Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[Fic]คุณหนูตระกูลอู๋'3'

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[Fic]คุณหนูตระกูลอู๋'3'

ตั้งหัวข้อ by Fei on Mon 23 Nov 2015, 16:48

เรื่องงูกุ๊กของเตี่ยทำให้ฉันจิตตกเกินไป หลังจากวิ่งมาได้สักพักหนึ่งก็รู้ว่างูเกล็ดดำมันไม่ได้ตามมา ถ้าอยู่ในสถาการณ์ที่มีงูฝูงใหญ่ไล่ต้อนฉันสนุกสนานแบบที่พวกเตี่ยเคยเจอฉันคงยิงตัวตายไปเลยคงจะแฮปปี้กว่า ธรรมชาติของสัตว์จะเลี่ยงการต่อสู้กับอะไรที่มันรู้สึกไม่แน่ใจหรือเสียเปรียบ จนกว่ามันจะจนมุม หิวหน้ามืดจริงๆ แต่สิ่งที่อยู่ในสุสานโบราณมักเหนือความคาดหมายเสมอ ราวกับว่ามันมีความจิตวิญญาณอันซับซ้อน เจ้าเล่ห์เจ้าอุบายพาเหล่านักคว่ำกรวยสู่ความตายมานับไม่ถ้วน
       ฉันควรจะถึงทางออกได้แล้ว แต่ฉันกลับอยู่ในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ฉันสาดแสงไฟไปในความมืดข้างหน้า รู้สึกกว่าเหมือนจะได้กลิ่นคาวๆบางๆปนกับกลิ่นหอมๆของสมุนไพร-.,- แต่อะไรบางอย่างเรียกความสนใจของฉันไปก่อน บนเพดานทางเดินถูกฝังด้วยมุกราตรีเม็ดจิ๋วมากมาย มองดูเหมือนหมู่ดาวตอนกลางคืน  ทันใดนั้นก็มีบางอย่างเคลื่อนไหว เสียงหวีดหวิวของอากาศดังขึ้น ฉันหลบวัตถุบางอย่างที่เฉียดศรีษะไปอย่างหวุดหวิด เมื่อหันไปมองมันคือมืดสั้นเล่มหนึ่ง ฝีมือคนสินะ!-_-++บังอาจจจจ!
      ก่อนที่ฉันจะสวนกระสุนกลับไป ผู้โจมตีในเงามืดก็โผล่ออกมาพร้อมกับชี้ไปที่พื้น ฉันมองตามก็พบสิ่งที่คล้ายหนวดสีม่วงซีดชุ่มไปด้วยเมือกอยู่เต็มไปหมด
     "อย่าเหยียบมัน"ผู้มาเยือนพูดราบเรียบเหมือนกับสีหน้า ฉันได้กลิ่นสมุนไพรโชยมาแตะจมูก งั้นกลิ่นคาวเมื่อครู่เป็นของไอ้เส้นบ้านั่นสินะ เจ้าของสุสานเล่นอะไรอยู่ สร้างหมู่ดาวให้ดูข้างบน แล้วก็ให้เดินไปติดกับโง่ๆ ทั้งที่อุตส่าห์ระวังกับดักแทบตาย จะเหยียบย่ำนักคว่ำกรวยไปถึงไหน!
    "อย่างน้อยก็แค่ร้องห้าม ถ้าฉันหลบไม่ได้ล่ะ"ฉันเบ้ปากใส่คนตรงหน้าที่นิ่งเงียบ จริงๆฉันก็รู้คำตอบนั่นแหละ ไอ้บ้านี่ไม่ได้ต้องการช่วยฉัน มันแค่ไม่อยากให้ตัวเองเดือดร้อน แต่เอาเถอะ ฉันก็รอดมาแล้ว ดูท่าคนๆนี้ก็มีฝีมือไม่น้อย การเจอคนร่วมอาชีพในสุสาน ถ้าตกลงกันได้ก็ดี ไม่ได้ยังไงก็นองเลือด คนหนอคน...
    จริงๆแล้ว คนๆนี้เป็นผู้ชายที่ดูดีเลยล่ะ แต่ไอ้หน้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบนั่นมันอะไรกันพ่อคุณ - - แถมยังทำเหมือนฉันเป็นธาตุอากาศอีก
    ปัง!
    เสียงปืนดังขึ้น มันดังมาจากปลายทางด้านใน คนหน้าเรียบขมวดคิ้วเล็กน้อย ฉันไม่ได้หันไปสนใจเขาอีก เพราะไอ้หนวดปิศาจนั่นเคลื่อนไหวหยุบหยับราวกับมีชีวิต
    "เกออย่ายิง เลือดมันมีพิษ" ฉันพูดขึ้นหลังจากที่ยิงหนวดนั่นไป น้ำสีเขียวๆที่ไหลออกมาฉันจำได้ว่า มันกลิ่นของพิษชนิดหนึ่ง หมอนั่นหันมองฉันเล็กน้อย แต่เขาก็ดึงดาบโลหะสีดำออกจากฝัก ก่อนจะพูดว่า
   "อย่ามาเกะกะ"
    ฉันอยากจะสวนกระสุนใส่เขาจริงๆ หมอนั่นเคลื่อนไหวเข้าไปในดงหนวด ร่างเขาถูกกลืนกินเข้าไป ในขณะที่ฉันถูกหนวดดึงขา บ้าเอ้ย!ทำไงดีฟร่ะ-*-หนวดดึงฉันถลาไปกับพื้น ฉันมองกลุ่มหนวดที่โอบร่างหมอนั่นค่อยๆคลายออก น้ำเขียวท่วมร่างเขา นอนจากเสื้อที่เปื่อยยุ่ยจนเห็นแพ็ค(-.,-)ฉันก็ไม่เห็นว่าเขาได้รับบาดเจ็บสักนิด น้ำเขียวคงไม่ระคายผิวเขาสินะ แต่.......ลวดลายสีดำนั่นมันทำให้ฉันนึกถึงใครบางคน
    "ลุงจาง! เมินโยวผิง!!"ฉันตะโกนออกไปก่อนที่หนวดจะลากฉันแรงขึ้น ไอ้บ้าพวกนี้มันโด๊บอะไรมาฟร่ะแรงเยอะจริง! แวบสุดท้ายเขาขมวดคิ้ว  ก่อนที่ไอ้หนวดบ้าพวกนั้นจะพันฉันจนมิด
     เวลาผ่านไปเหมือนยาวนาน ฉันจะรู้สึกว่าตัวลอย ก่อนจะกระทบน้ำ พอลงมาในน้ำหนวดพวกนั้นเริ่มคลายตัวบ้าง เพราะฉันไม่ได้ขัดขืนอะไร มันดึงฉันลึกลงเรื่อยๆและทิ้งฉันไว้ ฉันเพิ่งค้นพ้นว่า ไอ้หนวดบ้ามันเป็นใบของพืชน้ำต้นใหญ่เบิ้ม แล้วมันก็เอาฉันมาเป็นปุ๋ยเสริมให้พวกมันสินะ-_-* ฉันมองศพเปื่อยยุ่ยข้างๆ ขอล่ะ อย่าเอาฉันไว้เป็นเพื่อนแกเลยนะ
    พอได้จังหวะ ขณะที่หนวดเน่าเริ่มผ่อนแรงไปเยอะ ฉันกระโจนพรวดว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำ พอไปเกือบถึงมันก็ดึงฉันไปอีก แต่ในจังหวะนั้น ฉันเห็นใครบางคนยืนมือลงมา ฉันเกือบคว้าได้แล้ว ไอ้หนวดนรกนี่!ก็ทำให้ฉันพลาดอย่างหวุดหวิด ฉันเริ่มอึดอัด เพราะกลั้นลมหายใจไม่ไหว มันเริ่มทรมาน ตอนนี้ฉันอยู่กลางดงหนวด น่าขยะแขยงชะมัด ฉันไคว่คว้าไปทั่ว จนไปสาวเอาอะไรสักอย่าง มันไม่ใช่หนวดแต่เป็นเหมือนโซ่เส้นเล็กๆ
   กึก!
   ซวยล่ะ ฉันคงเพิ่งจะไปเปิดกลไกบางอย่าง การไม่เชื่อคำพูดเตี่ยมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ขอโทษนะเตี่ย ฉันควรเป็นนกในกรงสวยๆ อย่างน้อยพอออกบินสู่ท้องฟ้า ฉันก็ได้เห็นหน้าลุงจางเพื่อนคนสำคัญของเตี่ย( คนที่ทำให้เตี่ยมีร้อยยิ้มเหมือนเป็นสาวแรกรุ่น>.,<) ได้ลงสุสานสมกับเป็นคนตระกูลอู๋ เตี่ยบอกว่าเตี่ยรู้ว่าเตี่ยไม่สามารถปกป้องฉันได้ไปตลอด สักวันฉันจะต้องเดินด้วยตัวเอง แต่ก่อนจะถึงเวลาที่เตี่ยได้แต่มองฉันเผชิญโลก เตี่ยอยากจะอยู่ข้างฉันให้นานที่สุด

ก่อนที่ความคิดของฉันจะเลยเถิดเพราะสมองขาดออกซิเจน ฉันก็ลอยหวือขึ้น อากาศอันล้ำค่ากลับเข้าสู่ปอดของฉันอีกครั้ง พอตั้งสติได้ ตัวเองนั่งอยู่บนโลงแก้วกลางน้ำ มันใสเสียจนสามารถมองเข้าไปข้างในได้...เธอเป็นหญิงสาวสวยที่เหมือนกำลังนอนหลับสนิท ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักขัดกับผมที่เป็นงูนับสิบนับร้อย พวกมันก็หลับเช่นกัน
   "เฮ้!ยัยเปี๊ยก!" เสียงคุ้นเคยตะโกนเรียกฉันจากบนฝั่ง นายอวิ้นนั่นเอง สภาพเขาเละเทะใช้ได้ ผิวหนังก็ผุผองบางแห่ง  ผิดกลับลุงจางที่ทุกอย่างยังอยู่ในสภาพดี ยกเว้นเสื้อผ้าที่ขาดไปบ้าง-.,-(ที่เตี่ยบอกเขาแก่ช้าท่าจะจริง/งานดี)
   "อย่าขยับ!"
    ลุงจางยังพูดไม่จบตัวฉันก็หวืด เพราะพอฉันขยับฝาโลงก็พลิก ฉันร่วงลงไปในโลงแต่ก็ยั้งตัวไม่ให้ไปทับศพสาวผมงูได้ทัน พอน้ำจากตัวฉันหยดโดนลงไป ผิวงามที่ดูมีชีวิตก็เหี่ยวลงในพริบตา ไม่ถึงครึ่งนาทีที่ศพสวยเหี่ยวแห้งชวนขนลุก ฉันรู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำลายหล่อน แม่นางถือว่าเป็นการปลดปล่อย ไปที่ชอบๆนะเออ....
    ฉันไม่ได้สนใจเธออีก มองสำรวจรอบๆ สร้อยที่เธอสวมดูมีค่าแต่ก็ดูเหมือนเป็นของสำคัญ ฉันไม่ได้โจรไร้สามัญขนาดนั้น ฉันละสายตาไปที่กล่องหยอกสลักไปเล็กกว่าฝ่ามือ สิ่งนี้ก็ไม่เลว ถือว่าเป็นที่ระลึกแล้วกัน ถ้าเตี่ยรู้คงจับฉันฝังแน่ๆ แต่ลุงอ้วนสอนว่า ควรมีอะไรติดไม้ติดบ้าง หึๆ
    สองคนนั้นมาถึงก็ยกฝาโลงออก นายอวิ้นโผเข้าไปดูสมบัติ เขาหยิบนั่นนี่แล้วก็ถามราคากับฉัน
   "เธอ....ลุงจาง..เมินโยวผิง"ลุงจางเดินมาหาฉันเขาไม่ได้สนใจของ ฉันไม่เข้าใจท่าทีของเขาเท่าไรนักเขาดูคลางแคลงในตัวฉัน
ื     "คุณคือจางฉี่หลิง?"
   "..."เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยักหน้า
   "เตี่ยฉันคืออู๋เสีย...ระวัง!"ฉันตะโกนบอกนายอวิ้นที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ โชคดีที่ลุงจางถีบเขาออกก่อน ไวชะมัด...-0-
     ฉันหันไปมองที่มาของมีดสั้น คนที่คว้างมีใบหน้านิ่งเรียบไม่ต่างจากลุงจางตรงหน้าฉัน ดวงตาเฉยชา ลอยสักกิเลน สองนิ้วที่ยาวเป็นพิเศษ...เขาต่างจากคนตรงหน้าฉันแค่ดูมีอายุมากกว่า......ราวกลับว่ามีลุงจางอีกคน
   ก่อนที่นายอวิ้นจะโวยวาย ลุงจางตัวพ่อก็พูดขึ้น
   "นายไม่ควรดึงสร้อยนั่น"
       ฉันกับนายอวิ้นไม่เข้าใจคความหมาย จนเริ่มได้ยินเสียงบางอย่าง เสียงขู่ฟ่อกับกลิ่นสาปคลุ้งอันคุ้นเคย ลุงจางพ่อลูกสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่คนที่ดูมีอายุจะพยักหน้า
      "ตามมา"ลุงจางตรงหน้าฉัน พูดก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหว
     นายอวิ้นเหมือนเด็กน้อยที่ทำผิด เขาไม่ได้พูดอะไรผิดกับนิสัยมึนๆของเขา พวกเราตามจางเล็กจางใหญ่ไปเงียบๆ พวกเขาเคลื่อนไหวคล่องแคล่วราวกับเป็นถิ่นตัวเอง
     "เดี๋ยว!ไปทางนั้นไม่ได้นะคะ" ฉันร้องขึ้น กลิ่นสาบมันแรงแล้วก็ฉุนผิดปกติ ลุงจางใหญ่มองหน้าฉัน ก่อนจะยิ้มมุมปาก
     "ลูกของอู๋เสีย..."เขาพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงฟังดูเศร้ายังไงก็ไม่รู้ "ไปเถอะ มันใกล้สุดทางแล้ว"
     พวกเราไม่ได้พูดอะไรอีก ฉันรู้สึกอึดอัดเหลือเกิน มันมีบางอย่างอยู่ข้างหน้า.... พวกเราเดินจนมาถึงตรงที่เป็นเหมือนหน้าผา ข้างใต้นั่นมืดสนิท ฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ ถ้าไม่ใช่งูจำนวนมหาศาลก็คงเป็นอะไรที่ตัวใหญ่มาก
    "ทางนั้น" จางเล็กชี้ไปที่อุโมงโจรซึ่งอยู่เหนือหัวสองสามเมตรแต่มันอยู่ตรงเหวพอดีนี่สิ หล่นไปก็จบเห่ นายจางเล็กขึ้นไปก่อน สองจังหวะในการก้าวกระโดดอย่างแผ่วเบา ฉันก็ไม่เป็นปัญหามากนัก ขอบคุณอาเซี่ยที่สั่งสอนT^Tฉันขึ้นไปโดยสวัสดิภาพ...
    ปัง!
    นายอวิ้นยิงงูตัวหนึ่ง สองลุงจางหันมาสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทันใดนั้นบางอย่างข้างล่างหน้าผาก็เคลื่อนไหว ฉันรู้สึกว่าขนาดของมันไม่ธรรมดาเลย ฉันรู้สึกเหมือนเห็นดวงตาคู่โตแวววับในความมืดมิดนั่น
     "ขึ้นไป"
     อวิ้นอวี้โดดพรวดเดียวถึงด้วยความตกใจ สติเขาหลุดไปแล้ว
      "ไปก่อนเสวี่ย อย่าให้ลูกสาวอู๋เสียเป็นอะไร"
      จางเล็กขมวดคิ้วก่อนจะพยักหน้ารับคำ
      "ล่ะ..ลุง...จางคะ"ฉันดึงเเขนคนตรงหน้าไว้ก่อนจะพยักพเยิดไปทางลุงจางตัวพ่อ มันไม่ยุติธรรมเลย  จางเล็กพูดเบาๆว่า "เธอควรห่วงชีวิตตัวเองดีกว่า"
      พวกเรามุ่งหน้าไปต่อ ฉันหยุดลงกระทันหัน
      "กลิ่นแบบนี้...ระเบิดนี่!" ฉันรู้สึกหัวใจหล่นวูบหันไปมองทางที่จากมา นายอวิ้นโกยไปแล้ว ส่วนจางหน้าเด็กเม้มปากบางๆ ก่อนจะลากฉันวิ่ง
      พวกเราออกมาจนพ้น มันมาโผล่ที่ป่าอีกด้าน ฉันบอกลุงจางหรือเสวี่ยอะไรนั่นให้กลับไปช่วยลุงจางใหญ่  ฉันไม่สนใจว่าจางไหนจะเป็นนายเมินของเตี่ยอู๋ แต่ฉันไม่ยอมให้ใครก็ตามเสี่ยง คนตระกูลจางชอบตัดสินใจเผื่อคนอื่น ถามคนเขาสักคำก่อนไหม - -
     ฉันรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของระเบิด ใจฉันกระตุกเล็กน้อย เวลาผ่านไปช้าเหลือเกิน สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจตามลงไป นายอวิ้นห้าม แต่ฉันก็ตอบว่าไม่ได้ขอให้เขาตามลงไป หมอนั่นตามลงไปด้วย บอกไม่ได้รู้สึกผิดนะ แต่เขายังอยากให้เถ้าแก่อู๋มาตามเก็บทีหลัง
    ลงไปไม่ถึงไหน ฉันก็พบนายจางเล็กนอนสลบอยู่ ทางข้างหน้าถล่มเกือบหมด ข้างๆมีหัวงูที่ขาดกระเด็น เขาห้ามพิษให้ตัวเองแล้วแต่คงช่วยอะไรไม่ได้มากนัก ชีพจรเขาเต้นอ่อนจนน่าใจหาย
   หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องราวที่ฉันหาทางออกจากป่า โชคดีตรงที่ออกมามันอยู่ไม่ไกลแคมป์มากนัก เราปฐมพยาบาลลุงจางหน้าเด็กอีกรอบ ดีที่พรานนำทางฝืนคำสั่งเรามาถึงในเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เราโกหกว่าเป็นเพื่อนที่มาสมทบทีหลัง บอกว่าโดนงูกัด โชคดีที่พรานรู้จักสมุนไพรต้านพิษงูชนิดนี้ หลังจากกลับถึงหมู่บ้านชั้นนอก เตี่ยอู๋ก็มาพอดี(เตี่ยหรือ007ฟร่ะ/ฉันวางแผนเป็นอาทิตย์ แผนแตกไม่ถึง48ชม.-_-) ก่อนที่จะโดนสวดและสั่งกักบริเวณ ฉันก็อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้เตี่ยฟัง ส่วนใหญ่ก็ประมาณว่า ตามรอยลุงจางมา (เพื่อสวัสดิภาพของตัวเอง เราไม่อยากโกหกจริมๆนะ
 สรุปแล้วจางเล็กไม่ใช่นายเมิน เตี่ยบอกว่าอาจเป็นคนตระกูลจาง รอฟื้นแล้วค่อยเค้นเอาคำตอบก็ได้(ค่ะเตี่ย-_-) โดยเตี่ยให้คนเฝ้าหมอนั่นที่ยังสลบเป็นผักหนาแน่นยิ่งกว่านักโทษ
    เตี่ยดูเป็นกังวลเรื่องลุงจางอีกคนมากกว่า ฉันเพิ่งเห็นเตี่ยดูกังวลแบบนี้ ถึงขนาดพาลูกน้องเข้าไปที่สุสาน  สีหน้าดูเศร้าอย่างประหลาด บางครั้งฉันก็ได้ยินเตี่ยพึมพำกับตัวเองว่า
 "ฉันมีสิทธิ์ไปห่วงนายด้วยหรือเสี่ยวเกอ..."
 "นายจะหนีฉันไปถึงไหน..แม้แต่นายตาย ฉันก็ไม่ได้อยู่ข้างๆสินะ...."
   หรือไม่ก็...
 "ฉัน...คิดถึงนาย........."

.................
.......
#ขอแก้นร้าคะ ลงครั้งแรกเบลอๆลืมดู
avatar
Fei
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 7
Points : 753
Join date : 22/11/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ