Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (16) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (16) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by sinnerdarker on Mon 10 Aug 2015, 00:55

บันทึกของเสี่ยวหลิง

-------ที่มา-------

[OS] The Last Moment [ผิงเสีย] [R18] *สปอยเล่มสิบ*

[OS] ของยึดเหนี่ยวอันไม่จีรัง [ผิงเสีย] *สปอยเล่มสิบ*

-------------เรื่องหลัก-----------

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (1) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (2) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[OS] พี่ชายที่ไม่ยอมบอกชื่อ ~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (3) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง [Imply ผิงเสีย] (3.5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (4) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (4.5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[OS] #dmbjdaily (บุหรี่) เลิกได้ไหม? [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (6) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (7) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  | บทคั่น : Black Space - I  *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (Cool *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (9) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (10) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (11) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (13) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  | บทคั่น : Black Space - I  *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (14) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (15) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

----------ตอนพิเศษ--------------



[OS] #dmbjdaily (ป่วย) ความลับเวลาไม่สบาย [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] เรื่องของปู่ทวด [บันทึกของเสี่ยวหลิง]

[OS] #dmbjdaily (ประถม) แปดชั่วโมงที่ห่างกัน [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] #dmbjdaily (พ่อ) บันทึกของเสี่ยวหลิง : รักอันไร้เงื่อนไข [เซี่ยอวี่ฮัว + ?? /Implied ฮัวเฮย or เฮยฮัว]

[OS] #dmbjdaily (เก้า) การรวมตัวที่ไม่รู้จุดประสงค์ [~~~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special ~~~] [All Character]

[OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

[Drabble] #dmbjdaily (น้องชาย) สิทธิ์ของคนเป็นน้อง [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา+เสี่ยวหลิง]

[Drabble] ~ว่าด้วยภาคซาไห่กับทรงผมใหม่ของอู๋เสีย~ [บันทึกของเสี่ยวหลิง]

[Drabble] ในวันที่อากาศหนาว [บันทึกของเสี่ยวหลิง]


-----ตอนพิเศษหลังเจอเสี่ยวเกอ---------


[Drabble]~ครอบครัวสุขสันต์หลังเราพบกันที่ฉางไป๋ซาน~[บันทึกของเสี่ยวหลิง/ผิงเสีย/เฮยฮัว]

[Drabble] #dmbjdaily (สำริด) ตลกหลายฉากของสองหนุ่มแห่งต้นสำริด [บันทึกของเสี่ยวหลิง+เหล่าหยาง]

[OS] #dmbjdaily (ทวินเทล) สาเหตุที่ยอมลงให้ [บันทึกของเสี่ยวหลิง/ผิงเสีย] *สปอยเล่มสิบ / 10 Years Laters* [อัพเดท : FA by Zerin]



+++++++++++++++++++++++


(16)



ระยะนี้ ผมรู้สึกว่าตัวเองแปลกไป

เรื่องแปลกๆ ที่ว่านี้ ความจริงไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร เป็นสิ่งที่คนทั่วไปก็มักจะเป็น และแรกเริ่มเดิมทีผมไม่ได้ใส่ใจ  ยกตัวอย่างเช่น ผมลืมทำการบ้านจนต้องมาลอกคนอื่นตอนเช้า ลืมคำศัพท์ที่ปู่รองสอนไว้แล้วซ้ำๆ ซากๆ จนถูกดุ ลืมว่าสัญญากับหลี่กวงไว้ว่าจะออกไปเตะบอลด้วยวันเสาร์ (และสุดท้ายก็ถูกลากออกไป) แต่อย่างหลังนี้ผมไม่แน่ใจว่าผมสัญญาไว้จริงๆ หรือเพื่อนของผมโมเมขึ้นมา

ปกติแล้ว ผมเป็นคนความจำดี ถึงจะดูอวดเก่งไปบ้าง ผมก็เรียนหนังสือเก่ง เป็นคนเข้าใจอะไรง่าย ทว่าช่วงนี้ ผมกลับจำสิ่งที่เรียนไปไม่ค่อยได้ แม้ว่าจะเข้าใจในห้องเรียน เวลากลับมาถึงบ้านก็ต้องอ่านสิ่งที่จดไว้ ทำความเข้าใจอีกรอบ  บางครั้งก็ใช้เวลานานกว่าจะนึกอะไรออก

เรื่องเหล่านี้ทำให้ผมไม่สบายใจขึ้นมา จึงลองเอาไปบอกปู่ใหญ่

ปู่ใหญ่ฟังแล้วบอกว่าน่าจะไม่เป็นไร คนเราบางครั้งก็ลืมอะไรไปเยอะ ปู่ใหญ่เองก็มักลืมว่าตนต้องทำอะไร หรือบางทีก็นึกชื่อเพื่อนสมัยก่อยไม่อก หากไม่ได้ตั้งใจจะจำหรือไม่ได้ใช้งานมานาน คนเราก็ลืมเลือนเรื่องราวต่างๆ ไปเป็นเรื่องธรรมดา อีกอย่างที่ช่วงนี้ผมขี้หลงขี้ลืม อาจจะเพราะตื่นเต้นเรื่องเตี่ยก็ได้

ผมฟังปู่ใหญ่พูดแล้วก็นิ่งไป คิดว่าอาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆ

.

.

เมื่อสัปดาห์ก่อน เตี่ยส่งจดหมายมาหาผม เขียนเรื่องสัพเพเหระเหมือนปกติ เล่าว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ถามผมว่าเป็นอย่างไรบ้าง จดหมายที่เตี่ยส่งมาเริ่มจะห่างกันมากขึ้นทุกที เป็นเพราะเตี่ยต้องเข้าเขตที่ไร้ผู้คนจริงๆ แล้ว ติดติ่กับใครก็ไม่ได้ ระยะหลังมานี้ เราจึงไม่ค่อยได้ติดต่อกัน กระทั่งวันนี้ จดหมายฉบับในมือผมได้ถูกส่งมา

ในจดหมาย เตี่ยบอกว่าลงมาจากในตัวภูเขาแล้ว แต่ยังไม่มีจุดที่โทรศัพท์ได้ ไม่มีสัญญา ใช้ได้เพียงวิทยุสื่อสารเท่านั้น เตี่ยบอกว่าเตี่ยปลอดภัยดี ไม่ต้องกังวล ลุงอ้วนเองก็ไม่เป็นอะไร แต่อาจจะซูบไปบ้าง ผมเห็นคงจะตกใจ เพราะเขาหล่อขึ้นมากทีเดียว

ผมอ่านจดหมายมาเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดลงที่ประโยคสุดท้าย

เตี่ยบอกว่าอีกไม่นานจะกลับบ้านแล้ว

ตอนที่อ่านประโยคนั้นจบ ผมก็มึนไปวูบหนึ่ง รู้สึกราวกับจู่ๆ หัวสมองก็พลันขาวโพลนจนคิดไม่ออก ต้องตั้งสติอ่านจดหมายอีกรอบ ถึงจะเข้าใจความหมายของตัวอักษรที่เรียงร้อยกัน

ผมอ่านประโยคนั้นหลายรอบมาก กลัวว่าตัวเองจะอ่านผิดไปหรือเข้าใจผิดไปเอง แต่ไม่ว่าอ่านกี่ครั้ง ก็แปลความหมายออกมาได้เพียงอย่างเดียว

เตี่ยจะกลับมาแล้ว

ตอนที่รู้ถึงเรื่องนั้น ภายในอก ก็มีความรู้สึกบางอย่างพองฟูขึ้นมา ตีตื้นจนผมรู้สึกเหมือนจะร้องไห้

เตี่ยจะกลับมาแล้ว..จะกลับมาแล้วจริงๆ หรือ..

ประโยคเหล่านั้นทวนซ้ำไปซ้ำมาในหัวผม รู้สึกดีใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่เพราะกลัวว่าจะเข้าใจผิดไปเอง ก็เลยวิ่งเอาจดหมายไปให้ปู่ใหญ่อ่าน พอปู่ใหญ่อ่านจบก็ยิ้มกว้าง บอกว่าเสี่ยวหลิง เตี่ยของหลานจะกลับมาแล้วนะ ดีใจใช่ไหม

ผมฟังแล้วก็รู้สึกใจชื้น แสดงว่าเตี่ยจะกลับมาแล้วจริงๆ ผมไม่ได้ฝันไป ไม่ได้คิดไปเอง

หลายเดือนผ่านมานี้ ถึงจะหายโกรธเตี่ยแล้ว ถึงจะเลิกร้องไห้ตอนกลางคืนแล้ว..ถึงจะส่งจดหมายหากันทุกสัปดาห์ ก็อดคิดถึงเตี่ยไม่ได้ อดฝันว่าเตี่ยกลับมาแล้วไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไน ก็ยังคิดถึงเตี่ยมากจริงๆ มากจนบางครั้งก็ฝันถึงไปเองเพราะความกังวล

แต่คราวนี้ ไม่ใช่ความฝัน แต่จะเป็นความจริงแล้วใช่ไหม

เตี่ยจะกลับมาหาผมแล้ว

พอเรื่องนั้นยืนยันได้ ผมก็ดีใจจนกลั้นยิ้มไม่ไหว รู้สึกอยากร้องไห้และอยากหัวเราะในเวลาเดียวกัน บางอย่างตีตื้นขึ้นมาจนผมรู้สึกถึงก้อนสะอื้น แต่ยังไม่ร้องไห้ออกมา ในหัวมีแต่คำว่าเตี่ยจะกลับมาแล้ว เตี่ยจะกลับมาแล้ว

ปู่ใหญ่เห็นผมยิ้มก็อุ้มขึ้นไปกอด พาหมุนไปรอบๆ หัวเราะเสียงดังจนย่าใหญ่ตกใจ เดินออกมาดุว่าเสียงดังอะไรกันปู่หลาน แต่พอปู่ใหญ่ว่าเตี่ยจะกลับมาแล้ว ถึงไม่รู้ว่าเมื่อไหร่แต่ก็กำลังจะกลับมา ย่าใหญ่ก็ดีใจไปด้วย จนปู่รองต้องเดินออกมาเอ็ดว่าอย่าเสียงดัง

แล้วพอบอกปู่รองไปเสียงดัง ปู่รองก็เงียบ แต่ไม่ได้ดุที่พวกเราเสียงดังกันแล้ว

ที่จริง ทั้งปู่ใหญ่ ย่าใหญ่ และปู่รองชินกับเรื่องที่เตี่ยชอบเดินทางแล้ว บางครั้งก็เดินทางยาวนาน เวลาไปไหนก็ไม่เคยบอกพวกเขา ตอนนี้ที่ดีใจ ก็ดีใจแทนผมที่จะได้เตี่ยกลับมา

ส่วนผมดีใจจนยิ้มแก้มปริอย่างไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต

หลังจากนั้น ผมก็เอาแต่คิดถึงเรื่องที่เตี่ยจะกลับมา บางคืนก็แทบนอนไม่หลับ เวลาเรียนก็ชอบเหม่อลอยจนหลี่กวงยังทักเพราะสงสัย พอผมบอกว่าเตี่ยจะกลับมา เขาก็ทำหน้าแปลกใส่ บอกว่าเรื่องแค่นี้ทำให้นายเหม่อได้ขนาดนั้นหรือ

พอเขาทักมาแบบนั้น ผมก็ชักจะกลัวว่าตัวเองหมกมุ่นเกินไปหรือเปล่า แต่ว่าผมดีใจมากจริงๆ ที่เตี่ยจะกลับมา ทำอย่างไรก็ทำให้เรื่องนี้หลุดออกไปจากหัวไม่ได้

พอเห็นแบบนั้น เขาก็บอกผมว่าดีใจเกินไป ดูอย่างคราวก่อน เตี่ยบอกว่าจะรีบกลับมาหาผม ก็ยังผิดสัญญา แล้วคราวนี้ จะไม่ผิดสัญญาอีกรอบหรือ?

พอหลี่กวงทักแบบนั้นขึ้นมา ผมก็นึกได้ ว่าถึงเตี่ยบอกว่าจะกลับแล้ว ก็อาจจะไม่เป็นแบบนั้น

ถ้าหากจดหมายฉบับหน้า เตี่ยส่งมาว่าขอโทษนะเสี่ยวหลิง เตี่ยคงยังกลับไปไม่ได้ ผมจะทำยังไง

ถ้าสุดท้ายแล้ว เวลาที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันจะยืดออกไปมากกว่านี้ ผมจะทำยังไง

ผมเงียบไป ในหัวเต็มไปด้วยความคิดสับสน ผมมองเห็นภาพตัวเองถือจดหมายของเตี่ยชัดเจนมาก จำได้แม้กระทั่งเสียงอึกอักของเตี่ยตอนที่บอกว่าตนพบเบาะแสจนต้องอยู่ต่อไป ยังกลับมาหาผมไม่ได้

ผ่านมาขนาดนี้แล้ว เรื่องไร้สาระนั้นก็ยังเป็นแผลใจของผม ยังคงลืมไม่ลง..

ลืมความผิดหวังในคราวนั้นไม่ลง

ผมเงียบไป ไม่รู้ว่าควรพดอะไร จมดิ่งในความคิดของตน เงียบไปนานมากจนหลี่กวงชักเป็นกังวล ตบหลังผมแรงๆหนึ่งที บอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ผมคิดมากหรือผิดหวัง แต่อยากให้เผื่อใจเอาไว้ ถ้าหากเตี่ยไม่กลับมาจริงๆ ผมจะได้ไม่ต้องร้องไห้หรือโกรธเตี่ยอีก

ผมเงยหน้ามองเขา พยักหน้า พยายามจะไม่คิดมากเรื่องนั้น แต่สุดท้ายเมื่อได้ลองครุ่นคิดถึงมันแล้ว ผมก็อดเป็นกังวลไม่ได้อยู่ดี

ระหว่างที่รอจดหมายของเตี่ยตอบกลับมาอีกครั้ง ความรู้สึกของผมจึงวุ่นวายเป็นอย่างมาก ดีใจที่เตี่ยกำลังจะกลับมา และกลัวว่าเตี่ยจะโทรมา หรือส่งจดหมายมาว่าอาจจะยังไม่ได้กลับไป

ผมกลัวใจเตี่ยจริงๆ

หลังจากนั้น ผมก็กังวลเรื่องเตี่ยจนไม่เป็นอันทำอะไร บางคืนก็ฝันร้ายและฝันดีสลับกันไป ฝันว่าเตี่ยกลับมาหา อุ้มผมแล้วพาวนรอบบ้าน จากนั้นก็ตื่นขึ้นอีกในความฝัน เห็นว่าตัวเองยังอยู่ในบ้านใหญ่ มีจดหมายที่บอกว่าเตี่ยจะยังไม่กลับมาวางอยู่ข้างๆ

แล้วจากนั้น ก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มีเสวี่ยไป๋นอนอยู่ข้างๆ และเตี่ยยังคงไม่ตอบจดหมายกลับมา

.

.

พอย้อนคิดดูแล้ว ผมก็รู้สึกว่าตนคิดเรื่องวุ่นวายไปมากจริงๆ ดังนั้น ช่วงนี้จะป้ำๆ เป๋อๆ ไปบ้าง คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

เพราะคิดเช่นนั้น ผมจึงไม่ได้เขียนจดหมายไปบอกเตี่ยเรื่องนี้ ไม่ได้บอกเรื่องที่ช่วงนี้สติสตางค์ของตนไม่ค่อยดีและลืมเรื่องราวหลายอย่างไป

ผมไม่อยากให้เตี่ยไม่สบายใจเพราะเรื่องนี้  อีกอย่าง ผมก็คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร

เตี่ยเขียนมาในจดหมายคราวก่อนว่าเขากำลังรวบรวมเรื่องราวต่างๆ อยู่ในช่วงที่ตึงเครียดอย่างมาก แม้จะออกมาจากเขตไร้ผู้คนแล้วก็ยังมีเรื่องราวต้องติดตาม  

พอคิดถึงเรื่องนั้นแล้ว ผมจึงไม่อยากบอกเตี่ย ไม่อยากให้เตี่ยมีเรื่องกวนใจเพิ่มอีกเรื่อง อีกอย่าง แค่เตี่ยจะกลับมา ผมก็ดีใจมากแล้ว

..ถ้าเตี่ยกลับมาแล้ว ผมคงจะหายจากอาการขี้หลงขี้ลืมพวกนี้ใช่ไหม?

แล้วถ้าเตี่ยไม่กลับมาล่ะ?

ผมนิ่งคิด มีความคิดแย่ๆ ผุดขึ้นมาหลายอย่าง จากนั้นก็ส่ายหัว พยายามให้ตนเลิกกังวลเรื่องพวกนั้นไป

++++++++++++++++

ผมเคยคิดว่าที่ตัวเองแปลกไปบ้างเพราะคิดมากเรื่องที่เตี่ยจะกลับมา ดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจและไม่ได้บอกใครอีก ทว่าอาการ ‘ลืม’ ของผมกลับดูหนักข้อมากขึ้นทุกที

เวลาผ่านไปผมเริ่มลืมชื่อของคนในห้องเรียน  ลืมว่าวันรุ่งขึ้นต้องเรียนอะไร ลืมทางกลับบ้าน ลืมว่ากินข้าวไปแล้วจนกระทั่งย่าใหญ่ทักขึ้น ลืมแม้กระทั่งเรื่องที่ปู่ใหญ่จะมารับตัวเองแทนย่าใหญ่ นึกว่าตนยังไม่เขียนจดหมายตอบกลับจนปู่ใหญ่ทักว่าทำไมถึงเขียนจดหมายไปหาเตี่ยสองรอบ นอกจากนี้ก็ลืมเรื่องหยุมหยิมเล็กน้อยไปอีกหลายเรื่อง

เพราะอาการขี้หลงขี้ลืมของผมเริ่มลุกลามใหญ่โตมากขึ้น จึงเริ่มรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา แต่ผมยังไม่กล้าบอกใคร ไม่กล้าบอกปู่ใหญ่ ปู่รอง หรือย่าใหญ่ ไม่บอกแม้แต่หลี่กวง ผมรู้สึกว่ามันไร้สาระเกินไป ถึงจะขี้หลงขี้ลืมก็อาจจะไม่มีอะไรน่ากังวล ยิ่งไม่กล้าเขียนจดหมายไปหาเตี่ยให้เขาเป็นกังวล ผมเองไม่อยากรบกวนใคร ก็ได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้

อีกอย่าง ถึงจะลืมไป ส่วนใหญ่ไม่นานผมก็นึกขึ้นมาได้ ถึงเรื่องเรียนจะลำบากบ้าง ผมก็พอถูไถไปได้

ดังนั้น..คงไม่เป็นไร

ไม่เป็นไร

+++++++++++++++

วันนั้น ผมกลับมาจากบ้านใหญ่หลังเลิกเรียนตามปกติ ย่าใหญ่ไปรับผม จากนั้นก็กลับมาที่บ้าน เสวี่ยไป๋รีบวิ่งมาหมผม เลียหน้าเลียตาจนผมต้องเอ็ดมันไป

ผมเข้าไปในบ้าน เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอ่านหนังสือ เสวี่ยไป๋เดินมาวนรอบตัวผมแล้วนัวเนียขา สุดท้ายจึงต้องลุกจากโต๊ะอ่านหนังืสอ เดินไปนอนพิงตัวมันบนเตียงแทน

หลายเดือนมานี้ ผมชินกับการมีเสวี่ยไป๋อยู่ข้างๆ มาก เรียกได้ว่าถ้าไม่มีเสวี่ยไป๋ ผมอาจจะแย่ไปมากกว่านี้

ผมรู้สึกขอบคุณมันมากจริงๆ

นอนอ่านหนังสือได้ซักพัก ก็มีเสียงเรียกมาจากข้างอนก บอกว่าอาฮัวมาหา

ได้ยินแบบนั้น ผมรีบลุกขึ้นมาจากเตียง เดินกึ่งวิ่งออกจากห้องไปที่ประตุ ตรงนั้น ผมเห็นอาฮัวยืนอยู่ ในมือของเขา มีจดหมายถือไว้ฉบับหนึ่ง

“สบายดีไหม?” อาฮัวถามผมด้วยรอยยิ้ม ลูบศีรษะของผมอย่างเบามือ ผมก้มหน้าให้เขาลูบ ยังรู้สึกอายนิดๆ ทุกครั้ง จากนั้น อาฮัวก็ยื่นจดหมายให้ผม

ปู่ใหญ่บอกว่าให้เขามากินน้ำกินท่าเสียหน่อย อุตส่าหืเดินทางมาถึงหังโจว แต่อาฮัวส่ายหัว บอกว่าตนมีธุระต้องไปจัดการ ที่มาก็แค่แวบเอาจดหมายจากเตี่ยมาให้ จากนั้น ก็ขับรถจากไป

ผมมองส่งรถของอาฮัว จากนั้นก็ลาปู่ใหญ่แล้ววิ่งกลับกห้องของตนไป รีบหยิบคัตเตอร์มาเปิดจดหมายของเตี่ย ดึงกระดาษสีนวลในนั้นออกมาด้วยความตื่นเต้น

ในจดหมายฉบับนั้น ยังคงขึ้นต้นด้วยประโยคเดิมๆ



‘เสี่ยวหลิง สบายดีไหม?

ตอนนี้เตี่ยออกมาจากในภูเขาแล้ว มีเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังหลายเรื่อง แต่เตี่ยไม่มีเวลานัก จดหมายฉบับนี้อาจจะเขียนสั้นไปบ้าง เพราะเตี่ยไม่มีเวลาเขียน มีหลายเรื่องต้องจัดการ แต่อยากจะตอบจดหมายของเสี่ยวหลิง ก็เลยรีบเขียนมา

เตี่ยลงมาถึงเขตที่พอมีคนอาศัยอยู่แล้ว แต่ยังใช้โทรศัพท์ไม่ได้ ถ้าเข้าเขตที่พอจะมีสัญญาณเมื่อไหร่ เตี่ยจะรีบโทรรไปหาทันที

หลายเดือนแล้วที่เราห่างกัน เตี่ยคิดถึงเสี่ยวหลิงเสมอ ไม่รู้ว่าเราเป็นอย่างไรบ้างแล้ว เจอกันอีกครั้ง เตี่ยคงตกใจ

ตอนนี้ติดปัญหาบางอย่างอยู่ แต่สิ่งที่เตี่ยตามหาได้สิ้นสุดลงแล้วที่ปลายทาง อย่างน้อยก็ในการเดินทางครั้งนี้ ดังนั้นแล้ว อีกไม่นานคงได้กลับไปหาเสี่ยวหลิงเสียท

คราวนี้ เตี่ยจะไม่ผิดสัญญาแล้ว ไม่ว่าอย่างไร เตี่ยจะกลับไปหาเสี่ยวหลิง ไม่ยอมให้อยู่คนเดียวแน่นอน นอกจากเสี่ยวหลิงจะติดใจบ้านใหญ่ ไม่อยากกลับบมานอนบ้านกับเตี่ย

แต่ถ้าทำแบบนั้น เตี่ยจะร้องไห้นะลูก

เตี่ยคิดถึงเสี่ยวหลิงนะ อยากรู้ว่าโตขึ้นเท่าไหร่แล้ว อยากได้ยินเสียงของเรา

แล้วเตี่ยจะรีบกลับไป



เตี่ยเอง

อู๋เสีย



อ่านจดหมายจบ ผมก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้

เตี่ยจะกลับมาแล้วจริงๆ

ถึงจะรู้อยู่แต่แรก ตอนที่เตี่ยส่งจดหมายมาอีกรอบก็ยังดีใจ คราวนี้ เราจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งเสียที

..ถ้าเตี่ยกลับมา ผมอาจจะหายจากอะไรที่ผมเป็นอยู่ใช่ไหม ที่จริงแล้ว ที่ผมขี้หลงขี้ลืม ก็เพราะอยากหเตี่ยกลับมา เพราะตื่นเต้นเรื่องนี้อยู่ ดังนั้น ถ้าเตี่ยกลับมา ก็คงไม่เปนไร

ผมอ่านจดหมายฉบับนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผุดยิ้นขึ้นนิดๆจนรู้สึกว่ามีสีแดงเห่อขึ้นมาที่แก้ม นอนอ่านอยู่ซักพักผมก็ลุกขึ้นนั่ง ตั้งใจว่าจะให้ปู่ใหญ่อ่านจดหมายให้ฟัง ยืนยันว่าเตี่ยจะกลับมาจริงๆ..เผื่อให้ตัวผมเองแน่ใจอีกครั้ง ว่าไม่ได้อ่านผิดไป ว่านี่คือความจริง ไม่ใช่ความฝัน

ผมกอดเสวี่ยไป๋แน่นมาก แน่นจนมันร้องประท้วงผมถึงปล่อยออกมา รู้สึกตื่นเต้นจนมือชาเย็น จากนั้น ก็ปีนลงมาจากเตียง ตั้งท่าจะเดินไปหาปู่ใหย่ที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น

แกร่ก




….


….?

ผมกะพริบตาปริบ มองสภาพไม่คุ้นเคยรอบข้าง

ไม่..ไม่ใช่ว่าไม่คุ้นเคย ที่นี่คือบ้านใหญ่ บ้านของปู่ใหญ่กับย่าใหญ่ ผมมักจะมาเที่ยวบ้านของท่านเสมอ แต่ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่

ผมมองไปที่ข้างตัว สะดุงเมื่อเห็นหมาตัวใหญ่สีขาวจนถอยกรูด

แต่น่าแปลก…ผมกลับไม่รู้สึกกลัวมันอย่างที่คิด ทั้งที่ตนเกลียดหมา มีความรู้สึกบางอย่างที่คุ้นเคยกัน รุ้สึกว่านี่ไม่ใช่หมาแปลกหน้า สุดท้าย ผมจึงปล่อยให้มันขยับเข้ามาซุกกับข้างลำตัวตน

ผมมองไปภายในห้อง นี่เป็นห้องที่ผมไม่เคยเห็น เลาที่มาบ้านใหญ่ ผมมักจะขลุ่กอยู่ในห้องนั่งเล่น จึงย่อมไม่รู้จักห้องนี้

แล้วทำไมผมถึงมานอนที่นี่

ผมจำไม่ได้ว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่านี่จะเป็นความฝัน

แต่ความฝันนี้ก็เหมือนจริงเกินไป

ผมมองไปที่ระเบียง ตั้งใจว่าจะเดินไปหาปู่ใหญ่ แต่แล้ว ก็รุ้สึกได้ว่าตนถืออะไรบางอย่างไว้

จดหมาย..?

ผมมองมันอย่างสงสัย ยกจดหมายขึ้นมาอ่าน ในนั้นอบกว่าเตี่ยกำลังจะกลับมา

กลับมาจากไหน..?

เตี่ยอยู่กับผมไม่ใช่หรือ?

เตี่ยอยู่กับผมไม่ใช่หรือ ไม่ได้ไปไหน ถ้ามาที่บ้านใหญ่ ก็แสดงว่าเตี่ยต้องพาผมมา ถ้าอย่างนั้น จดหมายนี่คืออะไร?

เกิดอะไรขึ้น?

ห้วงความคิดของผมสับสนมึนงง วูบหนึ่คล้ายจะนึกอะไรได้แล้วก็ลืมไป ผมเดินถอยหลังเดินกลับเข้าไปในห้อง สะดุดตากล่องมี่วางอยู่บนโต๊ะ และไม่รู้ว่าเพราะเกตุใด ผมก็เดินไปหามัน เปิดฝากล่องขึ้นมา

ภายในนั้น มีจดหมายหลายฉบับวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ บนซองจดหมาย เขียนจ่าหน้าเอาไว้ว่าถึงอู๋ซานหลิง

จดหมายถึงผม

และหากว่าผมจำไม่ผิด สิ่งที่อยู่บนนั้น คือลายมือของเตี่ย

ทำไมเตี่ยถึงส่งจดหมายหาผม ทำไมจดหมายพวกนี้ถึงมีหลายฉบับ ความทรงจำสุดท้ายของผม เรากำลังนอนเล่นอยู่บนเตียง แล้วทำไมเมื่อตื่นขั้นมาอีกที กลับมานอนอยู่ในห้องที่ไม่รู้จัก ในบ้านของปู่ใหญ่ได้

ผมเริ่มรู้สึกร้อนใจขึ้นมา ในขณะที่เจ้าหมาขนฟูขยับมาหาผม ครางงี้ดราวกับกังวล

ผมหยิบจดหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง เป็นฉบับที่เก่าที่สุด หลังจากที่อ่านแล้ว ผมก็เบิกตากว้าง

จังหวะนั้น ปู่ใหญ่ก็เดินเข้ามาหา

“เสี่ยวหลิง ไปกินข้าวเถอะลูก…แล้วเตี่ยส่งจดหมายมาว่ายังไงบ้าง..” ป่ใหญ่ชะงักไป เหมือนจะเห็นความผิดปกติของผม “เสี่ยวหลิง..?”

“…ปู่ใหญ่…” ผมหันไปมองเขา ถามเสียงแหบแห้งสั่นเครือ รู้สึกว่าดวงตาร้อนผ่าวจนแสบร้อน “..จดหมายพวกนี้คือ..อะไรหรือฮะ?”

.

.

นั่นเป็นสัญญาณ
avatar
sinnerdarker
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 343
Points : 1707
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : บ้านสกุลหวัง

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (16) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by poypoy on Mon 10 Aug 2015, 01:29

โอ้ ไม่ใช่ว่าเริ่มจะความทรงจำเสื่อมแล้วจะค่อยๆ หายไปหรอกใช่ไหม
ม่ายยยยยยย เสี่ยวหลิงยังไม่ได้เห็นหน้าตาของเตี่ยจางเลยนะะะะะ
นายน้อยยยยย ลูกของนายน้อยมีอันตรายแล้วนะเฟ้ยยย รีบกลับมาาาา
avatar
poypoy
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 105
Points : 1228
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : บ้านตระกูลอู๋ ใต้เตียงนายน้อยสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (16) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by The_Dark_Lady on Mon 10 Aug 2015, 07:37

โอย ตายๆๆๆๆ
ลางร้ายอีสคัมมิ่ง
ตาอู๋เสียจะกลับมาทันเวลาไหม..
avatar
The_Dark_Lady
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 301
Points : 1287
Join date : 21/06/2015
Age : 22
ที่อยู่ : On the Land, Below the sky

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (16) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by yakusoku on Mon 10 Aug 2015, 08:31

ม่ายย เสี่ยวหลิง อย่าเป็นอะไรเลย
avatar
yakusoku
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 369
Points : 1483
Join date : 05/11/2014
ที่อยู่ : โลงในสุสานโบราณ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (16) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by iyok on Mon 10 Aug 2015, 08:45

ม่ายยยยยยยยยย เสี่ยวหลิงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

iyok
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 9
Points : 1131
Join date : 28/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (16) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Luckey.B on Tue 11 Aug 2015, 14:18

เอ้ยยยย ไม่น้าาาาา เสี่ยวหลิงเริ่มความจำเสื่อมแล้วหรอ อ๊ากกกกก
avatar
Luckey.B
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 102
Points : 959
Join date : 20/07/2015
ที่อยู่ : ใต้ถุนบ้านสกุลจาง ใต้ดินบ้านอาสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (16) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Rozenkreuz on Tue 11 Aug 2015, 18:40

ว้ากกกกก เสียงแกร่กหลอนมาก
ผมนี่สะดุ้งตาม เสี่ยวหลิงลืมได้น่ากลัวมาก (นึกถึงมูชิตัวที่กินความทรงจำของคนเลย) ฮอลลลล
avatar
Rozenkreuz
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่

จำนวนข้อความ : 625
Points : 1501
Join date : 01/07/2015
Age : 24
ที่อยู่ : กองทัพผีเก็บเห็ดแห่งประตูสำริด

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ