Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (17) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (17) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by sinnerdarker on Mon 10 Aug 2015, 01:50

บันทึกของเสี่ยวหลิง

-------ที่มา-------

[OS] The Last Moment [ผิงเสีย] [R18] *สปอยเล่มสิบ*

[OS] ของยึดเหนี่ยวอันไม่จีรัง [ผิงเสีย] *สปอยเล่มสิบ*

-------------เรื่องหลัก-----------

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (1) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (2) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[OS] พี่ชายที่ไม่ยอมบอกชื่อ ~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (3) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง [Imply ผิงเสีย] (3.5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (4) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (4.5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[OS] #dmbjdaily (บุหรี่) เลิกได้ไหม? [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (6) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (7) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  | บทคั่น : Black Space - I  *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (Cool *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (9) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (10) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (11) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (13) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  | บทคั่น : Black Space - I  *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (14) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (15) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (16) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*


----------ตอนพิเศษ--------------



[OS] #dmbjdaily (ป่วย) ความลับเวลาไม่สบาย [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] เรื่องของปู่ทวด [บันทึกของเสี่ยวหลิง]

[OS] #dmbjdaily (ประถม) แปดชั่วโมงที่ห่างกัน [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] #dmbjdaily (พ่อ) บันทึกของเสี่ยวหลิง : รักอันไร้เงื่อนไข [เซี่ยอวี่ฮัว + ?? /Implied ฮัวเฮย or เฮยฮัว]

[OS] #dmbjdaily (เก้า) การรวมตัวที่ไม่รู้จุดประสงค์ [~~~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special ~~~] [All Character]

[OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

[Drabble] #dmbjdaily (น้องชาย) สิทธิ์ของคนเป็นน้อง [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา+เสี่ยวหลิง]

[Drabble] ~ว่าด้วยภาคซาไห่กับทรงผมใหม่ของอู๋เสีย~ [บันทึกของเสี่ยวหลิง]

[Drabble] ในวันที่อากาศหนาว [บันทึกของเสี่ยวหลิง]


-----ตอนพิเศษหลังเจอเสี่ยวเกอ---------


[Drabble]~ครอบครัวสุขสันต์หลังเราพบกันที่ฉางไป๋ซาน~[บันทึกของเสี่ยวหลิง/ผิงเสีย/เฮยฮัว]

[Drabble] #dmbjdaily (สำริด) ตลกหลายฉากของสองหนุ่มแห่งต้นสำริด [บันทึกของเสี่ยวหลิง+เหล่าหยาง]

[OS] #dmbjdaily (ทวินเทล) สาเหตุที่ยอมลงให้ [บันทึกของเสี่ยวหลิง/ผิงเสีย] *สปอยเล่มสิบ / 10 Years Laters* [อัพเดท : FA by Zerin]



+++++++++++++++++++++++



(17)

หลังจากคุยกันได้พักใหญ่ ปู่ใหญ่ก็รีบพาผมไปโรงพยาบาล

ทุกคนดูตกใจกับอาการของผมมาก ในขณะที่ผมเองยังรู้สึกมึนๆ ไม่ค่อยเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น รู้สึกตัวอีกที ก็นั่งรถของปู่รอง เดินทางมาถึงที่โรงพยาบาลแล้ว

ปู่ใหญ่เดินไปติดต่อกับพยาบาลที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ ท่าทางร้อนรน ส่วนย่าใหญ่กอดผมเอาไว้เหมือนจะปลอบโยน ปู่รองนั่งกอดอกห่างออกไป ท่าทางดูตึงเครียด แล้วจากนั้นไม่นาน ผมก็ถูกพาตัวเข้าไปหาคุณหมอ

คุณหมอตรวจอะไรผมนิดหน่อย ขมวดคิ้วเหมือนกับไม่เข้าใจ ถามคำถามง่ายๆ กับผมสองสามคำ จากนั้นก็หันไปบอกย่าใหญ่ที่เข้ามาในห้องตรวจกับผม

“เท่าที่เช็คแล้ว หมอไม่เห็นความผิดปกติอะไร หลานของคุณได้หกล้มหรือเจอเรื่องอะไรที่ทำให้ช๊อคมาหรือเปล่าครับ?”

“ไม่มีค่ะ” ย่าใหญ่ส่ายหัวตอบคุณหมอไป สีหน้าดูเป็นกังวล “แกเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่ค่อยซนหรือกระโดดโลดเต้น ตอนที่ไปเจอแกเป็นแบบนี้ก็ไม่ได้กำลังร้องไห้หรือลื่นล้มอะไร เหมือนจู่ๆ ก็ลืมไปน่ะค่ะ”

“อืม…แปลก ความทรงจำของเขาขาดหายไปแค่บางช่วง ความทรงจำและระบบประสาทส่วนอื่นก็ทำงานปกติดี กรณีนี้มักจะเป็นเพราะเจอเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจมา เขาได้เจอเรื่องที่ทำให้เสียใจมากๆ มาหรือเปล่าครับ”

ได้ยินเช่นนั้น ย่าใหญ่ก็ชะงักไป ก่อนจะตอบออกมาอย่างลังเล

“ความจริง..แกเคยร้องไห้หนักตอนที่เตี่ยของแกไปต่างประเทศแล้วไม่ยอมบอกแก แถมยังไปนาน แต่มันก็นานมากแล้ว ตอนี้แกก็เขียนจดหมายติดต่อกับเตี่ย แถมยังส่งจดหมายว่ามาใกล้จะกลับมาแล้ว ฉันไม่คิดว่านั่นจะกระทบกระเทือนจิตใจแกจนลืมเรื่องพวกนี้ไป”

คุณหมอฟังย่าใหญ่พูดแล้วพยักหน้า ทำท่าครุ่นคิด จากนั้นก็หันไปเขียนปากกายุกยิกในกระดาษบนโต๊ะ “ผมจะลองตรวจสมองของเขาอีกรอบหนึ่ง ระหว่างนี้ผมจะสั่งยาไปให้นะครับ อาการนี้ เวลาผ่านไปซักพักก็จะค่อยๆจดจำได้เอง ไมน่าเป็นห่วงอะไร แต่ถ้าอย่างไร รบกวนพาเขามาตรวจเช็คสมองอีกรอบด้วยนะครับ เผื่อว่าจะได้รับบาดเจ็บจนสมองกระทบกระเทือนโดยไม่รู้ตัว ระหว่างนี้ก็ลองนึกด้วยแล้วกันครับ ว่าแกเจอเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจ หรือไปหกล้มหัวกระแทกที่ไหนก่อนหน้านี้บ้างหรือเปล่า บางครั้งอาการก็ไม่ได้แสดงออกภายในวันสองวัน”

“เข้าใจแล้วค่ะหมอ…”

คุณย่าใหญ่พึมพำตอบรับไป คุณหมอกำชับอะไรบางอย่างกับคุณย่าอีกสองสามเรื่อง ก็ให้ผมเดินออกมาจากห้องตรวจ ปู่ใหญ่ถามย่าใหญ่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง แล้วย่าใหญ่ก็เล่าไปตามที่หมอบอก

ส่วนผมยังคงยืนนิ่งให้ย่าใหญ่จูง ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นเดิม

หลังจากที่เรารับยา ชำระค่าหมอและขึ้นมาบนรถแล้ว ผมก็ลองถามปู่ใหญ่ดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วปู่ใหญ่ที่เริ่มสงบจิตสงบใจลงบ้างแล้ว ก็เล่าเรื่องต่างๆให้ผมฟัง

เท่าที่ผมเข้าใจตอนนี้ คือความทรงจำเกือบหกเดือนของผมได้หายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ เหมือนจู่ๆ ก็มีคนมาลบมันจนหายไปหมด  ดูเหมือนว่าเรื่องราวหลังจากที่เตี่ยเดินทางไปที่ไหนซักแห่ง ได้หายไปจากหัวผมจนหมดสิ้น

ตอนที่ฟัง ผมยังรู้สึกไม่เข้าใจ เหมือนตัวเองฝันไปหรือไม่ก็กำลังถูกหลอก ทว่าจดหมายที่ผมกับเตี่ยส่งหากัน และการที่เสื้อผ้าผมแขวนอยู่เต็มตู้เสื้อผ้านั้น เป็นหลักฐาน

ย่าใหญ่กอดผมแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ส่วนผมยังมึนๆ อยู่บ้าง เพราะถึงจะบอกว่าเตี่ยกหายไป ผมก็ยังรู้สึกเหมือนกับเตี่ยแค่ไปทำงาน แค่ยังไม่กลับมาบ้าน แล้วตอนกลางคืน เตี่ยก็จะมารับผม กลับบ้านไปด้วยกัน

แต่แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เตี่ยไม่ได้มารับผม ผมยังคงต้องนอนอยู่ที่บ้านใหญ่ ความจริงผมควรจะนอนคนเดียว แต่ปู่ใหญ่กับย่าใหญ่ก็บอกว่าให้ไปนอนด้วยกัน เขาบอกว่ายังจำได้ว่าผมร้องไห้ เหงาตอนที่เตี่ยไม่อยู่ ดังนั้นจึงไม่อยากทิ้งให้ผมนอนในห้องคนเดียว

ตอนแรกผมอยากจะคัดค้าน รู้สึกเกรงใจพวกท่าน แต่ไม่รู้ทำไม ก้อนบางอย่างก็เลื่อนขึ้นมาจุกลำคอผม จนทำได้แต่พยักหน้ารับ

ปู่ใหญ่กับย่าใหญ่บอกว่า คิดถึงตอนที่เรานอนกันสามคนมาก ทุกคินเสี่ยวหลิงจะนอนตัวสั่นเหมือนกับนอน แต่พอกอดก็สงบลง หลับลึกไป

ท่านยังเล่าอะไรให้ผมฟังอีกมาก เช่นตอนนี้ผมสนิทกับหลี่กวงมาก เล่าให้ปู่ใหญ่ย่าใกญ่ฟังบ่อยมาก เล่าว่าผมไม่กลัวปู่รองแล้ว สนิทกับเสวี่ยไป๋มาก หลายเดือนที่ผ่านมา ผมโตขึ้นมากทีเดียว

ผมพยักหน้ารับท่าน ไม่ได้พูดอะไรออกไป ภายในใจ คล้ายมีก้อนขุ่นตกตะกอน

เพราะสิ่งที่ย่าใหญ่พูดออกมานั้น ผมจำไม่ได้แม้แต่เรื่องเดียว

ย่าใหญ่เห็นผมกังวล จึงกอดไว้แล้วบอกว่าไม่เป็นไร คุณหมอบอกเองว่าผมจะหายในไม่ช้า ผมขึงพยักหน้ารับไป กอดย่าใหญ่เอาไว้เป็นที่พึ่ง

คืนนั้น ผมหลับไปโดยที่มีย่าใหญ่กับปู่ใหญ่กอดไว้ และตอนที่ตื่นเช้าขึ้นมา ก็นอนอยู่บนเตียงคนเดียว

ตอนแรกผมยังรู้สึกมึนงงว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่พอจำอะไรได้ ก็ได้แต่นั่งเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น มู้ว่าควรจะทำอะไร

ผมล้มตัวลงนอนบนเตียง ขดตัวกอดขาไว้ มีความรู้สึกสับสนที่เข้าใจยากเวียนวนอยู่ในช่องอก โชคดีที่วันนี้เป็นวันเสาร์ ไม่ต้องไปโรงเรียน และเท่าที่ฟังย่าใหญ่พูดก็ดูเหมือนผมจะปิดเทอมแล้ว ดังนั้น ผมจึงไม่ต้องฝืนลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะเดินทางไปเรียน

ไม่ต้องเจอหน้าใครที่ผมอาจจะรู้จักภายในช่วงเวลาหกเดือนที่ผ่านมาน้ และได้ลืมเลือนไป

ผมนอนเคว้งอยู่นานมาก ปู่ใหญ่ม่ได้มาตามผม ย่าใหญ่ก็ไม่ได้มาตามผม แต่ซักพัก ประตูที่แง้มอยู่ก็เปิดออก

แล้วอะไรฟูๆ สีขาวก็โดดขึ้นมาใส่ผม

ผมตกใจมาก รีบลุกขึ้นแล้วถัดตัวไปที่ปลายเตียง แต่เจ้าวัตถุปริศนากลับไวกว่ามาก ไม่ทันที่ผมจะหนี มันก็โดดทับผม เลียหน้าเลียตาจนแฉะไปหมดแล้ว

เท่าที่จำได้ ดูเหมือนเจ้าหมาสีขาวตัวนี้จะชื่อเสวี่ยไป๋ ปู่ใหญ่บอกว่าผมสนิทกับมันมาก ตัวติดกันแทบตลอดเวลา และมันก็รักผมมาก

แต่ผมจำมันไม่ได้

จำไม่ได้ว่าสนิทกันได้อย่างไร จำไม่ได้ว่ามันติดผมแค่ไหน ในความทรงจำเลือนราง ครั้งล่าสุด เรานอนพิงกัน เล่นด้วยกันจนหลับไป แต่ว่าผมสนิทกับมันแค่ไหน ผมกลับจำมันได้

ไม่รู้ทำไม ผมก็รู้สึกผิดขึ้นมา ประคองใบหน้าของมันเอาไว้ แนบหน้าผากลงไปแล้วกอดคอเสียแน่น

ความทรงจำหกเดือนไม่ใช่ความทรงจำน้อยๆ แล้วทำไมผมถึงลืมเลือนมันไป

ผมหลับตาลง กอดเสวี่ยไป๋ จากนั้นไม่นาน ย่าใหญ่ก็เรียกผมไปกินข้าว

บรรยากาศบนโต๊ะกินข้าวทำให้ผมรู้สึกเก้อเขิน ปกติแล้วผมมักจะทานข้าวกับเตี่ยแค่สองคน แต่ตอนนี้ กลับมีคนล้อมกินอยู่เกือบสี่ห้าคน ทำให้เขินอย่างบอกไม่ถูก

ย่าใหญ่เห็นแบบนั้นก็แซวผม บอกว่าตอนที่มาอยู่บ้านนี้ใหม่ๆ ผมก็เป็นแบบนี้ ระยะหลัง ผมถึงได้ชินไปเอง

ผมได้ยินแบบนั้นก็เงียบไป รู้สึกดีใจและรู้สึกเศร้าใจ เพราะทั้งที่เป็นเรื่องที่ผมควรจะทำได้ แต่ผมกลับจำไม่ได้

ช่วงสายๆ ผมนอนเล่นอยู่ในห้องตัวเองอย่างไม่คุ้นชิน ค้นกระเป๋าแล้วหยิบสมุดขึ้นมาอ่าน พออ่านแล้วก็เบลอมาก ไม่เข้าใจสิ่งที่อยู่บนนนั้นแม้แต่น้อย

ผมจำลายมือตัวเองได้ ถึงจะยังสวยไม่เท่า ก็คล้ายกับลายมือเตี่ย แต่ที่ทำให้รู้สึกวูบโหวง คือผมจำไม่ได้แม้แต่น้อยว่าตนเคยได้เขียนอะไรลงไปในสมุดเล่มนั้น

ตอนนี้ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองล่องเวลามาจากอดีต ตกปุลงบนอนาคตโดยที่ตนไม่เข้าใจ มันอาจจะดูแฟนตาซี แต่ผมคิดแบบนั้นจริงๆ

ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด..ผมคิดถึงเตี่ย

ไม่รู้ทำไม ผมถึงรู้สึกกังวลมากๆ รู้สึกว่านอกจากช่วงเวลาหกเดือนนั้น ผมได้ลืมสื่งที่สำคัญมากกว่านั้นไป ในภาพที่รางเลือน ผมเห็นคนคนหนึ่ง บอกบางสิ่งบางอย่างกับผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับเป็นเรื่องสำคัญ และผมก็พยายามที่จะจดจำไว้

แต่ผมก็กลับลืมมันไปเสียแล้ว

ความจริงแล้ว ผมตั้งใจจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร และโชคดีที่โรงเรียนปิดเทอม จึงไม่ต้องไปเรียนให้ลำบากใจ แต่เพราะหลี่กวงเป็นเพื่อนผม ผมจึงขอให้ปู่ใหญ่พาไปหาเขา เพื่อบอกว่าผมเป็นอะไร

หลี่กวงนิ่งฟังผม จากนั้นก็ถามมาคำเดียวว่าลืมเขาหรือเปล่า

ผมส่ายหน้าไป

หลี่กวงทำหน้าพอใจ กอดผมแน่นๆ บอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร ขอให้ผมหายเร็วๆ ระหว่างนี้ ปิดเทอมก็มาเล่นกันบ้างแล้วกัน

พอโดนกอดผมก็รู้สึกเขิน ทำอะไรไม่ถูก จึงดันหลี่กวงออกไป ส่วนเขาเหลือกตาใส่ผม บอกว่าตัวเองก็เคยกอดเขามาแล้ว ยังจะมาเขินอะไรอีก

แต่ว่าพอพูดออกไปแล้ว หลี่กวงก็ชะงักแล้วเงียบไป

..ท่าทางว่าเหตุการณ์ตอนนั้น จะเกิดขึ้นในความทรงจำที่สาบสูญไปของผม

เพราะว่าอะไรชักจะน่าอึดอัดขึ้นมา ผมก็เลยโบกมือลาเขา แล้วก็รีบกลับบ้านใหญ่

ระหว่างนั้น ไม่รู้ทำไม ผมก็รู้สึกถึงก้อนที่ถ่วงหนักในใจตัวเองอีกครั้ง

พอกลับมาถึงบ้าน เสวยี่ไป๋ก็วิ่งมานัวเนียกับผม ผมกอดคอมันไว้แล้วเดินเข้ามาในบ้านด้วยกัน ระหว่างนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

ผมตกใจสะดุ้งเสียงนิดหน่อยเพราะว่ามันอยู่ใกล้มาก แต่ก็เดินไปยกหูโทรศัพท์ขึ้น ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไร แต่หลังจากนั้นก็แปลกใจตัวเอง ว่าทั้งที่ผมไม่ควรเดินไปรับโทรศัพท์ในบ้านใหญ่ที่ตนในตอนนั้นไม่คุ้นเคย แล้วทำไมถึงรับโทรศัพท์อย่างเคยชิน

แต่ในตอนนั้นผมไม่ได้คำนึงหรือฉุกคิดเรื่องนั้น พอยกหูโทรศัพท์ขึ้นมา ก็กรอกเสียงลงไป “ฮัลโหล”

“เสี่ยวหลิงหรือ?” เสียงจากปลายสายส่งมาหาผม  

เป็นเสียงในความทรงจำที่ผมจำได้

ถึงจะดูนิ่งลงไปบ้าง ถึงจะดูแหบแห้งและมีความรู้สึกแปลกเศร้าสร้อยแฝงอยู่ในนั้น ผมก็ยังจดจำได้ นี่เป็นเสียงที่ผมได้ฟังทุกเช้า เป็นเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมาในชีวิต เป็นเสียงที่ผมได้ยินตั้งแต่จำความได้ จนกระทั่งถึงตอนนี้

..เสียงของเตี่ย

“เตี่ย..” ไม่รู้ทำไม เสียงของผมที่กรอกลงไปในสาย ก็ดูสั่นเครือและแผ่วเบา

“จำเสียงเตี่ยได้หรือเปล่า?” เตี่ยว่าพลางหัวเราะ “เราไม่ได้เจอกันหลายเดือน ไม่ได้ยินเสียงมาหลายเดือน ไหนพูดอะไรให้เตี่ยชื่นใจหน่อย”

“เตี่ย..คิดถึงเตี่ย..” ผมบอกเตี่ยไป น้ำเสียงสั่นเครือ แม้ว่าจะเหมือนเพิ่งได้พบกันเมื่อวาน บางสิ่งในหัวใจผมก็บอกว่าโหยหาเสียงนี้เหลือเกิน “เตี่ย..เตี่ยจะรีบกลับมาใช่ไหม?”

“ใช่ เตี่ยกำลังจะกลับไปแล้ว ลุงอ้วนก็ด้วย” เตี่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มีเสียงลมพัดโกรกเข้ามาในหูโทรศัพท์เบาๆ “อาจจะภายในสองสามวันี้ เตี่ยยังไม่แน่ใจ แต่ว่าจะกลับไปแน่ๆ ถึงจีนแล้วจะโทรไปหาอีกที…เสี่ยวหลิง ร้องไห้หรือ?”

“..เปล่า” ผมพึมพำบอกไป แต่รู้สึกว่าชอบตาร้อนผ่าว พอได้ยินเสียงเตี่ย ความร้อนรนในใจก็ผุดขึ้นมา

เตี่ย ผมกลัว จู่ๆ ผมก็จำอะไรไม่ได้ จู่ๆ ความทรงจำหกเดือนก็หายไป ผมไม่ชินกับบ้านใหญ่ ผมตกใจที่เสวี่ยไป๋วิ่งมาหาเหมือนสนิทมาก ผมไม่ชอบนอนในห้องนั้นคนเดียว ผมจำจดหมายที่เตี่ยเขียนมาไม่ได้แม้แต่ฉบับเดียว

ผมอยากจะพูดคำพูดลงในหูโทรศัพท์ ระเบิดทุกอย่างให้เตี่ยฟัง แต่สุดท้าย ก็ตัดสินใจไม่ทำแบบนั้น

ผมแค่สูดลมหายใจลึกๆ แล้วก็บอกเตี่ยไป “ผมแค่คิดถึงเตี่ย..”

“เตี่ยก็คิดถึงเสี่ยวหลิงนะ”

เราพูดคุยอะไรกันอีกนิดหน่อย บางอย่างผมจำไม่ได้ก็จะเออออไป อะไรที่จำได้ก็จะตอบ ทั้งที่เหมือนเป็นเมื่อวานที่เตี่ยส่งผมเข้านอน ก็ไม่รุ้ว่าทำไมตอนนี้ ถึงอยากฟังเสียงเตี่ยมากๆ

เราคุยกันนานจนปู่ใหญ่เดินมาถามว่าคุยกับใคร พอบอกว่าเตี่ยโทรมา ปู่ใหย่ก็บอกว่าจะขอคุยกับเตี่ยบ้าง ลามว่าผมบอกเรื่องที่ตัวเองความจำเสื่อมให้เตี่ยฟังหรือยัง

ผมส่ายหน้าใหญ่ปู่ใหญ่ ปิดมือที่ช่องกรอกเสียง บอกปู่ใหญ่ว่าไม่ให้บอกเตี่ยเรื่องที่ความทรงจำปมหายไป

ตอนแรกปู่ใหญ่ลังเล แต่ผมบอกว่าไม่อยากให้ตี่ยเป็นกังวลจนเร่งเดินทางกลับมาแล้วเป็นอะไรไป เขาได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้ารับ ยอมไม่บอกเตี่ยเรื่องที่ความทรงจำของผมหายไป

ผมบอกเตี่ยว่าคุยพอแล้ว จะให้คุยกับปู่ใหญ่ เตี่ยอ้อนว่าอยากได้ยินเสียงผมอีก แต่ผมกลัวว่าถ้าคุยมากกว่านี้ เตี่ยอาจจะรู้ว่าผมดูแปลกไป ก็เลยบอกเตี่ยว่าผมต้องรีบไปทำการบ้าน แล้วปู่ใหญ่ก็รอคุยกับเตี่ยอยู่

หลังจากที่ปู่ใหญ่คุยกับเตี่ยแล้ว ก็ได้ความว่าอีกสองสามวันเขาจะกลับมา

“ถึงตอนนั้นก็ปิดอะไรไม่ได้แล้วนะ เสี่ยวหลิง เราต้องบอกเตี่ยเขานะ” ย่าใหญ่บอกผมแล้วลูบหน้าลูบตา ผมพยักหน้า หวังว่าอาการลืมของตนจะหายไป หรือไม่ก็ทรงตัว

แต่หลังจากนั้น มันกลับเป็นหนักขึ้น

เช้าวันถัดมา ผมตื่นขึ้นมาโดยที่ลืมเสวี่ยไป๋ไป ผลักมันออกตอนที่วิ่งเข้ามาหา พอเห็นว่าเสวี่ยไป๋ร้องหงิง ผมถึงเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป และจำได้ว่ามันเป็นอะไร

แต่นอกจากชื่อ นอกจากความรู้สึกคุ้นเคย ผมกลับจำอะไรไม่ได้เลย

วันนั้น เราไปตรวจสมองที่โรงพยาบาล ผมถูกจับเข้าเครื่องแปลกๆ จากนั้นพอคุณหมออ่านผลตรวจ ก็บอกว่าผมไม่ได้สมองกระทบกระเทือนอะไร และจะหาสาเหตุอีกที ช่วงนี้ให้หายาทานไปก่อน และให้สัปดาห์หน้ามาตามนัด

วันถัดมา ผมลืมชื่อหลี่กวงไป จำได้แค่ว่าผมมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง แต่จำชื่อเขาไม่ได้ และอันที่จริง ก็ถึงขั้นจำหน้าเขาไม่ได้ แต่ผมไม่ได้บอกปู่ใหญ่กับย่าใหญ่ ไม่อยากให้ท่านเป็นกังวล

แล้ววันถัดมา ผมก็รู้สึกเหมือนลืมอะไรที่สำคัญมากไปอีกอย่าง แต่ไม่รู้ว่าลืมอะไร ผมลืมว่าตนลืมบางสิ่งบางอย่างไป และความทรงจำที่ถดถอยนี้ ก็ทำให้เป็นเป็นกังวลมากขึ้นทุกที

การไร้ความทรงจำทำให้ผมรู้สึกว่าโลกนี้ไม่เป็นความจริง เหมือนกับเป็นความฝัน รู้สึกว่าไม่มีที่อยู่ ไม่เป็ฯตัวเอง

เมื่อมองย้อนกลับไปแล้ว ความรู้สึกในตอนนั้นเลวร้ายมาก รู้สึกว่าพื้นที่ตัวเองยืนอยู่ไม่คงที่ เหมือนว่าจะร่วงหล่นไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว ความทรงจำของผมหายไปเรื่อยๆ เหมือนกับน้ำที่ไหลซึมออกจากรูรั่วของแจกัน หายไปโยไม่รู้ตัว หายไปโดยที่เช้าวันถัดมา ผมจะไม่มีวันรู้ว่ามันหายไปหากไม่มีใครบอก และถึงมีใครบอก ผมก็ไม่อาจรู้ได้ว่ามันเป็นความจริงหรืเปล่า

ความทรงจำของผม หายไปที่ไหนซักแห่งโดยขึ้นอยู่กับเวลาที่เหลืออยู่ และอาจจะหมดลงในวันหนึ่ง

และหากมันหมดลง ผมจะทำอย่างไรต่อไป

ผมรู้สึกเหมือนกำลังกลายเป็นใครซักคนที่ตัวเองไม่รู้จัก ทุกวัน ทุกวัน รู้สึกว่าตัวเองกำลังค่อยๆ หายไป ไม่เป็นตัวของตัวเอง หายไปจากโลกนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นหลักฐานว่าผมคือผม และไม่มีวันรู้เลยว่าสิ่งที่คนอื่นพูดมาเกี่ยวกับตัวผมและพวกเขาเป็นความจริงหรือเป็นคำโกหก เพราะว่าผมจำไม่ได้ และเมื่อผมจำไม่ได้ ก็ไม่มีวันรู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก และถ้าเป็นเรื่องจริง สิ่งที่ผมและพวกเขากระทำร่วมกัน ใช่ตัวผมจริงๆ หรือเปล่าที่ทำเรื่องนั้น หรือตอนนี้ ผมกำลังกลายเป็นใครอีกคนที่ไม่ใช่ผมไป

มันน่ากลัวมากจริงๆ

ถ้าหากว่าผมจำปู่ใหญ่กับย่าใหญ่ไม่ได้ ถ้าหากว่าจำเตี่ยไม่ได้ ผมคงรู้สึกแย่กว่านี้

..แต่เรื่องที่น่ากลัวมากกว่านั้นก็เกิดขึ้น

เพราะในเช้าวันที่เตี่ยจะกลับมา ผมก็จำอะไรไม่ได้แล้วนอกจากเตี่ย



++++++++++

ตอนที่ลืมตาตื่นขึ้นมา ก็อยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคย

ผมรู้สึกว่าตัวเองรู้จักบ้านนี้ แต่ก็ไม่รู้จัก และตอนที่นั่งเหม่ออยู่นาน ก็มีหญิงชรากับชายชราสองคนเดินเข้ามาหา

ผมตกใจมาก ไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร และเตี่ยไปไหน

ทัง้สองคนบอกว่าตนเป็นปู่ย่าของผม บอกว่าอย่ากลัว แต่ว่าผมจำไม่ได้ แล้วจะเชื่อได้อย่างไรว่าพวกเขาคือปู่ย่าของผม

มีหมาตัวหนึ่งกระโดดขึ้นมา ผมสะดุ้งกลัวจนถดหนี ผมไม่ชอบหมาเพราะว่าเคยโดนเห่าใส่ จนตอนนี้ก็ยังไม่ชอบ

แต่ว่าตอนไหน เมื่อไหร่ เพราะอะไร ผมก็จำไม่ได้เหมือนกัน

มีผู้ชายอีกคนหนึ่งเดินเข้ามา บนใบหน้ามีริ้วรอยไม่ต่างจากคนที่บอกว่าเป็นปู่กับย่าของผม ใบหน้าของเขาดุมาก..ดุจนผมสั่นกลัว

“นี่มันเกินกว่าคำว่าความจำเสื่อมแล้ว พี่ใหญ่ ฉันคิดว่าควรพาแกไปหาหมออีกรอบ”

คนดุมากๆ คนนั้นบอก แล้วปู่ย่าก็เดินเข้ามาหาผม บอกว่าอย่ากลัว จะพาผมไปหาหมอ

ผมถดหลังไปจนติดหัวเตียง ส่ายหัวปฏิเสธคำพูดนั้น ถามว่าเตี่ยอยู่ไหน

ทั้งสามคนมองหน้ากัน จากนั้นก็บอกผมว่าเตี่ยไปต่างประเทศ จะกลับมาวันนี้ และพวกเขาเป็นปู่กับย่าของผมจริงๆ และที่จะพาไปก็พาไปโรงพยาบาล จะได้รู้ว่าผมเป็นอะไร

เพราะว่าดวงตาของทั้งคู่เหมือนจะร้องไห้ออกมา ผมจึงผงกหัวให้ ยอมตามพวกเขาไป

แตถึงแม้จะมีพวกเขาข้างๆ คอยกอดผมแล้วบอกว่าเสี่ยวหลิง หลานจะไม่เป็นไร ผมก็ยังคิดถึงเตี่ย อยากเจอเตี่ย อ้อมกอดของคนที่ไม่รู้จักไม่สามารถทำให้ผมสงบใจได้

ถึงจะกอดไว้แน่น ก็ยังรู้สึกหนาว ยังรู้สึกกลัว

เตี่ยไปไหนกัน..

+++++++++++++

พอไปถึง คุณหมอก็แปลกใจมาก เขาตรวจอาการผม บอกว่าไม่เคยรู้จักเคสนี้มาก่อน

ความทรงจำของผมค่อยๆ หายไปในอัตราเร่ง เร็วจนน่าประหลาด คุณหมอบอกว่าผมอาจจะเป็นโรคสมองเสื่อม แต่ก็บอกว่าตอนที่ตรวจสมองผมคราวก่อนก็ไม่มีอาการนี้ และผมก็เด็กเกินไปที่จะเป็นโรคนั้น นอกจากนี้ นอกจากอาการลืมเรื่องเหล่านี้ ผมยังคงพูดคุยรู้เรื่อง รู้จักเรื่องราวสามัญบนโลก เขาจึงประหลาดใจกับเคสของผม

คุณหมอบอกว่าให้ผมนอนที่โรงพยาบาล อยากจะตรวจให้ละเอียดว่าผมเป็นอะไร แต่เพราะปู่บ่าบอกผมก่อนมาว่าเตี่ยจะกลับมาคืนนี้ ผมจึงอบกว่าไม่อยากนอนโรงพยาบาล อยากจะเจอเตี่ยก่อน อยากไปหาเตี่ยไวๆ

ผมไม่อยากอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่อยากอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย กับคนที่ไม่รู้จัก

ปู่และย่าพยายามปลอบผม บอกว่าเตี่ยกลับมาจะรีบบอกให้มาที่โรงพยาบาล แต่ว่าผมส่ายหัว ไม่ว่าอย่างไร ก็อยากพบเตี่ยให้เร็วที่สุด

อยากเจอเตี่ย แล้วกอดไว้แน่นๆ ให้ความรู้สึกกังวลนี้ผ่อนคลายลง

เพราะว่าผมรั้นมาก สุดท้ายคุณหมอก็บอกว่าให้ผมไปเจอเตี่ยก่อนก็ได้ ถ้าภายในวันนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าผมเจอเตี่ยแล้ว ให้รีบพามาหมอด้วย

ปู่กับย่าติดต่อกับคนที่ชื่ออาฮัว ได้ความว่าเตี่ยจะกลับมาด้วยเที่ยวบินแรกของวันนี้ คำนวณเวลาแล้ว ก็น่าจะถึงที่หังโจวซักราวสามสี่ทุ่ม

พอรู้เวลาที่แน่นอน ปู่กับย่าก็กลับไปเตรียมตัวที่บ้าน กล่อมให้ผมทานข้าวและอาบน้ำ บอกว่าอีกไม่นานจะได้เตี่ยแล้ว ไม่เป็นไร ให้ผมกินข้าวบ้าง เพราะแต่เช้ามา ผมไม่ได้ทานข้าวเลย

ตอนแรก ผมตั้งใจจะปฏิเสธ เพราะว่าเป็นกังวลจนทานอะไรไม่ลง แต่เพราะดวงตาของทั้งสองคนดูเป็นกังวลมาก ผมจึงยอมทานลงไป จากนั้น ก็เก็บตัวอยู่ในห้อง นอนอ่านจดหมายของเตี่ย ไม่ยอมออกไปไหน

..ผมยังจำลายมือของเตี่ยได้ จำได้ว่าเราทำอะไรด้วยกันไปบ้าง

แต่ความทรงจำตอนที่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้ของเตี่ย กลับไม่มีอยู่เลย

นั่นทำให้ผมอึดอัด เสียใจ อยากจะร้องไห้

แต่ก็ไม่มีน้ำตาออกมา

เวลาผ่านไป จากนั้นพอตกเย็น พวกเราก็ออกเดินทางไปที่สนามบิน

++++++++++++

ที่สนามบินมีคนเยอะมาก

ผมรู้สึกตื่นเต้น แต่ในขณเดียวกันก็รู้สึกกลัว สายตาของผมมองหาเตี่ย แต่ก็ยังไม่เจอ

ปู่จูงมือผมไว้ บอกว่ามือผมเย็นมาก ผมได้แต่พยักหน้ารับ แต่ไม่ได้พูดอะไร ในสายตาของผม มองหาแต่เพียงเตี่ย

คนคนเดียวที่ยังค้างอยู่ในความทรงจำของผม

ผมมองหาเขาในฝูงชน มองไปตามกลุ่มคนที่เดินผ่านไปมา แต่ว่ายังไม่เห็น ยังไม่เห็นเตี่ย

ผมรู้สึกว่าก้อนถ่วงในอกเริ่มหนักมากขึ้นทุกที มือที่กุมปู่ใหญ่อยู่ก็ชาจนไร่ความรู้สึก ผมหนาว..หนาวทั้งที่ใส่เสื้อตัวหนาไว้ ชอบตาร้อนผ่าวจนอยากร้องไห้

เตี่ย ผมอยากเจอเตี่ย อยากเจอเตี่ย

คำคำนั้นวนเวียนไปมาในหัวผม ร่างกายสั่นเทา แต่ว่าผมกัดปากไว้ ไม่ได้พูดอะไรออกไป

เวลาผ่านไป ผ่านไป จากนั้น ก็เห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคย

ผมเบิกตากว้าง คิดว่าบางทีคงจะใช่ และแรงผลักดันบางอย่าง ก็ทำให้ผมออกวิ่งไป

“เตี่ย…!” ผมเรียกเขา ปล่อยมือของปู่ใหญ่แล้ววิ่งไปหา คล้ายกับได้ยินเสียงเรียกไล่หลังมา แต่สิ่งนั้น ก็ได้หายไปจากความทรงจำของผมแล้ว

“เตี่ย..เตี่ย..!” ผมตะโกนพลางวิ่งไปตามแผ่นหลังนั้น เสียงของผมดังมาก แต่ก็ไม่อาจกลบเสียงพูดคลาคล่ำของผู้คนได้ วิ่งเต็มกำลังไม่ได้ ผู้คนมากมายยืนบดบังผมไ บางรั้งก็ชนคนที่เดินอยู่จนล้ม ในขระที่เตี่ยเดินหายไป หายไป ไกลออกไปทุกที

ผมกัดริมฝีปาก ชอบตาร้อนผ่าวจนไหลลงมา ขายังคงก้าววิ่งออกไปตามที่อแรงขับภายในสั่ง แต่เตี่ยกลับยิ่งเดินไกลออกไป ไกลออกไป  

…ทั้งที่เมื่อครู่นี้ เหมือนจะเจอแล้ว ทั้งที่จะเจอคนคนเดียวที่ผมจำได้แล้ว…

ผมวิ่ง วิ่งจนระยะห่างที่ไกลอยู่แต่แรกเริ่มใกล้เข้ามา จนกระทั่งผมเห็นแผ่นหลังของเขา จนกระทั่งผมใจชื้นว่าได้เจอเตี่ยเสียที

“เตี่ย..!” ผมดึงเสื่อของเตี่ยเอาไว้ หอบหายใจ แต่ตอนที่เงยหน้าขึ้น..

ใบหน้านั้นกลับไม่ใช่ของเตี่ย

มันเป็นใบหน้าของคนที่ผมไม่รู้จัก ถึงแผ่นนหลังจะคล้าย ถึงทรงผมจะเหมือน แต่ใบหน้านั้น ไม่ใช่เตี่ยอย่างแน่นอน

“..? มีอะไรหรือเปล่าตาหนู? หลงทางหรือ?”

ผมกะพริบตาปริบ  ฟังน้ำเสียงของเขา

นี่ไม่ใช่เสียงของเตี่ย

คนคนนี้ไม่ใชเตี่ย

“..ว่าไง เราน่ะชื่ออะไร?”

คนคนนั้นถามผมเสียงเบา นั่งลงยองๆ จ้องหน้าผม ท่าทางอ่อนโยน ลูบหัวผมนิดๆ

ผมกำเสื้อของเขาไว้ นิ่งปครู่หนึ่ง ก็เริ่มเข้าใจว่าเขาต้องการอะไร แต่ตอนที่กำลังจะบอกชื่อตัวเองออกไป ผมก็ชะงักนิ่ง

ผมชื่อ..

“..? ว่าไง ตาหนู เรามาที่นี่ทำไม มารอรับใคร?”

..มาทำอะไร

..มารอใคร..

.

.

..ผมเป็นใคร
avatar
sinnerdarker
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 343
Points : 1707
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : บ้านสกุลหวัง

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (17) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by The_Dark_Lady on Mon 10 Aug 2015, 07:41

นี่หนักหนากว่าที่คิดไว้อีก...
สงสารเสี่ยวหลิง
แต่อีกทางก็ขัดใจกับน้อง ..ถ้าเอาแต่ใจอีกซักหน่อย
รู้ว่าไม่อยากให้เตี่ยกังวล...
แต่หนูไม่คิดเหรอลูกว่าเตี่ยจะใจสลายและโทษตัวเองขนาดไหน
ถ้ากลับมาแล้วเจอหนูในสภาพนี้
แงงงงงง ดราม่าอิสคัมมิ่ง...
ตาอู๋เสีย รีบตามหาลูกชายเร็วเข้า
avatar
The_Dark_Lady
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 301
Points : 1287
Join date : 21/06/2015
Age : 22
ที่อยู่ : On the Land, Below the sky

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (17) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by sleepyzz on Mon 10 Aug 2015, 08:42

ฮือออออออออ เสี่ยวหลิง น่าสงสาร ฮือออ

นายน้อย รีบมาหาลูกเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นจะแอบลักพาตัวไปแล้วนะ *ใส่โม่ง
avatar
sleepyzz
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 10
Points : 905
Join date : 14/06/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (17) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by yakusoku on Mon 10 Aug 2015, 08:46

จะว่าไปเห็นเสี่ยวหลิงจำอะไรไม่ได้ก็คิดถึงเสี่ยวเกอขึ้นมาแฮะ
เฮ้ออ มันหนักเกินไปจริงๆ แล้วต่อไปเสี่ยวหลิงจะเป็นยังไงกันนะ
avatar
yakusoku
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 369
Points : 1483
Join date : 05/11/2014
ที่อยู่ : โลงในสุสานโบราณ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (17) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by poypoy on Mon 10 Aug 2015, 10:15

อ้าว เฮ้ยยยยยยยย เสี่ยวหลิงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยย อะไร ลืมเตี่ยอู๋ไปแล้วเหรอ
แอร๊ยยยยยย บ้าจริง เตี่ยอู๋อยู่ไหน รีบมา ด่วนนนนนนน
avatar
poypoy
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 105
Points : 1228
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : บ้านตระกูลอู๋ ใต้เตียงนายน้อยสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (17) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Luckey.B on Tue 11 Aug 2015, 14:13

ตายแล้วววววววววววววววววว
เสี่ยวหลิง ลูกกกกกก หนูลืมตัวเอง หนูลืมเตี่ยแล้วใช่ไม๊
โอ้ยย อยากจิบ้า อู๋เสี่ยรีบมาเลย ให้ไวเลย ฮอลลลลลลลลลล
avatar
Luckey.B
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 102
Points : 959
Join date : 20/07/2015
ที่อยู่ : ใต้ถุนบ้านสกุลจาง ใต้ดินบ้านอาสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (17) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Rozenkreuz on Tue 11 Aug 2015, 18:51

ง่อววววววววววว นี่มันยังกับเสี่ยวเกอ เห็นภาพซ้อนนน
ลืมทุกอย่าง จำไม่ได้แม้แต่ว่าตัวเองเป็นใคร เคยทำอะไรมาบ้าง แต่ในความทรงจำที่ว่างเปล่านั่นกลับมีความคุ้นเคยให้เพียงคนๆหนึ่งคืออู๋เสีย
ง้ากกก ไม่ได้ลำเอียงใดๆ //เสี่ยวหลิงอย่าพึ่งลืมเตี่ยนะ ฮือ
avatar
Rozenkreuz
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่

จำนวนข้อความ : 625
Points : 1501
Join date : 01/07/2015
Age : 24
ที่อยู่ : กองทัพผีเก็บเห็ดแห่งประตูสำริด

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (17) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Amzinas on Thu 13 Aug 2015, 00:42

นั่มันหนักแล้ววววววว เตี่ยยยอยู่ไหน นี่มันวิกฤต!
นึกถึงเสี่ยวเกอเลย ที่ผ่านมาถึงจะบอกว่าตัวเองตัวคนเดียว ไม่มีตัวตนแต่ไม่เคยนึกถึงอะไรแบบนี้เลย

แล้วคนที่เสี่ยวหลิงไปเจอจะมีประเด็นอะไรรึเปล่านะ บ้าตริง รอตอนต่อไปไม่ไหวแล้ว/ดิ้น

Amzinas
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 28
Points : 1151
Join date : 02/11/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (17) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by LadyC on Thu 23 Feb 2017, 23:04

นึกถึงเสี่ยวเกออ่ะ นางอาจจะเคยเป็นแบบนี้มาก่อนจนปัจจุบันนี้ ฟฟฟฟฟฟ

LadyC
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 1
Points : 283
Join date : 14/02/2017

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ