Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (15) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (15) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by sinnerdarker on Sat 08 Aug 2015, 15:49

บันทึกของเสี่ยวหลิง

-------ที่มา-------

[OS] The Last Moment [ผิงเสีย] [R18] *สปอยเล่มสิบ*

[OS] ของยึดเหนี่ยวอันไม่จีรัง [ผิงเสีย] *สปอยเล่มสิบ*

-------------เรื่องหลัก-----------

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (1) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (2) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[OS] พี่ชายที่ไม่ยอมบอกชื่อ ~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (3) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง [Imply ผิงเสีย] (3.5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (4) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (4.5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[OS] #dmbjdaily (บุหรี่) เลิกได้ไหม? [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (6) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (7) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  | บทคั่น : Black Space - I  *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (Cool *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (9) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (10) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (11) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (13) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  | บทคั่น : Black Space - I  *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (14) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

----------ตอนพิเศษ--------------



[OS] #dmbjdaily (ป่วย) ความลับเวลาไม่สบาย [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] เรื่องของปู่ทวด [บันทึกของเสี่ยวหลิง]

[OS] #dmbjdaily (ประถม) แปดชั่วโมงที่ห่างกัน [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] #dmbjdaily (พ่อ) บันทึกของเสี่ยวหลิง : รักอันไร้เงื่อนไข [เซี่ยอวี่ฮัว + ?? /Implied ฮัวเฮย or เฮยฮัว]

[OS] #dmbjdaily (เก้า) การรวมตัวที่ไม่รู้จุดประสงค์ [~~~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special ~~~] [All Character]

[OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

[Drabble] #dmbjdaily (น้องชาย) สิทธิ์ของคนเป็นน้อง [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา+เสี่ยวหลิง]

[Drabble] ~ว่าด้วยภาคซาไห่กับทรงผมใหม่ของอู๋เสีย~ [บันทึกของเสี่ยวหลิง]

[Drabble] ในวันที่อากาศหนาว [บันทึกของเสี่ยวหลิง]


-----ตอนพิเศษหลังเจอเสี่ยวเกอ---------


[Drabble]~ครอบครัวสุขสันต์หลังเราพบกันที่ฉางไป๋ซาน~[บันทึกของเสี่ยวหลิง/ผิงเสีย/เฮยฮัว]

[Drabble] #dmbjdaily (สำริด) ตลกหลายฉากของสองหนุ่มแห่งต้นสำริด [บันทึกของเสี่ยวหลิง+เหล่าหยาง]

[OS] #dmbjdaily (ทวินเทล) สาเหตุที่ยอมลงให้ [บันทึกของเสี่ยวหลิง/ผิงเสีย] *สปอยเล่มสิบ / 10 Years Laters* [อัพเดท : FA by Zerin]



+++++++++++++++++++++++


(15)




สองเดือนแล้วนับจากวันที่ผมส่งจดหมายกองโตไปให้เตี่ย

หลังจากที่ส่งกองจดหมายนั้นไป เตี่ยก็ส่งจดหมายตอบกลับมา ในจดหมายบอกว่าตกใจกองจดหมายนั้นมาก ตอนนี้เตี่ยอยู่บนภูเขา ที่จะอยู่ยังไม่มี ก็เลยแทบไม่มีที่เก็บจดหมาย แต่เตี่ยก็ดีใจที่ผมตอบกลับมาเสียที และจะเก็บจดหมายเอาไว้อย่างดี เตี่ยบอกว่าผมตอบจดหมายมาเยอะมาก เขาใช้เวลาหลายวันกว่าจะอ่านจบกว่าจะเขียนตอบมาได้ ในจดหมาย เตี่ยยังย้ำถามผมอีกครั้งว่าหายโกรธแล้วหรือ?

ถ้าหากว่าสามารถส่งข้อความไปหาได้ทันที ผมก็อยากบอกเตี่ยอีกครั้งว่าหายโกรธแล้ว และผมอยากเขียนจดหมายให้เยอะพอกับที่ตั่ยเขียนมา อยากขอโทษเตี่ยที่ทำตัวงี่เง่า ขอโทษที่ไม่ยอมติดต่อหรือคุยโทรศัพท์ด้วย แต่เพราะว่าตอนนี้เราติดต่อกันทางจดหมาย ดังนั้นคงได้แต่จำไว้ตอนที่เขียนจดหมายตอบกลับไป

พอเป็นแบบนี้ ผมก็รู้สึกโกรธตัวเองขึ้นมา ว่าทำไมตอนที่เตี่ยอยู่ในเขตที่คุยโทรศัพท์ได้ ผมถึงงอนไม่ยอมคุยด้วย ทั้งที่โอกาสที่จะได้ยินเสียงเตี่ยระหว่างเราห่างกัน น้อยมากจนแทบไม่มีอยู่แล้วแท้ๆ

แต่ถึงผมจะเสียใจ ก็คงย้อนกลับไปตอนนั้นไม่ได้ อีกอย่างถึงย้อนกลับไปได้ ผมก็คงยังไม่หายโกรธอยู่ดี

ดังนั้น ก็คงได้แต่ยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป

ในจดหมาย เตี่ยเล่าว่าตนอยู่บนภูเขา มีหิมะปกคลุมเต็มไปหมดและอากาศหนาวมาก แต่บรรยากาศสงบมากเช่นกัน เตี่ยอยู่บนวัดในทิเบต มีแต่ผู้คนมาปฏิบัติธรรม แต่ส่วนใหญ่ก็ผู้คนบางตา มีไม่กี่คนที่จะปีนถภูเขาขึ้นมาได้ เตี่ยถ่ายรูปมาให้ผมดูด้วย เป็นรุ่งเช้าที่พระอาทิตย์กำลังค่อยๆเคลื่อนขึ้นมาจากด้านหลังของภูเขา เตี่บบอกว่าถ้าหากคราวหน้าเป็นการมาเที่ยว ก็อยากพาผมไปด้วยกัน

จดหมายหลายฉบับก่อนหน้านี้ เตี่ยไม่ได้เขียนถึงสาเหตุที่ตนไปที่นั่น ไม่ได้พูดถึงความคืบหน้าของสิ่งที่ค้นหา ความจริงแล้วจดหมายเหล่านั้น ล้วนเขียนมาเพราะอยากจะง้อผม (อ่านถึงตรงนี้แล้วผมก็หยุดไปนิด หันไปมองกองจดหมายหนาตึ๊กที่มีจุดประสงค์เพียงเพื่อง้อผมแล้วกลับมาอ่านต่อ) และเมื่อไม่เห็นว่าผมตอบจดหมายกลับมา เตี่ยก็เริ่มกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ จนปวดกระเพาะ กระทั่งผมส่งจดหมายตอบกลับไป เตี่ยถึงได้โล่งใจว่าผมไม่โกรธแล้ว..แต่จดหมายที่ตอบกลับมาก็ยังมีความกังวลอยู่ดี

ช่วงเวลาสามเดือนนั้น คงจะทำให้เตี่ยเป็นกังวลอยู่มาก และคงใช้เวลานานกว่าจะทำให้มันหายไป

ลุงอ้วนส่งจดหมายแนบมาว่าเตี่ยอึ้งไปตอนเห็นกองจดหมายของผม แทบจะร้องไห้ออกมา จากนั้นก็ย้มแก้มปริ เลิกทำทุกอย่างที่ควรทำในตอนนั้นชั่วคราว นอนอ่านจดหมายผมไปยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไป บอกกับลุงอ้วนว่าทำไมลูกชายฉันน่ารักอย่างนี้ แถมยังเอาแก้มถูกับจดหมาย บ่นว่าคิดถึงเสี่ยวหลิง ชมว่าลายมือผมสวย เหมือนของตัวเองเด๊ะ ลุงอ้วนแอบบอกว่าลายมือเสี่ยวหลิงสวยจริง แต่ไม่ได้เหมือนขนาดนั้น เลยด่าเตี่ยไปว่าไอ้คนหลงลูกชาย

เตี่ยยอมรับหน้าชื่นมื่น ลุงอ้วนหมั่นไส้เลยด่าไปว่าไอ้คนทิ้งลูกมาตามผู้ชาย

ผมอ่านสิ่งที่ลุงอ้วนเขียนบอกมาแล้วพูดไม่ออกบอกไม่ถูก เขินที่เตี่ยชมผม มีความสุขที่อ่านจดหมายของผม แต่ก็รู้สึกแปลกๆ ตอนที่ลุงอ้วนพูดถึงเรื่องไล่ตามผู้ชาย เหนือสิ่งอื่นใด เตี่ยไม่ได้พูดถึงเรื่องพวกนี้ในจดหมายที่ตอบกลับมาแม้แต่น้อย

แต่เพราะเป็นเรื่องที่ลุงอ้วนบอก ผมคิดว่าที่จริงก็คงเชื่อถือได้ ..ไว้เตี่ยกลับมา ผมจะลองถามดูว่าทำแบบนั้นจริงๆหรือเปล่า

แต่ยิ่งอ่านเรื่องที่ลุงอ้วนเขียนมา ผมก็ยิ่งจินตนาการภาพลุงอ้วนโดนเตี่ยบีบคอตายมากขึ้นเรื่อยๆ… อะไรที่เตี่ยไม่อยากบอกผม ลุงอ้วนล้วนเขียนเผามาให้ผมฟังในจดหมายจนหมดสิ้น ผมคิดว่าเตี่ยต้องไม่ได้เห็นจดหมายฉบับนี้แน่ๆ เพราะไม่อย่างนั้นคงเผาทิ้งก่อนจะมาถึงมือผมแล้ว

ว่าแต่ถ้าคนที่เตี่ยตารมอยู่เป็นผู้ชาย ก็แสดงว่า ‘คนสำคัญ’ ที่ว่า ไม่ใช่แม่ของผมสินะ

…แล้วถ้าเป็นผู้ชาย จะหมายความว่าอย่างไร

ผมอ่านจดหมายลุงอ้วนจบก็เหม่อไปนิดหน่อย รู้สึกเหมือนมีความคิดแปลกๆ แทรกเข้ามา แต่เพราะสังหรณ์ใจว่าไม่ใช่เรื่องน่าคิดถึง เลยสะบัดหัวไปมาแล้วลืมเรื่องนี้ไป

จดหมายในช่วงหลังสามเดือนที่ส่งมา นอกจากถามผมว่าสบายดีไหม เตี่ยก็เริ่มเล่าเรื่องของตนเองบ้าง เล่าว่าเจออะไร กำลังทำอะไรอยู่ เตี่ยเล่าไม่ละเอียดมากนัก ส่วนใหญ่จะพูดถึงว่าทิเบตสวยดี เตี่ยแนบรูปภาพมาให้ผมเสมอ เป็นรูปของเขาถ่ายกับภูเขา บางครั้งก็ถ่ายกับลุงอ้วน แต่ส่วนมากจะเป็นรูปที่ถ่ายวิวทวทัศน์เสียส่วนใหญ่

ผมเคยสงสัยว่าเตี่ยล้างรูปที่ไหน เพราะที่ที่เตี่ยไปไม่มีแม้แต่สัญญาณโทรศัพท์ เพราะฉะนั้นก็ไม่ควรมีร้านให้ล้างรูป เตี่ยจึงบอกว่าเขาส่งฟิลม์ให้อาฮัวไปล้าง เพราะฉะนั้นความจริงจดหมายของเตี่ยจึงไม่เคยปิดผนึก และเขาก็ไม่เคยเห็นรูปจริงๆ ที่ส่งให้ผม

ส่วนผมรู้สึกขึ้นมาว่า เตี่ยจะใช้งานอาฮัวคุ้มเกินไปแล้ว…

บางครั้ง ผมก็นึกสงสัย เหตุใดอาฮัวจึงช่วยเหลือเตี่ยถึงขนาดนี้ ตอนนี้เตี่ยไม่อยู่ให้ถาม ส่วนจะถามอาฮัวตรงๆ.. ผมคิดว่าซักวันมีโอกาส จะลองถามดู

ในจดหมาย มีกลิ่นของบุหรี่ติดมาจางๆ ครั้งหนึ่งผมจึงส่งจดหมายไปถาม เตี่ยสารภาพว่ากลับมาสูบบุหรี่อีกแล้ว เขาขอโทษผมที่รักษาสัญญาไม่ได้ แต่ตอนที่อยู่ที่นั่น เขาเครียดมากจริงๆ เบาะแสที่ตามหาอยู่มีน้อยนิดจนเหมือนจะหลุดมือ และคนที่กุมความลับอยู่ก็ไล่ตามยากและเต็มไปด้วยอันตราย แถมผมยังเอาแต่งอนเขา สำหรับเตี่ยแล้วผมเป็นที่พึ่งทางใจ ถ้าได้จดหมายหรือได้ยินเสียงของผม เขาอาจจะมีกำลังใจมากขึ้น แต่ตอนนั้นผมไม่แม้แต่จะติดต่อกับเขา เตี่ยเครียดมากๆ เข้าก็อดพึ่งบุหรี่ไม่ได้จริงๆ

อ่านถึงตรงนี้ ผมรู้สึกผิดขึ้นมา เลยเขียนจดหมายตอบไปว่าไม่เป็นไร เพราะผมก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เตี่ยกลับไปสูบบุหรี่เหมือนกัน

อีกอย่าง ผมชอบกลิ่นบุหรี่ที่ติดมากับจดหมาย เพราะเหมือนว่าได้สัมผัสถึงเตี่ยจริงๆ เป็นจดหมายของเตี่ยจริงๆ เพราะฉะนั้นเลยไม่เป็นไร ถ้ากลับมาเมื่อไหร่ ค่อยเลิกอีกครั้งก็ได้ อาจจะยากกว่าเดิม แต่ผมจะพยายามไปกับเตี่ย และไม่ลืมเขียนจดหมายบอกเขาว่าให้สูบน้อยๆ อย่าสูบจัดมากนัก

เพราะความกังวล ผมจึงเขียนจดหมายสับทับไปให้ลุงอ้วนด้วย บอกให้คอยห้ามเตี่ย แต่ลุงอ้วนกลับเขียนจดหมายตอบกลับมาว่า เสี่ยวหลิงเอ้ย ลุงอ้วนน่ะสูบบุหรี่เหมือนกินน้ำ จะเอาหน้าที่ไหนไปห้ามเตี่ยหนูวะลูก

ผมอ่านจดหมายแล้วเงยหน้ามองฟ้า ท่าทางคราวหน้า คนที่ต้องอ้อนให้เลิกบุหรี่จะเพิ่มเป็นสองคนเสียแล้ว

+++++++++++++++

เตี่ยยังคงอยู่ในเขตที่ใช้โทรศัพท์ไม่ได้ เราจึงไม่ได้คุยกัน ติดต่อกันแค่ทางจดหมาย ฉบับแล้วฉบับเล่า ส่งไปหาและสงกลับมา รู้สึกตัวอีกที ผมก็เริ่มติดการเขียนไปแล้ว ลายมือก็เริ่มจะดีขึ้น อย่างน้อยก็ดีกว่าเด็กประถมทั่วไป ความรู้คำสัพท์ก็มีมากขึ้น ศัพท์ไหนที่เขียนไม่เป็น ผมก็จะถามจากปู่ใหญ่และปู่รอง ลายมือผมยังไม่สวยเท่าเตี่ย แต่ปู่ใหญ่ก็บอกว่า เริ่มเหมือนเตี่ยตอนเด็กๆ แล้ว

นั่นทำให้ผมรู้สึกดีใจขึ้นมา

ผมบอกเรื่องที่ตนคืนดีกับเตี่ยแล้วกับหลี่กวง เขามองผมแล้วพยักหน้าว่าดีแล้ว แต่ที่จริงไหนๆ แล้วก็น่าจะงอนต่ออีกซักหน่อย เขารู้สึกว่าเตี่ยหนีผมไปอย่างนี้ใช้ไม่ได้จริงๆ แม่เขาก็บอกเหมือนกันว่าต่อให้มีธุระ ทิ้งลูกไปแบบนี้ก็น่าตีเหมือนกัน

แต่ผมคิดว่า..แค่นี้เตี่ยก็จะแย่แล้ว ไม่งอนต่อจะดีกว่า

และถึงผมจะดีขึ้น ไม่ร้องไห้หรือซึมแล้ว หลี่กวงก็ยังคงลากคอผมไปเล่นบอลด้วยทุกเช้า ไม่ว่าปฏิเสธเท่าไหร่คนชนะก็มักจะเป็นเขา ทำเอาเริ่มจะสงสัย ว่าหลี่กวงเป็นห่วงผม ไม่อยากให้ผมอยู่คนเดียวแล้วฟุ้งซ่าน หรือแค่จะหาคนเข้าทีมเพิ่มกันแน่

แต่ไม่ว่าจะอย่างไหน เราก็สลับกันแพ้ชนะทุกวันอยู่ดี..ถึงส่วนใหญ่คนชนะจะเป็นหลี่กวงก็ตาม

ระยะหลังนี้ ผมมักจะชอบไปอ่านหนังสือกับปู่รอง ถึงจะยังกลัวอยู่ แต่ก็คิดว่าอยู่กับปู่รองแล้วรู้สึกสนุกดี ปู่รองมีหนังสือหลายประเภทมาก เทียบแล้วปู่ใหญ่มักจะเก็บหนังสือหนักไปทางประเภทที่ผมอ่านไม่เข้าใจ ระยะหลังจึงมักจะมาขอปู่รองนั่งเล่นในห้องหนังสือ เสียอย่างเดียวคือปู่รองหวงหนังสือมาก ไม่ยอมให้เสวี่ยไป๋เข้าห้อง บางครั้งอ่านไปซักพัก ผมจึงมักจะแอบเอาหนังสือออกมา ไปนอนอ่านกับเสวี่ยไป๋ที่ห้องตัวเอง

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ระยะหลังนี้นอกจากเสวี่ยไป๋จะติดผมแล้ว ผมเองก็ติดเสวี่ยไป๋มาก ระหว่างอยู่ที่บ้านใหญ่ ถ้าเห็นผม ก็ต้องเห็นเสวี่ยไป๋อยู่ด้วยกัน

ส่วนเรื่องที่ผมแอบเอาหนังสือปู่รองออกมา ตอนที่ถูกรู้เรื่องนี้เข้า ก็ถูกดุจนอานทีเดียว

แต่หลังจากที่ปู่รองดุจนผมใกล้จะร้องไห้อยู่มะรอมมะร่อ ปู่รองก็ถอนหายใจบอกว่า ถ้าผมระวัง จะเอาหนังสือออกมาก็ได้ เขาแค่กลัวว่าหนังสือทุกเล่มจะระเนระนาดเพราะเสวี่ยไป๋ และที่โมโหก็เพราะผมเอาออกมาโดยไม่บอกเท่านั้นเอง

นั่นถือเป็นคำอนุญาตของเขา

ส่วนปู่ใหญ่ที่ระยะหลังผมไม่ยอมไปนั่งเล่นที่ห้องทำงานตัวเองก็เริ่มงอนผม ดังนั้นบางครั้ง เลยพาเสวี่ยไป๋ไปที่ห้องของปู่ใหญ่ บางครั้งก็นั่งบนตัก ฟังปู่ใหญ่อ่านหนังสือที่ผมอ่านไม่รู้เรื่องให้ฟัง

เรื่องราวเหล่านี้ ผมเล่าให้เตี่ยฟังจนหมดสิ้น ปกติแล้วเวลาที่ตอบจดหมายมาเตี่ยก็มักจะบอกว่าชอบใจ บางครั้งก็แปลกใจ ยิ่งเรื่องที่ผมหายกลัวปู่รองแล้วยิ่งประหลาดใจ ที่แปลกใจกว่าคือลายมือผมสวยยิ่งขึ้น บอกว่าเสียดายที่ไม่ได้อยู่ด้วยระหว่างที่ผมเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายเหล่านี้

อ่านประโยคนั้นจบ ก็มีเรื่องที่ผมอยากจะบอกเตี่ย ลังเลอยู่นาน ก็เขียนลงไปในจดหมาย

‘ถ้าเตี่ยเสียดาย รีบกลับมาหาผมได้ไหม’

ถึงจะรู้ว่าเตี่ยไม่ได้เลิกรักผม เวลาที่เขียนว่าอยากให้เตี่ยรีบกลับมา ก็ยังรู้สึกกลัว

ความผิดหวังเป็นสิ่งที่ผมไม่ต้องการ

จดหมายหลายฉบับที่ผมเขียนไปหา น้อยมากที่ผมจะเขียนว่าให้เตี่ยกลับมาเร็วๆ ผมกลัวว่าเตี่ยอาจจะลำบากใจ และผมเองจะเสียใจ ที่เตี่ยไม่ยอมทำตามที่ผมขอร้อง

เพราะคิดแบบนั้น สุดท้ายสิ่งที่อุตส่าห์กล้าเขียนลงไปบนจดหมาย จึงถูกผมลบออกไป

..ไม่กล้าบอกเตี่ยให้รีบกลับมาจริงๆ


+++++++++++++++++


“กลับไปบ้านกันไหม?”

วันหนึ่ง จู่ๆปู่ใหญ่ก็บอกผมแบบนั้น

ตอนแรกผมงงวูบ ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร ซักพักหนึ่งถึงเริ่มเข้าใจ ว่าปู่ใหญ่หมายถึงบ้านของผมกับเตี่ย

พอปู่ใหญ่พูดขึ้นมา ผมก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ ว่าไม่ได้กลับไปบ้านหลังนั้นมาหลายเดือนแล้ว

ผมมาอยู่ที่บ้านใหญ่หลายเดือนแล้ว นับจากวันที่ไปเอาเสื้อผ้าวันนั้น หลังจากนั้น ก็ไม่ได้กลับไปที่บ้านเลย เพราะว่าเสื้อผ้าที่ผมใส่ ก็ขนมาด้วยในวันนั้นหมดแล้ว เครื่องเขีรยนของใช้ของผมก็ทยอยไปเอาตั้งแต่วันแรกๆ สุดท้ายรู้สึกตัวอีกที บ้านของผมของเต่ยก็ถูกทิ้งร้างมาได้เกือบห้าเดือนแล้ว

นึกถึงเรื่องนั้นขึ้นมา ผมจึผงกหัวให้ปู่ใหญ่ ตอบกลับเป็นเชิงว่าอยากไป ปู่ใหญ่ยิ้มแล้วลูบหัวผม บอกว่าวันเสาร์อาทิตย์ค่อยไปที่นั่นกัน ปู่ใหญ่กับย่าใหญ่กะว่าจะไปทำความสะอาดบ้านเสียหน่อย ไม่เช่นนั้นเตี่ยกลับมาถึงจะอยู่ไม่ได้เอา

ดังนั้น พอถึงวันเสาร์ ปู่ใหญ่ย่าใหญ่ก็พาผมออกจากบ้านแต่เช้า เดินทางกลับไปที่บ้านของตน

ตตอนที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านที่ไม่ได้เห็นมาห้าเดือน ผมรู้สึกคิดถึงอย่างบอกไม่ถูก

ผมยืนนิ่งตรงนั้นนานมาก เงยหน้ามองบานประตูที่ไม่ได้กลับมาเสียนาน ครู่หนึ่งปู่ใหญ่ถึงแตะหลังผมเบาๆ จากนั้นก็ไขกุญแจเปิดประตู บอกให้ผมเดินเข้าไป

ภายในบ้าน เต็มไปด้วยกลิ่นอับและกลิ่นฝุ่น เป็นเพราะว่าไมได้ทำความสะอาดมานานแล้ว ข้าวของที่ทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อน ก็ยังคงวางไว้ตรงนั้นโดยไม่ได้รับการจัดการ

ย่าใหญ่บ่นอุบเรื่องฝุ่น ถามผมว่ารู้ไหมว่าพวกไม้กวาดไม้ถูพื้นอยู่ตรงไหน ผมชี้บอกตู้ที่เก็บพวกมันไว้ จากนั้นย่าใหญ่ก็เดินหายไป

บ้านของเรากว้างมาก ไม่รู้เหตุใดผมจึงคิดแบบนั้น ทั้งที่เมื่อเทียบกับบ้านใหญ่แล้ว ก็นับว่าแคบไปถนัดตา

บรรยากาศในบ้านเงียบเหงา ต่างกับทุกครั้งที่เราอยู่ด้วยกัน ภายในแทบไม่มีแสงสว่าง แสงแดดที่ส่องลงมาจึงทำให้เห็นละอองฝุ่นชัดเจน

ปู่ใหญ่เดินไปเปิดไฟฟ้าแล้วถอนหายใจ บอกว่าดีที่ปิดบ้านไว้หลายเดือนแล้วยังไม่โดนตัดไฟ เท่าที่ผมจำได้ เมื่อก่อนดูเหมือนเตี่ยเองก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน คิดว่าเตี่ยคงคุยกับทางไฟฟ้าจนรู้กัน จึงไม่มีปัยหาอะไรเวลาที่หายไปไหนนานๆ

..พูดให้ง่ายกว่านั้น คือเตี่ยชอบเดินทาง จนกระทั่งผมเกิดมา จึงแทบไม่ได้ไปไหนอีกเลย

เรื่งอนี้ทำให้ผมรู้สึกซึมหน่อยๆ รู้สึกว่าตนเป็นตัวถ่วงอิสระของเขา จากนั้น ก็ส่ายหัวไปมา รู้สึกว่าตนคิดมากเกินไปอีกแล้ว

ปู่ใหญ่บอกว่าให้ผมทำตัวตามสบาย คงจะคิดถึงบ้านนี่ เสียเขาเองจะไปช่วยย่าใหญ่ทำความสะอาดบ้านเพราะถึงบ้านไม่กว้างมากนัก ก็คงเดินกำลังที่คนคนเดียวจะทำ

ผมอ้าปากกำลังจะพูดว่าจะช่วยด้วย แต่ปู่ใหญ่ก็เดินหายไปแล้ว สุดท้ายเลยได้แค่ยืนเคว้งอยู่ในบ้านตัวเอง

ยืนอยู่ได้พักใหญ่ ผมก็ตัดสินใจก้าวเดิน

อาจจะเพราะว่าผ่านไปหลายเดือน ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่าบ้านเปลี่ยนไป มีความรู้สึกบางอย่างไม่เหมือนเดิม บางทีอาจจะเป็นเพราะบรรยากาศ หรือเป็นเพราะฝุ่นหนาเตอะเต็มบ้าน ผมเองก็ไม่แน่ใจ

ผมเดินเข้าไปในห้องนอน ผ้าห่มยังคงพับไว้อย่างเรียบร้อยเช่นเดียวกับวันนั้นที่ผมมาที่นี่ครั้งล่าสุด และเมื่อเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าของตน ที่อยู่ในนั้นก็มีเพียงเส้อผ้าไม่กี่ตัว

เรื่องนี้ไม่แปลกอะไร เพราะเสื้อผ้าส่วนใหญ่ของผม ตอนนี้ไปอยู่ที่บ้านใหญ่หมดแล้ว

ผมสูดลมหายใจลึก ดันลิ้นชักตู้เสื้อผ้ากลับเข้าที่เดิม จากนั้นก็เดินออกมาจากห้องนอน เดินไปที่ห้องครัว

ภายในห้องครัว มีเสียงหยดน้ำร่วงลงมาเบาๆ

ผมมองไปที่ซิงค์ล้างจาน เดินไปแล้วหาเก้าอี้มาปีน ปิดที่หมุนให้แน่นๆ จากนั้นก็มองไปที่เตาทางซ้าย ตลอดจนเคาน์ทเตอร์ที่ยาวออกไป

เลยออกไปไกล มีโต๊ะสี่เหลี่ยมวางไว้กางห้องครัว เพราะว่ามีกันแค่สองคน เราจึงมันทานอาหารกันในครัวเสมอ

ผมหันกับหลัง พิงอยู่กับคานต์เตอร์ มองโต๊ะอาหารไม้ของเรา จากนั้น ก็เดินไปที่เก้าอี้ตัวประจำ ปีนขึ้นไปนั่ง ท้าวคางมองไปที่เคานต์เตอร์ครัว

ผมยังคงจำได้ ว่าเวลาที่เข้ามาในห้องครัว จะนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนี้ มองแผ่นหลังของเตี่ยที่กำลังทำอาหารอยู่

เตี่ยทำอาหารไม่ค่อยเก่ง บางครั้งทำไปก็ร้องโวยวายว่าเนื้อไหม้บ้าง โดนน้ำมันกระฉอกใส่บ้าง เพราะฉะนั้นเวลาที่ลุงอ้วนมาหา เลยโดนแซวอยู่ตลอด

แต่ว่าอาหารของเตี่ย ถึงจะไหม้บ้าง ผมก็ยังคิดว่าอร่อยที่สุด

ยังไงก็ชอบสีหน้าเตี่ยที่ยิ้มกว้างตอนบอกว่าของที่เตี่ยทำอร่อยอยู่ดี

คิดถึงตรงนี น้ำตาก็รื้นขึ้นมา เพราะฉะนั้นถึงรีบขยี้ตา สูดลมหายใจลึกๆ ให้ก้อนสะอื้นหายไป

ผมถัดตัวลงจากเก้าอี้ เดินออกไปจากห้องครัว ตั้งใจว่าจะไปช่วนปู่ใหญ่กับย่าใหญ่ทำความสะอาดบ้าน ตอนที่เข้าไปถึง ย่าใหย่ก้กำลังกวาดพื้นอยู่ ผมจึงขอเข้าไปช่วย แต่ย่าใหญ่บอกว่าไม่เป็นไร ให้เอาไม้กวาดหยากไย่ไปปัดพวกโซฟากับเครื่องเรือนเอา แค่เท่าที่สวนสูงผมถึง

ผมพยักหน้า เดินไปทำตามที่ย่าใหญ่บอก พวกเราสามคนช่วยกันทำความบะอาดบ้าน ผ่านไปจนเกือบบ่ายแก่ๆ บ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่นก็สะอาดสะอ้านพอดี

ย่าใหญ่ถอนหายใจอย่างพอใจ จากนั้นก็เอาผ้าถูพื้นกับถังน้ำไปซัก ผมกับปู่ใหย่เดินตามไปด้วย แต่ก่อนที่จะไปถึงห้องน้ำ ผมก็ชะงักกับเสาต้นหนึ่ง

เสาต้นนั้น เต็มไปด้วยเส้นขีดหลากสีสัน ระบายอยู่เต็มครึ่งล่างของเสา สีสันนั้น พอดีกับส่วนสูงของผม

พอเห็นขึ้นมาก็นึดได้..ผมไม่ได้วัดส่วนสูงมาหลายเดือนแล้ว

ผมเม้มปาก เดินเข้าไปหาเสาต้นนั้น ลูบลงบนเส้นขีดถี่ยิบที่แทบไม่มีช่องว่างกัน

ความจริงแล้ว ก็มีช่องว่างอยู่บ้าง ยังคงจดจำช่วงที่งอนเตี่ยจนไม่ยอมวัดส่วนสูงได้ พอคิดถึงตอนนั้น ผมก็ยิ้มขึ้นมา

ผมลองกลับหันหลัง พิงตัวกับเสาต้นนั้น ใช้มือทาบไว้เหนือหัวตัวเอง แล้วก็หมุนกลับมาโดยที่ยังไม่ได้เอามือออก

พอเห็นส่วนสูงของตัวเองตอนนี้ ผมก็เบิกตาตกใจ ก่อนจะกลั้นยิ้มด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

ปู่ใหญ่เดินมาเห็นผม ขมวดคิ้วสงสัยซักพักก็เข้าใจว่าผมกำลังทำอะไร ดังนั้นจึงนั่งลงยองๆ บอกผมเสียงเบา “ให้ปู่ใหญ่วัดให้ไหม?”

ผมส่ายหน้าให้ปู่ใหญ่เป็นเชิงว่าไม่เป็นไร เพราะว่ายังไม่อยากขีดเส้นบนเสาตอนนี้จากนั้นก็ดึงมือปู่ใหญ่ให้ไปหาย่าใหญ่ด้วยกัน ทำอะไรกินแล้วนั่งเล่นด้วยันซซักพัก ตกเย็นก็กลับบ้านไป

วันนั้น ผมเป็นวันที่ผมรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้กลับมาที่บ้าน และส่วนหนึ่งเป็นเพราะความตั้งใจบางอย่างของผม

ไว้กลับมาเมื่อไหร่ สิ่งแรกที่ผมจะให้เตี่ยทำ ก็คือวัดส่งสูงของผมที่เสาต้นนั้น ทำกิจวัตรประจำวันของเราที่ไมได้ทำเสียนาน ผมคิดว่าตอนที่เตี่ยเห็นว่าเส้นขีดอยู่ที่จุดไหน เตี่ยคงตกใจ และดีใจ

เพราะว่าช่วงเวลาหลายเดือนที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ผมเติบโตขึ้นมามากจนเตี่ยคาดไม่ถึงเลยทีเดียว




avatar
sinnerdarker
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 343
Points : 1726
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : บ้านสกุลหวัง

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (15) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by The_Dark_Lady on Sat 08 Aug 2015, 16:28

น้องเสี่ยวหลิงน่ารัก แงงงงงง
โมเอะ ทั้งจดหมาย คนที่จะต้องขอให้เลิกบุหรี่
ไหนจะส่วนสูงนั่นอีก &//$#$!@#&$&#&
โตขึ้นอีกแล้วเนอะ...อาเตี่ยจะต้องดีใจมากแน่ๆ
avatar
The_Dark_Lady
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 301
Points : 1306
Join date : 21/06/2015
Age : 22
ที่อยู่ : On the Land, Below the sky

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (15) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by tamahome on Sat 08 Aug 2015, 20:54

เสี่ยนินทาเตี่ยให้ลูกเขาฟังใหญ่เลยนะคะ 555555 มีการเปรยถึงเตี่ยอีกคนด้ว--แค่กกก
ภาพนายน้อยนอนอ่านจดหมายลูกกลิ้งไปกลิ้งมานี่น่าหมั่นไส้จริงๆ 55555

เวลาสามเดือนเสี่ยวหลิงได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะเลย ถ้านายน้อยไม่หายไป เสี่ยวหลิงก็อาจไม่มีโอกาสได้ลองเล่นบอลกับหลี่กวง ได้สนิท(?)กับปู่รองมากขึ้นแบบนี้ก็ได้เนอะ
ในบางเรื่องราวที่ไม่ดีนักก็ยังให้ประสบการณ์แก่เราได้...

เสี่ยวหลิงอย่าลืมเอาไปเล่าให้คุณอาในความมืดฟังด้วยนะ ว่าเตี่ยตามผู้ชายไป อิอิอิอิ
avatar
tamahome
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 32
Points : 1176
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (15) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by yakusoku on Sat 08 Aug 2015, 21:10

เสี่ยวหลิงน่ารักจริงๆลูก//จับอม
avatar
yakusoku
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 369
Points : 1502
Join date : 05/11/2014
ที่อยู่ : โลงในสุสานโบราณ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (15) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Luckey.B on Sat 08 Aug 2015, 21:13

ฮาๆๆๆ เตี่ยของหลิงๆโดนเผาซะเกรียมเชียว
รอหน่อยเนอะเสี่ยวหลิง เด่วเตี่ยกลับมาๆวัดส่วนสูงกันเนอะ
avatar
Luckey.B
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 102
Points : 978
Join date : 20/07/2015
ที่อยู่ : ใต้ถุนบ้านสกุลจาง ใต้ดินบ้านอาสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (15) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by iyok on Sat 08 Aug 2015, 21:44

เสี่ยวหลิงโตขึ้นด้วย อย่างนี้คงไม่ต้องกลัวว่าจะหายไปแล้ว งืออออ //กอดแน่นๆ

iyok
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 9
Points : 1150
Join date : 28/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (15) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Rozenkreuz on Tue 11 Aug 2015, 18:34

เสี่ยวหลิงเติบโตขึ้นแล้วสินะ //ปาดน้ำตา
เสี่ยวหลิงน่าจะนึกๆอะไรออกได้แล้วลูก เตี่ยทิ้งลูกไปตามผู้ชาย มีคนที่สำคัญขนาดนี้อยู่จะมีเมียก็คงแปลกล่ะ แค่กๆๆๆๆ
avatar
Rozenkreuz
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่

จำนวนข้อความ : 625
Points : 1520
Join date : 01/07/2015
Age : 24
ที่อยู่ : กองทัพผีเก็บเห็ดแห่งประตูสำริด

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ