Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[Fic] (AU) We're dating 2/2 (ผิงเสีย)

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[Fic] (AU) We're dating 2/2 (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by The_Dark_Lady on Wed 05 Aug 2015, 14:04

AU ไฮสคูลนายน้อยติดเกมส์ (ที่ไม่มีเกมส์ในเรื่องมาได้ซักพักแล้ว)
ต่อจาก [Fic] (AU) We're dating 1/2 (ผิงเสีย)



ผมชะงักมือที่เปิดกระเป๋าตังค์ค้าง แล้วก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยขัด “จะจ่ายให้ทำไม ฉันจ่ายเองได้หรอกน่า มาด้วยกันก็จ่ายด้วยกันสิ…”

“นั่นสิ…” เป็นนายอ้วนที่เอ่ยสนับสนุน

เสี่ยวฮัวทำท่าอึกอักคล้ายพยายามจะหาเหตุผล ส่วนจางฉี่หลิงนั่นชิงเอ่ยก่อนด้วยใบหน้านิ่งสนิท

“ฉันเป็นคนชวนอู๋เสียมา...ฉันต้องจ่ายให้สิ…”

ผมแว้ดใส่ทันที “นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ดีเลยว้อย...จะจ่ายอะไรนักหนา แค่ค่าหนังสือนี่ก็เยอะแยะแล้ว ...รู้หรอกน่ะว่าบ้านรวยแต่หัดเก็บๆไว้ซะมั่งเหอะ บุฟเฟ่ต์แค่นี้ฉันมีปัญญาจ่ายหรอกน่ะ…”

ผมลดระดับเสียงลงเมื่อคนทั้งร้านหันมามองด้วยสายตาทิ่มแทง “...ฉันไม่ใช่ผู้หญิงคู่เดทที่นายต้องมาทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่มนะ จางฉี่หลิง อะไรฉันควรจ่ายก็ให้ฉันจ่ายเถอะน่า...จะให้นายจ่ายอยู่คนเดียวฉันก็ละอายใจเป็นนะ…”

พอผมพูดแบบนี้ จางฉี่หลิงจึงเงียบไป ฝั่งเสี่ยวฮัวเองก็ไม่มีเสียงอะไรเช่นกัน...แต่ดวงตาสีอ่อนนั่นกลับมองมาทางผมด้วยแววตาตัดพ้อแปลกสลับกับส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายใส่จางฉี่หลิงและหนังสือในมือผมเป็นระยะๆ

ผมจึงรีบหยิบถุงหนังสือมาหนีบไว้กับตัวแน่น...เล่มนี้ฉันยังอ่านไม่ครบสามรอบเลย นายจะมาประทุษร้ายหนังสือฉันไม่ได้นะ เสี่ยวฮัว…

เมื่อเคลียร์ปัญหากันลงตัว แต่ละคนจึงควักเงินออกมาให้นายอ้วนรวบรวมแล้วนำไปจ่ายที่หน้าเคาน์เตอร์...จากนั้นจึงพากันยกขโยงไปยังโรงหนัง



พอไปถึงก็พอมีเวลาเหลือเล็กน้อย พวกสาวๆกรี้ดกร้าดเฮละโลกันไปซื้อป๊อบคอร์น น้ำอัดลม ตัวผมนั้นยืนอยู่กับจางฉี่หลิงแล้วก็นายอ้วนสามคน ส่วนเสี่ยวฮัวนั้นถูกนายแว่นดำลากไปเลือกของกินเล่นตามสาวๆพวกนั้น

“นายจะเอาอะไรไหม…” จางฉี่หลิงหันมาถามผม ผมยืนนึกด้วยความลังเลใจ ถ้ามากับพวกอาๆ พวกนั้นก็ซื้อเลี้ยงผมเป็นปกติ แต่ผมมักจะไม่ค่อยกินเท่าไร มันทำให้เสียสมาธิในการดูหนัง

แต่พอผมอ้าปากจะบอก ฝ่ายนั้นก็ชิงเดินไปที่เคานท์เตอร์เสียก่อน

นายอ้วนหันขวับมาทางผมด้วยแววตาพราวระยับ

ผมมองตอบ “มองอะไร…”

“นายอ้วนชักจะสงสัยจริงจังแล้วนะ…”

ผมเลิกคิ้ว

“นายกับเสี่ยวเกอน่ะ...ถ้าไม่นับว่าอยู่กับพวกเราแล้ว บรรยากาศพวกนายสองคนนี่หยั่งกับคู่รักมาเดทกัน…”

“คู่รักพ่อง…” ผมสบถใส่ หากนายอ้วนกลับหัวเราะร่าใส่

“จริงๆนะเนี่ย เทียนเจิน...นายอ้วนยังรู้สึกเลย ว่านายสองคนหนุงหนิงๆกัน บรรยากาศฟรุ้งฟริ้งยิ่งกว่านายอ้วนที่มากับหยุนไฉ่เสียอีก…”

“หยุนไฉ่ไหน...สาวน้อยคนนั้นที่นายแชทกับเธอผ่านเกมส์นั่นอ่ะนะ…” ผมปัดประเด็นออกนอกตัว หันไปคาดคั้นนายอ้วนแทน เมื่อีกฝ่ายหลุดมาว่ามีสาวน้อยคนนั้นที่นายอ้วนพร่ำเพ้อถึงเป็นเดือนๆมากับพวกเราด้วย

“คืบหน้าเหมือนกันนี่หว่า ถึงกับชวนกันออกมาเที่ยวได้...ไหน...คนไหนอ่ะ…”

นายอ้วนที่ตั้งท่าจะแซวผมอยู่เมื่อครู่พลันอึกอัก ใบหน้าอิ่มเต็มมีระบายสีชมพูอยู่ตรงแก้ม ก่อนจะยกนิ้วชี้ไปทางหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเคานท์เตอร์

ผมหันมองตามปลายนิ้ว เห็นสาวน้อยหน้าตาน่ารักผิวพรรณหมดจดคนหนึ่ง จึงพยักหน้าหงึกหงักแล้วเปรยว่า นายอ้วนนี่ก็มีรสนิยมไม่เลวเลย

“เทียนเจินจะมาแย่งสาวนายอ้วนไม่ได้นะ...เทียนเจินมีเสี่ยวเกออยู่แล้วทั้งคน…”

ผมยกมือตบหัวอีกฝ่ายดังผลัวะแล้วสบถด่าบรรพบุรุษไปอีกชุดใหญ่ เป็นเวลาเดียวกับที่เสี่ยวฮัวหอบป๊อบคอร์นถังใหญ่มาพอดี โดยมีนายแว่นดำถือแก้วน้ำตามหลังมาให้

“อารมณ์เสียอะไรล่ะ อาเฮีย…กินของหวานๆซะจะได้หายหงุดหงิดนะ” ว่าแล้วเจ้าตัวก็หยิบป๊อบคอร์นยัดใส่ปากผมที่กำลังจะอ้าปากด่านายอ้วนต่อ “แบบหวานของที่นี่อร่อยดีนะ...นายอ้วนก็ลองดูสิ…”

ผมสำลักแค่กๆขณะพยายามเคี้ยวป๊อบคอร์นเคลือบคาราเมลหวานๆในปาก เหลือบมองใบหน้างดงามของเสี่ยวฮัวที่ดูจะมีประกายอำมหิตแปลกๆขณะเจ้าตัวพยายามยัดป๊อบคอร์นใส่ปากนายอ้วน

เพราะมีป๊อบคอร์นอยู่เต็มปาก ผมจึงไม่อาจเอ่ยห้ามปรามเสี่ยวฮัวได้ ผมรีบเคี้ยวรีบกลืน ฝืดคอจนกระทั่งสำลักออกมา
ผมควานหาน้ำจ้าละหวั่น นายแว่นดำที่ถือแก้วน้ำอยู่ในมือก็ดันอยู่เสียห่างแถมยังเอาแต่หัวเราะขำเสี่ยวฮัวกับนายอ้วน ไม่ได้เหลือบแลมาทางผมแม้แต่น้อย

จนกระทั่งมีมือเอื้อมมาตบที่หลังเบาๆ แล้วแก้วน้ำพร้อมหลอดมาจ่อตรงหน้า ผมจึงยื่นหน้าไปดูดอย่างไม่รีรอ

...เกือบตายแล้วไหมนั่น…

“ขอบใจนะ…” หันไปขอบคุณจึงพบว่าเป็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตา “อ้าว...อาหนิง…”

สาวสวยที่วันนี้มาในสไตล์เท่ๆด้วยการทำผมแสกข้างกับเปียเก็บข้างหูสามเส้นแล้วมัดหางม้า เธออยู่ในชุดกางเกงยีนส์เดฟสีดำขาดๆกับเสื้อสายเดี่ยวแบบผูกคอสีขาวคลุมทับด้วยแจ็คเกตสีเดียวกับกางเกง ตอนนี้กำลังนั่งบนเก้าอี้ข้างผม

“โอเคแล้วนะ…” เธอถามยิ้มๆ ทำให้หน้าผมร้อนผ่าว พูดไม่ออกได้แต่พยักหน้ารัวๆ อาหนิงส่ายหัวอย่างอ่อนอกอ่อนใจก่อนจะหันไปว่าทางนายแว่นดำ “พวกคุณนี่เอาแต่เล่นกันอยู่ได้ เขาสำลักเกือบตายแล้วเห็นไหม…”

“รบกวนคุณหนูหนิงแล้ว...ขออภัยให้กับความเลินเล่อของกระผมด้วย…” นายแว่นดำตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“เธอมายุ่งอะไรกับอู๋เสีย…” เสี่ยวฮัวละมือจากการพยายามฆาตกรรมนายอ้วนด้วยป๊อบคอร์น หรี่ตามองอาหนิง

นายอ้วนสำลักแค่กๆ ไอหน้าดำหน้าแดง โชคดีที่แม่สาวน้อยหยุนไฉ่ของหมอนั่นเดินกลับมาพอดี เขาจึงมีคนคอยดูแลเอาน้ำเอาท่าให้ดื่มแก้ป๊อบคอร์นติดคอ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำหน้าตามีความสุขดี ผมจึงไม่อยากร้องถามไปขัดความฟินของอีกฝ่าย

“ฉันก็มาดูหนังรอบเดียวกับพวกคุณนั่นแหละ ผ่านมาเห็นเขากำลังลำบาก ไม่ยักกะมีใครสนอกสนใจเลยอดช่วยไม่ได้…”

อาหนิงมองเสี่ยวฮัวนิ่งขณะตอบคำถาม ก่อนจะหันมายิ้มให้กับผม “ยังไงซะ...อู๋เสียก็เป็นคนให้ตั๋วหนังฉันมานี่นา…”

เห็นรอยยิ้มของคนสวยอดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบ ก่อนน้ำเสียงเรียบเฉยของใครบางคนจะดังผ่าขึ้นกลางวง

“ถึงเวลาเข้าโรงหนังแล้ว…”

ทุกคนพากันหันขวับไปทางต้นเสียง ก่อนจะพบว่าเป็นจางฉี่หลิงที่ยืนอยู่ ไปยินเสียงจิ๊ปากจากใครบางคนในตอนที่ผมรีบลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปหาเขา คนอื่นๆที่ได้ยินว่าถึงเวลาแล้วก็พากันขยับลุกเดินตามมา



ขณะที่เดินเคียงไหล่กันเข้าโรงหนัง ผมหันมองจางฉี่หลิงอดนึกแปลกใจไม่ได้

“ไม่ได้ซื้ออะไรเข้ามาหรอกเหรอ…”

หมอนั่นส่ายหน้าไปมา ก่อนจะตอบ “อู๋เสียไม่ชอบไม่ใช่เหรอ…มันทำให้เสียสมาธินี่...” ผมพยักหน้ารับ

“แล้วหายไปไหนมาเนี่ย…”

ใบหน้าหล่อเหลานั้นหันมา ระบายยิ้มอ่อนๆแต่ไม่ยอมตอบอะไรเพิ่มอีก เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบอะไร ผมก็ไม่ซักไซ้ต่อ พอดีกับที่เดินมาถึงที่นั่ง

จากจำนวนยี่สิบที่นั่งที่ได้รับ ห้าที่นั่งหัวแถวเป็นของจางฉี่หลิงซึ่งมีเพียงแค่ผมกับเขาเท่านั้น เราจึงเว้นสองที่นั่งหัวแถวเอาไว้แล้วเข้ามานั่งด้านใน (ผมอดรู้สึกเสียดายที่นั่งว่างๆไม่ได้ ถ้ารู้ว่าหมอนี่จะไร้เพื่อนขนาดนี้ ผมจะขอตั๋วเขาแล้วโทรไปชวนเพื่อนเก่าที่ย้ายไปเรียนต่างโรงเรียนมาเจอกัน) ห้าที่นั่งถัดไปเป็นส่วนของผมซึ่งสามในห้ามีอาหนิงกับเพื่อนอีกสองคน (หน้าตาคุ้นๆอยู่แต่ผมจำชื่อไม่ได้)มานั่งแล้ว ถัดไปเป็นห้าที่นั่งของนายอ้วนที่มีเจ้าตัว หยุนไฉ่และเพื่อนๆของหยุนไฉ่

ส่วนของนายแว่นดำ มีเพียงเขากับเสี่ยวฮัว ทั้งสองคนเว้นที่ว่างด้านทางเดินไว้หนึ่งที่และเว้นจากกลุ่มนายอ้วนสองที่ เห็นเสี่ยวฮัวชะเง้อคอมองมาอยู่ลิบๆ ก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบกับนายแว่นดำเป็นระยะๆ เหมือนจะมีอะไรซักอย่างเห็นชูไม้ชูมือกันอยู่เป็นระยะ แต่ผมไม่ได้สนใจเพราะกำลังดูตัวอย่างหนังที่ฉายบนหน้าจอ

...อา ปีหน้ามีหนังน่าสนใจไม่น้อยเลยแหะ…

“อ้าว อู๋เสีย...ทำไมมาโผล่ที่นี่…”

ดูหนังตัวอย่างไปได้ซักพักก็มีเสียงทักดังขึ้น หันมามองจึงพบว่าเป็นอาสามที่ได้ตั๋วจากผมไปนั่นเอง…

“พอดีได้ตั๋วจากเพื่อนน่ะอาสาม…” ผมตอบไปขณะถดตัวหดขาขึ้นให้อาเดินเข้าไป เห็นคนที่เดินตามอาสามมา อดไม่ได้จะแหย่เล่น

“...อาสาม อาขู่เอาบัตรผมไปจนหมด ที่แท้เอาอีกใบมาให้พี่พานหรอกเรอะ...นี่กะมาเดทกันใช่ไหมเนี่ย”

พอได้ฟังคำผม พี่พานจื่อ---อาจารย์พละในโรงเรียนก็ทำหน้าลนลานขึ้นมาทันที “ไม่ใช่อย่างงั้นนะครับ…”

“หุบปากไปเลยเจ้าลูกกระต่าย…” ผิดกับอาสามที่หันมาด่าเสียงเรียบไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน

“ผมจะฟ้องปู่...ว่าอาพาผู้ชายมาดูหนัง…” ผมแหย่เพิ่ม อาสามของผมแยกตัวไปซื้อบ้านอยู่คนเดียวแถวละแวกโรงเรียน นานทีถึงจะกลับไปที่บ้านใหญ่ คุณปู่บ่นหาอยู่เรื่อย (แต่พอได้เจอหน้ากันก็ดันมีท่าทีไม่ค่อยจะลงรอยกันซักเท่าไร)

“แกยังอยากดูหนังอย่างมีความสุขไหมฮึ...อู๋เสีย…” ได้ยินคำขาดอย่างงั้นผมก็หุบปากฉับในทันที

สรุปที่นั่งในตอนนี้ เว้นหัวแถวสองที่นั่งก็เป็นจางฉี่หลิงถัดมาก็เป็นผม เว้นหนึ่งที่นั่งเป็นอาสามกับพี่พานจื่อแล้วก็เป็นอาหนิงกับเพื่อน กลุ่มของหยุนไฉ่ นายอ้วน เว้นสองที่นั่ง แล้วเป็นนายแว่นดำกับเสี่ยวฮัว

ไม่นานนัก ภาพยนต์ก็เริ่มเล่น ผมตื่นตากับภาพที่ไหลผ่านจอไป สมกับเป็นภาพยนต์แอคชั่นที่ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีในต่างประเทศแหละนะ…

ดูไปไม่นานนัก จู่ๆก็เริ่มร้อนๆมือกับหนักบ่า…

แหงะไปมองก็พบกับก้อนกลุ่มขนสีดำซบอยู่ที่ไหล่และมือถูกคนที่นั่งข้างๆเกาะกุมไว้…

...จางฉี่หลิงแม่งหลับมาซบผม

หนักเฟ้ย...

ผมได้แต่บ่นในใจ พลางใช้มือข้างที่ว่างพลักหัวอีกฝ่ายออกไปก่อนจะพยายามชักมือออก สะบัดกุกกักอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่หลุด เจ้าตัวคนจับหรี่ตาข้างหนึ่งขึ้นมามองคล้ายรำคาญพลางส่งเสียงขู่ในลำคอก่อนจะหลับต่อ ผมจึงได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายจับไว้อย่างงั้นและหันไปสนใจภาพยนต์ต่อ

...แต่แม่งเมื่อกี้เจ้าชายของโรงเรียนละเมองัวเงียเหรอ…

เสียดายที่โรงหนังมันมืด ไม่งั้นผมจะอัดคลิปไปแปะประจานบนเว็บบอร์ดโรงเรียนว่าจางฉี่หลิงของสาวๆน่ะ เวลากำลังหลับ งี่เง่าได้ขนาดไหน…

ดูๆไปได้ไม่ถึงนาที หัวของอีกฝ่ายก็ตกมาซบไหล่ผมอีก ผมก็ผลักออกอีก ปล่อยไปซักพักก็ตกมาอีก ผมก็ผลักออกเรื่อยๆ หลังๆนี่ตกมาได้มุมพอดีเหลือเกิน ปลายจมูกโด่งของหมอนี่แทบจะซุกซอกคอผมอยู่แล้ว…

พอขยับกุกกักมากๆเข้าก็โดนคนรอบข้างกระแอมใส่ อาสามก็หันมาเขม่นตาใส่ราวกับจะบอกว่าอยู่นิ่งๆได้ไหม รำคาญ...ผมก็จนใจ เลิกผลักไสอีกฝ่ายออก ปล่อยให้แม่งซบให้หนำใจ หันไปตั้งสมาธิกับเรื่องราวบนจอภาพ


.
.
.


หนังจบแล้ว ไฟในโรงถูกเปิดขึ้นขณะเครดิตท้ายหนังกำลังฉายบนจอภาพ ผู้คนพากันทยอยลุกออกจากที่นั่งแล้วก็เดินออกจากโรงหนังไป

หยั่งกับรู้...คนที่อาศัยไหล่ผมซบนอนหลับสบายแฮก็ค่อยๆลืมตาขึ้น ผงกหัวขึ้นมามองผม

ไอ้ตอนที่ผงกขึ้นมานี่ ใจผมแทบจะกระเด็นออกจากอก จมูกกับปากพวกแม่งเฉียดคอกับแก้มผมไปนิดเดียว แถมยังนิ่งค้างไว้ ไม่ยอมขยับออกไปซักที

“ไปอดหลับอดนอนมาจากไหน…” อดไม่ได้จะบ่นใส่ พวกแม่งนอนหลับสบายใจมาก ทิ้งน้ำหนักหัวมาเต็มๆ ล่อซะเหน็บกินตั้งแต่หัวไหล่ยันปลายนิ้วมือ พ่นลมหายใจร้อนๆใส่ต้นคออีก เลยกลายเป็นว่าดูหนังไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย

...เสียเที่ยวชะมัด…

“ขอโทษนะ” จางฉี่หลิงคลี่ยิ้มบาง มือที่จับมือผมเอาไว้ตลอดสองชั่วโมงเลื่อนขึ้นลูบไล้นวดคลึงแขนผม ตอนที่จับลงมาครั้งแรกผมแทบกรีดร้อง แต่พอปล่อยไปก็รู้สึกดีขึ้น

“อะแฮ่ม…” เสียงกระแอมของอาสามดังขึ้น จางฉี่หลิงจึงละมือออกจากแขนผม ถลันลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วพร้อมกับผมเองก็ลุกขึ้นตาม

ผมหลบตาอาสามที่เขม้นมองมา ก่อนจะนึกเอะใจว่า ฉันจะหลบทำไมฟะ...ทำตัวเหมือนเด็กสาวแอบจู๋จี๋กับแฟนแล้วโดนผู้ใหญ่เจอไปได้ จึงเงยหน้าขึ้น

...แล้วก็พบว่ามีคนชะเง้อชะแง้มองมาอย่างอยากรู้อยากเห็นจากเบื้องหลังอาสามเต็มไปหมด

“เอ่อ อยู่ทำอะไรกัน...เรารีบออกจากโรงเถอะ ก่อนที่พนักงานจะมาไล่…”

ผมเอ่ยชวนขึ้น แล้วรีบหมุนตัวเดินออกมาอย่างรวดเร็ว

...ไม่อาจจะอยู่สู้สายตาที่เต็มไปด้วยความอยากเผือกจำนวนมากมายได้จริงๆ

ผมสาวเท้าเดินออกมาอย่างรวดเร็ว แต่พอพ้นประตูโรงหนังมาได้ ผมก็ถูกรายล้อมด้วยผู้คนอีกครั้ง…

...เดินไวกันจั๊งงงงงงง…

“อู๋เสีย...แกจะกลับยังไง…”

“อาเฮีย จะกลับยังไงเหรอ…”

เป็นอาสามที่เดินมาดักหน้าถามขึ้นก่อน ตามมาด้วยเสี่ยวฮัว ผมชะงักยืนนึก...นั่นสิ ขามาผมมากับจางฉี่หลิงแต่ขากลับนี่สิจะเอายังไง

ผมหันไปมองสารถีตอนเช้าเป็นเชิงถาม

“ผมจะไปส่งเขาเอง…” จางฉี่หลิงพูดขึ้น อาสามขมวดคิ้วฉับ สีหน้าของเสี่ยวฮัวก็ดูจะเครียดขรึมขึ้นทันที “ผมสัญญากับคุณปู่อู๋ไว้แล้วว่าจะเป็นคนส่งเขาให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัย…”

“ไม่ต้องรบกวนนายหรอกมั้ง...ฉันคิดว่าจะกลับบ้านใหญ่วันนี้…” อาสามพูดเกริ่น ดวงตามองจางฉี่หลิงอย่างไม่วางใจ

“...แล้วพี่พานจะกลับยังไงล่ะ…” ผมร้องทัก เมื่อเห็นพี่พานที่ยืนเยื้องด้านหลังอาสาม

“พี่สามครับ แล้วธุระเรื่องบัญชีวัสดุโรงเรียนที่เราต้องไปทำต่อหล่ะครับ…”

อาสามจิ๊ปาก ก่อนจะชี้หน้าจางฉี่หลิง “ฝากหลานฉันด้วย ส่งให้ถึงที่อย่าให้มีสึกหรอแล้วฉันจะโทรเช็คกับบ้านใหญ่” ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับพี่พาน

“อู๋เสียต้องกลับกับฉันนะ…”

จางฉี่หลิงพูดย้ำขึ้นอีกครั้ง ผมได้แต่จิ๊ปากอย่างหงุดหงิด “รู้แล้วน่า...นายบอกแล้วแถมอาสามก็พูดซะขนาดนั้น…”

เหมือนจะยังไม่หนำใจ คุณชายถึงได้คว้าแขนผมไปจับจูงเอาไว้

“แยกกันตรงนี้ล่ะนะ เสี่ยวฮัว นายแว่นดำ นายอ้วน...เฮ้ย...จะรีบไปไหนเนี่ย...จางฉี่หลิง”

ผมยังไม่ทันร่ำลากับใครเสร็จ พ่อเจ้าประคุณก็เริ่มออกเดินซ้ำยังลากแขนผมตามไปด้วย ผมจึงทำได้แค่หันมาโบกไม้โบกมือลาคนข้างหลัง

รู้สึกเหมือนเสี่ยวฮัวทำหน้าแปลกๆ จะเศร้าก็ไม่ใช่จะหงุดหงิดก็ไม่เชิง ส่วนนายแว่นดำกับนายอ้วนก็หัวเราะร่า ไม่รู้ว่ามีอะไรให้ขำนักหนา ท่ามกลางสายตางุนงงของเหล่าสาว

“...เจอกันวันจันทร์นะ อู๋เสีย”

เสียงใสๆตะโกนมา พอจำได้ว่าเป็นเสียงของอาหนิง ทันเห็นเจ้าตัวโบกมือให้ก่อนที่จะลดมือกอดอกไว้ฟอร์มพร้อมส่งรอยยิ้มสวยมาให้

ผมส่งยิ้มตอบ ไม่ทันได้ตะโกนตอบอะไร ก็ถูกกระชากแขนอย่างแรงจนหัวจะทิ่ม ผมจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกลับมาเดินหน้าตรงพยายามเร่งฝีเท้าให้เท่าทันคนที่จูงแขนผมอยู่ ก่อนจะที่ล้มลงวัดพื้นห้างให้อับอายเล่น



“เดี๋ยว จางฉี่หลิง เดี๋ยว…”

ผมร้องเมื่อเริ่มรู้สึกล้า แต่ดูเหมือนคนที่เดินนำหน้าจะไม่ยอมลดความเร็วเอาเสียแล้ว...ไม่รู้จะรีบไปตามควายที่ไหน…

ร่างสูงโปร่งทำหูทวนลม ก้าวเท้าฉับๆ จนกระทั่งร่างกายผมถึงที่สุดแล้ว ผมเหนื่อยจนเดินสะดุดขาตัวเอง รีบหลับตาปี๋...คงได้วัดพื้นห้างวันนี้แหละนะ อู๋เสียเอ้ยยยยย

ปั่ก!

...ไม่เจ็บ

...รู้สึกเหมือนกระดูกสันหลังยังตั้งฉากกับพื้นโลกอยู่

...มีอะไรมาเกี่ยวเอว

ผมค่อยๆหรี่ตาขึ้นมองดู ก่อนจะพบกับใบหน้าจางฉี่หลิงในระยะประชิด ผมจึงสะดุ้งอยู่ในใจ

“ไม่เป็นอะไรนะ…”

พยักหน้าหงึกหงักเป็นการตอบคำถามของอีกฝ่าย ก้มมองมือตัวเองที่ถูกจับดึงขึ้นแนบอกอีกฝ่าย แขนแข็งแรงของอีกฝ่ายเกี่ยวเอวเขาเอาไว้

“นายแม่ง...จะรีบเดินไปไหนวะ...เดินตามไม่ทันนะรู้มั้ย...เกือบจะล้มหน้าทิ่มพื้นแล้วไหมเนี่ย…”

“ขอโทษ…” อีกฝ่ายเอ่ยทั้งหน้านิ่งแต่เสียงอ่อนอ้อน

ผมขยับตัวอย่างอึดอัด จางฉี่หลิงจึงยอมปล่อยแขนที่รัดเอวออก...แต่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

“ถ้าไม่พอใจขนาดนั้น ฉันกลับเองก็…”

“ไม่ได้หรอก ก็สัญญาเอาไว้แล้วนี่…”

อีกฝ่ายบีบกระชับมือที่จับกัน

“ขอโทษที่เดินไม่รอ…” ดวงตาสีดำทอประกายระยับ “ดีนะที่ฉันยังไม่ได้ทำให้นายบาดเจ็บ…”
หน้าผมร้อนวูบๆ จนต้องเอ่ยตัดบท

“ขอบคุณนายที่ช่วยดึงเอาไว้ก่อนนั่นแหละ…” ผมขยับแกว่งมือที่จับกันไว้ ก้มหน้าลงมองพื้น “เรากลับกันเถอะ…”

อีกฝ่ายส่งเสียงตอบรับในลำคอ ก่อนที่เราสองคนจะพากันจับมือเดินไปยังที่จอดรถ



ระหว่างทางไม่มีคำพูดระหว่างผมกับเขา จนกระทั่งรถสีดำจอดเทียบหน้าประตูบ้าน เหลือบเห็นถุงหนังสือในมือจึงนึกเรื่องที่ต้องคุยขึ้นมาได้

“จางฉี่หลิง...ฉันต้องจ่ายค่าหนังสอให้นาย…”

เรียวคิ้วของจางฉี่หลิงย่นลงเล็กน้อย “ก็บอกแล้วว่าไม่ต้อง…”

“ไม่ได้…” ผมถอนใจ ...จะให้เป็นที่ระลึกอะไรกัน… ยังไงก็ยอมไม่ได้หรอก รถก็ขับมารับมาส่ง นี่มันมากเกินกว่าผมจะรับเอาไว้ได้แล้ว “งั้นเอาอย่างงี้...นายอยากได้อะไรก็บอกมาเดี๋ยวฉันจะซื้อตอบแทนให้…”

จางฉี่หลิงขยับทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางเบา

...เห็นรอยยิ้มนี้ของเขาแล้วไม่รู้ว่าทำไมรู้สึกขนลุกแปลกๆ

พอหันมาเห็นผมทำหน้าแปลกๆ เจ้าตัวก็หยุดยิ้ม ตีสีหน้าเคร่งขรึม “ของที่ฉันอยากได้...ไม่ต้องซื้อ…”

จุ๊บ!

ผมยกมือกุมขมับในทันที จั๊กจี้ชะมัด อะไรคือการที่อยู่ๆก็เอาหน้ามาซุกหัวผม แถมยังจูบตรงขมับอีก

“เล่นอะไรของนายเนี่ย…”

“แค่นี้ก็พอ…”

ผมรู้สึกเหมือนเลือดพากันไหลมารวมอยูที่หน้า ผลุนผลันดึงเข็มขัดนิรภัยออกแล้วเปิดประตูรถออกจนส่งเสียงดังปัง

...แค่รู้สึกว่าต้องอยู่ห่างๆหมอนี่ไว้ก่อนในตอนนี้

เอ๊ะ! แต่ยังคุยกันไม่จบ

ผมกำประตูรถเปิดค้างไว้ ค้อมตัวลงตะโกนคุยกับคนที่นั่งอยู่ในรถ

“ติดไว้ก่อนก็ได้...แต่เจอกันคราวหน้านายต้องบอกนะว่าอยากได้อะไรแล้วฉันจะหาซื้อให้ ฉันไม่อยากติดค้างนายจริงๆนะเว้ย...จางฉี่หลิง…”

ผมหยุดสูดหายใจครู่หนึ่ง

“ขับรถกลับบ้านดีๆล่ะ…”

แล้วกระแทกประตูปิดดังปึง ไม่สนใจว่าจะทำให้รถอีกฝ่ายพังไหม จากนั้นก็วิ่งปรู้ดเข้าบ้านไป






- แถมท้าย -



จางฉี่หลิง Side:

เขายกมือขึ้นกุมครึ่งหน้าด้านล่างเอาไว้ ซบหน้าลงกับพวงมาลัย

...วันนี้อู๋เสียของเขาจะน่ารักไปแล้ว…

ตอนที่ยืนอ่านหนังสือ

ตอนที่กินชาบู

ตอนที่ตั้งอกตั้งใจดูหนัง

แถมยังคำบอกลาให้ขับรถกลับบ้านดีๆนั่นอีก

เขาแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว

แลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ภาพของต้นคอขาวที่เขาเอียงซบในโรงหนังยังติดตา

จางฉี่หลิงสะบัดศีรษะ แล้วจึงตั้งสติ ขับรถออกจากบริเวณหน้าบ้านสกุลอู๋

เหลือบมองกล่องกำมะหยี่ขนาดเล็กที่วางอยู่บนคอนโซลหน้ารถ ธุระที่เดินแยกออกไปก่อนเข้าโรงหนัง

ก่อนจะบอกกับตัวเอง “...ยังไม่ถึงเวลา…”



แฟนเกิร์ลปริศนา Side:

ฉันเปิดเช็คบอร์ดโรงเรียนในยามบ่ายวันอาทิตย์อีกครั้ง ขณะเดียวกันก็เปิดเว็บโซเชียลเช็คข่าวสาร ดูความเคลื่อนไหวไปเรื่อย…

มีแจ้งเตือนขึ้นในเว็บของฉัน คลิกเข้าไปดูเป็นข้อความจากพี่สาวร้านหนังสือที่รู้จักกัน

‘วันนี้โชคดีจริงๆ มีคู่น่ารักมาเดทด้วยกันในร้านหนังสือด้วยล่ะ มันน่ารักมากๆ พี่รู้สึกเหมือนจะเก็บไว้ดูคนเดียวไม่ได้เลยส่งมาให้เธอดู’

ฉันยกมือขึ้นอุดปาก ไม่ให้ส่งเสียงกรีดร้องออกไปจนคนตกใจ

...ก็ภาพที่พี่สาวคนนั้นส่งมาคืออู๋เสียกับจางฉี่หลิงนี่นา…

ไล่ตั้งแต่ภาพที่เดินจูงมือเข้ามาในร้าน ไปยืนดูหนังสือด้วยกัน แล้วก็แยกกันยืนคนละมุมโดยที่จางฉี่หลิงคอยเหลือบมองอู๋เสียอยู่ตลอด

โอย...คุณพระหัวใจฉัน

‘มีภาพอีกไหมคะ....’
‘สองคนนี้เป็นคนดังในโรงเรียนหนูเองแหละพี่สาว...เป็นคู่จิ้นอันดับหนึ่งเลย คนที่หล่อๆชื่อจางฉี่หลิง ส่วนอีกคนที่น่ารักๆชื่อ อู๋เสีย’


ฉันส่งข้อความไปหาพี่สาวคนนั้น ซึ่งก็ได้ข้อความตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

‘จริงเหรอ...เธอรู้จักสองคนนี้ด้วย แอร้ยยยย คู่กันจริงๆด้วยสินะ...แบบตอนในร้านน่ารักมากเลย’

แล้วจากนั้นก็เป็นคำบอกเล่าเรื่องราวในร้านหนังสือที่พี่สาวได้เห็นพร้อมกับภาพประกอบ

...ฉันรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายอยู่หน้าจอคอมนี่เอง…

‘พี่คะ...ฉันขอเอาภาพกับเรื่องไปลงบอร์ดโรงเรียนได้ไหม...แฟนคลับสองคนนี้จะต้องชอบมากแน่ๆ’

‘เอาสิ...ตามสบายเลย ส่งลิงก์กระทู้อื่นมาให้พี่ดูด้วยสิ...นี่อยากตามต่อมากๆเลย’

‘ได้ค่ะ....’

ฉันกดเซฟภาพ ข้อความในแชท เปิดหน้าต่างที่โหลดเว็บบอร์ดโรงเรียนเอาไว้ กดตั้งกระทู้ขึ้นมา

‘HOT COUPLE เจ้าชายจฉล.จูงมือคนน่ารักชื่อย่อ อส. เข้าร้านหนังสือ’

พอลงเสร็จก็ไปก๊อปลิงก์กระทู้ภาพเก่าๆของคู่นี้ ส่งให้พี่สาวพลางๆ

กลับมาที่บอร์ดอีกทีก็เป็นเวลาเย็น กระทู้ที่ฉันตั้งไว้ขึ้นเตือนว่ามีคนเข้ามาดูและส่งข้อความเป็นร้อย

ที่น่าตกใจว่านั้น คือกระทู้ที่ตั้งตามหลังมาติดๆ

‘ฟินกว่าร้านหนังสือคือร้านชาบู’

‘น่าเสียดายว่าโรงหนังมันมืดไปหน่อย’


ฉันคลิกเข้าไปอย่างไม่รอรี แล้วพบว่ากระทู้แรกเป็นชุดภาพของอู๋เสียกับจางฉี่หลิง บรรยากาศฟรุ้งฟริ้งมากๆๆๆๆๆๆ แบบที่ว่าคนงามเซี่ยอวี้ฮัวกับเฮยเสียจื่อที่ร่วมเฟรมยังกลายเป็นแค่ตัวประกอบ

...บางภาพแอบเห็นเซี่ยอวี้ฮัวส่งสายจาอาฆาตด้วย น่ากลัวเป็นบ้า…

ฉันนั่งไล่ดูภาพหลายสิบภาพ จับสังเกตได้ว่ามีใครบางคนหายไป

ริมฝีปากฉันกระตุกยิ้มอย่างห้ามไม่ได้ ในที่สุดก็รู้ตัวจริงของคนปล่อยภาพหนึ่งคนแล้ว...

แต่กระทู้ต่อมานั้นแปลก มีอยู่แค่สองสามภาพ ภาพน้อยแต่พลังทำลายล้างมหาศาล! เพราะเป็นภาพถ่ายจากด้านหลัง ดูจากสีผมในไฟสลัว คงเป็นจางฉี่หลิงซบไหล่
อู๋เสีย…

อิจฉาจางฉี่หลิงนัก! ทำบุญด้วยอะไรอู๋เสียยอมให้ซบไหล่แถมยังได้เอาหน้าซุกซอกคอขนาดนั้น!

น่าสังเกตคือคนถ่ายเป็นคนละคนกับกระทู้แรกเพราะดูคุณภาพของรูปแตกต่างกัน…

อดสงสัยไม่ได้ แต่ก็ปัดตกไป ช่างมันเถอะ! ไม่ว่าจะเป็นใคร แค่ถ่ายรูปมาให้เสพก็เป็นบุญคุณกับพวกเรายิ่งนักแล้ว ภาพใกล้ชิด คมชัดเหมือนได้ไปตามสะกดรอยดูฉากเดทของคู่จิ้นอันดับหนึ่งด้วยตัวเองแบบนี้

ฉันคลิกขวาเซฟรูปเข้าคลังของตัวเองรัวๆ พร้อมกับที่ส่งลิงก์กระทู้ใหม่ไปให้พี่สาวร้านหนังสือ




END ฉากเดทในโรงหนัง



คราวหน้าจะไม่ซี้ซั้วทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว...//ยิ้มเจื่อน
รู้สึกฝืดมาก และมือตกมาก เหมือนไม่ค่อยสนุกซักเท่าไร
เขียนเรื่องเดท โดยที่ตัวเองไม่เคยเดทนี่มันยากลำบากจริงๆนะคะ//ร้องไห้
ที่ยากลำบากอีกเรื่องคือฉากมะรุมมะตุ้มรุมแย่งอู๋เสียนี่แหละ...//ร้องไห้หนักกว่าเดิม
มันถึงได้กินเวลายาวนานกว่าจะจบฉากเดทลงได้
ฉากสวีทในโรงหนังนี่คิดนานมากว่าจะเอายังไง เพราะเราไม่มีโมเม้นท์แบบนั้นเลย
ไปดูหนังก็มีแต่ลุยเดี่ยวบ้าง ไปกับเพื่อนบ้าง แถมยังไม่เคยซื้อพวกป๊อบคอร์นหรือโค้กเลย ไม่รู้จะเขียนยังไง
สุดท้ายก็ลงเอยเป็นอย่างที่เห็นแหละค่ะ
ชอบ ไม่ชอบตรงไหนก็ติชมกันได้เลยนะคะ เผื่อจะได้เอาไปแก้ไขในฉากต่อๆไป(ถ้านึกต่อได้)แล้วเรื่องอื่นที่จะเขียน
avatar
The_Dark_Lady
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 301
Points : 1285
Join date : 21/06/2015
Age : 22
ที่อยู่ : On the Land, Below the sky

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] (AU) We're dating 2/2 (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by Rozenkreuz on Wed 05 Aug 2015, 15:44

5555555555
ผมรู้แล้ว ผมก็เขียนฉากเดทไม่เป็น แต่รู้สึกความเป็นด้วงของพวกเราจะมีสกิลซัพพอตพิเศษให้เขียนฉากแฟนเกิร์ลได้คล่องมือยิ่งนัก ฮ่าๆๆ
คุณพี่ร้านหนังสือ ทำดีย์ ดีงามมมมมมม เส้นสายกว้างขวางนะด้วงกลุ่มนี้ ถถถถ
คนปล่อยภาพบนดาดฟ้าน่าจะเป็นเสี่ยอ้วน คนเดียวกับในร้านชาบูหรือเปล่าครับ
ส่วนภาพในโรงหนัง ไม่รู้ว่าใคร อ่านดูเหมือนกับทุกคนจะนั่งเรียงอยู่แถวเดียวกันนี่นา แปลว่าคนที่แอบถ่ายจากด้านหลังคือด้วงปริศนา!!! แค่กๆๆ

แต่ผมติดใจเจ๊อาหนิงแฮะ นางดูมีลับลมคมในแปลกๆ คนแบบนี้ไม่น่าดูไม่ออกว่าอู๋เสียโดนเสี่ยวเกอคาบไปกกตั้งนานแล้ว แถมเจอฉากฟรุ้งฟริ้งระยะประชิดขนาดนี้ต้องมีความเป็นด้วงในตัวตื่นขึ้นมาบ้างสิน่า เหมือนกับด้วงอู๋คนนั้น เจอผิงเสียต้องยอมสยบ ฮ่าๆๆ
หรือเจ๊หนิงจะเป็นคนถ่ายรูปในโรงหนังน้อ ถถถถ
avatar
Rozenkreuz
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่

จำนวนข้อความ : 625
Points : 1499
Join date : 01/07/2015
Age : 24
ที่อยู่ : กองทัพผีเก็บเห็ดแห่งประตูสำริด

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] (AU) We're dating 2/2 (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by yakusoku on Wed 05 Aug 2015, 16:52

กรี๊ดดดด อ่านแล้วฟินมากค่าาา//รู้สึกนายจางแอบเจ้าเล่ห์เบาๆ
avatar
yakusoku
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 369
Points : 1481
Join date : 05/11/2014
ที่อยู่ : โลงในสุสานโบราณ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] (AU) We're dating 2/2 (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by Cathareen on Wed 05 Aug 2015, 21:36

ดูเหมือนจะรู้ตัวคนร้าย(ปล่อยรูป)แล้ว 555555555555
เสี่ยวเกอจะตัองห้ามใจตัวเองหนักมาก
/w/ หงิง มีพานสามด้วยยย น่ารักกกก
avatar
Cathareen
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 149
Points : 1246
Join date : 24/12/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] (AU) We're dating 2/2 (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by The_Dark_Lady on Wed 05 Aug 2015, 21:54

Rozenkreuz พิมพ์ว่า:5555555555
ผมรู้แล้ว ผมก็เขียนฉากเดทไม่เป็น แต่รู้สึกความเป็นด้วงของพวกเราจะมีสกิลซัพพอตพิเศษให้เขียนฉากแฟนเกิร์ลได้คล่องมือยิ่งนัก ฮ่าๆๆ
คุณพี่ร้านหนังสือ ทำดีย์ ดีงามมมมมมม เส้นสายกว้างขวางนะด้วงกลุ่มนี้ ถถถถ
คนปล่อยภาพบนดาดฟ้าน่าจะเป็นเสี่ยอ้วน คนเดียวกับในร้านชาบูหรือเปล่าครับ
ส่วนภาพในโรงหนัง ไม่รู้ว่าใคร อ่านดูเหมือนกับทุกคนจะนั่งเรียงอยู่แถวเดียวกันนี่นา แปลว่าคนที่แอบถ่ายจากด้านหลังคือด้วงปริศนา!!! แค่กๆๆ

แต่ผมติดใจเจ๊อาหนิงแฮะ นางดูมีลับลมคมในแปลกๆ คนแบบนี้ไม่น่าดูไม่ออกว่าอู๋เสียโดนเสี่ยวเกอคาบไปกกตั้งนานแล้ว แถมเจอฉากฟรุ้งฟริ้งระยะประชิดขนาดนี้ต้องมีความเป็นด้วงในตัวตื่นขึ้นมาบ้างสิน่า เหมือนกับด้วงอู๋คนนั้น เจอผิงเสียต้องยอมสยบ ฮ่าๆๆ
หรือเจ๊หนิงจะเป็นคนถ่ายรูปในโรงหนังน้อ ถถถถ

เข้าใจถูกแล้วค่ะ นายอ้วนเป็นคนปล่อยภาพบนดาดฟ้ากับร้านชาบู...//ทำหน้าขรึม
ส่วนคนที่ปล่อยภาพในโรงหนัง ---ความลับค่ะ//โดนตบ
เรื่องอาหนิงนั้น เธอรู้ค่ะว่ามีซัมติงระหว่างเสี่ยวเกอกับอู๋เสียแต่เธอไม่ยอมแพ้ค่ะ
เธอเป็นหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในหมู่ผู้ท้าชิงอู๋เสีย
(เราจิ้นหนิงเสียเบาๆค่ะ มีช่วงหนึ่งที่อวยอาหนิงพอๆกับเสี่ยวเกอ//โดนดาบดำจ้วง)
แต่อาหนิงไม่ใช่คนปล่อยรูปแน่นอน อาหนิงนั่งที่ถัดจากพี่พานค่ะ

yakusoku พิมพ์ว่า:กรี๊ดดดด อ่านแล้วฟินมากค่าาา//รู้สึกนายจางแอบเจ้าเล่ห์เบาๆ

ดีใจที่ชอบค่ะ เพราะคหสต.คนเขียนรู้สึกว่ามันฝืด ; w ;
นายจางเจ้าเล่ห์จริงค่ะ กระซิบ//ในโรงหนังทั้งฉากพี่แกแกล้งหลับค่ะ ถถถถถ//

Cathareen พิมพ์ว่า:ดูเหมือนจะรู้ตัวคนร้าย(ปล่อยรูป)แล้ว 555555555555
เสี่ยวเกอจะตัองห้ามใจตัวเองหนักมาก
/w/ หงิง มีพานสามด้วยยย น่ารักกกก

ห้ามใจตัวเองหนักมากจริงๆค่ะ เพราะแกล้งหลับอยู่ ทำอะไรมากไปเดี๋ยวไก่ตื่น 5555
มีคนดูออกแล้วว่าเราจงใจใส่คู่พานสาม แอร้ยยยยย
คู่ครูประวัติศาสตร์กับครูพละ...รอลุ้นนะคะว่าจะมีบทอีกไหม
(เอาจริงๆคือคนเขียนจะมีไฟเขียนเอยูนี้ต่ออยู่ไหม...ตอนนี้ต้องการแรงใจและวัตถุดิบมาก)
avatar
The_Dark_Lady
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 301
Points : 1285
Join date : 21/06/2015
Age : 22
ที่อยู่ : On the Land, Below the sky

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] (AU) We're dating 2/2 (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by poypoy on Fri 07 Aug 2015, 04:57

อาหนิง อาหนิงใช่ไหมที่เป็นคนถ่าย 555
avatar
poypoy
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 105
Points : 1226
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : บ้านตระกูลอู๋ ใต้เตียงนายน้อยสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] (AU) We're dating 2/2 (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by Luckey.B on Sun 09 Aug 2015, 23:23

โอ๊ะเป็นนายอ้สนจริงๆด้วย เป็นพ่อสื่อช่างภาพหลักของกองผิงเสี่ยใช่โม้ยยย อิอิ
นี่อยากรู้ด้วงปริศนาจริงๆว่าใคร อิอิ พาร์ทแฟนเกิร์ลนี้โดนใจตลอด ประนึงเราเป็นแฟนเกิร์ลนั่งส่องภาพเลย ฮาๆๆๆ
พ่อจางเราช่างเจ้าเล่ห์ร้ายกาจยิ่งนัก ว่าแต่...
เอ๊ะๆ เจ้าชายจฉล. แอบไปซื้ออะไรคะ แหวนรึเปล่าน้า (ยิ้มกรุ่มกริ่มเบาๆ)
นายน้อยของเราก็เทียนเจินจริงๆ อิอิ จะให้รางวัลซ้ำสองหรอนายน้อย ฮุๆๆ
สามพานๆ มานิ่งๆ ให้ฟิ่นเบาด้วยนะคะเนี่ย อิอิ
avatar
Luckey.B
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 102
Points : 957
Join date : 20/07/2015
ที่อยู่ : ใต้ถุนบ้านสกุลจาง ใต้ดินบ้านอาสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] (AU) We're dating 2/2 (ผิงเสีย)

ตั้งหัวข้อ by meanato on Tue 11 Aug 2015, 08:27

ตอน"เเลบลิ้นเลียริมฝีปากที่เเห้งผาก"..นี่Dark... Dark mode จางฉี่หลิงโผล่นะคะ>///<
avatar
meanato
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 487
Points : 1612
Join date : 27/10/2014
Age : 19
ที่อยู่ : หลังประตูสัมฤทธิ์

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ