Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[OS] เสียงปืน [พานจื่อ, อู๋เสีย]

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[OS] เสียงปืน [พานจื่อ, อู๋เสีย]

ตั้งหัวข้อ by MinMin on Mon 09 May 2016, 23:13







เสียงปืน



วันนั้นป๊าติดธุระด่วน จึงพาผมไปฝากไว้กับอาสามโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ผมได้ยินเสียงอาสามโวยวาย กับเสียงพูดเรียบเรื่อยขอโทษขอโพยของป๊า ท่าทางตกลงกันไม่ได้จนกระทั่งอารองเดินผ่านมาเห็นผมนั่งทำหน้ามึนๆ อยู่หน้าห้อง อารองขมวดคิ้ว เดินเข้าไปในห้อง เพียงไม่นานเสียงพูดคุยก็เงียบลง หนึ่งชั่วโมงต่อมาผมก็ได้ไปนั่งรถของอาสาม

“ถ้าแกซน วิ่งเล่นไม่เข้าเรื่อง ฉันจะฟาดให้ตาย” อาสามสบถอีกหลายคำ ผมพยักหน้าหงึกหงัก สมัยนั้นยังเด็ก ไม่เข้าใจคำพูดหยาบคายพวกนั้นสักเท่าไร แต่คำว่าฟาดให้ตาย ฟังดูรุนแรง ผมจึงบอกว่า

“ถ้าอาสามฟาดผมตาย ผมจะฟ้องเตี่ย”

อาสามส่งเสียงเฮอะ หยิบอมยิ้มออกมาจากช่องเก็บของหน้ารถ ส่งให้ผม

ผมนั่งสงบเสงี่ยมเลียอมยิ้ม ไม่ทันกินหมด รถก็จอดนิ่ง อาสามลงจากรถ ผมคาบอมยิ้ม เปิดประตูลงตามอาสามไป เห็นผู้ชายสูงใหญ่ยืนเต็มไปหมด แต่ละคนแบกของ ท่าทางเหมือนจะไปเดินทางไกลที่ไหนสักแห่ง พวกเขาทุกคนหน้าตาดูดุเหลือเกิน บางคนมีแผลเป็นที่หน้า ทำให้ดูเหมือนโจรลักพาตัว ผมไม่ค่อยไว้ใจสถานการณ์ มือหนึ่งถืออมยิ้ม มืออีกข้างจับขากางเกงอาสามเอาไว้

“พี่สาม เด็กนั่น…”

“พานจื่อ” อาสามพูดแทรกขึ้น “วันนี้ไม่ต้องตามไป อยู่ดูแลหลานฉัน”

ผมเห็นพี่ชายหน้าดุเปลี่ยนเป็นหน้ามุ่ย แต่ก็ไม่เถียงอะไร ผมมัวแต่มองเขา ไม่ได้ฟังว่าอาสามพูดอะไรบ้าง จนกระทั่งอาสามแกะมือผมออกจากขากางเกง

“อยู่ที่นี่กับพานจื่อ ถ้าแกทำตัวดีๆ อาจะซื้อขนมมาฝาก”

ผมพยายามทำมือเป็นตีนตุ๊กแก แต่ไม่ถึงสามวินาที อาสามก็แงะมือของผมออก ผลักผมไปหาคนที่ชื่อพานจื่อ สั่งอีกครั้งว่าให้ดูแลผม แล้วอาสามก็เดินไปกับผู้ชายกลุ่มใหญ่

ผมจะวิ่งตาม แต่พานจื่อกดไหล่ของผมไว้ ผมสู้แรงผู้ใหญ่ไม่ได้ สุดท้ายจึงได้แต่มองอาสามหายลับไปสุดสายตา ผมยืนนิ่งอย่างทำตัวไม่ถูก ตอนนั้นก็รู้สึกว่าน้ำหนักที่กดบนไหล่หายไป

“เดี๋ยวพี่สามก็กลับมา” พานจื่อพูด ผมเงยหน้ามองเขา เริ่มเลียอมยิ้มต่อด้วยความวิตกกังวลตามประสาเด็กว่าอาสามจะทิ้งผมเอาไว้ตรงนี้ตลอดกาล แต่เมื่อมองไปเห็นรถอาสามยังอยู่ ก็คิดว่ายังไงอาสามก็ต้องกลับมาเอารถ ถึงอาสามจะไม่ห่วงผม แต่ก็ยังหวงของ ผมเคยมือซนหยิบของของเขามาเล่น โดนตีจนร้องไห้ ขนาดนั่นเป็นของชิ้นเล็กๆ ของชิ้นใหญ่อย่างรถคันหนึ่งย่อมไม่ใช่ถูกๆ คงไม่ทิ้งเอาไว้แน่

ผมขยับไปยืนข้างรถ เลียอมยิ้มอย่างเงียบๆ แต่เดิมผมก็ไม่ใช่เด็กที่จะสนิทกับคนแปลกหน้าได้ง่ายๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ตอนนี้จึงไม่รู้จะทำอะไร เลียไปเลียมา อมยิ้มก็เหลือแต่ก้าน ผมโบกก้านไม้ในมือ รู้สึกว่างมาก

ตรงที่ผมอยู่เป็นลานดินโล่ง อาสามขับรถผ่านทางขรุขระเข้ามาในนี้ ไม่รู้มีอะไรน่าสนใจ รอบข้างมองไปมีแต่ต้นไม้ ตอนแรกผมนึกว่าจะได้ไปนั่งเล่นที่บ้านของอาสาม ไม่คิดว่าจะต้องมาอยู่ในที่แบบนี้ ถ้ารู้แต่แรกคงงอแงไม่มาด้วย

ผมหาอะไรทำไม่ได้ จึงนั่งยองๆ ใช้ไม้ในมือเขี่ยดินบนพื้น เขี่ยไปเขี่ยมาก็เริ่มเขียนตัวอักษร แสงแดดเริ่มแรงขึ้น เขียนไปเหงื่อก็ไหลไป ผมคอแห้ง ลุกขึ้นจะเดินหาน้ำ ก็พบว่ามีขวดน้ำตั้งอยู่ข้างๆ พานจื่อเดินมายืนข้างผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

ผมกินน้ำ แล้วถามเขาว่า “มีอมยิ้มมั้ย”

พานจื่อส่ายหน้า ผมคิดว่าเขาจะเหมือนอาสาม ดุๆ โหดๆ แต่มีขนมให้ผมเสมอ กลับเป็นอารองที่ไม่ยอมให้ผมกินอะไรแบบนี้บอกว่ามันไร้ประโยชน์ ทำให้ฟันผุ

ผมนึกได้ว่าอาสามหยิบอมยิ้มออกมาจากช่องเก็บของหน้ารถ จึงเปิดรถไปคุ้ยหา แม้จะไม่เจออมยิ้ม แต่ก็มีลูกอมสีสดใสอยู่สามเม็ด ผมหยิบมันออกมา ก่อนจะมองหาว่ามีขนมอะไรซุกซ่อนไว้อีกหรือไม่ ผมแทบจะมุดหัวเข้าไปค้นหา ไม่พบอะไรอื่นนอกจากเอกสาร กับวัตถุรูปทรงประหลาด ผมหยิบมันออกมาด้วยความสนใจ มันเป็นวัตถุที่หนักและแข็ง มีช่องให้สอดนิ้วเข้าไปได้ ปลายด้านหนึ่งมีรูเปิด ปลายอีกด้านหักลงแทบจะตั้งฉาก มีขนาดอ้วนกว่าและตันกว่า ผมต้องใช้มือสองข้างหยิบมันออกมาจากช่องเก็บของ

นี่อาจจะเป็นของเล่นที่อาสามซ่อนเอาไว้ ผมจับๆ ลูบคลำมันด้วยความสนใจ ยกขึ้นเหนือหัว ส่องดูว่ามันทำอะไรได้บ้าง ตอนนั้นเองพานจื่อส่งเสียงดัง พุ่งเข้ามาแย่งมันไปจากมือของผม

ผมตกใจ กำมันแน่น นิ้วสามนิ้วที่สอดเข้าไปในวงแหวนเหมือนกดโดดปุ่มอะไรสักอย่าง วัตถุในมือของผมส่งเสียงดังลั่นพร้อมกับสั่นไหวรุนแรง มือผมชาทันที

พานจื่อรีบดึงมันออกไป จับมือผมแบออก ขณะตวาดเสียงดัง

“นายน้อย! คุณเล่นอะไรแบบนี้ รู้มั้ยว่ามันอันตราย!”

ผมยังตกใจ อีกทั้งยังเจ็บมือ เจอเสียงตวาดและหน้าดุๆ ของพานจื่อก็ร้องไห้  พานจื่อเจอแบบนี้ถึงกับหน้าเจื่อน ทำอะไรไม่ถูก ประสบการณ์ในชีวิตของเขาตอนนั้นคงไม่มีเรื่องว่าเจอเด็กร้องไห้ต้องทำยังไง

สุดท้ายก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าผมจะกลับมาสงบ นั่งจ๋อยอมลูกอมที่หยิบมาจากช่องเก็บของในรถ พานจื่อริบปืนไปแล้ว ผมมองมันด้วยสายตาหวาดกลัว แล้วก็เหลือบไปเห็นว่าที่เอวของพานจื่อก็มีของแบบนี้เหมือนกัน ผมขยับถอยห่าง พานจื่อคงรู้ตัว จึงพูดว่า

“มันไม่ได้อันตรายขนาดนั้น ถ้าคุณไม่เอามาเล่นซี้ซั้ว”

“แต่มันทำให้ผมเจ็บมือ” ผมกล่าว

“คุณใช้ไม่เป็น” พานจื่อบอก ขยับเจ้าวัตถุอันตรายในมืออย่างคล่องแคล่ว เขาหยิบขวดน้ำที่ผมดื่มจนหมดแล้ว โยนขึ้นฟ้า หันปลายกระบอกปืนไปทางนั้น มีเสียงปัง ขวดน้ำกระเด็นผิดทิศผิดทาง มีเสียงปังอีกครั้ง มันหมุนติ้วลอยกลางอากาศ พอได้ยินเสียงปังอีกครั้ง มันก็หล่นปุลงมาอยู่ตรงหน้าผม

ผมมองขวดน้ำที่มีรูสามรูด้วยความตื่นเต้น ลืมความหวาดกลัวตอนแรกไปจนหมด เมื่อกี้รู้สึกเหมือนพานจื่อเล่นมายากล เขาทำให้ขวดน้ำดูราวกับมีชีวิตอยู่บนท้องฟ้า ผมหันไปมองท่าถือปืนของเขา รู้สึกว่ามันเท่มาก ดูสมชายชาตรีมากกว่าท่าถือเม็ดหมากของอารอง

วันนั้นผมเริ่มคุยกับพานจื่อเรื่องการใช้ปืน นั่นคงเป็นความประทับใจเริ่มแรกที่ผมเกือบจะลืมไปแล้ว ท้ายที่สุดเมื่อโตขึ้น ผมก็จำได้แค่เรื่องที่ได้รางวัลจากการแข่งยิงเป้าบินสมัยเด็ก

ผมอาจลืมเรื่องราวมากมายไปตามกาลเวลา แต่เมื่อมีอะไรมีสะกิด ผมก็จะค่อยๆ นึกออก ผมไม่คิดว่าตัวเองขี้ลืม แต่เพราะสิ่งที่ผมต้องจำมีมากเกินไป จนมันกดทับความทรงจำเก่าๆ ต้องใช้เวลารื้อฟื้นสักหน่อยถึงจะนึกออก

ก็เหมือนกับม้วนฟิล์ม ที่ต้องใช้เวลากรอกลับไปถึงจะสามารถหยุดดูในสิ่งที่ต้องการได้ เพราะมันคือความทรงจำ คือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว คือสิ่งที่ทำได้เพียงย้อนมองแต่ไม่อาจย้อนมา

ความกลัวในวันนั้น ความสนุกในวันนั้น ความประทับใจในวันนั้น ไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแล้ว เช่นเดียวกับการที่ผมไม่มีวันได้พบพี่ชายคนนั้นอีกครั้ง

การจากลามักจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้คาดคิด เกิดขึ้นอย่างเรียบง่าย และง่ายดายจนไม่น่าเชื่อว่าเพียงไม่กี่วินาที คือช่วงเวลาที่จะต้องลาจากตลอดกาล

ผมยิงปืนขึ้นท้องฟ้า

...เสียงในวันนั้น ที่ทำให้ผมร้องไห้เพราะความกลัวและตกใจที่พี่พานดุ

...เสียงในตอนนั้น ที่ทำให้ผมร้องไห้เพราะรู้ว่าพี่พานไม่มีวันดุผมได้อีกแล้ว

...และเสียงปืนในวันนี้…

ผมวางปืนลงหน้าป้ายหลุมศพ หลงเหลือกระสุนหนึ่งนัดเป็นกระสุนเกียรติยศ ข้างๆ กันคือบุหรี่ที่จุดไว้ทิ้งไว้

ผมเงยหน้ามองท้องฟ้า

...ฝนก็ไม่ตกแท้ๆ แต่กลับมีน้ำไหลลงมาจากใบหน้าของผม...






avatar
MinMin
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 222
Points : 1515
Join date : 28/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] เสียงปืน [พานจื่อ, อู๋เสีย]

ตั้งหัวข้อ by tamahome on Tue 10 May 2016, 16:49

นายน้อยยยยยยยยยยยยยยยยยย แววววววววววววววว //ยิงปืนขึ้นฟ้าไม่ดีนะคะ อันตรา--//แค่ก //คุงมินทำให้เรานึกถึงว่าที่เคยเล่าว่าอาสามผูกนายน้อยไว้แล้วไปคว่ำกรวยนี่อาจจะไม่ได้ผูกไว้กับเสาธรรมดา แต่เป็นเสามนุษย์ที่ชื่อพานจื่อ 55555 //เลิฟพี่พาน จุ๊บๆ
avatar
tamahome
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 32
Points : 1176
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ