Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by sinnerdarker on Tue 04 Aug 2015, 00:14

บันทึกของเสี่ยวหลิง

-------ที่มา-------

[OS] The Last Moment [ผิงเสีย] [R18] *สปอยเล่มสิบ*

[OS] ของยึดเหนี่ยวอันไม่จีรัง [ผิงเสีย] *สปอยเล่มสิบ*

-------------เรื่องหลัก-----------

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (1) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (2) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[OS] พี่ชายที่ไม่ยอมบอกชื่อ ~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (3) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง [Imply ผิงเสีย] (3.5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (4) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (4.5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[OS] #dmbjdaily (บุหรี่) เลิกได้ไหม? [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (6) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (7) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  | บทคั่น : Black Space - I  *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (Cool *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (9) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (10) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (11) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

----------ตอนพิเศษ--------------



[OS] #dmbjdaily (ป่วย) ความลับเวลาไม่สบาย [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] เรื่องของปู่ทวด [บันทึกของเสี่ยวหลิง]

[OS] #dmbjdaily (ประถม) แปดชั่วโมงที่ห่างกัน [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] #dmbjdaily (พ่อ) บันทึกของเสี่ยวหลิง : รักอันไร้เงื่อนไข [เซี่ยอวี่ฮัว + ?? /Implied ฮัวเฮย or เฮยฮัว]

[OS] #dmbjdaily (เก้า) การรวมตัวที่ไม่รู้จุดประสงค์ [~~~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special ~~~] [All Character]

[OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

[Drabble] #dmbjdaily (น้องชาย) สิทธิ์ของคนเป็นน้อง [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา+เสี่ยวหลิง]

[Drabble] ~ว่าด้วยภาคซาไห่กับทรงผมใหม่ของอู๋เสีย~ [บันทึกของเสี่ยวหลิง]

[Drabble] ในวันที่อากาศหนาว [บันทึกของเสี่ยวหลิง]


-----ตอนพิเศษหลังเจอเสี่ยวเกอ---------


[Drabble]~ครอบครัวสุขสันต์หลังเราพบกันที่ฉางไป๋ซาน~[บันทึกของเสี่ยวหลิง/ผิงเสีย/เฮยฮัว]

[Drabble] #dmbjdaily (สำริด) ตลกหลายฉากของสองหนุ่มแห่งต้นสำริด [บันทึกของเสี่ยวหลิง+เหล่าหยาง]

[OS] #dmbjdaily (ทวินเทล) สาเหตุที่ยอมลงให้ [บันทึกของเสี่ยวหลิง/ผิงเสีย] *สปอยเล่มสิบ / 10 Years Laters* [อัพเดท : FA by Zerin]



+++++++++++++++++++++++


(12)



“เสี่ยวหลิง มานี่หน่อยลูก”

คุณครูที่โรงเรียนกวักมือเรียกผมระหว่างคาบว่าง ผ่าเสียงอันวุ่นวายเข้ามา

ผมที่กำลังคุยกับหลี่กวงอยู่หันไปมองคุณครู ก่อนจะลุกขึ้น แล้วเดินไปหาเธอ เอ่ยถามเสียงเบา “มีอะไรหรือครับคุณครู”

“คุณย่าของเสี่ยวหลิงโทรมาบอกครูว่าวันนี้จะมารับช้าหน่อย ให้นั่งรออยู่ที่โรงเรียนก่อนน่ะจ๊ะ เรารอได้ใช่ไหม?” คุณครูเอ่ยบอกผม ท่าทางเป็นกังวลนิดหน่อย แต่ว่าผมส่ายหัวไปว่าไม่เป็นไร ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องรออยู่ที่โรงเรียนจนเย็น แล้วก็ขอบคุณคุณครูที่ช่วยมาบอก

นานแล้วที่ผมไม่ต้องนั่งรอใครซักคนอยู่ที่โรงเรียน

พอใกล้จะคิดถึงเรื่องของใครซักคน ผมก็สะบัดหัว พยายามไม่คิดถึง

ตั้งแต่มาอยู่บ้านใหญ่ ย่าใหญ่มักจะมารับผมตรงเวลาเลิกเรียนเสมอ ตอนเย็นผมจึงแทบไม่มีเวลาคุยเล่นกับหลี่กวง แต่เราก็คุยกันในคาบว่างเอา พอผมบอกเขาไปว่าวันนี้ย่าใหญ่จะมารับช้า หลี่กวงก็หูตั้ง บอกว่าให้ผมไปเล่นบอลกับเขา แต่ว่าผมปฏิเสธไป ยังเข็ดตอนที่ล้มคราวก่อนไม่หาย

ระยะหลังมานี้ ผมมักจะมาถึงโรงเรียนก่อนเข้าเรียน และกลับบ้านตรงเวลา จึงกลายเป็นว่าช่วงเช้าผมมีเวลาว่างมากขึ้น บ่อยครั้งหลี่กวงจึงมักจะลากผมไปเล่นบอลด้วย บางครั้งผมปฏิเสธได้ก็โชคดีไป บางครั้งปฏิเสธไม่ได้ ก็จะถูกลากไปร่วมเล่นด้วย บางวันก็ล้มจนเข่าถลอกปอกเปิก บางวันก็โดนบอลเตะใส่หน้า ระยะหลังผมเลยรู้สึกขยาดการเล่นบอลนิดหน่อย พอมาถึงโรงเรียนตอนเช้าเลยชอบหนีไปนั่งห้องสมุด

..ถึงสุดท้าย หลี่กวงจะหาตัวผมเจอแล้วลากไปเล่นอยู่ดีก็ตาม

วันนี้ตอนเย็น หลังจากคุยกันนานผมก็ตัดสินใจปฏิเสธหลี่กวงขั้นเด็ดขาด ชี้แผลช้ำที่แขนซึ่งเกิดเพราะล้มโครมลงกับพื้นสนามเมื่อเช้า พอเห็นแผลนั้นหลี่กวงถึงได้บู่ปาก ยอมปล่อยผมไปแต่โดยดี แต่ยังกำชับว่าให้มานั่งดูข้างสนาม ห้ามไปนั่งไหนคนเดียว

ผมกลัวว่าถ้าปฏิเสธ หลี่กวงจะจัดการลากคอผมไปเล่นด้วย เลยพยักหน้าหงึกๆ ไป อย่างน้อยถ้านั่งอยู่ข้างสนาม ที่ต้องระวังก็แค่ลูกบอลที่จะลอยมาใส่หน้าเท่านั้นเอง

อีกอย่าง ระยะนี้หลี่กวงทำตัวเหมือนเสี่ยไป๋มาก คือแทบไม่ยอมออกห่างจากข้างตัวผม ผมรู้ดีว่าเขาเป็นห่วง เพราะรู้เรื่องที่เตี่ยไปต่างประเทศแล้วทิ้งผมไว้ เขาเองมีแม่อยู่คนเดียวเหมือนที่ผมมีเตี่ยคนเดียว จึงเข้าใจความรู้สึกเหงาของผม เข้าใจว่าตอนที่เตี่ยไม่อยู่ ผมรู้สึกอย่างไร ดังนั้น บางทีหลี่กวงคงกำลังพยายามปลอบผมในแบบของตัวเองอยู่

ที่จริง ผมก็ดีใจ แต่ว่าไม่ต้องถึงขั้นลากไปเล่นบอลก็ได้…

หลังเลิกเรียน ผมไปนั่งเล่นที่ม้าหินอ่อนข้างสนามบอล ตรงนั้นมีร่มไม้อยู่ ผมยืมหนังืสอจากห้องสมุดมาเล่มหนึ่ง กะว่าจะไว้อ่านหนังสือฆ่าเวลา

ปกติแล้ว ผมมักจะชอบนั่งไกวชิงช้าอยู่ที่หน้าโรงเรียน เพราะว่าตรงนั้น เป็นที่ที่จะมองเห็นหน้าประตูได้ชัดเจนที่สุด มองเห็นเวลาที่มีคนเดินมาได้เร็วที่สุด

ทุกวัน ทุกวัน ผมนั่งอยู่ตรงชิงช้า ไกวเล่นไปมา รอให้เงาของใครซักคนปรากฏขึ้น

แต่เพราะผมรู้ดี ถึงแม้จะไกวชิงช้ารอก็ไม่มีใครเดินมาหา หรือถึงมี ก็ไม่ใช่คนที่ผมคาดหวังไว้ แต่เพราะถึงจะรู้ ก็ยังเผลอคาดหวัง ดังนั้นจึงรู้สึกใจหายทุกครั้ง ที่เงาคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่คนที่รอ

ไม่ใช่เตี่ย..

พอนึกขึ้นมาได้ ผมก็ส่ายหัวไปมา พยายามลืมสิ่งที่ผุดขึ้นในใจ จากนั้น ก็กางหนังสืออ่าน

แต่สุดท้าย สิ่งนั้นก็ยังวนเวียนกลับมาหา ทำให้รู้สึกวุ่นวายใจอยู่ดี

ดังนั้น ผมจึงสูดลมหายใจลึก ปิดหนังสือ และเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีแสดที่อยู่สูงขึ้นไป

ถึงแม้ว่ามันจะไม่ทำให้ความว้าวุ่นในใจลอยหายไปเลยก็ตาม



++++++++++++



สามเดือนแล้วที่เตี่ยไปเนปาล

ความจริงแล้ว จะว่าเตี่ยไปเนปาลก็คงไม่ได้ ล่าสุดที่ผมรู้ ตอนนี้เตี่ยอยู่ที่ทิเบต เหมือนจะไปสถานที่ที่เรียกว่ามั่วถัว แต่ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เตี่ยพบอะไรบ้าง ผมไม่ได้ตามไปมากกว่านั้น ผมรู้แค่ว่าเตี่ยยังมีชีวิต ยังคงออกเดินทางตามเบาะแสที่แสนสำคัญของเขาต่อไป

ก้าวตามมันไปโดยไม่สนใจผม

ระหว่างสามเดือนนี้ อาฮัว อาเฮย และลุงอ้วนสลับมาหาผม อาฮัวกับอาเฮยเดินทางมาเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเตี่ยที่เขาหาเจอ บางทีก็เอาจดหมายมาให้ ตอนนี้เตี่ยติดต่อสื่อสารกับปู่ใหญ่ย่าใหญ่ผ่านทางเครือข่ายของอาฮัว อาฮัวเองก็บอกว่า คามจริงเขาเองก็อยากเดินทางไปด้วย แต่เตี่ยไปไกลเกินกว่าอาฮัวจะตามไปได้แล้ว จึงได้แต่ช่วยอยู่ทางนี้ คอยส่งสารและส่งความช่วยเหลือไปให้ และบอกผมว่าเตี่ยจะไม่เป็นไรแน่นอน

ทุกครั้งที่อาฮัวมา อาเฮยจะมาด้วย เขามักจะเข้ามาเล่นกับผม อุ้มขึ้นไปแล้วกอดฟัด ถ้าปู่รองอยู่บ้าน ส่วนใหญ่ปู่รองจะมองนิ่งๆ ซักพัก แล้วจากนั้น อาเฮยก็จะวางผมลงเอง

เวลาแบบนี้ ผมรู้สึกขอบคุณปู่รองมาๆ เลยทีเดียว

จะว่าไปแล้ว ลุงอ้วนเองก็มาหาผม ดั้นด้นมาจากปาหน่าย หอบปลาตัวใหญ่มาให้ ฉีกยิ้มแล้วอุ้มผมขึ้นกอดหอมแก้มซ้ายขวา บางครั้งก็ขอยืมครัวของย่าใหญ่ทำอาหารให้ แล้ววันนั้นก็จะมีมื้ออาหารยิ่งใหญ่กินเลี้ยงกัน ลุงอ้วนเป็นคนร่าเริง อยู่ที่ไหนก็มีแต่ทำให้คนรู้สึกสนุกสนาน แต่ว่าตัวผมในตอนนี้ ยิ่งอยู่กับลุงอ้วน ก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ

เพราะพอมองลุงอ้วน ก็จะไพล่คิดไปถึงเตี่ยเสียทุกที แล้วพอคิดถึงเตี่ย ก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทุกที

ผมทราบดีว่า ที่ลุงอ้วนมาบ่อยๆ แบบนี้ คงเพราะเป็นห่วงผม อยากให้ผมร่าเริง ลุงอ้วนพยายามบอกเสมอว่าเสี่ยวหลิง ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวเตี่ยของหลานก็กลับมา เตี่ยจะไม่เป็นไร และลูบหัวผม

ผมพยักหน้าตอบลุงอ้วน ไม่ได้รับคำหรือปฏิเสธไป แต่ในใจรู้ดี เตี่ยจะไม่กลับมาจนกว่าจำได้สิ่งที่เขาต้องการ

..ผมรู้สึกแบบนั้น

ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน อาเฮย อาฮัว และลุงอ้วนจะถามว่าผมเป็นอะไรหรือเปล่า เหงาไหม และผมก็บอกพวกเขาไปว่าผมไม่เป็นไร ผมอยู่กับปู่ใหญ่ย่าใหญ่ก็สบายดี

เตี่ยจะกลับมาหรือไม่กลับมาก็ช่างเตี่ยเถอะ ผมไม่อยากคุยกับเตี่ยแล้ว

ผมรู้สึกอย่างนั้น แต่ไม่ได้บอกออกไป ผมไม่อยากสนใจเรื่องของเตี่ยแล้ว ดังนั้นเวลาที่ทุกคนบอกผมว่าเตี่ยไม่เป็นไร ผมจึงทำเป็นไม่ฟัง ไม่อยากรับรู้เรื่องของเขา

จดหมายที่เตี่ยส่งมา ผมไม่ได้เอาไปทิ้ง เพราะว่าทำใจทิ้งไม่ลง แต่ก็ไม่ได้ ได้แต่เก็บเอาไว้ในลิ้นชัก ผมโกรธเตี่ยมาก โกรธจนรู้สึกอยากร้องไห้ทุกครั้งที่หยิบจดหมายขึ้นมา ดังนั้นจึงเก็บมันเอาไว้ ไม่ได้อ่านมันแม้แต่ฉบับเดียว

และไม่ได้เขียนตอบไปด้วยเช่นกัน



+++++++++++++++++++



วันหนึ่ง ลุงอ้วนก็มาหาที่บ้าน บอกว่าอาจจะไม่ได้มาหาซักพักใหญ่ๆ  

ลุงอ้วนบอกว่าเตี่ยโทรมา บอกให้ไปหา มีเรื่องที่อยากให้ช่วย แต่ลุงอ้วนเป็นห่วงผมจึงรีบมาหาผมก่อน เพื่อจะบอกว่าตอนนี้เตี่ยอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรอยู่ จากนั้นถามว่ามีอะไรอยากฝากถึงเตี่ยหรือเปล่า ของ จดหมาย หรืออะไรทำนองนั้น เขาจะเอาไปฝากให้

ผมส่ายหัวไปมา บอกลุงอ้วนไปว่าไม่มีอะไรที่อยากฝากถึงเตี่ย ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือสิ่งของ หรือถึงมี ผมคิดว่าถึงพูดไป ก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา อีกอย่าง เรื่องนี้ก็ทำให้ผมโกรธเตี่ยไปยิ่งกว่าเดิม

เตี่ยโทรหาลุงอ้วน ให้ลุงอ้วนไปหา แต่กลับทิ้งผมเอาไว้ที่นี่ ไม่ยอมพาไป

จริงๆ แล้วเตี่ยรักผมหรือเปล่า ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้ว

ลุงอ้วนเคยบอกว่าเตี่ยรักผมมาก แต่ว่าเตี่ยทิ้งผมไว้ที่นี่ เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้ว ผมอาจจะเป็นภาระของเตี่ยก็ได้ เตี่ยอาจจะไม่รักผมเลยก็ได้

แต่ว่ายิ่งคิดแบบนั้น ผมก็ยิ่งใจเสีย ยิ่งไม่อยากคุยกับเตี่ย ดังนั้นในวันที่ลุงอ้วนเดินทางไปหาเขา ผมจึงไม่ได้ฝากอะไรไปแม้แต่อย่างเดียว



++++++++++++++++++++



ระหว่างที่ผมจมอยู่ในห้วงความคิดของตน ท้องฟ้าสีแสดก็เริ่มเข้มสีขึ้นทุกที

ผมมองออกไปที่สนาม ผู้คนเริ่มบางตาประปราย หลี่กวงยังคงเตะอยู่กับเด็กไม่กี่คนบนสนาม แต่ระยะนี้แม่ของเขามารับเร็ว อีกไม่นานคงกลับบ้าน

ผมหยิบนาฬิกาขึ้นมาดู อีกไม่นานคงใกล้มืด แต่ว่าย่าใหญ่ยังไม่มา ทำให้ผมรู้สึกกังวลใจขึ้นมา

ทำให้ผมจำไกด้ ว่าท้องฟ้าสีนี้ เป็นสีเดียวกับวันนั้นที่ผมรอเตี่ย

ท้องฟ้าที่เริ่มมืดลงทุกขณะ แต่เมื่อจ้องไปที่ประตูโรงเรียน กลับไม่มีใครเดินมา

รอแล้วรอเล่า ก็ยังไม่มา

ผมนั่งเกร็งอยู่ที่เก้าอี้ริมสนาม รู้ตัวดีว่าถ้านั่งตรงนี้ ตอนที่ย่าใหญ่มาจะไม่ทราบว่าผมอยู่ตรงไหน แต่นับแต่วันนั้นที่รอคอยเตี่ยแล้ว การนั่งที่ชิงช้าไกว ค่อนข้างจะเป็นแผลใจของผม ดังนั้นหากเลือกได้ ก็จะไม่นั่งรอที่นั่นแล้ว

แต่ว่าย่าใหญ่..

เพราะคิดถึงเรื่องที่ท่านอาจจะหาผมไม่เจอ ผมจึงสูดลมหายใจลึก เรียกหลี่กวงแล้วอบกเขาว่าผมจะไปก่อน จากนั้นก็เดินออกมา

พอเดินมาถึงชิงช้า ผมก็ตัดสินใจจะไม่นั่งบนนั้น แต่ยืนเยื้องออกมาตรงจุดที่ใกล้กับประตูโรงเรียน ยืนรอย่าใหญ่ที่น่าจะเดินผ่านเข้ามาทางประตูใหญ่ของโรงเรียน

แต่ตอนที่มองไปตรงนั้น ผมกลับเห็นเงาร่างของคนคนหนึ่ง กับควันบุหรี่

ผมเบิกตากว้างตกใจ รีบวิ่งออกไปที่ประตูโรงเรียน ภายในหัวใจนั้น มีภาพของคนคนหนึ่งผุดขึ้นมา

แต่เมื่อไปถึง คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น กลับไม่ใช่คนที่ผมคิดถึง

แต่เป็นคนอื่น

คนคนนั้นใส่เสื้อยืดสีอ่อนแล้วทับด้วยเชิ้ต ทรงผมตัดสั้น สวมแว่นตากรอบสี่เหลี่ยม ที่ใบหูมีต่างหูเงินเจาะเรียงไว้หลายอัน เขายืนพิงประตูโรงเรียน สูบบุหรี่มวนหนึ่ง ที่พื้น มีร่องรอยของบุหรี่ที่ดับแล้วร่วงอยู่หลายอัน บ่งบอกว่าคนคนนี้ ยืนอยู่หน้าประตูเป็นเวลานานแล้ว

ผมหอบหายใจ รู้สึกเหนื่อยเพราะรีบวิ่งมา แต่เห็นว่าไม่ใช่คนที่คิดไว้ ก็ได้แต่นิ่งไป

ก้อนสะอื้นเลื่อนมาจุกคอ แต่ผมเลือกที่จะกลืนมันไป

อีกอย่างหนึ่ง มีผู้ชายมายืนสูบบุหรี่อยู่หน้าประตูโรงเรียนแบบนี้ ผมจำได้ว่าครูเคยบอกไว้ว่าอันตราย ดังนั้นจึงกระชับเป้แล้วหันหลังกลับ เตรียมจะเดินเข้าไปในโรงเรียน

แต่ก็ถูกอีกฝ่ายดึงเป้ไว้ซะก่อน

ผมสะดุ้งยืนตัวเกร็ง ไม่กล้าขยับตัว จากนั้น เขาก็เอ่ยขึ้น

“ยะ..อย่า..เพิ่ง..ไปสิ” เสียงของเขาฟังดูคุ้นมาก ไม่รู้ทำไม ผมคิดว่าเคยได้ยินมาจากที่ไหนวักแห่ง “นาย..อู๋ซาน.หลิง..ใช่ไหม?”

ผมหันไปหาเขา แปลกใจที่รู้จักชื่อผม พยักหน้าไปหวั่นๆ แต่ยังไม่พูดอะไร

“..จำ..ฉัน..ได้ไหม?” เขาปล่อยมือจากเป้ผม ชี้หน้าตัวเอง

พอได้ยินแบบนั้น ผมก็หันไปมองเขา เพ่งอยู่นานก็ยังจำไม่ได้ว่าคนคนนี้เป็นใคร

ผมคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอเขา แต่จำไม่ได้ว่าที่ไหน เพราะว่าจำต่างหูกับกรอบแว่นอันนั้นได้

จำความรู้สึกใกล้ชิดบางอย่างระหว่างเราได้

ยิ่งมองใบหน้า ยิ่งเวลาผ่านไป ความระแวงของผมยิ่งลดน้อยถอยลง ดังนั้นแม้จะจำไม่ได้ว่าพี่ชายคนนี้เป็นใคร แต่ผมก็คิดว่าคนคนนี้ไม่ได้น่ากลัว

และหลังจากนึกแล้วนึกอีกก็ยังจำไม่ได้ว่าคนคนนี้คือใคร ผมก็ส่ายหัวไปให้เขา

พี่ชายคนนั้นนิ่งไป ผมคล้ายเห็นดวงตาของเขาวูบไหว ก่อนที่เจ้าตัวจะถอนหายใจ ยกบุหรี่ขึ้นอัดเข้าปอดแล้วพรูออกมา

ไม่รู้ว่าทำไม กลิ่นบุหรี่ของเขาก็ทำให้ผมคิดถึงเตี่ยขึ้นมา แม้ว่าเตี่ยจะเลิกสูบบุหรี่แล้ว ครั้งหนึ่งกลิ่นหอมหวานของบุหรี่ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขา ดังนั้นบางครั้งที่ได้กลิ่นบุหรี่ จึงมักคิดถึงเตี่ยไม่ได้

กลิ่นนี้เองที่ทำให้ผมวิ่งออกมาที่หน้าประตู และพบว่าสิ่งที่ตนคาดหวังไม่ใช่ความจริง

ระหว่างที่ผมเงียบ เขาก็เอ่ยต่อไป

“จำ..ไม่ได้..ก็ช่างเถอะ…” เขาพึมพำบอกผม หรือบางทีอาจจะบอกกับตัวเอง จากนั้นก็ยื่นมือมาแตะคางผม จับเงยขึ้นแล้วหันซ้ายหันขวา จากนั้นก็จ้องตาผมนิ่งๆ

ทั้งที่เพิ่งเคยเจอคนคนนี้ ผมกลับไม่ขัดขืนหรือรู้สึกหวาดกลัว แต่กลับปล่อยให้เขาจับใบหน้าของผมไว้ จดจ้องมาอย่างเต็มตา

“….เตี่ยนาย…มะ..ไม่อยู่หรือ?” เขาทักขึ้น ทำให้ผมสะดุ้ง ส่ายหน้าไปให้เขา

“ส่ายหน้านี่…คือ..อยู่..หรือ..มะ..ไม่อยู่” เขาถามผมซ้ำ ละมือออกไป คีบบุหรี่ไว้แล้วพ่นลมออกมา

ผมส่ายหน้าอีกครั้ง นิ่วหน้ากับควันบุหรี่นิดหน่อยแล้วเดินถอยออกมา บอกสำทับไป “ไม่อยู่ฮะ”

เขาทำสีหน้าเครียด อัดบุหรี่เข้าปอดไปอีกอึก “ช่วงนี้…ยะ…อย่าอยู่ห่างจากเตี่ย..นาย..”

คำพูดนั้นของเขาทำให้ผมชะงัก ยกสองมือขึ้นจับสายเป้ของตนแล้วกำแน่น ส่ายหัวไปมา “..ผมทำไม่ได้”

“ทำ..ไม…ปกติ..นายออกจะ..ต..ติดเตี่ยนาย”

“..เตี่ยไม่อยู่ ผมบอกแล้ว” ผมบอกเขาไป รู้สึกว่าน้ำเสียงแผ่วเบาแหบแห้ง

พี่ชายคนนั้นเลิกคิ้ว ถามผมเสียงตะกุกตะกัก “ทำไม..ไม่บอกให้..รีบกลับมา..”

พอเขาถามมาแบบนั้น ผมก็เงียบใส่ไป งเยหน้ามองเขาครั้งหนึ่ง จากนั้นก็หันหลัง เดินกลับเข้าไปในโรงเรียน

“เฮ้…!...ตอบ..สิ!” พี่ชายคนนั้นดึงหลังเสื้อผมไว้ แต่ผมรั้นจะเดินกลับเข้าไปในโรงรียน ไม่อยากตอบคำถามนี้ ผมรู้คำตอบอยู่แก่ใจ แต่ไม่อยากพูดมันออกไป

พี่ชายรั้นให้ผมตอบ แต่ผมปิดปากแน่น ไม่อยากพูดอะไร ไม่ต้องการพูดออกไป เขาแทงใจดำผม..พูดในสิ่งที่ไม่อยากนึกถึง

ทำไมไม่รั้งไว้?

ทำไมไม่บอกให้กลับมาเร็วๆ ?

..ก็เพราะถึงพูดอะไรก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

..ก็เพราะถึงบอกไป เตี่ยก็คงไม่รีบกลับมา ในเมื่อผมไม่สำคัญกับเตี่ยเท่าสิ่งที่เขาไปค้นหา ในเมื่อเราสัญญากันไว้แล้วครั้งหนึ่งว่าเตี่ยจะรีบกลับมา แต่สุดท้าย เตี่ยก็ทำลายสัญญานั้นไป

ผมไม่อยากคิดถึงคนไม่รักษาสัญญา ไม่อยากคุยด้วย

ถ้าในเมื่อผมไม่สำคัญกับเตี่ย ผมก็จะถือว่าเตี่ยไม่สำคัญกับผมเหมือนกัน

ผมกัดปาก รู้สึกว่าขอบตาร้อนผ่าว ความร้อนรนในใจพุ่งขึ้นมาอีกแล้ว ผมเกลีบดมัน ผมไม่อยากโกรธเตี่ย แต่ก็โกรธเตี่ย แล้วความรู้สึกนี้ก็ไม่ยอมหายไปไหนซะที

บางทีจนเตี่ยกลับมา ก็อาจจะไม่หายไปก็ได้

บางที เพราะว่าผมเงียบและรั้นมากเข้า เขาถึงถอนหายใจยาว

“….ไม่ว่า..ยังไง…ให้เตี่ยนาย..รีบกลับ..มาหานาย…อยู่ข้างๆ” ดูเหมือนพี่ชายจะยอมแพ้ในที่สุด เขาจึงเปลี่ยนเรื่องพูด แต่ยังคงดึงคอเสื้อผมไว้ไม่ให้เดินหนี “ไม่อย่างนั้น..นายจะเป็น..อันตราย”

พอได้ยินคำว่าอันตราย ผมก็ชะงัก หันไปมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

อันตราย..?

“จำไว้..ให้ดี” เขาบอกผม แววตาที่มองมาจริงจังจนผมรู้สึกกลัว “นาย..จากนี้..จะลืมหลายอย่าง..แต่อย่าลืม..เรื่องที่ฉันบะ..บอก

..อย่าลืมสิ่ง..ที่สำคัญ..อย่าลืม..ตัวเอง”

ผมไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไร แต่ระหว่างที่กำลังจะอ้าปากถาม ย่าใหญ่ก็เรียกผมจากข้างหลัง

“เสี่ยวหลิง ย่ามารับแล้วจ๊ะ”

ผมชะงัก หันไปหาย่าใหญ่ แล้วพอหันมาทางพี่ชายที่เงคอเสื้อผมไว้นานสองนาน ก็ไม่เห็นเขายืนอยู่ตรงนั้นเสียแล้ว

ที่เหลืออยู่ตรงนั้น มีเพียงขี้บุหรี่ที่เรี่ยราดอยู่บนพื้นเท่านั้น

ย่าใหญ่ถามผมว่ามีอะไรหรือเปล่า ดังนั้นจึงส่ายหน้าไป ปล่อยให้ท่านกุมมือและเดินกลับบ้านไปด้วยกัน

คำพูดของเขาติดใจผมอยู่นานมาก ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมาเตือนผมแบบนั้น และทำไมถึงรู้ว่าระยะนี้ ผมลืมเรื่องราวจุกจิกไปมากมายหลายอย่าง

..และผมก็ลืมถามชื่อของเขา

พอนึกขึ้นมาได้ ผมก็แปลกใจตัวเอง ผมคุยกับพี่ชายคนนั้นราวกับรู้จักกันมาก่อน ไม่ระแวง ไม่หวาดกลัว พอคิดดูอีกทีแล้ว สิ่งที่ผมทำอันตรายมากๆ

แต่ว่า พี่ชายคนนั้นมาเพื่อเตือนอันตราย ถ้าอย่างนั้น ผมก็ควรจะฟัง ใช่ไหม?

เพราะคิดแบบนั้น จึงพยายามจะจดจำสิ่งที่เขาบอก แม้ว่า..จะทำตามที่บอกไม่ได้ ก็จะพยายามระวังตัว




แต่น่าเสียดาย ที่หลังจากนั้นอีกนาน….ผมก็ได้ลืมเลือนคำเตือนของเขาไป



TBC...
avatar
sinnerdarker
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 343
Points : 1726
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : บ้านสกุลหวัง

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Rozenkreuz on Tue 04 Aug 2015, 00:26

อ้าวเวรกรรม เหลาหย่าง ทำไมไม่หาทางติดต่อนายน้อยอ่า
เรื่องสำคัญขนาดนี้ จะมามัวนั่งปิดบังก็ไม่ดีน่อ
แล้วเสี่ยวหลิงก็ลืมไปซะแล้ว แง่ว จะเป้นยังไงต่อไปละเนี่ย
บันทึกเสี่ยวหลิงแบ๊วๆกำลังจะแปลงสภาพเป็นดราม่า ง่อวววววว
*เขย่าคอเสื้อนายน้อย* กลับมาได้แล้วเฟร้ยยยยย
avatar
Rozenkreuz
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่

จำนวนข้อความ : 625
Points : 1520
Join date : 01/07/2015
Age : 24
ที่อยู่ : กองทัพผีเก็บเห็ดแห่งประตูสำริด

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by sleepyzz on Tue 04 Aug 2015, 00:29

อู๋เสีย กลับมาหาลูกได้แล้ววววว /เขย่าคอ

เสี่ยวหลิงอ่าา มาม่ะ พี่จะปลอบหนูเอง //ปู่รองมองมาด้วยสายตาพิฆาต

ปล.สงเหลาหย่าง ทั้งพ่อทั้งลูกเลย ลืมเหลาหย่างกันหมดดด ถถถ
avatar
sleepyzz
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 10
Points : 924
Join date : 14/06/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by The_Dark_Lady on Tue 04 Aug 2015, 00:29

มาแล้วสินะ...ระลอกแรก
ฮึบไว้แล้วกันนะเรา...เอาใจช่วยให้เสี่ยวหลิงผ่านวิกฤตไปได้...
แต่ต้องเริ่มจากหายงอนเตี่ยก่อนนะลูกเอ๊ยยยย
คนทักก็หัดฟังบ้างเถอะ...อย่ามัวทิฐิอยู่เลย//เหมือนใครฟะเนี่ย
ถึงจะคิดแบบนั้น คิดว่าเตี่ยจะไม่กลับมาแต่ถ้าเสี่ยวหลิงยอมบอกเตี่ยเขาอาจจะรีบกลับมาก็ได้
...ก็เสี่ยวหลิงเป็นสายใยที่เหลืออยู่นี่นา
...แงงง เวิ่นเว้ออะไรมากมายเนี่ย ขอโทษนะคะ ; w ;
PS.ตอนนี้ตาเหลาหย่างออก ดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ฉันรอพี่มาออกแทบทุกตอนเลยนะ ฮรือออ ถึงจะมาน้อยแต่ก็ขอให้มาเพราะว่าฉันคิดถึงคุณ พ่อกิ่งสำริดติดอ่างของฉัน จากนี้ไปหวังว่าจะแวะเวียนมาอีกบ่อยๆนะ
PS2.นี่อยากเชียร์น้องหลี่กวงอย่าง-จริง-จัง...//เซี่ยจื่อฮวามองแรง
avatar
The_Dark_Lady
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 301
Points : 1306
Join date : 21/06/2015
Age : 22
ที่อยู่ : On the Land, Below the sky

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by yakusoku on Tue 04 Aug 2015, 04:14

นายน้อยกลับมาหาลูกเถอะขอร้องง เสี่ยวหลิงอย่าเป็นอะไรไปเลยน๊าา
avatar
yakusoku
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 369
Points : 1502
Join date : 05/11/2014
ที่อยู่ : โลงในสุสานโบราณ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by tamahome on Tue 04 Aug 2015, 06:47

นั่นสิ! ทำไมนายไม่ไปบอกนายน้อยล่ะเหลาหย่าง! /อ๋อ ประมุขไม่มีบทให้ ฮืออออ....
พี่ชายท่านนี้อุตส่าห์ใจดีมาบอกเสี่ยวหลิง แต่พลังตัวเองก็เริ่มอ่อนลงจนตามนายน้อยไปที่ไกลๆไม่ได้แล้วรึเปล่านะ...
เสี่ยวหลิงไม่คุยกับเตี่ยเลยแบบนี้เดี๋ยวเตี่ยเครียดกลับไปอัดบุหรี่อีกนะลูก....
avatar
tamahome
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 32
Points : 1176
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by falenda on Tue 04 Aug 2015, 09:00

งื้อออออ ได้กลิ่นดราม่าระลอกใหญ่
นายน้อย รีบๆกลับมาซะที
เสี่ยวหลิงอดทนนะลูก
avatar
falenda
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 30
Points : 899
Join date : 27/07/2015
Age : 22

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by HaiSaka on Tue 04 Aug 2015, 16:36

เหลาหยางผู้น่าสงสารที่ถูกจดจำได้คร่าวๆจากต่างหูและแว่นตา 55555+

ไม่น้าาาาาาาาาา!! อู๋เสียกลับมาหาเสี่ยวหลิงไวไวสิ เสี่ยวหลิงเริ่มแย่แล้วนะ TT
avatar
HaiSaka
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 20
Points : 991
Join date : 17/04/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Luckey.B on Tue 04 Aug 2015, 22:39

ถถถถ เหล่าหยาง อย่าร้องนะอย่าร้อง อย่างน้อยเสี่ยวหลิงก็ยังจำ แว่นกับตุ้มหูนายได้นะ 555
งื้อออ อู๋เสีย รีบกลับมานะ
เสี่ยวหลิงลูก หนูต้องเข้มแข็งนะ ฝากจดหมายหรืออะไรไปบ้างเถอะลูก
จดหมายเตี่ยก็อ่านเถอะนะ ไม่งั้นเด่วหนูแย่ขึ้นมาทำไง T T

จะเครียดเรื่องเสี่ยวหลิงนะ แต่เจอสำเนียงติดอ่างของเหล่าหยางละขำซะงั้น ฮาๆๆ
avatar
Luckey.B
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 102
Points : 978
Join date : 20/07/2015
ที่อยู่ : ใต้ถุนบ้านสกุลจาง ใต้ดินบ้านอาสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (12) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Yuwadee Wana on Tue 04 Aug 2015, 23:03

อะฮึก อะฮึก สงสารเสี่ยวหลิง TT-TT
อู๋เสียยยยย รีบกลับมาได้แล้ววววววว
avatar
Yuwadee Wana
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 352
Points : 1500
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ