++++++++++



...เวลาก็ผ่านไป..ผ่านไป แต่หลังจากหญิงชราและชายชราคู่นั้น ก็ไม่มีใครมาอีก

ไม่มีแม้แต่คนเดียว

ความรู้สึกเจ็บหน่วงที่อกเริ่มลามไปที่ปลายนิ้ว..จนผมรู้สึกไร้เรี่ยวแรง แต่ก็ยังพยายามกำเสื้อของคุณอาที่นั่งอยู่ข้างๆ ไว้ กำให้แน่นที่สุดเทาที่ปลายนิ้วสั่นๆ จะทำได้

ยิ่งเวลาผ่านไป ความคิดแย่ๆ ก็ยิ่งหล่นลงมาทับบนตัวผม หรือว่าที่จริงแล้วผมถูกทิ้ง..หรือว่าจริงๆแล้วผมไม่มีใครเลย หรือว่าจริงๆ แล้วผมตัวคนเดียว ไม่มีใครรู้จักผม และ..ผมเองก็ไม่รู้จักใคร

ความคิดแบบนั้นทำให้ผมเย็นวาบไปทั้งตัว..รู้สึกชา หนาวจนร่างกายสั่นเทา…รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก

คุณอาที่นั่งอยู่ข้างตัวผมเหมือนจะรู้สึกว่าผมตัวสั่น เขาจึงถอดเสื้อคลุมหนาๆ ของตัวเองมาคลุมผมไว้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

ส่วนผมคลายมือจากเสื้อที่เขาถอดออกมาคลุม กำเสื้อด้านในของเขาเอาไว้

ไม่รู้ว่าทำไม..กลิ่นบนเสื้อคลุมของเขากลับทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้น มันมีกลิ่นที่ผมคุ้นเคยอยู่บนนั้น..กลิ่นที่ผมไม่รู้ว่าคือกลิ่นอะไร

แต่ว่าทำไมถึงคุ้นเคย…ทั้งที่ผมจำอะไรไม่ได้ หรือว่าจริงๆ แล้วคุณอารู้จักผม แต่ว่าโกหกว่าไม่รู้จัก

แต่นั่นเป็นเรื่องที่ผมไม่มีวันรู้..

ในเมื่อจำไม่ได้..ก็ไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร

ระหว่างที่ผมกำลังจมดิ่งในความคิดของตน คุณอาก็ลุกพรวดขึ้น

พรึ่บ!!

ผมสะดุ้งเฮือก เงยหน้ามองเขา ส่วนคุณอาเองก้มมองนาฬิกาในมือแล้วขมวดคิ้ว ก่อนจะมองผม..ด้วยสีหน้าลำบากใจ

“…ขอโทษทีนะ แต่ฉันต้องไปแล้ว” เขาว่าพลางขยี้ผมของผมจนยุ่งเหยิง ก่อนจะดึงมือที่กำไว้แน่นออก ยิ้มให้ครั้งหนี่ง และเดินจากไปโดยไม่เหลียวหันมามอง

ผมรู้สึกเหมือนกับหัวใจตัวเองร่วงลงกับพื้น เหมือนกับว่าเพิ่งจะทำเชือกที่เหนี่ยวรั้งชีวิตของตัวเองไว้กำลังหลุดมือไป

ดังนั้น ทันก่อนที่หญิงชราและชายชราอีกคู่หนึ่งจะวิ่งมาหาผม ทันก่อนที่ที่พี่สาวประชาสัมพันธ์จะรวบตัวผมเอาไว้ได้

ผมก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ วิ่งตามแผ่นหลังของคุณอาคนนั้นไปเสียแล้ว



++++++++++++++++++++++++++



ผมวิ่งตามแผ่นหลังของเขาไป

วิ่งไล่ตามสิ่งเชื่อมโยงเพียงสิ่งเดียว ณ ตอนนี้ของผม

ผมอยากตะโกนเรียกเขา แต่ว่าผมไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร และทั้งที่ผมวิ่งจนสุดฝีเท้า แผ่นหลังของคุณอาคนนั้นก็ยังไกลออกไป..ไกลออกไปทุกที

ผมรู้สึกว่าตาพร่าเลือน มองอะไรไม่เห็น จนกระทั่งชนกับคนที่เดินผ่านไปมาจนล้มโครมลงกับพื้น

คนที่ชนผมถามผมว่าเป็นอะไรหรือเปล่า และช่วยพยุงขึ้นมา แต่ตอนที่กวาดสายตาไปรอบๆ..คุณอาคนนั้นก็ไม่อยู่แล้ว

..ไม่อยู่แล้ว..

“เป็นอะไรไหม?” หญิงสาวที่ผมวิ่งชนเอ่ยถาม ดังนั้นผมจึงส่ายหัวไปมา ก่อนจะเริ่มออกวิ่งอีกครั้ง ตามหาคนที่ถูกกลืนหายไปในฝูงชน

แต่ว่าวิ่งยังไงก็หาไม่เจอ..หาไม่เจอเลย..

ผมเริ่มรู้สึกว่าน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดหัวแล้วเช็ดมันออก ลากเสื้อคลุมที่คุณอาทิ้งไว้ไปที่เก้าอี้แถวยาว ปีนขึ้นไปนั่งขดตัวกอดเข่าตัวเองไว้

ผมมองออกไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปมา หวังให้มีใครซักคนวิ่งเข้ามาหาผม กอดผมเอาไว้ เรียกผมด้วยชื่อที่ผมเองก็ไม่รู้ว่าเป็นชื่อของตัวเองหรือเปล่า

หวังให้คุณอาวิ่งกลับมา…อย่างน้อยก็กลับมาเอาเสื้อของเขา จากนั้นผมจะขอร้องให้พาไปด้วย..ให้ผมไปด้วย ไม่อยากอยู่คนเดียว

แต่ว่าไม่มีใครปรากฏตัวเลย

ไม่มีใครเลย..

ผมกลัว..

กลัวความคิดที่ว่าอาจจะถูกทิ้งของตัวเอง กลัวที่ต้องอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย กลัวที่ไม่มีใครรู้จัก..และไม่รู้จักใคร

“….”

ผมตั้งใจจะเปล่งชื่อของใครซักคน แต่กลับจำไม่ได้ว่าเป็นใคร

ไม่รู้ว่าอยากเรียกใคร

ผมรู้สึกว่าเขาต้องเป็นคนที่สำคัญมากๆ แต่ว่าจำไม่ได้…จำไม่ได้เลย…

ชื่อเรียกของเขาค้างอยู่ในคอ แต่ว่าจำไม่ได้ ผมจำไม่ได้

ผมจับคอตัวเอง รู้สึกเหมือนอยากจะตะโกนอะไรออกมา อยากจะเรียกชื่อของใครซักคน แต่ก็รู้สึกเหมือนได้ยินแค่เสียงสะอื้นของตัวเอง

ไม่มีชื่อของใครหลุดออก

คงจะเพราะร้องไห้ออกไป..หรืออาจจะเพราะรู้สึกอ่อนเพลีย ผมจึงเริ่มรู้สึกง่วงมากขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายเองก็หนักขึ้น

ผมฝืนปรือตามองออกไปข้างหน้า แต่ว่ายิ่งทีสมองกลับยิ่งมึนชา

ผมยกมือขึ้นขยี้ตา พยายามจะฝืนลืมตาขึ้น แต่กลับรู้สึกว่าสติเริ่มลอยหาย…

ไม่นานนัก…ผมก็หลับไป

.

.

.

.









“……….!!”

ผมปรือตาขึ้นเพราะเสียงเรียกกับแรงเขย่า

..เรียกใคร?

“ตื่น ถ้าหลับไป..จะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว”

แต่ว่าผมง่วง…ง่วงมาก..

“อย่าหลับ ลืมตาขึ้นมอง มองไปที่กระจก”

เขาพูดกับใคร..พูดกับผมอย่างนั้นเหรอ?

เพราะว่าสงสัยเรื่องนั้น ก็เลยลืมตาขึ้นมา และเห็นใบหน้าของคนคนหนึ่ง จดจ้องลงมาที่ผม

เขาสวมแว่นทรงสี่เหลี่ยม..หน้าตาค่อนข้างอ่อนวัย อาจจะอายุน้อยกว่าคุณอาคนนั้นเสียอีก ที่หูของพี่ชายคนนี้มีต่างหูรูปหกเหลี่ยมติดไว้ แกว่งไกวเป็นจังหวะตอนที่เขาเขย่าผม

“ในที่สุดก็ลืมตาซะที” เขาเอ่ยกับผม พรูลมหายใจโล่งอก “…จดจำตัวเองเข้าไว้ ยังไม่จำเป็นต้องจำชื่อหรือเรื่องอื่น แต่จำรูปลักษณ์ของตัวเองไว้ ลืมตาขึ้น มองในกระจก รักษารูปลักษณ์ของเธอเอาไว้”

ผมมองไปที่กระจกตามที่เขาบอก..มองเห็นเด็กชายคนนหนึ่งถูกอุ้มเอาไว้ ห่อหุ้มอยู่ในเสื้อคลุมแปลกๆ ราวกับเป็นดักแด้

เส้นผมของเด็กชายคนนั้นมีสีน้ำตาล ดวงตาปรือลงราวกับง่วงงุน..เหนือสิ่งอื่นใด..ร่างกายของเด็กคนนั้นเลือนราง จนแทบจะหายไป แทบจะเหมือนกองเสื้อผ้านั้นห่อหุ้มสิ่งที่ไม่มีอยู่เอาไว้

“นั่นคือเธอ”

พี่ชายคนนั้นบอกผม จ้องมองกระจกด้วยสายตาแน่วแน่ ราวกับจะสบตากับผมที่จดจ้องไปยังกระจกบานเดียวกัน

…สิ่งที่สะท้อนอยู่ในนั้น คือผม?

ผมจ้องมองภาพเลือนรางนั้นครู่หนึ่ง หลับตาลง และยามที่ลืมตาอีกครั้ง ร่างกายที่สะท้อนเลือนรางอยู่ในกระจกก็กลับมาชัดเจนเหมือนเดิม

ผมกะพริบตา รู้สึกว่าเริ่มหายง่วงงุนแล้ว ร่างกายเองก็เบาขึ้นมากๆ ดังนั้นจึงเงยหน้าขึ้น…จ้องมองพี่ชายที่บอกให้ผมจดจ้องไปที่กระจก

“…พี่ชาย..เป็นใคร”

“..นายรู้จักฉัน ฉันบอกได้แค่นี้” พี่ชายสวมแว่นคนนั้นบอกผม พรูลมหายใจยาว คลายอ้อมแขนออกและปลิ่อยให้ผมยืนกับพื้น ..และไม่รู้ด้วยเหตุใด ผมก็รู้สึกว่าคุ้นเคยกับเขาอย่างประหลาด

“...พี่ชายรู้จักผมเหรอ” ผมเปล่งเสียงถามออกไป

“ใช่…”

คำคำนั้นแค่คำเดียวทำให้หัวใจของผมพองโต ดังนั้นจึงกำชายกางเกงเขาไว้ เปล่งเสียงถามออกไป

“งั้น..รู้ใช่ไหมว่าผมเป็นใคร?”

ผมเป็นใคร..ผมชื่ออะไร ผมยังมีคนที่ต้องการใช่ไหม?

แต่พี่ชายคนนั้นไม่ได้ตอบคำถามที่ผมต้องการออกมา

“ฉันรู้ว่านายเป็นใคร แต่ฉันทำให้นายจำตัวเองไม่ได้หรอก…ถึงบอกชื่อไปก็เท่านั้น” พี่ชายคนนั้นว่าพลางหัวเราะ ก่อนจะยัดอะไรบางอย่างลงในมือผม “เก็บมันเอาไว้ ..พี่น้องของฉัน”

“ดะ เดี๋ยว…” ผมเรียกเขา พยายามจะรั้งตัวเอาไว้ แต่ไม่นานนัก ร่างนั้นก็กลืนหายไปกับฝูงชน

ทิ้งผมเอาไว้คนเดียวอีกครั้ง

ผมกำของที่พี่ชายให้ไว้แน่น..ค่อยๆ ย่อตัวลงกอดตัวเองไว้

ถูกทิ้งเอาไว้คนเดียวอีกแล้ว

อยู่คนเดียวอีกแล้ว





“…………!!”





…..ระหว่างที่น้ำตากำลังจะไหลออกมาอีกครั้ง เสียงของใครบางคนก็ดังฝ่าเข้ามา

“………….!!”

…เสียงของใคร

ท่ามกลางเสียงจอแจที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ท่ามกลางเสียงของผู้คนมากมายที่ดังกลบกันไปมา เสียงของใครที่ดังฝ่ามาหา

“……!!”

น้ำเสียงที่ร้อนรน..น้ำเสียงที่เป็นกังวล..น้ำเสียง..ที่คิดว่าคุ้นเคย

คุ้นเคยทั้งที่คิดว่าจำไม่ได้

“………!”

เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาทุกที..ใกล้จนผมต้องเงยหน้าขึ้นมา หันไปมองเจ้าของเสียง

ชายคนหนึ่งวิ่งตรงมาหาผม

สีหน้าของเขาร้อนรน..เหมือนกับจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อ

และไม่รู้ทำไม เมื่อเห็นน้ำตาของเขา ผมก็รู้สึกเหมือนจะร้องไห้ตาม

ผมไม่อยากเห็นเขาร้องไห้…ไม่อยากให้ร้องไห้

เขาวิ่งฝ่าผู้คนเข้ามา ไม่ยอมขอโทษคนที่ล้มลงไปเพราะเขา ไม่สนใจเสียงก่นด่า ไม่สนใจมือที่รั้งเขาไว้ให้ขอโทษ

สิ่งที่คนคนนี้สนใจ คือการวิ่งมาหาผม

และโดยไม่รู้ตัว ผมก็ยืนขึ้น

ยื่นแขนไปหาเขา



.

.

.

“เสี่ยวหลิง!”

.

.

.



เสียงนั้นเข้าถึงตัวผมในที่สุด พร้อมกับความอบอุ่นปลอดภัยที่โอบล้อมเข้ามา รัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก

คนคนนี้..

“เสี่ยวหลิง..เสี่ยวหลิง..เตี่ย..เตี่ย…”คนคนนั้นเรียก..เรียกชื่อของใครซักคน กอดผมเอาไว้แน่น น้ำเสียงสั่นเครือ..ราวกับจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อ หรืออาจจะร้องไห้ออกมาแล้ว

คนคนนี้มีกลิ่นที่คุ้นเคย…มีสัมผัสที่คุ้นเคย..และทั้งที่ไม่รู้จักกัน แต่ผมกลับรู้สึกว่าอบอุ่น รู้สึกว่าสบายใจ รู้สึกว่าเมื่อมีคนคนนี้แล้ว จะไม่เป็นไร

“เสี่ยวหลิง เสี่ยวหลิง…..เตี่ยขอโทษ” คนตรงหน้าผมพร่ำรำพัน..เอ่ยซ้ำไปซ้ำมา เขาผละออกไป ลูบหน้าลูบตาผมด้วยปลายนิ้วที่อบอุ่น

ปลายนิ้วที่ผมรู้จัก…น้ำเสียงที่ผมรู้จัก..

แววตา..น้ำเสียงนี้…

คนคนนี้คือ..



“เตี่ย…?”



ใช่..คนคนนี้คือเตี่ยของผม…

“เตี่ย…..” ผมเรียกกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ราวกับอยากจะย้ำให้ชัดเจนถึงสิ่งที่ตนจำได้ ขอบตาของผมร้อนผ่าว พออ้าปากจะพูดอีกครั้ง ก้อนสะอื้นก็แล่นขึ้นมาจุกคอจนพูดอะไรไม่ออกซะแล้ว “ตะ..เตี่….ฮะ..ฮึก..”

“เสี่ยวหลิง..เสี่ยวหลิง..ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เปนไรแล้ว” เตี่ยเรียกชื่อของใครซักคนออกมา กระซิบอย่างอ่อนโยน จูบเบาๆ ที่ข้างขมับของผม

ไม่ใช่..

นั่นไม่ใช่ชื่อของ ‘ใครซักคน’

นั่นเป็นคำที่พี่ชายคนนั้นเปล่งออกมา

เขาไม่ได้แค่พูดออกมาอย่างไร้ความหมาย ไม่ได้เรียกใครคนอื่น

แต่เรียกผม..

นั่น…เป็นชื่อของผม

แต่ก็ยังไม่ใช่..ผมไม่ได้ชื่อเสี่ยวหลิง..ไม่ใช่เหรอ..ชื่อของผมน่ะ..

ชื่อของผมคือ…







อู๋ซานหลิง





+++++++++++++++++++++++

TBC

ขออภัยที่ดองไปเกือบปีค่ะ แต่ก็กลับมาต่อแล้วนะคะ! ;7; //
avatar
sinnerdarker
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 343
Points : 1705
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : บ้านสกุลหวัง

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (18) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by tamahome on Sun 04 Sep 2016, 18:20

แงงงงงงงง เตี่ยกับเสี่ยวหลิงเล่นเอาน้ำตารื้นเลย //กระซิกๆ ขวัญเอ๋ยขวัญมานะลูก เป็นเด็กหลงทางไม่พอ ยังความจำเสื่อมอีก โฮรวววววว
"พี่ชาย"คนนั้น นายทำดีมาก! /ตบบ่า ว่าแต่ไม่ค่อยเลยนะ นายควรเรียกตัวเองว่าคุณลุงหรือคุณอามากกว่าสิยะ! 555555
avatar
tamahome
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 32
Points : 1155
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (18) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by yakusoku on Sun 04 Sep 2016, 22:25

เสี่ยวหลิงเกือบหายไปแล้วมั้ยละ ค่อยยังชั่วหน่อย เฮ้ออ
avatar
yakusoku
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 369
Points : 1481
Join date : 05/11/2014
ที่อยู่ : โลงในสุสานโบราณ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (18) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by han-yanzi on Thu 15 Sep 2016, 15:26

ในที่สุดเตี่ยก็กลับมาหาเสี่ยวหลิงแล้ว T_T

han-yanzi
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 2
Points : 447
Join date : 02/09/2016

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (18) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Tornortnz on Sat 24 Sep 2016, 22:33

เราไล่ตามอ่านตั้งแต่ต้นจนจบมาสองวันแล้วค่ะ หลงน้องมากกกก โอยยย ลุ้นตัวโก่งกลัวน้องจะหายไป โถ่ เตี่ยเอ้ยย เกือบไม่ทันการแล้ว

Tornortnz
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 1
Points : 446
Join date : 02/09/2016

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ