Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[TRANS] #TheMysticNine #เก้าสกุล ตอน 3

Go down

[TRANS] #TheMysticNine #เก้าสกุล ตอน 3

ตั้งหัวข้อ by anurakbeer on Sat 24 Oct 2015, 15:54

ฉีเถียจุ่ยพูดกับจางฉี่ซานว่า สายบ้านสกุลฉี ในยุคสมัยก่อนจะแยกหยินกับหยาง กำหนดฟ้ากับดิน ยามกลางวันช่วยคนผูกดวง ทำนายโชคชะตา เลือกเฟ้นที่ตั้งสุสาน ค้นหาทิวมังกร ผนึกโลงผี ส่วนในยามค่ำนั้นส่องภูเขาแต้มดวงดาว ทำอาชีพขุดสุสาน จนถึงรุ่นพ่อของเขา นับว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ต่ำสุด มีพลังวัตรอ่อนสุด ส่วนเขานั้นยิ่งอ่อนเข้าไปอีก รู้เพียงระดับเปลือกผิวของพ่อ แต่ก็นั่งแท่นอันดับแปดแห่งเก้าสกุลของฉางซาแล้ว นี่แสดงว่าวิชาความรู้ความสามารถของบรรพชนสกุลฉีนั้น ลึกล้ำเกินหยั่ง

สำนักนี้มีธรรมเนียมมากมาย ว่ากันว่า ล่วงรู้กลไกสวรรค์มากเกินไป ดังนั้นต้องปิดปากปลีกวิเวก มีเรื่องราวน่าทึ่งจำนวนมาก เมื่อมาถึงรุ่นของฉีแปด กลายเป็นนิทานก่อนนอนไปหมดแล้ว พ่อของเขาก่อนตาย ได้เล่าเรื่องราวอันคลุมเคลือเข้าใจยากกับเขาไว้หลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือธรรมเนียมอย่างหนึ่ง เล่าว่ายอดฝีมือบ้านสกุลฉี เมื่อเข้าไปในสถานที่ที่มีอันตรายสูง พบว่าตนไร้ทางรอด จะผูกกระจกสำริดไว้กับหัวของม้าตนเอง นำผังวิชาเฉพาะตัวหนีไป เพื่อให้ชนรุ่นหลังรู้ว่าตนนั้นตายด้วยสาเหตุใด

จางฉี่ซานฟังจบ มองไปยังรถไฟด้านหลัง พูดว่า "สำหรับตอนนี้ไม่ใช่ม้า แต่เป็นรถไฟสินะ ยอดฝีมือท่านนี้ไม่รู้ว่าไปหาที่ตายที่ไหน ออกจะอึกทึกครึกโครมไปหน่อย"

บ้านสกุลฉีมีการสืบทอดไม่มาก เมื่อคิดถึงว่ามีคนร่วมสกุลต้องตายด้วยอุบัติเหตุ ฉีเถียจุ่ยก็ยังไม่สบายใจ รู้สึกว่า วิชาประจำตระกูล เกรงว่าจะหายสาบสูญไปอีกหลายบท ชนรุ่นหลังไม่มีวันล่วงรู้ แต่ขณะเดียวกัน เขาก็ผุดความอยากรู้อยากเห็น รถไฟขบวนนี้ไม่รู้มาจากที่ไหน คนที่แขวนกระจกสำริดไว้ที่หัวรถจักร ก็ไม่รู้เผชิญกับเรื่องอะไร

ข้างๆ มีรถทหารขับตรงขึ้นมาถึงชานชาลา ทหารช่างหลายคนลงมาจากรถ ฉีเถียจุ่ยนับจำนวนทหารที่มาเพิ่มมากขึ้นๆ รู้ว่าตนไม่มีทางหนีพ้นแน่ มิสู้เอาหน้าสักครั้ง จึงถามจางฉี่ซาน ถึงความเป็นมาเป็นไป เป็นที่ปรึกษาให้ก่อนค่อยว่ากัน

รองผู้การเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้เขาฟังคร่าวๆ เล่าจบก็พูดว่า "คนบังคับรถไฟ แขวนคอตายอยู่ในหัวรถจักร น่าจะเริ่มชะลอความเร็วลงตั้งแต่เข้าเขตพรมแดนฉางซา คำนวณระยะทางไว้แล้วก่อนจะขึ้นแขวนคอ ไม่มีคนเติมถ่านหิน เครื่องจักรไอน้ำเย็นลง รถไฟก็วิ่งตรงไปเรื่อยๆ หัวรถจักรพุ่งเข้าสถานี ชนกระสอบทรายแตกกระจายไปสามสิบกว่าใบ แล้วก็หยุด"

ประตูทางเข้ารถไฟทุกบานถูกแผ่นเหล็กเชื่อมปิดตายทั้งหมด พวกทหารช่างเมื่อลงจากรถก็เริ่มลงมือใช้แก๊สตัดแผ่นเหล็กตรงรอยต่อของหัวรถจักรกับตู้รถไฟ

"คนขับรถไฟเป็นผู้ชำนาญการ ไม่อย่างนั้น ไม่มีทางคำนวณได้แม่นยำขนาดนี้ รถจะไม่หยุดอยู่ตรงนี้ได้พอดิบพอดี" จางฉี่ซานกล่าว "ถึงแม้เขาจะแขวนคอตาย แต่สภาพการตาย ยังมีเงื่อนงำ" ฉีเถี่ยจุ่ยปีนขึ้นหัวรถจักร ส่องจากกระจกที่เช็ดสะอาดแล้วเข้าไปในตัวรถ เห็นศพห้อยอยู่ในนั้น เงื่อนงำที่จางฉี่ซานพูดถึง คือดวงตาทั้งสองข้างของเขา ตาดำมีขนาดเพียงเม็ดถั่วเหลือง เหมือนกับเพียงพอนเหลือง (黄鼠狼) ไม่ใช่ตามนุษย์

ขบวนรถทั้งคันถูกเชื่อมปิดหมด เหมือนกับถังโลหะ ไม่รู้เหมือนกันว่าถ่ายหนักถ่ายเบากันยังไง แปลกจริงแท้

เขากับจางฉี่ซาน ต่างเป็นคนมีสัมผัสที่แก่กล้า รอเพียงครู่หนึ่ง แผ่นเหล็กของรถถูกผ่าออก เหล็กหลุดออกมา ตกลงบนชานชาลาเสียงดังเคร้ง เผยเป็นรูโบ๋ จางฉี่ซานโบกมือเล็กน้อย ทหารรักษาการณ์ข้างๆ ทั้งหมดยกปืนขึ้นเล็ง

ในอากาศคลุ้งไปด้วยกลิ่นควันของเครื่องตัด เนื่องจากช่องหน้าต่างและช่องว่างทุกจุดในตัวรถถูกเชื่อมปิดหมด ข้างในจึงมืดสนิท เห็นแต่เพียงจุดที่แสงส่องเข้าไปถึง จากบริเวณที่ถูกตัดผ่า

ฉีเถียจุ่ยเอามืออุดปากเพื่อหลบกลิ่นควัน รองผู้การข้างๆ หยิบตะเกียงเจ้าพายุมาสามใบ ส่งให้เขาใบหนึ่ง จากนั้นก็กระโดดขึ้นรถไฟไป ยื่นมือมาจะช่วยดึงเขา

ฉีเถียจุ่ยส่ายหน้า ส่งตะเกียงให้ทหารยามข้างๆ ทหารยามไม่รับ เขาก็แขวนตะเกียงไว้กับปลายกระบอกปืนกลของทหารยาม จากนั้นหันมาทำมือบอกว่า "จะเอาใจช่วยนะ" กับรองผู้การ หมายความว่าตนไม่ขึ้นด้วย นึกในใจว่า ฉันเป็นที่ปรึกษาให้ก็ดีโขแล้ว จางฉี่ซานยังจะหวังให้ฉันเป็นแนวหน้าเปิดทาง ฝันไปเถอะ

รองผู้การถอนหายใจเฮือกหนึ่ง หมุนตัวเดินเข้าตัวรถ ฉีเถียจุ่ยกำลังจะโล่งใจ จางฉี่ซานก็หยิบตะเกียงใบที่แขวนอยู่กับปืนของทหารยามลงมา รวบด้วยมือเดียวกับตะเกียงในมือของตน มืออีกข้างหนึ่งจับมือฉีเถียจุ่ย

"กลัวอะไร มาถึงเขตฉางซา ไม่มีอะไรจะดุร้ายมากไปกว่าฉันได้อีก"

พูดพลางก็ดึงตัวฉีเถี่ยจุ่ยก้าวขึ้นรถไป เมื่อเข้าไปถึง ข้างนอกสว่างข้างในมืด ตาของฉีเถียจุ่ยมืดบอดในบัดดล ต้องขยี้แรงๆ จึงปรับตัวได้ พอลืมตาขึ้น เขาก็ช็อก

ภายในตู้รถนั้นมืดมาก แต่ไม่ถึงกับปิดสนิท ลำแสงส่องลอดเข้ามาตามช่องว่างที่เกิดจากการอ๊อกข้าม ส่องให้เห็นละอองเม็ดที่เกิดจากการตัดด้วยแก๊ส รองผู้การเดินผ่าน คลื่นอากาศรวน ละอองเหล่านั้นแกว่งไกวรุนแรง ฉีเถียจุ่ยนึกถึงห้องใต้หลังคาที่บ้านเก่า สมัยเด็กๆ เขามักหาของเล่นอยู่ในนั้น ละอองฝุ่นที่ปรากฏตัวอยู่ในลำแสงซึ่งลอดผ่านเข้ามาทางรอยต่อที่ไม่สนิทของกระเบื้องมุงหลังคา สถานที่ที่แสงส่องไม่ถึง กลับทวีความมืดยิ่งขึ้นเพราะการมีอยู่ของรูแสงพวกนั้น มองเห็นได้ไม่ชัดเจน รองผู้การเอาตะเกียงไปส่อง แสงจากตะเกียงเจ้าพายุเป็นสีเหลืองสลัว ส่องเห็นภายในความมืด ชั้นวางขนาดใหญ่สองข้างตู้รถ บนชั้นวางเหล่านี้ ฉีเถียจุ่ยมองเห็นโลงศพจำนวนมาก ถูกผูกล็อกเอาไว้ด้วยเหล็กเส้น

โลงศพเหล่านี้ มีจำนวนมากที่มีรากไม้ดินแห้งพันไว้ บ้างเป็นโลงไม้ สีซีดและบวมพอง ผุเปื่อยปริแตก บ้างเป็นโลงหิน น้ำหนักของมันทับจนชั้นวางยุบตัว ดูจากระดับความผุเปื่อยภายนอก ทั้งหมดเป็นโลงสมัยโบราณ ขุดออกมาจากสุสานโบราณทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุอะไร ระหว่างโลงศพกับชั้นวาง มีไยแมงมุมจำนวนมาก ถักคลุมโลงและราวชั้นพวกนี้ให้ติดกับผนังตู้รถ แลดูลี้ลับพิศวง

บนโลงทุกใบ ใช้สีแดงเขียนตัวเลขเป็นตัวอักษรจีน ลำดับการเรียงไม่เป็นระเบียบ เขียนแบบตามใจ เหมือนมีคนเรียบเรียงขึ้นทะเบียน มองดูผ่านๆ ตัวเลขสูงสุดคือสี่สิบเจ็ด เท่ากับว่า ที่นี่มีโลงศพอย่างน้อยสี่สิบเจ็ดใบ เมื่อนึกขึ้นว่ารถไฟขบวนนี้มีเจ็ดตู้ ในตู้หลังๆ ถัดจากนี้ หากเป็นสิ่งพวกนี้ทั้งหมด เกรงว่าจะมีโลงศพมากกว่าร้อยใบ เมื่อมองไปข้างๆ ตัวอักษรเลข ยังมีข้อความกำกับเอาไว้แบบลวกๆ ว่า "เส้นทางสอง ห้องตะวันตก สุสานก.สี่"

"ท่านฉี ท่านดูสิ" จางฉี่ซานชี้ไปยังตัวอักษรเหล่านี้

"เพื่อนร่วมอาชีพนี่นา" ฉีเถี่ยจุ่ยแอบนึก "นี่มันการซื้อขายล็อตใหญ่ เกือบเท่ากับผลผลิตทั้งปีของทั้งเก้าสกุลแล้ว" โลงศพพวกนี้ดูปุ๊บก็รู้ว่าได้มาจากการตักทราย จึงมีการทำเครื่องหมายกำกับ เพื่อบันทึกพื้นที่ที่ขุดมา ฉีเถียจุ่ยสงสัยเล็กน้อย การขุดสุสานสำนักใต้ของฉางซา ไร้ระเบียบกฎเกณฑ์ เรื่องรู้หนังสือหรือไม่นั้นเอาไว้ก่อน ต่อให้เป็นการซื้อขายล็อตใหญ่ขนาดนี้ ก็ไม่มีใครไปจดบันทึกว่าขุดขโมยมาจากที่ไหน สำหรับพวกเขาแล้ว ความแตกต่างของ "สินค้าทราย" มีเพียงราคา

พวกเขาเดินขึ้นหน้าไปช้าๆ ดูจากสภาพของโลงศพ ต่างมาจากสุสานโบราณไม่ซ้ำแห่ง จางฉี่ซานแสดงสีหน้าสงสัย แต่ไม่พูดจา


แก้ไขล่าสุดโดย anurakbeer เมื่อ Wed 29 Jun 2016, 01:34, ทั้งหมด 2 ครั้ง

anurakbeer
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 184
Points : 1945
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [TRANS] #TheMysticNine #เก้าสกุล ตอน 3

ตั้งหัวข้อ by Malangporyim on Sat 24 Oct 2015, 16:55

อยู่ๆ ก็โดนเรือใหม่ชน

เขาก็แขวนตะเกียงไว้กับปลายกระบอกปืนกลของทหารยาม จากนั้นหันมาทำมือบอกว่า "จะเอาใจช่วยนะ"

ฉากนี้ตลกมาก โมเอ้หนักมากค่ะ 5555 ปู่ฉีนี่สายตลกนี่เอง แง

ขอบคุณที่แปลนะคะ ดีใจมากเลยที่คุณเบียร์แปลเก้าสกุลแล้ว แอ๊วๆ ♥
avatar
Malangporyim
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 290
Points : 1791
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : ทุ่งด้วงโฮโม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [TRANS] #TheMysticNine #เก้าสกุล ตอน 3

ตั้งหัวข้อ by velvetronica on Sat 24 Oct 2015, 17:51

//กรีดร้องหนักมากกกกกกกกกกก

โดนสกิลเปิดรูทใหม่ของประมุขทำร้ายแรงมากค่ะ แงงงงงง ฉีปากเหล็กต้องโมเอ้ขนาดนี้มั้ยถามใจประมุขดู แงงงงงงงง เอาตะเกียงไปแขวนปลายปืนคืออะไร น่าลั๊คค แล้วพ่อพระนี่คือหน้ามึนมากค่ะ ไม่ไปใช่มั้ย พี่ลากมือไปเอง (...) ตะหล่กกกกกกกก แงงงงง5555555555

โอเค กลับมาที่เนื้อเรื่อง ถถถ เป็นรถไฟแบบนี้ชวนคิดเลยค่ะว่าเกี่ยวอะไรกับตอนพิเศษของปู่เอ้อร์(เรื่องเร่งด่วน)รึเปล่า มีปริศนาโผล่มาใหม่อีกแล้ว~

ขอบคุณที่แปลมานะคะคุณเบียร์ เราดีใจมากกกกกก ///////// #ทาสอากง

velvetronica
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 100
Points : 1659
Join date : 08/11/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [TRANS] #TheMysticNine #เก้าสกุล ตอน 3

ตั้งหัวข้อ by carrotkun on Fri 06 Nov 2015, 11:04

มาตามอ่านแล้ว แงงงงง ปู่จางแม่มใจดีกับปู่ฉีมากๆเลย แถมเรียกท่านด้วย โอ๊ย โอ๊ย
//เรือสั่นแรง//

คู่นี้ก็โมเอะเหลือเกิ--- *คุณเบียร์ถามว่าหล่อนอ่านเอาเนื้อหาอะไรบ้างเนี่ย๕๕*
รออ่านต่อนะคะคุณเบียร์ ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านมากๆค่า
avatar
carrotkun
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 58
Points : 1543
Join date : 27/10/2014
Age : 27
ที่อยู่ : ใต้เตียงนายน้อย

ดูข้อมูลส่วนตัว http://exteen.com/carrotkung

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [TRANS] #TheMysticNine #เก้าสกุล ตอน 3

ตั้งหัวข้อ by gunmee on Fri 06 Nov 2015, 20:48

ฉีเถียจุ่ยกำลังจะโล่งใจ จางฉี่ซานก็หยิบตะเกียงใบที่แขวนอยู่กับปืนของทหารยามลงมา รวบด้วยมือเดียวกับตะเกียงในมือของตน มืออีกข้างหนึ่งจับมือฉีเถียจุ่ย

"กลัวอะไร มาถึงเขตฉางซา ไม่มีอะไรจะดุร้ายมากไปกว่าฉันได้อีก"

พูดพลางก็ดึงตัวฉีเถี่ยจุ่ยก้าวขึ้นรถไป


-----> อืม ดีนะเสี่ยวเกอไม่ใช่พวกมือไว นายน้อยคงช้ำใจแน่ แต่ปู่จางค่ะ จะสร้างฮาเรมเหรอ -*-

-----> คนบ้านจางทำบุญด้วยอะไร จะเท่กันไปหนายยยยย

gunmee
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 4
Points : 1117
Join date : 01/11/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [TRANS] #TheMysticNine #เก้าสกุล ตอน 3

ตั้งหัวข้อ by arshura09 on Thu 14 Apr 2016, 21:17

เพราะมีเงื่อนงำ ท่านแปดจึงถูกตามมาช่วยไขปริศนา
แต่ดูจากที่บรรยายมา น่าเชื่อถือมากเลยค่ะท่านแปด
แต่แม้จะออกตัวว่าไม่เก่งกาจสามารถ แต่มาถึงที่เช่นนี้
อย่างไรก็ต้องร่วมหัวจมท้ายให้ถึงที่สุด
ปู่จางยังคงเท่ทุกอิริยาบถจริงๆเจ้าค่ะ

งานนี้ผู้ร่วมอาชีพไปทำอะไรมากันนะ
ถึงได้เอาศพเคลื่อนย้ายศพแบบนี้
โลงมากมายมีความลับอะไรกัน
รอการเฉลยต่อไป
avatar
arshura09
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 118
Points : 1155
Join date : 14/01/2016

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ