Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[SF] ขอให้โลกนี้ไม่มีจางฉี่หลิง [ ผิง | เสีย | ฮัว ] NC18+

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[SF] ขอให้โลกนี้ไม่มีจางฉี่หลิง [ ผิง | เสีย | ฮัว ] NC18+

ตั้งหัวข้อ by mint29368 on Sat 07 Nov 2015, 00:41

[SF] ขอให้โลกนี้ไม่มีจางฉี่หลิง [ ผิง | เสีย | ฮัว ]




ผมปลอบใจตัวเองทุกครั้ง



ยามที่เห็นรอยยิ้ม และ ดวงตาสื่อความหมายที่เขามอบให้ใครอีกคนที่ไม่เคยรู้สึกยินดียินร้าย



หรือรู้ว่าตัวเองโชคดีเพียงใดที่ได้ทุกอย่างนั่นไป



รักไม่ใช่การครอบครอง



ผมเองก็เห็นด้วย



แต่ที่ผมอยากย้อนถามเจ้าของคำสอนนี้คือ



รักอาจไม่ใช่การครอบครองก็จริง แต่รักคือการมองคนที่ตัวเองรักมีความสุขกับคนอื่นงั้นหรือ



ถ้ารักเป็นแบบนั้นจริง ผมคิดว่าความรักนี้เจ็บปวดเหลือเกิน...'



เจ็บ...จนผมไม่อยากมีหัวใจอีก



"เสี่ยวฮัวเป็นอะไรไป นั่งเงียบเลย งานไม่สนุกหรอ" อู๋เสียหันมาถามไถ่ด้วยสีหน้าเป็นห่วง



เซี่ยอวี่ฮัวคลี่ยิ้มหวานขัดกับความรู้สึกภายในใจได้อย่างสมจริง เจ้าตัวนึกขอบคุณสกิลการแสดงละครงิ้วของตัวเอง


"ไม่ใช่ ฉันกำลังคิดเรื่องงาน"


"ไม่เอาหน่า เรื่องธุรกิจตระกูลเซี่ย ตอนนี้ต้องลืมไปก่อนนะ นี่คืนฉลองปีใหม่ใครเขามานั่งคิดเรื่องงานกันคุณชายเก้า"


อู๋เสียปรามเขาสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง แต่มันกลับทำให้รู้สึกขำ พอหัวเราะออกมาสีหน้าขึงขังของอีกฝ่ายถึงได้คลายลง


"ฉันจะไปเติมน้ำให้เกี่ยวเกอ นายจะเติมน้ำไหมเสี่ยวฮัว" อู๋เสียถาม มองแก้วน้ำส้มที่พร่องไปจนใกล้ถึงก้นแก้ว


"ไม่ต้อง ฉันจะกลับแล้ว พอดีมีธุระด่วน" ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อู๋เสียวางแก้วลงบนโต๊ะ เปลี่ยนมาคว้ามือผมไว้รวดเร็ว


"เฮ้ ธุระอะไร ยังไม่ทันเที่ยงคืนเลย อยู่เค้าท์ดาวน์ด้วยกันก่อนสิ เก็บเอาไว้ทำพรุ่งนี้ไม่ได้รึไงเสี่ยวฮัว ฉันอยากเห็นนายผ่อนคลายบ้าง ทำงานมากเดี๋ยวก็เป็นบ้าตายหรอก" อู๋เสียอ้อนวอน ทำผมเกือบใจอ่อน เหล่มองคนข้างตัวเขา คนๆนั้นไม่ใช่ก้อนหินซะทีเดียว ดวงตาสีดำมืดจับจ้องมือของอู๋เสียที่กุมมือผมไว้เขม็ง



ผมคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้คนตรงหน้า กระชับมือที่กุมอยู่อย่างไม่แคร์สายตาใคร


"ไว้วันอื่นเรามาฉลองด้วยกันก็ได้ แต่คืนนี้ฉันมีธุระจริงๆคงอยู่กับนายต่อไม่ได้นะอู๋เสีย"



เมื่อยืนยันเช่นนั้น อู๋เสียจึงไม่อาจรั้งผมต่อไว้ได้อีก ผมเดินออกมาจากงานเลี้ยงฉลองวันขึ้นปีใหม่ที่จัดขึ้นในร้านของนายอ้วนหวัง ที่พันเจียหยวน รถเก๋งสีดำมันปลาบจอดรออยู่ ประตูรถถูกเปิดรอทันทีที่เห็นร่างผมก้าวเข้ามาในรัศมี ผมแทรกกายเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง ทันที่ที่ประตูปิดลง ผมก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งใดๆเพื่อปกปิดความโศกเศร้าในใจอีก



"ของที่คุณชายต้องการ เราได้มาแล้วครับ"


ขณะรถยนต์กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่บ้านซื่อเหอหยวน กล่องกำมะหยี่สีดำถูกส่งมาให้จากลูกน้องผู้ซึ่งมีตำแหน่งบอดี้การ์ด


เซี่ยอวี่ฮัวเปิดกล่องกำมะหยี่นั้นออก


รอยยิ้มงดงามปรากฏบนใบหน้าหวานด้วยความพึงพอใจ เมื่อเห็นแหวนทองคำเกลี้ยงสลักอักษรโบราณนอนนิ่งอยู่ภายในกล่อง


.




.




.



ภายในบ้านซื่อเหอหยวน เซี่ยอวี่ฮัวเอนกายลงพิงโซฟาคลุมผ้าไหม เปิดกล่องกำมะหยี่อีกครั้ง หยิบแหวนทองโบราณสวมที่นิ้วนางเรียวยาวของตนเอง สัมผัสความเย็นเยียบของมัน



มันคือแหวนดั่งใจ



แหวนในตำนานจากยุคสมัยของราชวงศ์โจวตะวันออก แหวนนี่ลึกลับเหลือคณา แม้เรื่องราวของมัน ก็ใช่ว่าจะมีคนที่รู้มากนัก เขาได้รู้จักแหวนและเงื่อนงำของมันจากท่าเปิ่นที่เป็นหนึ่งในสมบัติก้นกรุของตระกูลเซี่ย ท่าเปิ่นดังกล่าวตกทอดมายังผู้นำตระกูลคนปัจจุบันเช่นเขา เมื่อรู้ว่าแหวนที่ท่าเปิ่นนี้จารึกเรื่องราวเอาไว้มีอำนาจเช่นไร เขาก็ใช้อำนาจและทุนทรัพย์ทั้งหมดที่มี จัดตั้งทีมที่ดีที่สุดขึ้นมา เพื่อตามหาแหวนนี่อย่างลับๆ จนในตอนนี้ เขาก็ได้มันมาอยู่บนมือ


พิจารณาบนตัวแหวนก็พบว่าตรงตามที่ท่าเปิ่นได้บันทึกไว้ รอยสลักอักษรโบราณบนแหวนมีทั้งหมดสองแถว แหวนจะใช้งานได้เพียงสองครั้ง เมื่อใช้พลังของแหวนหนึ่งครั้ง รอยสลักก็จะจางหายไปหนึ่งแถว


แหวนนี้มีพลังดั่งนามของของมัน ให้พรตามความปราถนาของผู้ครอบครองแหวนเป็นจริง


และตอนนี้ เซี่ยอวี่ฮัวคนนี้เป็นผู้ถือครองมันแล้ว


เหลือเพียงเอ่ยความปราถนา


แค่ความปราถนาเดียวก็พอแล้วสำหรับเขา


ความต้องการเพียงหนึ่งเดียวในใจ



กลีบปากบางของคุณชายเซี่ยประทับลงบนแหวน เปลือกตาหลุบลง นึกถึงใบหน้าของชายผู้นั้น ชายผู้เป็นเหมือนหอกหนามทิ่มตำหัวใจให้ชัดเจนในมโนสำนึก




"ขอให้โลกนี้ไม่มีจางฉี่หลิง"



.




.




.


เซี่ยอวี่ฮัวลืมตาตื่นขึ้น มองฝ่าความมืดมิดรอบกาย เสียงหนวกหูบางอย่างปลุกให้เขารู้สึกตัว และเมื่อมองออกไปที่หน้าต่าง เขาถึงได้รู้ว่ามันคือเสียงพลุที่ถูกจุดขึ้นสู่ท้องฟ้า


"ตกใจเสียงพลุหรอเสี่ยวฮัว"


เสียงคุ้นหูเสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้เขารับรู้ว่ามีอีกคนหนึ่งนอนอยู่ข้างตัว บนเตียงที่เขาไม่เคยแบ่งปันกับใคร





โคมไฟที่หัวเตียงถูดเปิดให้ความสว่าง



อู๋เสีย...



"อ้าา เที่ยงคืนแล้วสินะ เริ่มต้นปีใหม่แล้ว" อู๋เสียหันไปมองที่หน้าต่าง


"อู๋เสีย นาย นายไม่ได้ฉลองอยู่ที่บ้านนายอ้วนหรอ"


"เสี่ยวฮัว นายอย่ามาล้อเล่นกับฉันหน่า ก็นายบอกว่าไม่อยากไป อยากให้เราใช้เวลาด้วยกันสองคนไม่ใช่รึไง"



ใช้เวลาด้วยกัน...



"อู๋เสีย...เราเป็นอะไรกัน"


คำถามดังกล่าวพาลเอาใบหน้าน่ารักบูดเบี้ยวอย่างไม่พอใจทันที


"ยังจะถามมาได้! ไม่นึกเลยคุณชายเก้าจะเป็นผู้ชายจอมกะล่อนแบบนี้" อู๋เสียผลักอกเขาออกห่าง เนื้อสัมผัสเนื้อ เขาถึงได้รู้สึกตัวว่าร่างใต้ผ้าห่มผืนหนาของตัวเองนั้นไม่มีเสื้อผ้าอยู่ และไม่แน่ว่าอีกฝ่ายก็เช่นกัน


เขารวบข้อมือนั่นไว้ในมือให้หยุดอาการผลักไส เอ่ยถามอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจัง


"ฉันถามจริงๆ ตอบมาดีๆ นายคิดว่าเราเป็นอะไรกัน"


"ก็นายคิดว่าไงเล่า เพื่อนกันเขาจะยอมมาให้เอาถึงบ้านไหมล่ะ!!!"  


ไม่ใช่เพื่อน


ก็หมายความว่า...


หรือว่าเป็นเพราะพลังของแหวนนั่น


เมื่อคิดได้ เซี่ยอวี่ฮัวก็รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบรอบนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง


แหวนวงนั้น บันดาลให้ความปราถนาของเขาสัมฤทธิ์ผลแล้ว


โลกที่ไม่มีคนๆนั้น


อู๋เสียที่เป็นของเขา


เซี่ยอวี่ฮัวมองคนที่นอนอยู่เคียงข้างกัน คืออู๋เสียของเขาไม่มีผิดเพี้ยน เขาดึงร่างนั้นเขามากอดแนบอก ฝังปลายจมูกโด่งลงบนกลุ่มผมนุ่มสีน้ำตาลสูดกลิ่มหอมเฉพาะตัวที่เขาแสนคุ้นเคยแต่ไม่เคยได้สัมผัสมากเท่านี้มาก่อน


"เสี่ยวฮัว นายเป็นอะไร ทำตัวแปลกๆแบบนี้ ฉันชักจะกลัวแล้วนะ" อู๋เสียถามด้วยความกังวลใจแต่ก็ยอมให้คนรักกอดหอมแต่โดยดี


"ขอโทษที ช่วงนี้ฉันทำงานมากไปหน่อย ก็เลยเบลอๆ"


"เห็นไหม ฉันบอกแล้ว อย่าทำงานหนักมาก เดี๋ยวก็เป็นบ้าตาย จนเกือบลืมไปแล้วไหมว่าเราเป็นอะไรกัน"


"ไม่ได้ลืมสักหน่อย แค่อยากลองใจนายเท่านั้นเอง ว่ารักฉันรึเปล่า"


"ถ้าฉันไม่รักเสี่ยวฮัว แล้วฉันจะรักใครล่ะ ฉันรักเสี่ยวฮัวที่สุดในโลกแล้วนะ"


นั่นสิ โลกนี้จะมีใครที่นายควรรักมากกว่าฉัน แล้วโลกนี้จะมีใครที่รักนายมากกว่าฉันอีก


"เรามาทำแบบเมื่อกี้กันอีกรอบไหม" เขาถามร่างในอ้อมแขนก่อนกดจูบเบาๆบนขมับ


"นายไปตายอดตายอยากมาจากไหนเสี่ยวฮัว"


"นะ เมื่อกี้เหมือนไม่ได้ทำเลย"


"ทำจนเราหมดแรงหลับไปทั้งคู่ยังว่าเหมือนไม่ได้ทำ เสี่ยวฮัวนายมันคนบ้ากาม"


"ก็ฉันรักอู๋เสียมากนี่"


"อื้อ ก็ได้ แค่รอบเดียวพอนะ ไม่งั้นฉันลุกเดินไม่ไหวแน่" พอได้ยินคำว่ารักก็ใจอ่อน


"เดินไม่ไหว ฉันก็จะเป็นคนอุ้มนาย"


สิ้นคำพูด ก็ประทับจูบลงบนกลีบปากนุ่ม หยอกล้อขบเม้มแผ่วเบาก่อนสอดลิ้นเข้าไปค้นหาความหวานในโพรงปาก สองลิ้นพัวพันกันนัวเนียแลกความหวานล้ำกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนเกิดเสียงน่าอาย


เซี่ยอวี่ฮัวแทรกเรียวขาของตนเองเข้ากลางหว่างขาของอีกฝ่ายให้อ้าออก ความเฉอะแฉะบริเวณต้นขาอ่อนด้านในเป็นเครื่องยืนยันว่าความสัมพันธ์ของเขากับอู๋เสียเข้าขั้นล้ำลึกกันแล้วไม่ใช่เรื่องโกหก


เซี่ยอวี่ฮัวนึกขำ รู้สึกเหมือนถูกตัดหน้า เขาควรจะได้เป็นคนแรกของอู๋เสียสิ แต่ก็เป็นตัวเขาเองไม่ใช่รึไงที่ได้ไปก่อนหน้า


เขาจับส่วนปลายถูไถกับปากทางนุ่มที่อาบลื่นไปด้วยคราบของเหลวจากครั้งก่อน ก่อนกดชำแรกกายเข้าไปลึกจนสุดความยาว เรียกเสียงครางรัญจวนใจจากร่างใต้อาณัติ


"อ่าห์ อู๋เสีย ฉันรักนาย" เขาพูดเสียงแหบพร่า ข้างในของอู๋เสียตอดรัดเขาแนบแน่นจนแทบขาดใจ ก่อนโน้มหน้าลงพรมจูบที่หน้าผาก แก้ม ปลายจมูก ตามด้วยริมฝีปาก


"อื้อ ฉันก็รักเสี่ยวฮัว รักเสี่ยวฮัวที่สุดเลย" อู๋เสียพูด แบะขาออกกว้างรับแรงกระแทกจากอีกฝ่ายจนตัวโยน


ฉันรักนายอู๋เสีย


ฉันรักนาย


รักนายเหลือเกิน


หัวใจนายเป็นของฉันแล้ว


เซี่ยอวี่ฮัวคนนี้จะไม่ยอมเสียมันให้ใครอีก



.



.



.



"อรุณสวัสดิ์นะนายน้อยสาม" เขาพูดพลางโน้มหน้ามอบจุมพิตยามเช้าให้กับคนที่เพิ่งลืมตาตื่น


"อื้ออ" อู๋เสียส่งเสียประท้วงคนที่ขโมยจูบกันตั้งแต่ไก่โห่


"ลุกไหวไหม"


"ไหนบอกว่าอีกรอบเดียว คุณชายเก้านับเลขไม่เป็นรึไง"


"ก็นายอยากทำหน้ายั่วๆ นึกว่าอยากได้อีกรอบ"



"คนบ้ากาม"



"หิวไหม ออกไปหาอะไรกินกัน" เขาชวน พอเป็นเรื่องกิน อู๋เสียของเขาก็พยักหน้าตกลง ผมอุ้มเขาพาไปอาบน้ำ ตั้งใจไว้ว่าจะแค่ช่วยอาบน้ำให้ สุดท้ายอู๋เสียก็ทำให้ความอดทนของผมพังทลายโดยไม่รู้ตัวได้เสมอ เรามีอะไรกันในอ่างน้ำอีกครั้ง เขาบ่นผมใหญ่หลังจากเราได้อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เสียงบ่นของอู๋เสียฟังแล้วเสนาะหูดี ผมไม่รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด ใบหน้ายามเอ่ยว่าจาเจื้อยแจ้วเจ้าตัวคงไม่รู้ว่ามันเทียนเจินน่ารักแค่ไหน


ผมพาเขาเดินออกมาจากอุโมงค์ใต้ดิน อู๋เสียชมแกมด่าว่าอุโมงค์นี้ซับซ้อนมาก ถ้าผมทิ้งเขาไว้กลางทาง ชาตินี้เขาคงไม่มีปัญญาหาทางออกเจอ ผมหันไปยิ้มให้ ยื่นมือไปคว้ามือเขามากุมไว้ แล้วสัญญากับเขาว่า ผมจะไม่มีวันทิ้งเขา


ใช้เวลาไม่นานเราออกมาถึงนอกกำแพงบ้าน
ริมถนนช่วงนั้นมีร้านโรตีน้ำตาลเจ้าประจำของผม ผมซื้อโรตีมาสองชิ้น กับน้ำเต้าหู้สองชาม มานั่งกินกับอู๋เสีย


มันเป็นมื้อเช้าง่ายๆที่ผมชอบ อู๋เสียก็ดูจะชอบด้วย ดูเหมือนเขาจะยังไม่อิ่ม ผมถึงสั่งโรตีน้ำตาลอีกแผ่นให้เขาอย่างรู้ใจ ส่วนผมกินแผ่นเดียวก็อยู่ท้องแล้ว


"ตามใจฉันแบบนี้ เวลาฉันอ้วนก็อย่ามาบ่นนะ" อู๋เสียว่า จิ้มโรตีใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ


"อ้วนฉันก็รัก"


"ระวังจะอุ้มฉันไม่ไหว"


"ตอนนี้นายก็ตัวหนากว่าฉันแล้วอู๋เสีย ฉันยังอุ้มนายไปอาบน้ำได้สบายๆ"


ถึงจะรู้สึกเหมือนโดนคนรักด่าว่าอ้วนนิดๆแต่อู๋เสียก็รู้ดีว่าคุณชายเก้าคนนี้ถึงจะรูปร่างบางกว่า แต่แข็งแรงกว่าตัวเองมากเพียงใด ถ้าให้อุ้มแม่วัวตัวเมีย อู๋เสียก็คิดว่าคุณชายเก้าต้องอุ้มไหว นับประสาอะไรกับมนุษย์อวบไปนิดๆหน่อยๆอย่างเขา  


หลังจากมื้อเช้า เซี่ยอวี่ฮัวก็พาอู๋เสียซ้อนท้ายจักรยานคันเก่ง ปั่นพาเที่ยวสูดอากาศยามเช้า ปั่นไปเรื่อยๆจนไปถึงริมแม่น้ำเล็กๆสายหนึ่ง จอดจักรยานพิงไว้ที่ต้นไม้ใกล้ๆก่อนลงไปนั่งที่เก้าอี้ชมวิวริมแม่น้ำด้วยกัน


"อู๋เสีย"


"หื้ม" คนถูกเรียกละสายตาจากวิวแม่น้ำเบื้องหน้าหันมามองคนรักที่นั่งเคียงข้างกัน


"เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ เรารักกันได้ยังไง ฉันอยากฟัง"


"นายจำไม่ได้รึไง ทำไมต้องให้ฉันเล่าด้วย"


"ก็ฉันอยากรู้ว่าความทรงจำของนาย เหมือนกับของฉันรึเปล่า"


อู๋เสียครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็ทนแววตาอ้อนๆของอีกคนไม่ไหว


"ตระกูลอู๋ของฉัน กับ ตระกูลเซี่ยของนาย เป็นญาติดองกัน ไปมาหาสู่กันบ่อยๆ ทำให้ฉันได้เจอเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ฉันขี้อาย เลยไม่มีใครเล่นด้วย แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นก็พยายามเข้ามาชวนคุย ชวนฉันไปเล่นด้วยกัน สุดท้ายฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กคนนั้นชื่ออะไร" เล่าถึงตรงนี้เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นจากคนที่กำลังตั้งใจฟัง


เซี่ยอวี่ฮัวรู้สึกคุ้นเคยกับเรื่องราวที่ว่านี้ดี


เขาเองก็จำได้


เมื่อแค่เรื่องต่อจากนั้นที่เขาไม่แน่ใจ


ว่ามันจะไปในทิศทางไหน


เขาตั้งใจฟัง หัวใจเต้นแรงแทบทะลุจากอก



"หลายปีผ่านไป เกิดอะไรขึ้นมากมาย จนพวกเราโตขึ้นฉันก็มีโอกาสได้เจอกับเธอคนนั้นอีกครั้ง แน่นอนว่าฉันจำเธอไม่ได้เลย เพราะเธอโตมาเป็นคุณชายเก้าบ้านสกุลเซี่ย ไม่พอยังมาขายขนมจีบฉัน คอยช่วยฉันจากเรื่องร้ายมากมาย ปัญหาในชีวิตฉันหลายเรื่องคลี่คลายได้เพราะมีเขาคอยช่วยอยู่เบื้องหลัง คอยปกป้องฉัน ทั้งหมดที่เขาทำจะไม่ให้ฉันตกหลุมรักเขาได้ยังไง...เซี่ยอวี่ฮัว"



ผมดึงอู๋เสียเข้ามากอด กลัวเหลือเกินว่าทั้งหมดนี่จะเป็นแค่ฝันไป เขากอดผมตอบ สัมผัสของกันและกัน ความอุ่นจากร่างกายของเขาทำให้ผมแน่ใจว่านี่ไม่ใช่แค่ฝัน อู๋เสียอยู่ในอ้อมกอดของผมแล้วจริงๆ เราสองคนเป็นคู่รักที่ผูกพันกันมาเนิ่นนาน



"ฉันมีความสุขจังอู๋เสีย" ผมกอดกระชับร่างในอ้อมแขน มองทิวทัศน์งดงามตรงหน้า ไม่เคยรู้สึกเป็นสุขและสบายใจเช่นนี้มาก่อนในชีวิต



พวกเราทั้งคู่นั่งกอดกันอยู่อย่างนั้นเงียบๆ พอแดดอาทิตย์เริ่มแรง ผมก็ปั่นจักรยานพาอู๋เสียกลับมาที่บ้าน เราพากันมาดูภาพยนต์กันในโรงหนังส่วนตัว มีทุกอย่างพร้อมสรรพ ทั้งป็อปคอร์น น้ำอัดลม ผมอ้าปากรับป็อปคอร์นที่อู๋เสียป้อนเข้าปาก ยามปกติผมไม่ชอบกินของพวกนี้ แต่ไม่ว่าอะไรก็ตามที่อู๋เสียป้อน ผมก็มักจะอ้าปากรับอย่างว่าง่ายเสมอ ผมเป็นคนเลือกหนัง เพราะอู๋เสียไม่ค่อยรู้เรื่องภาพยนต์ ผมเลือกหนังตลกเรื่องโปรดที่ชอบดูประจำ ดูกี่ที่ผมก็รู้สึกตลก แล้วก็เป็นการเลือกที่ไม่ผิดหวัง อู๋เสียออกอาการหัวเราะยิ่งกว่าผมเสียอีก ป็อปคอร์นกระจายเกลื่อนโซฟา



ดูจบเขาก็นอนหนุนตักผมหลับไปทั้งอย่างนั้น ผมใช้เวลาตลอดที่อู๋เสียหลับ นั่งมองเขา มองได้อย่างไม่รู้จักเบื่อ ทนไม่ไหวเมื่อไหร่ก็โน้มหน้าเข้าไปขโมยจูบตรงนั้นตรงนี้ตามอำเภอใจ


สักพักผมก็สังเกตุเห็นใบหน้าที่เริ่มบิดเบี้ยวของอู๋เสีย คล้ายเขากำลังทรมาน มือเขาขยุ้มเสื้อผมแน่นจนข้อนิ้วขาว ทำเอาผมใจคอไม่ดี เขาอาจจะกำลังฝันร้าย


"อู๋เสีย" ผมเรียก วางมือทาบแก้มเขาก่อนตบเรียกเบาๆ อาจเพราะความเย็นของแหวนบนนิ้วผมที่ปลุกให้เขารู้สึกตัวตื่น


"นายฝันร้ายหรอ" ผมถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นเขาหอบหายใจหนัก เหงื่อผุดพรายบนใบหน้า


"อื้อ.." เขาครางตอบ สีหน้าดูไม่สู้ดีผมเลยดึงเขามากอดแล้วลูบหลังปลอบขวัญให้


"นายฝันว่าอะไร"


"ฉันฝันเห็นผู้ชายคนหนึ่ง เขาไม่ใช่คนที่ฉันเคยรู้จักหรือเห็นหน้ามาก่อนเลย"


มือที่กำลังลูบหลังหยุดชะงัก เซี่ยอวี่ฮัวนิ่งค้างราวถูกสาปให้เป็นหิน แต่คนที่เพิ่งฝันร้ายยังเล่าต่อ


"เขารู้ชื่อฉันด้วยเสี่ยวฮัว เขาเรียกชื่อฉัน เรียกแค่ครั้งเดียว ฉันกลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ฉันถามว่าเขาเป็นใครเขาก็ไม่ตอบ พยายามเข้าไปใกล้ก็ไม่อาจถึงตัวเขาได้สักที เหมือน...เหมือนเขาเป็นภาพลวงตา...พยายามนึกว่าเขาเป็นใคร ก็นึกไม่ออก"


"นายจะนึกทำไมว่าเขาเป็นใคร มันก็แค่ความฝันอู๋เสีย" เซี่ยอวี่ฮัวเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบ ใบหน้าเรียบขึงเดาอารมณ์ไม่ได้


"นายโกรธหรอเสี่ยวฮัว หึงหรอที่ฉันฝันเห็นผู้ชายคนอื่น นี่ อย่าคิดมากนะ ฉันจะไม่ใส่ใจแล้วว่าเขาเป็นใคร ฉันรักเสี่ยวฮัวคนเดียวนะ"


ผมผยักหน้า ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน พาเขาออกจากห้องดูหนังไปที่บ่อปลาตรงบริเวณลานบ้าน ปลาสีขาวหลายสิบตัวว่ายมารวมกันเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของผม อู๋เสียให้อาหารปลา ส่วนผมยืนถือถังอาหารเม็ดให้เขา แล้วตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง


อู๋เสียฝันถึงบุรุษนิรนามคนหนึ่ง


เขารู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกๆ


ไม่แน่คนๆนั้น อาจเป็นคนที่เขารู้จัก


แต่ไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลกนี้อีกแล้ว


ตระกูลเซี่ยเน้นเรื่องความรอบครอบ


เขาไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้วก่อนจะลงมือทำ


แต่นึกไม่ถึงว่ามันจะร้ายถึงขนาด...


ตามมาจองเวรในฝันได้


สายเลือดของบุรุษผู้นั้นมีความพิเศษ เขารู้ข้อนี้ดี


แต่จะพิเศษถึงขนาดเอาชนะพลังของแหวนในมือเขาได้เลยหรือ


นายจะเอาชนะฉันได้หรือ


นายไม่มีตัวตนในโลกอีกแล้ว...



.



.



.



"อะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊าา  เสี่ยวฮัว อ๊าา เสี่ยวฮัว"


ท่ามกลางยามราตรีมืดมิดเงียบสงัดมีเพียงเสียงครางเพราะความกระสันต์เสียวคลอเสียงเนื้อกระทบเนื้อ ร่างสองร่างคลื่นไหวเป็นจังหวะเดียวกัน เร็วถี่กระชั้นร้อนระอุจนลืมความหนาว เหงื่ออาบไล้ทั่วร่างเปลือยเปล่าเป็นมันเงา


เซี่ยอวี่ฮัวซบหน้าลงกับซอกคอหอม ริมฝีปากดูดเม้มจนเกิดรอยตีตรา แสดงความเป็นเจ้าของร่างที่นอนระทวยตรงหน้านี่



"อู๋เสีย ฉันรักนาย รักมากนะรู้ไหม"



คำบอกรักในระหว่างมีเซ็กส์กันมักเชื่อถือไม่ได้



แต่อู๋เสียรับรู้ได้ถึงความจริงใจของคนรัก สื่อตรงตามคำพูดทุกประการ  เขาโน้มหน้าอีกฝ่ายเข้ามาเพื่อแลกจูบดูดดื่มขณะช่วงล่างยังรองรับแรงกระแทกของอีกฝ่ายที่โถมเข้ามาไม่หยุด



"ฉันก็รักนาย รักนายมากๆเหมือนกันเสี่ยวฮัว"


ผมเชื่อประโยคนั้นของอู๋เสีย เราเป็นของกันและกันรอบแล้วรอบเล่า เปลือยเปล่ากอดรัดกันบนเตียงอยู่ค่อนคืน ก่อนจะหลับไปด้วยความอ่อนเพลียเมื่อเกือบจะรุ่งสาง


ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตามนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย ดูเหมือนจะหลับไปไม่นาน อู๋เสียไม่ได้นอนอยู่ข้างๆกันอย่างที่ควรเป็น ผมสัมผัสที่หมอนของเขา มันยังคงอุ่นอยู่ บางทีเขาอาจลุกไปเข้าห้องน้ำ นึกได้ดังนั้นผมจึงลุกจากเตียงเดินไปหาเข้าที่ห้องน้ำ ผมส่งเสียงเรียกเขาจากหน้าห้อง ไม่มีการตอบรับใดๆ แต่ผมมองผ่านช่องประตู ไฟห้องน้ำเปิดอยู่ เขาต้องอยู่ในนั้น ผมเรียกเขาอีกครั้ง ไม่มีเสียงตอบรับ ประตูห้องน้ำยังล็อคจากภายใน ความกังวลใจผุดเข้ามาทันที ผมไม่เสียเวลาคิดนาน กระแทกกายอัดบานประตูทีเดียวมันก็เปิดออก หัวใจเหมือนถูกปลิดจากขั้วเมื่อเห็นเงาร่างของอู๋เสียจมอยู่ใต้อ่างอาบน้ำที่มีน้ำล้นเอ่อ


ผมฉุดร่างเขาขึ้นมาจากอ่างน้ำ วางเขาลงบนพื้นแห้ง สัมผัสชีพจรที่ยังเต้นอยู่แต่อ่อนลงเต็มที ผมตั้งสติทำการผายปอดสลับนวดหัวใจให้ จากนั้นจับชีพจร เมื่อยังไม่ดีขึ้นผมทำตามขั้นตอนเดิมอีกครั้ง จนครั้งที่สี่ชีพจรและการเต้นของหัวใจของอู๋เสียจึงกลับมาปกติ


ถึงอย่างนั้นอู๋เสียก็ยังคงไม่รู้สึกตัว ผมอุ้มเขามาที่เตียง หาเสื้อผ้าหนาๆให้สวม ถ้าตื่นช้ากว่านี้อีกนิดเดียว อาจจะไม่โชคดีเช่นนี้ ผมกดจูบลงบนหน้าผากชื้นของคนที่ยังหลับไม่ได้สติ ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไปจมอยู่ในอ่างอาบน้ำแบบนั้น


"เสี่ยวฮัว"


เสียงเรียกของอู๋เสียทำให้ผมหลุดจากภวังค์ เขาฟื้นแล้วแต่ดูไร้เรี่ยวแรงเหลือเกิน แม้แต่น้ำเสียงยามเรียกผมยังฟังดูอ่อนเพลีย


"อู๋เสีย เป็นยังไงบ้าง" ผมถามไถ่อาการด้วยอารามเป็นห่วงมากกว่าจะซักไซร้เรื่องอื่น


แต่เขากลับไม่ตอบคำถาม เขาไม่ได้ตอบคำถามของผม แต่กลับร้องไห้ออกมา


"อู๋เสีย นายร้องไห้ทำไม" ผมถามอย่างร้อนใจ กลัวเขาจะเป็นอะไรไป


"ฉันรู้แล้ว ฮึก เขาบอกฉันแล้ว"


"รู้อะไร"


"ชื่อของผู้ชายคนนั้น"


อู๋เสียสะอื้น น้ำตาอาบแก้ม แต่ผมไม่มีแรงแม้แต่จะเอื้อมมือไปเช็ดให้



.



.





"จางฉี่หลิง"








เขาไม่ควรได้ยินชื่อของคนที่ไม่เคยมีตัวตนบนโลกนี้


แต่มันกลับถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของอู๋เสีย


สังหรณ์ของเขา ผิดสักครั้งบ้างไม่ได้หรือ



"คนที่นายว่าเขาไม่มีตัวตนในโลกนี้ เป็นแค่ความฝันของนาย อย่าใส่ใจมากเลยนะอู๋เสีย"



ผมมองดวงตาของคนที่ผมรัก


รู้สึกได้ว่าที่อู๋เสียรู้


อาจไม่ใช่แค่ชื่อของคนๆนั้น...


.



.



ผมห่มผ้าให้อู๋เสีย บังคับให้เขาเข้านอน ส่วนตัวผมแต่งตัวตั้งใจจะลงมาเคลียร์เอกสารที่ห้องทำงานด้านล่าง กำชับเขาว่าถ้าตื่นมาแล้วหิว หรือต้องการอะไรให้โทรเรียกผมได้ เขาผยักหน้าเข้าใจก่อนหลับไปอย่างรวดเร็วเพราะความอ่อนเพลีย


ผมลงมาที่ห้องทำงาน บนโต๊ะมีแฟ้มเอกสารรอการตรวจสอบและเซ็นรับรองจากผม แต่ความตั้งใจของผมพังไม่เป็นท่า สมาธิของผมไม่อยู่กับตัว อ่านสัญญาซ้ำกี่หนก็ไม่อาจเข้าใจ ผมละมือจากเอกสาร เดินไปยังห้องครัว ชงกาแฟดื่ม



ผมไม่รู้สึกกังวล ได้นอนพักสักนิดอู๋เสียก็จะดีขึ้น


เขาแย่งอู๋เสียไปจากผมไม่ได้


คนๆนั้นไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ


เขาไม่มีวันพรากความรักไปจากผมได้อีก


ผมนึกถึงสิ่งที่ตัวเองควรจะต้องกลัว


ผมต้องกลัวอะไร


ในเมื่อต่อให้พลิกพสุธาหาก็ไม่มีวันพบ


เขาไม่มีตัวตนบนโลกนี้


ไม่มีตัวตน


ไม่มี



ผมกลับขึ้นไปบนห้องนอน นึกแปลกใจที่อู๋เสียไม่ได้นอนอยู่ ถ้าไม่เห็นเขานั่งทำอะไรบางอย่างอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง ผมคงกระวีกระวาดตกใจคิดว่าเขากลับไปแช่น้ำในอ่างอีก


"อู๋เสีย นายทำอะไร" ผมเดินเข้าไปหา เพราะเขาหันหลังให้ผมเลยมองไม่เห็นว่าเขานั่งทำอะไร พอได้ยินเสียงผมเขาก็สะดุ้งเบาๆเหมือนตกใจ ซ่อนสิ่งที่ทำไว้ไม่ทันเพราะผมถึงตัวเขาอย่างรวดเร็ว


เขากำลังวาดรูป ด้วยการใช้อายไลน์เนอร์สีดำสำหรับแต่งหน้างิ้วของผมแทนดินสอ ถุงป็อปคอร์นที่กินเมื่อวานถูกคลี่ออกใช้ด้านสีขาวแทนกระดาษวาดเขียน



ผมพินิจภาพที่เขาวาดบนนั้น...


มันเป็นรูปกิเลนย่ำเพลิง


ดูเหมือนอู๋เสียไม่ได้ตั้งใจจะให้ผมเข้ามาเห็นภาพวาด


"เสี่ยวฮัว ฉันขอโทษ" ผมไม่รู้ว่าอู๋เสียขอโทษผมเรื่องอะไร แล้วก็ไม่นึกอยากถาม


ผมคุกเข่าลงตรงหน้า ดึงมือเขามากุมไว้ เขาสัมผัสได้ถึงมือของผมที่กำลังสั่นเทิ้ม ถึงกระชับแน่น


"รักเสี่ยวฮัวไหม" ผมเปล่งเสียงถามออกไปแม้จะยากเย็น


"รักสิ" อู๋เสียตอบโดยไม่เสียเวลาคิด


"รักเสี่ยวฮัวที่สุดในโลกรึเปล่า" ผมถาม อาจเป็นคำถามที่ยากเกินไป



เขาถึงไม่อาจตอบได้อีกแล้ว...



มีเพียงน้ำตาของเขา ไหลแทนคำตอบให้ผม






ผมอาจจะลืมคิดไป




คนๆนั้นอาจไม่มีตัวตนในโลกใบนี้




แต่เขามีตัวตนอยู่ในหัวใจของอู๋เสียได้




หัวใจที่ผมไม่อาจแตะต้องถึง




"ยังไงฉันก็รักอู๋เสียที่สุด"



รักจนอยากเห็นนายเป็นคนที่มีความสุขที่สุด



แม้ว่าฉันไม่ได้เป็นคนๆนั้นที่ทำให้นายมีความสุขก็ตามที



คุณชายเก้า ตระกูลเซี่ยเช่นเขา ไม่เคยต้องเสียน้ำตา ไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็น แต่บัดนี้น้ำตาเขากลับไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่



นี่จะเป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้าย ที่เขาจะร้องไห้



ผมรั้งร่างของอู๋เสียเข้ามาในอ้อมแขน ฝังจมูกบนกลุ่มผมนุ่มของเขา สูดกลิ่นหอมของเขาอย่างจะจดจำความรู้สึกนี้เอาไว้



แค่นี้ก็มากพอแล้วสำหรับเขา



พอแล้วสำหรับเซี่ยอวี่ฮัว



ช่วงเวลาที่เขาเคยมีร่วมกันกับอู๋เสียไม่มีวันลบเลือนจากใจเขาได้ ช่วงเวลาที่เรามีความสุขด้วยกัน ช่วงเวลาที่เรารักกัน




ช่วงเวลานั้น




ที่เขาได้เป็นที่หนึ่งในหัวใจของอู๋เสีย



ผมไม่นึกเสียดายที่ทำลงไป




ผมมองแหวนทองบนนิ้วมือ เห็นรอยสลักอักษรโบราณแถบเดียวบนแหวน



ผมเข้าใจแล้วทำไมแหวนนี้ถึงบันดาลความปราถนาเพียงสองครั้ง







ผมรู้ความหมายของปราถนาครั้งที่สอง





มันเป็นโอกาสแก้ตัวสำหรับคนที่ไม่รู้ว่าชะตาไม่อาจเปลี่ยน และพรมลิขิตไม่อาจแก้ไข




ผมดึงร่างในอ้อมแขนออกห่าง มองใบหน้าของคนที่ผมรักเป็นครั้งสุดท้ายอย่างจะให้ฝังลึกในห้วงคำนึง


อู๋เสียมองผมอย่างไม่เข้าใจในการกระทำ ผมยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มแบบที่ผมมีให้เขาเพียงคนเดียว




ก่อนหลับตาจรดริมฝีปากลงบนแหวน




เอ่ยความปราถนาครั้งสุดท้ายออกไป...



.




.




.



"นายเหม่ออะไรอยู่"


คำถามของใครบางคนเรียกให้ผมขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ ไม่รู้เขามานั่งข้างๆผมเมื่อไหร่


เมินโหยวผิงตั้งคำถามกับผม ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก


คำถามนี้เป็นคำถามที่ผมใช้ถามเขาบ่อยๆ เขาคงจะจำเอามาพูดแหงๆ


"ไม่ดีใจรึไงที่ฉันจะนั่งเหม่อเป็นเพื่อนนาย อยู่กับนายมากฉันเลยติดนิสัยนายไปแล้ว" ผมแซว แต่ดูเหมือนเขาไม่เล่นด้วย มองผมเงียบๆ ผมจึงตอบใหม่ให้ตรงคำถาม


"ฉันนึกถึงเรื่องที่เตี่ยเล่าให้ฟังเมื่อวาน เรื่องที่สกุลเซี่ยไม่ได้มีทายาทสืบสกุลเหมือนตระกูลอื่นๆ นึกเสียดาย เซี่ยจิ่วเย๋เก่งกาจฉลาดเป็นกรดขนาดนั้น ถ้ามีลูกหลานคงเป็นคนเก่งน่าดู"



"ชะตาฟ้ากำหนด"


เมินโหยวผิงเอ่ยสั้นๆ ผมนึกแปลกใจที่เขารู้จักพูดอะไรแบบนี้เป็นด้วย


"นี่ แล้วนายว่าฟ้ากำหนดให้เราคู่กันรึเปล่า" ถึงคำถามจะดูน้ำเน่าปัญญาอ่อนแต่ผมจริงจังนะ แต่อิตาเมินโหยวผิงกลับยิ้มเป็นคำตอบ ดีดหน้าผากผมเบาๆ


"เพ้อเจ้อ" เขาว่าผม


"นี่ เพ้อเจ้ออะไร ถ้านายไม่ตอบเดี๋ยวฉันกะเพ้อเจ้อเอาเองเลยนี่ว่านายไม่ใช่เนื้อคู่" ผมผลักอกเขา ชักจะเริ่มงอน



เมินโหยวผิงดึงผมเข้าหาตัว โน้มหน้าเข้ามาใกล้กระซิบประโยคยาวเหยียดเบาๆข้างกกหูผมราวกับกลัวมดไรแถวนี้จะผ่านมาแล้วแอบได้ยิน



"ฉันไม่อาจหยั่งรู้ชะตาฟ้าลิขิต และไม่คิดจะอยากรู้ ฉันรู้แค่ว่านายคือคนเดียวในโลกนี้ที่ฉันรัก แค่นี้พอให้นายหยุดเพ้อเจ้อได้ไหมอู๋เสีย"



ถึงท้ายๆประโยคแม่งจะด่าผมก็เถอะ แต่รวมๆนี่เรียกว่าประโยคบอกรักของเมินโหยวผิงนี่นะ ที่ผ่านมาจะเคยบังคับให้มันพูดให้ฟังแล้ว แต่ได้ยินอีกกี่ทีก็อดเขินไม่ได้



ไอ้คำว่า "รัก" จากปากคนหน้ามึนเนี่ย เหมือนฟังคำว่า "สวัสดี" จากปากบ๊ะจ่างในกรวยเลย



ผมยิ้มกว้าง กอดคนรักหนุ่มที่นานๆทีจะพูดจาน่ารักได้ถูกใจ เล่นเอาคนถูกกอดทำตัวไม่ถูกนั่งตัวแข็งถื่อเป็นรูปสลักให้อีกผมทั้งกอดทั้งหอมเอาตามใจ



คนหน้ามึนที่ชอบทำเมิน จนใครๆก็คิดว่าเขาเป็นก้อนหินไม่มีหัวใจ ไม่มีความรู้สึกให้ใคร แต่มันก็อาจจะจริงก็ได้ เพราะตาเรือพ่วงน่าเบื่อนี่ มีหัวใจไว้ให้ผมคนนี้คนเดียว



ต้องขอบคุณโชคชะตาที่พาเราให้มาเจอกัน



ให้ผมเป็นคนที่มีความสุขที่สุดแบบนี้



END.
avatar
mint29368
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 8
Points : 776
Join date : 01/11/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [SF] ขอให้โลกนี้ไม่มีจางฉี่หลิง [ ผิง | เสีย | ฮัว ] NC18+

ตั้งหัวข้อ by seirae on Sun 08 Nov 2015, 16:11

ไม่นะเสี่ยวฮัว ;-; ไม่นะ ฮือ นายอย่าหายไปสิ
avatar
seirae
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 9
Points : 1118
Join date : 10/11/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว http://seki-ruji.deviantart.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [SF] ขอให้โลกนี้ไม่มีจางฉี่หลิง [ ผิง | เสีย | ฮัว ] NC18+

ตั้งหัวข้อ by carrotkun on Tue 10 Nov 2015, 04:00

แงงงงงงงงง ขอสารภาพก่อนว่าเราอา่นข้ามฉากNCนะคะ ฮือๆ ตอนนี้เราไม่พร้อมอ่าน
แต่ดราม่าในเรื่องนี่ใช้ได้เลยค่ะ ไม่สิ นับว่าพล็อตดีมากๆเลยค่ะโฮ เราอ่านไปแล้วรู้สึกอินมาก ;; - ;Winkแง คุณชายของบ่าววววววววววววว

ถูกใจตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้ว เนื้อเรื่องข้างในก็สนุกมากค่ะ ฮือๆ ชอบฟหกด
avatar
carrotkun
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 58
Points : 1185
Join date : 27/10/2014
Age : 26
ที่อยู่ : ใต้เตียงนายน้อย

ดูข้อมูลส่วนตัว http://exteen.com/carrotkung

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [SF] ขอให้โลกนี้ไม่มีจางฉี่หลิง [ ผิง | เสีย | ฮัว ] NC18+

ตั้งหัวข้อ by mint29368 on Tue 10 Nov 2015, 09:35

carrotkun พิมพ์ว่า:แงงงงงงงงง ขอสารภาพก่อนว่าเราอา่นข้ามฉากNCนะคะ ฮือๆ ตอนนี้เราไม่พร้อมอ่าน
แต่ดราม่าในเรื่องนี่ใช้ได้เลยค่ะ ไม่สิ นับว่าพล็อตดีมากๆเลยค่ะโฮ เราอ่านไปแล้วรู้สึกอินมาก ;; - ;Winkแง คุณชายของบ่าววววววววววววว

ถูกใจตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้ว เนื้อเรื่องข้างในก็สนุกมากค่ะ ฮือๆ ชอบฟหกด


ขอบคุณมากนะคะ ได้ยินแล้วมีกำลังใจ ><

NC ไม่อ่านก็เข้าใจเนื้อเรื่องได้ค่ะ ใส่มาเพื่อเป็นรางวัลปลอบใจคุณชายเก้าเฉยๆ
avatar
mint29368
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 8
Points : 776
Join date : 01/11/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [SF] ขอให้โลกนี้ไม่มีจางฉี่หลิง [ ผิง | เสีย | ฮัว ] NC18+

ตั้งหัวข้อ by yakusoku on Fri 13 Nov 2015, 16:55

สะ สะเสี่ยวฮัวหายไปเหรอคะ รึว่าคำอธิฐานครี้งสุดท้ายคือ.... ไม่นะะะ
avatar
yakusoku
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 369
Points : 1483
Join date : 05/11/2014
ที่อยู่ : โลงในสุสานโบราณ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ