Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[OS] [AU] On the Ice [จางฉี่ซาน&อู๋เหลาโก่ว]

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[OS] [AU] On the Ice [จางฉี่ซาน&อู๋เหลาโก่ว]

ตั้งหัวข้อ by MinMin on Mon 24 Aug 2015, 23:00





On the Ice





อู๋เหลาโก่วยืนขาสั่น ความสามารถในการทรงตัวของเขากำลังจะสิ้นสุดลง ทว่าเมื่อเงยหน้าส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปให้คนที่ประคองจับเขาเอาไว้ ก็พบว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะช่วยเขาแล้ว

“พี่จาง อย่าเพิ่งปล่อยนะ”

“ถ้าอยากทำให้ได้ ก็ต้องฝึก” เสียงพูดเรียบเฉยจบลง จางฉี่ซานก็ปล่อยมือ

ทันทีที่แขนทั้งสองข้างปราศจากคนช่วยเหลือ อู๋เหลาโก่วรู้สึกเหมือนโดนผลักลงน้ำ เขาเหวี่ยงแขนพยายามทรงตัวให้ยืนอยู่ได้ แต่ก็เพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่ขาข้างหนึ่งจะไถลไปข้างหน้า ขาอีกข้างลื่นตามไป แล้วร่างของเขาก็หงายหลังกระแทกพื้น

...ซะเมื่อไหร่…

มือใหญ่ของคนตรงหน้าคว้าแขนของเขา ดึงตัวเข้ามากอดไว้พลางถอนหายใจ

“บอกแล้วไม่ใช่หรือ ให้ยืนแยกขา ถ้าจะล้มให้ย่อเข่าโค้งตัวลงเล็กน้อย” เสียงดุดังอยู่ข้างๆ หู หากเป็นในยามปกติ เขาคงจะผลักคนตรงหน้าออกทันที แต่ตอนนี้ไม่ใช่ในยามปกติ เขาจึงหลับหูหลับตากอดจางฉี่ซานแน่นเหมือนลูกหมีโคอาล่ากอดพ่อหมี

“พูดมันง่าย แต่ทำมันยากนะ”

“ยากตรงไหน”

“ผมไม่ใช่พี่จางนี่นา” อู๋เหลาโก่วประท้วง

จางฉี่ซานยกมือขึ้นลูบหัวรุ่นน้องเบาๆ “แต่ถ้าไม่ฝึก ก็ไม่มีทางทำได้เลย”

“ผมรู้”

“อีกอย่าง ตอนนี้พวกเรากำลังเป็นเป้าสายตา นายไม่ชอบเป็นเป้าสายตาไม่ใช่เหรอ”

อู๋เหลาโก่วสะดุ้งเล็กน้อย มือที่กอดอีกฝ่ายเอาไว้ค่อยๆ ถอยหดกลับเหลือเพียงจับแขน เขาหันซ้ายขวาพบว่าเป็นจริงอย่างที่รุ่นพี่บอก...เด็กเล็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ใครก็ตามที่อยู่ในลานไอซ์สเก็ตตอนนี้ ทุกสายตากำลังมองมาที่เขาเป็นทางเดียว

...มองอะไรครับ ไม่เคยเห็นคนกอดกันเหรอครับ!

อู๋เหลาโก่วอยากตะโกนถาม ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในลานน้ำแข็งแห่งนี้ เขาถลาไปกอดจางฉี่ซานหลายต่อหลายครั้ง น่าจะเห็นจนเป็นเรื่องปกติได้แล้ว หรือเขาควรจะล้มโครมแบบคู่รักตรงนั้นสักที จากนั้นก็แกล้งบาดเจ็บแล้วออกจากลานนี้ไปเลย

“กลับไปฝึกจับขอบอีกครั้งน่าจะดีกว่า” จางฉี่ซานเอ่ย พร้อมกับจับมือลากเขาไปยังขอบลานไอซ์สเก็ต

ทันทีที่เข้ามาอยู่ในระยะเอื้อมถึง เขาก็ปล่อยมือจากรุ่นพี่ ถลาไปจับขอบลาน ในใจนึกถ้อยคำสบถด่าตัวเองที่หลวมตัวบ้าไปตามคำพูดของพี่รอง

อู๋เหลาโก่วไม่เคยเล่นไอซ์สเก็ต แต่เคยเห็นในโทรศัพท์อยู่บ่อยๆ ดูท่วงท่าการวิ่งบนลานน้ำแข็งของคนเหล่านั้นแล้ว เขารู้สึกว่าช่างงดงามและง่ายดาย ถ้าได้ลองดูสักครั้ง เขาอาจจะทำแบบนั้นได้

เขาพูดเรื่องนี้กับพี่รอง แน่นอนว่าพี่รองหัวเราะเยาะ บอกว่าไอ้หนูอย่างเขาไม่มีทางทำได้

...เขายอมไม่ได้…

เขาจะต้องลบคำสบประมาทของพี่รองให้ได้!!!

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงค้นหาลานไอซ์สเก็ตสำหรับฝึกซ้อม ตอนแรกตั้งใจว่าจะจ้างครูฝึกประจำลาน แต่เมื่อเห็นราคาค่าสอนต่อชั่วโมงแล้วเก็บเงินไว้ซื้ออาหารให้หมาคงจะดีกว่า แค่ค่าเข้าลาน ค่าเช่ารองเท้าก็เยอะพอแล้ว หากต้องเสียมากกว่านี้คงไม่ดี

ตอนที่กำลังลังเลอยู่หน้าลานว่าจะเข้าไปลองเล่นคนเดียวดีหรือไม่ จางฉี่ซานก็เดินออกมาจากด้านในพอดี นี่เป็นการพบเจอที่ไม่คาดฝัน แต่เขาถือว่าเป็นโชคดี เมื่อรู้ว่าพี่จางมีความสามารถในการเล่นไอซ์สเก็ตระดับมืออาชีพ เขาจึงเอ่ยปากขอให้พี่จางช่วยสอนเขาทันที

เขาเตรียมใจไว้ส่วนหนึ่งว่าอาจจะโดนปฏิเสธ เพราะเป็นการขอร้องกะทันหัน แต่พี่จางกลับตอบตกลง แล้วพาเขาเข้ามาด้านใน พร้อมกับจ่ายค่าเล่นและค่าเช่ารองเท้าให้ด้วย เมื่อเขาจะจ่ายเงินคืน พี่จางก็ส่ายหน้า

“เล่นให้ได้ก่อน แล้วค่อยจ่ายคืน”

คำปฏิเสธที่เหมือนจะเป็นคำสบประมาทกลายๆ ทำให้เขาเก็บเงินใส่กระเป๋า เก็บความอัดอั้นไว้ในใจ แล้วเดินตามรุ่นพี่ไปวัดขนาดเท้าเพื่อเช่ารองเท้า สำหรับมือใหม่หัดเล่นครั้งแรก เมื่อเห็นรองเท้ารูปร่างแปลกตา เขาก็ได้แต่มองด้วยความงง

...ใส่ยังไง…

เขามองพื้นรองเท้าที่เป็นแท่งโลหะยื่นออกมาแทนที่จะเป็นพื้นเรียบๆ มีดอกยาง เมื่อคิดว่าตัวเองต้องทรงตัวฝากชีวิตไว้กับไอ้แท่งๆ นี่ พลันรู้สึกว่าชีวิตไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ความอยากเอาชนะคำสบประมาทของพี่รองมีมากเหนือสิ่งอื่นใด เขายัดเท้าใส่เข้าไปข้างใน ชำเลืองมองคนข้างๆ ว่าติดล็อคปรับสายรองเท้ายังไง ก่อนจะมั่วด้วยตัวเอง

จางฉี่ซานมองรุ่นน้อง เห็นการใส่รองเท้าอย่างทุลักทุเลแล้วอดไม่ได้ ดังนั้นเมื่อใส่ของตัวเองเสร็จ จึงลุกขึ้นไปนั่งคุกเข่าตรงหน้ารุ่นน้องเจ้าปัญหา จัดแจงปลดตัวล็อครองเท้า ปรับสายให้ใหม่

การกระทำนั้น...ทำให้อู๋เหลาโก่วร้องอย่างตกใจ จะปฏิเสธก็ใช่ที่ เพราะเขาใส่รองเท้าแบบนี้ไม่เป็น หากให้มั่วใส่เองคงอีกนานกว่าจะเสร็จ เพียงแต่...เขาไม่นึกว่ารุ่นพี่จะคุกเข่าลงมาใส่รองเท้าให้เขา ขนาดคู่รักที่นั่งอยู่ตรงข้าม ผู้หญิงใส่รองเท้าไม่ได้ ผู้ชายยังแค่ยืนบอก ไม่ลงมาช่วยขนาดนี้เลยนะครับพี่!

“แน่นไปหรือเปล่า” จางฉี่ซานไม่สนใจคนรอบข้าง เขาเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาถามหลังจากปรับดึงสายรองเท้าไอซ์สเก็ต “แต่มันต้องแน่น ไม่อย่างนั้นเล่นไปสักพักจะเจ็บ”

อู๋เหลาโก่วส่ายหน้า “พี่จางแค่บอกก็พอว่าใส่ยังไง ไม่ต้องใส่ให้ผมขนาดนี้ก็ได้”

“นายเพิ่งเล่นครั้งแรก ให้ฉันใส่ให้ดีกว่า”

เล่นครั้งแรกกับใส่รองเท้าเองมันเกี่ยวกับยังไงวะครับ!

อู๋เหลาโก่วไม่รู้จะพูดอะไรอีก เพราะพูดไปรุ่นพี่ก็คงไม่ฟัง เขาจึงนั่งนิ่งให้รุ่นพี่ใส่รองเท้าอีกข้างให้ ท่ามกลางสายตาจ้องมองของคนอื่น

เมื่อใส่รองเท้าเสร็จ พี่จางลุกขึ้นยืน เขาก็ลุกตามอย่างรวดเร็ว...อยากเดินออกจากตรงนี้ทันที ทว่า...เขาลืมไปว่ารองเท้าที่ใส่อยู่ไม่ใช่รองเท้าปกติ นี่คือรองเท้าไอซ์สเก็ตที่เขาต้องฝากชีวิตไว้กับการทรงตัวบนแท่งโลหะสองแท่ง และสำหรับมือใหม่หัดเล่นวันแรกครั้งแรก วินาทีแรกที่ลุกพรวดขึ้นมา เขาก็เซล้มกลับไปนั่งที่เดิม

...โชคดีที่ไม่ได้ล้มหน้าคว่ำ…

ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เขาก็พบว่ามือหนึ่งยื่นมาหา

“เล่นครั้งแรก ยังทรงตัวไม่ดี จับมือไว้ดีกว่า”

...

...พี่จาง...คู่รักตรงนั้นทะเลาะกันแล้ว เพราะพี่จางทำตัวดีเกินไป...

อู๋เหลาโก่วหันกลับมามองมือของรุ่นพี่ แล้วจับไว้เป็นหลักยึดเหนี่ยว ลุกขึ้นยืน พี่จางเดินไปอย่างช้าๆด้วยท่าทางไม่ต่างอะไรกับการเดินปกติ ในขณะที่เขาเดินกระย่องกระแย่งเหมือนเด็กหัดเดิน ไอ้หนูที่อยู่ข้างๆ ถึงกับหันมามองแล้วหัวเราะเยาะ

อย่าให้เขาเล่นเก่งเชียวนะ! เขาจะหัวเราะให้ดังกว่าไอ้หนูนั่นและพี่รอง กะอีแค่ไอซ์สเก็ต มันจะยากแค่ไหนกัน!

...นั่นเป็นความคิดก่อนที่เขาจะได้ลงไปเดินในลานน้ำแข็งจริงๆ…

ดังนั้นตอนนี้ เมื่อเขาได้สัมผัสคำว่า “ไอซ์สเก็ต” อย่างถ่องแท้ เขาก็อยากถอนคำพูดนัก...ใครที่บอกว่าไอซ์สเก็ตง่าย เขาขอเถียงสุดใจ

แค่พื้นฐานอย่างการยืนทรงตัวนิ่งๆ เขายังฝึกตั้งนาน อีกทั้งยังไม่มั่นคง ต้องตั้งสมาธิดีๆ หากสมาธิหลุดเมื่อไหร่ เขาก็จะหงายหลังล้มเมื่อนั้น ยังดีที่มีพี่จางช่วยจับไว้ ไม่อย่างนั้นเขาคงหัวแตกเข่าถลอกเจ็บก้นและกางเกงเปียกจนต้องออกจากลานตั้งแต่สิบนาทีแรก

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป พี่จางเห็นว่าเขาเริ่มยืนได้ จึงสอนเดิน และช่างน่าเศร้าเหลือเกิน...เขาก้าวได้เพียงสามก้าวก็ลื่นล้มอย่างรวดเร็วชนิดที่พี่จางก็ช่วยไม่ทัน

“เจ็บมากมั้ย” พี่จางรีบดึงเขาลุกขึ้น แล้วสำรวจบาดแผลตามตัว

อู๋เหลาโก่วส่ายหน้า รู้สึกเริ่มขยาดไอ้รองเท้าไอซ์สเก็ตขึ้นมาแล้ว แต่ถ้าล้มเลิกตอนนี้ พี่รองต้องหัวเราะเยาะเขาหนักกว่าเดิมแน่ เมื่อนึกถึงสีหน้าสะใจของพี่รอง เขายอมล้มอีกสิบครั้งดีกว่า

...และเขาก็เกือบล้มอีกสิบครั้ง...หรือมากกว่านั้นจริงๆ โชคดีที่พี่จางยืนประกบข้างไม่ยอมห่าง มั่นใจได้ว่าวินาทีที่เขาล้ม จะสามารถคว้าตัวไว้ได้ทัน แต่จนแล้วจนรอด เขาก็ยังเดินไม่ได้ สุดท้ายจึงถูกลากมาฝึกเดินเกาะขอบลานอีกครั้ง

“ปวดขาหรือเปล่า”

อู๋เหลาโก่วเงยหน้าขึ้นจากขอบลาน มองคนถาม

“ยังครับ”

...อย่างน้อยวันนี้ต้องเดินให้ได้ ไม่งั้นเขาไม่ออกจากลาน...ถึงความหวังจะริบหรี่มากก็เถอะ

เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะอ่อนด้อยทักษะทางกีฬาขนาดนี้ ถ้าเก่งได้สักครึ่งหนึ่งของพี่จางก็คงดี

“พี่จางไปวิ่งเล่นบ้างก็ได้ครับ คอยจับผมตลอด น่าเบื่อแย่” เขาบอก พร้อมกับเริ่มรู้สึกผิดที่ขอให้อีกฝ่ายมาสอน แต่ตัวเองกลับไม่พัฒนาขึ้นเลย

“ไม่เป็นไร ปกติก็มาเล่นคนเดียว...ได้สอนคนอื่นบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร”

...เป็นคนดีขนาดนี้ เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาวๆในคณะถึงกรี๊ดพี่จางกันนัก…

“พี่จางชอบเล่นไอซ์สเก็ตเหรอ” เขาหาเรื่องชวนคุย ขณะจับขอบลานไถไปอย่างช้าๆ เมื่อเห็นคนถูกถามพยักหน้า ก็อดถามต่อไม่ได้ว่า “ทำไมไม่ชวนใครมาเล่นด้วยล่ะครับ พี่เอ้อร์ก็น่าจะเล่นไอซ์สเก็ตได้”

จางฉี่ซานส่ายหน้า “อย่าดีกว่า”

ฟังจากน้ำเสียงแล้ว อู๋เหลาโก่วคิดว่าไม่ควรถามเรื่องนี้ต่อ เขาจึงหยุดพูด ตั้งหน้าตั้งตาจับขอบไถตัวเองไปข้างหน้า มีบางครั้งที่ปล่อยมือแล้วลองเดินดู แต่ก็เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เขายังคงเดินไม่ได้ เมื่อมองคนอื่นในลานที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน เขาก็รู้สึกท้อ

เขาหยุดเดิน ขยับตัวเองไปยืนพิงขอบลาน

“ปวดขา?” จางฉี่ซานถามทันที

เขาส่ายหน้า “ผมอยากเห็นพี่จางเล่นไอซ์สเก็ต” เขาชี้ไปยังวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่วิ่งซิกแซ็ก หมุนตัวบนลานน้ำแข็งอย่างสนุกสนาน “พี่จางทำแบบนั้นได้หรือเปล่า”

จางฉี่ซานพยักหน้าแบบไม่เสียเวลาคิด เขาจึงรบเร้าให้รุ่นพี่แสดงให้ดู ไม่กี่นาทีต่อมา จางฉี่ซานก็ออกไปวิ่งอยู่กลางลาน ทั้งวิ่งซิกแซ็ก หมุนตัว วิ่งถอยหลัง หรือการวิ่งแล้วโค้งหักกลับมาอย่างรวดเร็ว เขามองท่วงท่าของรุ่นพี่ แทบไม่ต่างอะไรจากที่เคยเห็นในโทรทัศน์เลย

...เขาจะมีวันทำแบบนั้นได้หรือเปล่า…

เขาจ้องมองการก้าวเท้าของพี่จาง ค่อยๆ ขยับปรับการวางเท้าของตัวเองให้คล้ายกับที่มองเห็น ก้าวไปข้างหน้าอย่าช้าๆ แม้ว่าขาจะสั่น ยืนไม่ค่อยมั่นคง แต่เมื่อมองตรงไปข้างหน้า มองไปยังรุ่นพี่ เขาก็พบว่าตัวเองสามารถก้าวไปได้เรื่อยๆ...และเรื่อยๆ ไล่ตามแผ่นหลังของจางฉี่ซานที่อยู่ข้างหน้า

เขาพลันรู้สึกเดจาวู เหมือนเคยไล่ตามแผ่นหลังนี้ท่ามกลางพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง หรือว่าจะเป็นในความฝัน

...เขาไม่แน่ใจนัก แต่ความรู้สึกบางอย่างเร่งให้เขารีบก้าวไปหา ทว่า อีกฝ่ายกลับวิ่งห่างออกไป

“...ลืมเรื่องนี้ไปให้หมด”

เสียงหนึ่งดังก้องในหัว

...เรื่องอะไร…แล้วทำไมต้องลืม

อู๋เหลาโก่วพยายามก้าวให้เร็วขึ้น จากการเดินกระย่องกระแย่ง เปลี่ยนเป็นสไลด์ตัวไปข้างหน้าเร็วขึ้น แต่ก็ยังไม่ทันรุ่นพี่ที่เป็นมืออาชีพ

“สุดท้ายเพื่ออะไร ท่านให้เหตุผลข้าสักข้อ หรือคำแก้ตัวสักคำก็ได้”

...

...ถ้าปล่อยมือไป จะไม่ได้พบกันอีกแล้ว…



“พี่จาง!”

เขาตะโกนออกมาโดยไม่รู้ตัว

จางฉี่ซานหันกลับมามอง จังหวะเดียวกับที่รุ่นน้องไถลลื่นลงไปนั่งกับพื้น เขารีบพุ่งไปหาอย่างตกใจ ไม่คิดว่าคนที่ควรเกาะขอบยืนอยู่เฉยๆ จะมาปรากฏตัวกลางลาน

“เจ็บมากมั้ย” เขาดึงตัวอู๋เหลาโก่วขึ้นมา แล้วก็ต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าดวงตาของรุ่นน้องเอ่อคลอด้วยน้ำตา เขาก้มตัวลง สำรวจขาของคนตรงหน้าทันที “เป็นแผลใช่มั้ย”

“ผมไม่เป็นไร” อู๋เหลาโก่วตอบ “...แค่รู้สึกไม่ดี”

เขาหน้ามองรุ่นน้องครู่หนึ่ง แล้วลูบหัวเบาๆ “วันนี้พอแค่นี้เถอะ”

อู๋เหลาโก่วพยักหน้า คว้ามือของรุ่นพี่มาจับเอาไว้ การกระทำของเขาคงทำให้พี่จางแปลกใจ แต่เพราะอะไรไม่รู้...เขาอยากจับไว้เพื่อยืนยันว่ารุ่นพี่ไม่ได้จากเขาไปไหน…

...เพราะอะไรกัน…

โชคดีที่จางฉี่ซานไม่ได้ถามอะไร จูงมือพาเขาออกมานอกลานอย่างเงียบๆ

“พี่จางห้ามหายตัวไปเฉยๆ นะ” อู๋เหลาโก่วพูดขึ้นขณะถอดรองเท้าสเก็ตออก รุ่นพี่ไม่ได้ตอบอะไร จนกระทั่งเขาเปลี่ยนรองเท้าเสร็จ เงยหน้าขึ้น พบว่าพี่จางมองเขาอยู่

“นายเกลียดฉันมั้ย”

“ไม่ได้เกลียด” เขาตอบทันที “ผมจะเกลียดพี่จางได้ยังไง”

จางฉี่ซานยิ้มบางๆ ยื่นมือออกมาหาคนที่นั่งอยู่ “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะหายไปไหน ฉันไม่มีความคิดที่จะไปจากนายอีก”

อู๋เหลาโก่วมองมือตรงหน้า ก่อนจะเอื้อมไปจับไว้

...เขาไม่รู้ว่าคำพูดหรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนั้นคืออะไร…

แต่ตอนนี้...เขาไม่อยากปล่อยมือนี้ไป…

...ต่อให้พี่จางวิ่งหนี เขาก็จะวิ่งตามไป จนกว่าจะทัน...







_________________________________________________________-


Talk :

สวัสดีค่ะ

สารภาพว่านี่คือฟรีเปเปอร์ที่ตั้งใจจะลงในงาน แต่ปรากฏว่ามันยาวเกินไป ก็เลยต้องปลดออกจากเป็นฟรีเปเปอร์

ฟิคนี้เป็นส่วนหนึ่งของ AU มหาลัยเก้าสกุลที่เพิ่งลงไปสองตอน(...) ซึ่งเราขอสารภาพก่อนว่า เราคงจะสาดกาวใส่ AU นี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเนื้อเรื่องจริงไม่อาจเล่นขนาดนี้ได้ (พูดง่ายๆ คือช้ำใจจากเนื้อเรื่องหลักจนต้องสร้าง AU ขึ้นมาเยียวยาตัวเอง…)

ที่อยากบอก มีแค่นี้ล่ะค่ะ 555+

อีกอย่างคือไอซ์สเก็ตสนุกมาก ลองเล่นกันดูนะคะ

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ >____<





avatar
MinMin
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 222
Points : 1496
Join date : 28/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] [AU] On the Ice [จางฉี่ซาน&อู๋เหลาโก่ว]

ตั้งหัวข้อ by velvetronica on Mon 24 Aug 2015, 23:48

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก //////////

โง้ยย ชอบอ่ะเธอออออออ น่ารักอ่ะะะะ เห็นภาพความมุ้งมิ้งเด้งออกมา แง กอดได้เต็มแขนแบบมีข้ออ้างนี่มันดีจริงๆ //สูดกาวฟืด//

ชอบตรงที่โยงกับเรื่องนั้นด้วย ฮือออออ มันใช่อ่ะมันใช่!!! //เขย่าจอ//

เอาอีก เอาอีก เรารอซีรี่ส์นี้แบบเต็มๆนะ!!! //นวดไหล่เสิร์ฟน้ำให้มินมิน

velvetronica
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 100
Points : 1301
Join date : 08/11/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] [AU] On the Ice [จางฉี่ซาน&อู๋เหลาโก่ว]

ตั้งหัวข้อ by Rozenkreuz on Tue 25 Aug 2015, 00:30

ผมคือมนุษย์บ้า AU ตัวยงครัชชชชชช ฟิคอะไรขึ้น AU จะพุ่งไปอ่านอย่างไม่รีรอ กร๊าซซซซซ
นี่มัน AU Reincarnate อาหารหลักเลย ฟืดดดดดดด //ไม่สูดแม่งละ ยกซดเลยดีกว่า โฮกกกกกก
เชื่อมโยงได้น่ารักสุดยอด 555 อยากเล่นไอซ์สเก็ตเลยยย ผมเล่นโรลเลอร์เบลดเป็น แต่ไอซ์สเก็ตนี่ไม่แน่ใจ มันหลักการเดียวกันป่ะครับ แต่พื้นน้ำแข็งน่าจะยากกว่านะ
พี่จางงงงง อรั๊ยยยย ขออ้างอย่างชอบธรรมในการแอบลูบคลำโอบกอดนี่มัน ฮ่าาาาาาาส์ กีฬาที่ดีย์
ตลกคู่รักตรงนั้นอ่ะ อย่าเอามาตรฐานพี่จางมาใช้สิฟะ นี่มันรักข้ามภพเลยนะเว้ยเฮ้ย 55555555
ปล.ปู่รองงงงงงงง ปู่วววววววววววววว ผู้มีบทอ้างอิงได้สองหน้า อ๊าาาาาา ออกมาเรียกไอ้หนูให้ผมอ่านอีกสักทีได้มั้ย //หายใจฟืดฟาด
หลงรักปู่รองตั้งแต่สองหน้านั้นแล้ว ฮอลลลลล ดีงามมม กระโดดกอดคุณมิน ขออีกกก ขออออออ
avatar
Rozenkreuz
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่

จำนวนข้อความ : 625
Points : 1501
Join date : 01/07/2015
Age : 24
ที่อยู่ : กองทัพผีเก็บเห็ดแห่งประตูสำริด

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] [AU] On the Ice [จางฉี่ซาน&อู๋เหลาโก่ว]

ตั้งหัวข้อ by fay_13 on Tue 25 Aug 2015, 14:55

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยย วิ่งมาเกาะอย่างรวดเร็ว

สารภาพว่าชอบ 15 รุ่นปู่เพราะฟิคคุณมินมินนี่แหละค่ะ!!

จะรอ AU นี้อย่างใจจดจ่อเลยค่ะ น่ารักมากกกกกกกกกกกกกก
avatar
fay_13
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 100
Points : 1234
Join date : 01/11/2014
ที่อยู่ : แพฮัวเฮย

ดูข้อมูลส่วนตัว http://akiraalittlebird.wordpress.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] [AU] On the Ice [จางฉี่ซาน&อู๋เหลาโก่ว]

ตั้งหัวข้อ by Luckey.B on Wed 26 Aug 2015, 19:06

อร้ายยยย วิ่งมาเกาะขอบลานน้ำแข็งด้วยคนคะ
ความมุ้งมิ้งนี้ ฮอลลล เราเชื่อว่าทุกคนในลานต้องอิจอู๋เหล่าโกวเพราะพี่จางดูแลดีขนาดนี้นี่หล่ะ
คุณมิ้นคะ ไอซ์สเก็ตนี้ยากจริงๆนะสำหรับเรานะ ตอนลองเล่นครั้งแรกจำได้เลยว่าผ่านไปสามชม.ได้
เราได้แค่เดินๆไถล เกาะขอบเท่านั้น เล่นเสร็จเมื่อข้อเท้าเลยคะ ฮาๆๆ
ไม่รู้ว่าเพราะรัดรองเท้าไม่แน่นพอรึเปล่าเนอะ
มาเลยคะคุณใส่กาวมาเลยคะ เราจะรอคะ เราก็ต้องการกาวมายาใจเหมือนกัน ฮาๆๆๆ
avatar
Luckey.B
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 102
Points : 959
Join date : 20/07/2015
ที่อยู่ : ใต้ถุนบ้านสกุลจาง ใต้ดินบ้านอาสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] [AU] On the Ice [จางฉี่ซาน&อู๋เหลาโก่ว]

ตั้งหัวข้อ by sudarat689 on Wed 26 Aug 2015, 21:00

“ทำไมไม่ชวนใครมาเล่นด้วยล่ะครับ พี่เอ้อร์ก็น่าจะเล่นไอซ์สเก็ตได้”

จางฉี่ซานส่ายหน้า “อย่าดีกว่า”

ฟังจากน้ำเสียงแล้ว อู๋เหลาโก่วคิดว่าไม่ควรถามเรื่องนี้ต่อ เขาจึงหยุดพูด

///ฮึฮึฮึ อะไรน้อ อะร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
avatar
sudarat689
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 64
Points : 965
Join date : 18/07/2015
Age : 22
ที่อยู่ : บริเวณแอร์ตก

ดูข้อมูลส่วนตัว http://dmbjsfiction.blogspot.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ