Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (8) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (8) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by sinnerdarker on Mon 27 Jul 2015, 00:05

บันทึกของเสี่ยวหลิง

-------ที่มา-------

[OS] The Last Moment [ผิงเสีย] [R18] *สปอยเล่มสิบ*

[OS] ของยึดเหนี่ยวอันไม่จีรัง [ผิงเสีย] *สปอยเล่มสิบ*

-------------เรื่องหลัก-----------

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (1) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (2) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[OS] พี่ชายที่ไม่ยอมบอกชื่อ ~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง  (3) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง [Imply ผิงเสีย] (3.5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (4) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (4.5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (5) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[OS] #dmbjdaily (บุหรี่) เลิกได้ไหม? [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (6) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (7) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

[Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง | บทคั่น : Black Space - I *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*


----------ตอนพิเศษ--------------



[OS] #dmbjdaily (ป่วย) ความลับเวลาไม่สบาย [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] เรื่องของปู่ทวด [บันทึกของเสี่ยวหลิง]

[OS] #dmbjdaily (ประถม) แปดชั่วโมงที่ห่างกัน [อู๋เสีย+เสี่ยวหลิง]~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special~

[OS] #dmbjdaily (พ่อ) บันทึกของเสี่ยวหลิง : รักอันไร้เงื่อนไข [เซี่ยอวี่ฮัว + ?? /Implied ฮัวเฮย or เฮยฮัว]

[OS] #dmbjdaily (เก้า) การรวมตัวที่ไม่รู้จุดประสงค์ [~~~บันทึกของเสี่ยวหลิง Special ~~~] [All Character]

[OS] #dmbjdaily (พี่ชาย) หน้าที่ของพี่ชาย [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา + เสี่ยวหลิง]

[Drabble] #dmbjdaily (น้องชาย) สิทธิ์ของคนเป็นน้อง [บันทึกของเสี่ยวหลิง : เสี่ยวฮวา+เสี่ยวหลิง]

[Drabble] ~ว่าด้วยภาคซาไห่กับทรงผมใหม่ของอู๋เสีย~ [บันทึกของเสี่ยวหลิง]

[Drabble] ในวันที่อากาศหนาว [บันทึกของเสี่ยวหลิง]


-----ตอนพิเศษหลังเจอเสี่ยวเกอ---------


[Drabble]~ครอบครัวสุขสันต์หลังเราพบกันที่ฉางไป๋ซาน~[บันทึกของเสี่ยวหลิง/ผิงเสีย/เฮยฮัว]

[Drabble] #dmbjdaily (สำริด) ตลกหลายฉากของสองหนุ่มแห่งต้นสำริด [บันทึกของเสี่ยวหลิง+เหล่าหยาง]

[OS] #dmbjdaily (ทวินเทล) สาเหตุที่ยอมลงให้ [บันทึกของเสี่ยวหลิง/ผิงเสีย] *สปอยเล่มสิบ / 10 Years Laters* [อัพเดท : FA by Zerin]


+++++++++++++++++++++++


(Cool



ผมอาจจะเคยเล่าไปบ้าง แต่นอกจากลุงอ้วนแล้ว เตี่ยมีเพื่อนที่สนิทมากเหมือนกันอีกคนหนี่ง คนคนนั้นคืออาฮัว

ความจริงแล้ว อาฮัวชื่อเซี่ยอวี่ฮัว แต่ผมเรียกว่าอาฮัว และชื่อเซี่ยอวี่ฮัวก็ไม่ใช่ชื่อจริง แต่เป็นชื่อที่ได้รับมาเมื่อไปอยู่กับอาจารย์ของเขา อาฮัวเคยบอกผมว่าชื่อจริงๆ ของเขาคือเซี่ยอวี่เฉิน แต่คนไม่ได้เรียกชื่อนี้นานแล้ว ผมรู้สึกว่าชื่อหลังนี้ฟังดูเท่มาก และไม่รู้ทำไม ก็คิดว่าชื่อแรกฟังดูเหมาะกับอาฮัวมากกว่า เพราะแม้ว่าอาฮัวยังเป็นผู้ชาย บางครั้ง ผมก็รู้สึกว่าอาฮัวสวยมากๆ อยู่ดี

อาฮัวเป็นนักแสดงอุปรากร เขาบอกผมว่าตัวเองแสดงเก่งมาก แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้ไปดู และเตี่ยเองก็ไม่เคยเห็น อาฮัวตั้งใจจะชวนเตี่ยกับผมไปดูการแสดงของเขาหลายครั้งแล้ว ติดที่ว่าสุขภาพอาฮัวไม่ค่อยดี ทั้งช่วงนี้จัดการเรื่องราวต่างๆ อยู่มากจึงห่างออกมาจากวงการ หรือแม้มีการแสดง ส่วนใหญ่จะเป็นฟากเตี่ยกับผมเองที่ไม่ว่าง จึงไม่มีโอกาสได้ไปดูการแสดงของอาฮัวเสียที

จะว่าไปแล้ว สมัยยังเด็กมากๆ ผมไม่ค่อยชอบอยู่กับอาฮัวนัก เขามักจะเงียบใส่ผม ทำให้ผมเงียบใส่เขาไปไม่ต่างกัน ผมตอนเด็กๆเงียบกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มาก แทบจะเรียกได้ว่าพูดนับคำได้ ตอนโน้นอาฮัวมาเยี่ยมเตี่ยไม่บ่อยเท่าไหร่ เวลาที่มาก็มักจะอยู่เพียงครู่แล้วจากไป เตี่ยบอกว่าที่เป็นแบบนั้นเพราะอาฮัวแวะมาหาเวลามาทำธุระแถวนี้ จึงไม่สามารถอยู่นานได้

ถึงอย่างนั้น เวลาที่มีปัญหาอะไร ก็มักจะรีบมาหา ช่วยจัดการเรื่องต่างๆให้ นับเป็นเพื่อนที่ดี

อาฮัวคนนี้ ครั้งหนึ่งเคยทักว่าผมมีพ่อสองคน ตอนนั้นผมยังเด็กมากจึงไม่เข้าใจ จะว่าไปตอนนี้..ถึงโตขึ้นมานิดหน่อย ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี ทำไมอาฮัวถึงทักว่าผมมีเตี่ยสองคน และถามเตี่ยว่าอยากได้คนช่วยดูแลผมหรือเปล่า

รวมทั้งไม่เข้าใจสีหน้าเศร้าสร้อยของเตี่ยในตอนนั้นด้วย

อาฮัวร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เป็นผลพวงจากครั้งหนึ่งเมื่อสมัยที่ยังขุดสุสาน จึงต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง เตี่ยเองหากมีเวลาก็จะไปเยี่ยม อุ้มผมเดินทางไปปักกิ่งด้วย เวลาไปถึงมักจะเจอคนสองคนอยู่กับอาฮัวเสมอ คนหนึ่งเป็นผู้หญิงมัดผมทรงซาลาเปาสองข้าง ท่าท่าร่าเริงสดใส ผมเรียกเธอว่าอาซิ่วซิ่ว ส่วนอีกคนหนึ่ง มักจะวิ่งมากอดผม (และถูกเตี่ยยันหน้าออก) คนคนนั้นชื่อเฮยเสียจื่อ..อาเฮยนั่นเอง

ปกติแล้วหลังเตี่ยยันหน้าออก และอาฮัวมีแรงมากพอ ก็จะหาอะไรมาตบกบาลอาเฮยตาม

ทีแรกผมยังกลัวๆ พอนานเข้า ก็เลยชินไป

เวลาไปเยี่ยมกันแบบนี้ เตี่ยมักจะพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกับอาฮัว พูดคุยเรื่องในอดีตบ้าง คุยเรื่องเคร่งเครียดที่ผมไม่เข้าใจกันบ้าง ระหว่างนั้นอาซิ่วซิ่วก็จะคอยผสมโรงบ้างเป็นบางครั้ง ส่วนอาเฮยมักจะกอดอกยืนห่างไกลออกไป ยืนยิ้มนิ่งๆตรงนั้น ไม่เข้ามาร่วมบทสนทนาด้วย

ผมไม่รู้ว่าทั้งสามคนเป็นอะไรกัน เพราะหากคนเราจะอยู่ด้วยกันตลอดเช่นนี้ ก็ควรมีความสัมพันธ์บางอย่างมากกว่าเป็นแค่เพื่อน แต่เมื่อผมถามเตี่ยว่าอาซิ่วกับอาฮัวเป็นคนรักกันหรือเปล่า เตี่ยก็ทำท่าคิดไป หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยบอกผม

“ตระกูลของอาซิ่วกับอาฮัวผูกพันกันมาหลายทศวรรษ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันกันมานาน จะสนิทสนมกันบ้างคงไม่แปลกอะไร..ส่วนเรื่องเป็นคนรัก เตี่ยว่าไม่น่าใช่…” เตี่ยหยุดไปเล็กน้อย “เพราะอาฮัวเขารักคนอื่นอยู่”

“ใครหรือ เตี่ย” ผมถามเตี่ยอย่างสนใจ นึกไม่ออกว่าผู้หญิงที่สนิทกับอาฮัวมากกว่าอาซิ่วซิ่วจะเป็นใคร

เตี่ยยิ้มขึ้นมานิดๆ ส่ายหัวไปมา “..เตี่ยก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ผมพยักหน้ารับเรื่องนั้น ไม่ได้เซ้าซี้ให้มากความ จากนั้น ก็เอ่ยถามต่อ “แล้ว อาเฮยกับอาฮัว เป็นอะไรกันเหรอ?”

คราวนี้ เตี่ยก็เงียบไป ลูบคางและว่าขึ้น “นั่นสิ..สองคนนี้ไปรู้จักกันตอนไหน..”

..สรุปคือ เตี่ยเองก็ไม่ทราบที่มาที่ไปเหมือนกัน

หลังจากที่เตี่ยนั่งคิดอยู่นาน เตี่ยก็ได้แต่ส่ายหัวไปมา ไม่รู้ว่าทั้งคู่เป็นอะไรกันและรู้จักกันได้อย่างไร เพราะรู้สึกตัวอีกที การที่สองคนนั้นอยู่ด้วยกันก็กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว

จะว่าไป ผมก็เห็นด้วยกับเตี่ย อาฮัวกับอาเฮยมักจะตัวติดกันเสมอ ไม่ว่ากี่ครั้งที่อาฮัวไปเยี่ยมเตี่ย ก็มักจะพกอาเฮยไปด้วย

ผมถามเตี่ยว่ารู้จักกับทั้งคู่ได้อย่างไร เตี่ยก็ว่ากับอาฮัวแล้ว เคยเจอกันเมื่อสมัยยังเด็ก มาสนิทกันอีกครั้งตอนที่เตี่ยสืบค้นเรื่องราวบางอย่างและพบกันโดยบังเอิย ทำให้ได้ไปผจญภัยด้วยกันและเริ่มพูดคุยกันมากขึ้น เตี่ยไม่ได้บอกรายละเอียด แต่ดูจากสีหน้าแล้ว คงเป็นวีรเวรวีรกรรมที่ทั้งน่าจดจำและไม่น่าจดจำ ส่วนอาเฮยนั้น เตี่ยเคยได้พบกันเมื่อสมัยที่ตามรอยของปู่สามไปขุดสุสานถึงกลางทะเลทราย ในตอนนั้นไม่ค่อยได้คุยกับนัก มารู้จักกันมากขึ้น ก็ตอนที่มาเยี่ยมอาฮัวและเจออาเฮยอยู่บ่อยๆ นั่นเอง

เมื่อพูดถึงเรื่องทะเลทราย เตี่ยก็เงียบไป คล้ายกับคิดอะไรอยู่ ในดวงตาคู่นั้น มีความเศร้าอยู่เจือจาง

ราวกับความทรงจำเมื่อครั้งนั้นติดค้างมาถึงปัจจุบัน ผุดวาบทุกครั้งที่หวนนึกถึง

เห็นแบบนั้น ผมจึงบีบมือเตี่ยนิดๆ ทำให้เขาหันมามองผมแล้วยิ้มให้

แล้วความเศร้าที่อยู่ในดวงตาก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว

+++++++++++++

เตี่ยพาผมมาเยี่ยมอาฮัวเหมือนทุกครั้ง เขาต้องเข้าโรงพยาบาลรักษาตัวตามเวลา เตี่ยจึงมักจะมาเยี่ยมอาฮัวอยู่เสมอ แต่ครั้งนี้เมื่อมาถึง สีหน้าของเตี่ยกลับดูเคร่งเครียด..มากจนอาฮัวต้องออกปากถามว่ามีอะไรหรือ ทำไมถึงทำสีหน้าราวกับจะฆ่าคน

“ฉันมีของอยากให้นายดู” เตี่ยว่าขึ้นแล้วเอาถุงผ้าออกมา แต่ตอนที่กำลังจะแกะออกให้อาฮัวดู อาฮัวกลับยกมือขึ้นหยุดไว้

“อู๋เสีย เสี่ยวหลิงยังอยู่ตรงนั้น”

พอได้ยินแบบนั้น เตี่ยก็ชะงักไป ก้มลงมองผมที่ยืนอยู่ข้างกัน ส่วนผมเงยหน้ามองเตี่ย ไม่เข้าใจว่าอาฮัวพูดถึงอะไร

ผมดูด้วยไม่ได้หรอกหรือ?

ระหว่างที่เงียบกันไป อาเฮยก็เดินเข้ามา อุ้มผมขึ้นแล้วบอกว่า

“เอาล่ะครับ ผมจะพาเสี่ยวหลิงไปเที่ยวข้างนอกซักหน่อย พวกคุณจะคุยกันนาน อยู่แต่ในห้องคงน่าอึดอัด นายน้อยสามคงไม่ว่ากันสินะครับ~~”

“เดี๋ยว นายแว่น นายจะพาลูกฉันไปไห--!”

“พี่อู๋เสีย พี่อย่าหวงลูกสิ ให้พี่เฮยพาไปเที่ยวในตัวโรงพยาบาลแป๊บเดียวเอง พี่เฮยก็อย่าลวนลามเสี่ยวหลิงล่ะ” อาซิ่วซิ่วเป็นคนโผล่มาหยุดเตี่ยไว้ จากนั้น ก็หันไปสำทับกับอาเฮย

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมไม่ทำอะไรเสี่ยวหลิงหรอก~~~~” อาเฮยว่าพลางถูแก้มตัวเองกับแก้มผม ผมหดคอหนีออกมานิดหน่อย ส่วนเตี่ยจ้องอาเฮยเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแล้ว

“นั่นน่ะนายก็กำลังทำอยู่ไม่ใช่หรือไง!”

“อะไรกัน ผมแค่เล่นกับเสี่ยวหลิงเองนายน้อยสาม”

“เฮยเสียจื่อ เลิกเล่นได้แล้ว” อาฮัวส่ายหัวระอา จากนั้นก็โบกมือไล่อาเฮย “จะไปไหนก็ไป อีกอย่างคุยกันนานคงหิวน้ำ นายอย่าลืมแวะซื้อของก่อนกลับเข้ามาในห้องด้วย”

“รับทราบแล้วคร้าบ คุณชาย ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมมานะครับ” อาเฮยตะเบ๊ะใส่อาฮัว จากนั้นก็อุ้มผมเดินตรงไปที่ประตูห้องพัก และเดินออกมาที่ระเบียง ไม่ได้สนใจสายตาของเตี่ยที่มองตามผมมาแม้แต่นิดเดียว

ฝีเท้าของอาเฮยเดินห่างออกมาจากห้องพัก แต่ผมก็ยังรู้สึกกังวล ยังคงมองไปทางประตูห้องพักที่เริ่มไกลห่างออกไป ปกติแล้วเวลาเตี่ยทำงานคัดท่าเปิ่นหรือประเมินชิ้นงานโบราณวัตถุ เตี่ยมักจะยอมให้ผมอยู่ดูด้วยเสมอ แต่ครั้งนี้ เตี่ยกลับลังเลที่จะให้ผมอยู่ด้วย ทำให้ผมไม่สบายใจ

..ทั้งคู่จะคุยเรื่องอะไรกัน จะเป็นเรื่องอันตรายหรือเปล่า

ทำไมผมถึงอยู่ฟังด้วยไม่ได้

“เสี่ยวหลิง อย่ากังวลเลยน่า” อาเฮยพูดขึ้น ลูบหลังผมแล้วตบเบาๆ และกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ “พวกเขาคุยเรื่องเคร่งเครียดกัน คงไม่อยากให้เสี่ยวหลิงได้ยินล่ะน้า~”

“เรื่องเคร่งเครียด?” ผมทวนคำของอาเฮย

“อย่างเช่นเรื่องงานไงล่ะ เสี่ยวหลิง อาไม่คิดว่าเตี่ยของเสี่ยวหลิงจะอยากให้ได้ยินอะไรแบบนั้นหรอก” อาเฮยบอกด้วยรอยยิ้มแล้วฮัมเพลง “เรื่องแบบนั้นอย่าไปกังวลเลย ไปเที่ยวร้านขนมข้างล่างกับอาดีกว่า”

ผมพยักหน้าตอบอาเฮยไป แต่ใจกลับยังอยู่กับเรื่องราวในห้องนั้น ไม่รุ้ว่าเพราะอะไร ผมกลับรู้สึกกังวลใจ อยากรู้ว่าทั้งสามคนคุยเรื่องอะไรกัน

อาเฮยเองก็เหมือนจะรู้เรื่องนั้น จึงพยายามชวนผมคุย แต่ผมเองไม่ได้ตอบรับอะไรมากไปกว่าพยักหน้า ดังนั้นบทสนทนาของเรา จึงกลายเป็นว่า มีเพียงอาเฮยที่พูดอยู่คนเดียว

นีร่เป็นครั้งแรกที่ผมได้อยู่กับอาเฮยนานขนาดนี้ ผมรู้จักอาฮัวน้อยแค่ไหน ผมก็รู้จักอาเฮยน้อยกว่านั้น อาเฮยมักจะชอบมาเล่นกับผมก็จริง แต่ว่าไม่เคยอยู่ด้วยนานขนาดนี้

นอกจากอยู่กับอาฮัวเสมอ อาเฮยก็มักจะใส่แว่นดำอยู่ตลอดเวลา เมื่อก่อนผมไม่ทันสังเกตจึงไม่เคยาม แต่คราวนี้ อาเฮยกลับยังสวมแว่นตาสีดำไว้แม้จะอยู่ในโรงพยาบาล เพราะวคามสงสัย จึงอดถามออกไปไม่ได้

“อาเฮย “ผมกระตุกเสื้อเขาไว้

อาเฮยหันมายิ้มกว้าง ถามผมเสียงใส “ว่าไงเสี่ยวหลิง?”

“ทำไมอาเฮยถึงใส่แว่นตาดำ”

“เพราะมันเท่ดีไงล่ะ!” อาเฮยตอบมาเสียงใส ส่วนผมได้แต่มองหน้าอาเฮยมึนๆ รู้สึกว่าคำตอบนี้ดูไม่ใช่คำตอบจริงๆ ซักเท่าไหร่ ถึงจะใส่เพื่อความเท่ อยู่ในโรงพยาบาลก็ควรถอดออกไม่ใช่หรือ?

พอเห็นผมทำหน้าอึนถึงขนาดนั้น อาเฮยก็ถามเสียงเศร้า “ทำหน้าแบบนั้นไม่เชื่ออาเหรอเสี่ยวหลิง”

ผมส่ายหน้าให้เขาไป

“เชื่ออาสินะ!”

“ไม่เชื่อครับ…” ผมตอบออกไปเสียงเบา อาเฮยยังคงทำสีหน้าเศร้าใส่ แต่ไม่รู้ทำไม ผมรู้สึกว่าเขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจริงๆ อาเฮยเป็นคนขี้เล่น เตี่ยเคยบอกว่าบางครั้งก็เชื่อคำพูดคนคนนี้มากไม่ได้ แต่ว่าอาเฮยเป็นคนดี อย่างน้อยก็อยู่ข้างเดียวกับเตี่ยอย่างแน่นอน

ไม่อย่างนั้น เตี่ยคงไม่ปล่อยให้ผมมากับอาเฮยง่ายๆ แบบนี้

อาเฮยจ้องมองผมแล้วถอนหายใจ เงียบได้ซักพัก ก็ยกยิ้มขึ้น เคาะแว่นตัวเองเบาๆ “สายตาอาไม่ค่อยดี มันไม่สู้แสงซักเท่าไหร่ เลยต้องใส่แว่นกันแสงเอาไว้น่ะ อีกอย่างถ้าดูดีๆ แว่นของอาเฮยจะมืดกว่าปกติ ใช่ไหม?”

อาเฮยว่าพลางขยับหน้ามาใกล้ผม ผมมองดวงตาของเขาผ่านแว่น รู้สึกว่ามันมืดกว่าแว่นตากันแดดปกติจริงๆ

ระหว่างที่กำลังจ้องมอง ก็โดนฟัดแก้มอีกจนได้

“เสี่ยวหลิงน่ารักน่าฟัดชะมัด!”

ผมน่ารักน่าฟัดตรงไหนหรือครับอาเฮย…

ผมคิดในใจ แต่ไม่ถามออกไป พยายามดันหน้าอาเฮยที่หอมแก้มตัวเองออก แต่คราวนี้ไมมีทั้งเตี่ยทั้งอาฮัวมาเขกกบาล โดนหอมแก้มซักพักผมก็เลยปล่อยเลยตามเลย เพราะจะว่าไป อาเฮยก็แค่หอมแก้มซ้ายขวาจริงๆ

แต่หอมมากๆ แบบนี้ แก้มผมชักเริ่มชาขึ้นมาแล้ว..

พอหอมจนพอใจ อาเฮยก็ผละออกไปแล้วยิ้มให้ ผมยกมือข้างที่ไม่ได้เกาะไหล่อาเฮยไว้ลูบแก้มตน รู้สึกว่าชาจริงๆ

“อาเฮยชอบเด็กเหรอ” ผมเงยหน้าถามเสียงใส

“ชอบมาก” อาเฮยตอบชัดถ้อยชัดคำ เสียงดังฟังชัด ผมคิดว่าเห็นพยาบาลหันพรวดมาทางเขา “ก็เด็กๆ ผิวนุ่มจะตายไปนี่ เสี่ยวหลิงยิ่งแก้มนุ่มๆ ยุ้ยๆ ด้วย”

ได้ยินแบบนั้นผมก็รีบยกมือกุมแก้มตัวเอง คิดว่าจริงๆแล้วก็ไม่ได้นุ่มขนาดนั้น แต่ปรากฏว่าพอทำแบบนั้น อาเฮยก็ไถแก้มสากๆของคัวเองกับแก้มผมอีกแล้ว

“เด็กๆ นี่จะคนไหนก็น่ารักจริงๆนั่นล่ะ!” อาเฮยพูดออกมาเสียงร่าเริง จากนั้นเราก็เดินลงมาถึงร้านค้า อาเฮยหยิบน้ำเปล่าให้อาฮัว ส่วนของเตี่ยหยิบเป็นโคล่า และของอาซิ่วซิ่วเป็นน้ำผลไม้ ผมเห็นอาเฮยซื้อน้ำมาเกินสามขวด เลยถามว่าอีกสองขวดจะซื้อไปทำไม

“ส่วนของอากับเสี่ยวหลิงไง หรือเสี่ยวหลิงไม่หิวน้ำ?” เขาว่าพลางหยิบขวดน้ำส้มขวดเล็กๆให้ ผมมองขวดน้ำเย็นๆในมือ พยักหน้าแล้วพึมพำขอบคุณไป

อาเฮยยิ้มแล้วลูบหัวผม จากนั้นก็เดินไปจ่ายเงินที่เคาน์ตเตอน์จ่ายเงิน บอกว่าลองไปที่วอร์ดเด็กกับเขาไหม ที่นั่นน่าจะมีสวนเล็กๆ ไว้สำหรับให้เด็กเล็กเล่นอยู่ เผื่อว่าผมอยากจะเข้าไปเล่น

ผมกะพริบตามองอาเฮยครู่หนึ่งก็ส่ายหัวไป

“ไม่อยากเล่นหรือ?”

“..ไม่เคยเล่น” ผมบอกไปตามจริง และไม่รู้ว่าเครื่องเล่นในโรงพยาบาลที่ว่าเป็นแบบไหน เพราะที่โรงเรียนที่ผมอยู่ ก็มีแค่ชิงช้าโล้เท่านั้นเอง ทั้งสมัยเด็กๆเตี่ยๆไม่ค่อยว่างพาผมไปไหน สุดท้ายเครื่องเล่นที่เด็กมักจะชอบเล่นกัน ผมเองจึงไม่เคยได้เล่นแม้แต่อย่างเดียว

อาเฮยมองหน้าผมซักพัก ก็พูดต่อว่า “ถ้าอย่างนั้นลองไปหน่อยดีไหม แค่ลองไปดูเอง ไม่เสียหายนี่?”

ลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ผมก็พยักหน้าให้อาเฮยไป อาเฮยเห็นแบบนั้นเลยยิ้มแฉ่ง รีบพาผมไปที่วอร์ดเด็กทันที

เพราะว่าเป็นวันธรรมดา วอร์ดเด็กจึงดูไม่มีใครเท่าไหร่ เครื่องเล่นเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ก็มีคนมาเล่นไม่มาก มันเป็นกระดานลื่นอันเล็กๆ สูงไม่ถึงเมตร ทำจากพลาสติกทาสีสันแสบตา มีเด็กบางคนปีนบันไดขึ้นไป จากนั้นก็ลื่นลงมา หัวเราะเอิ้กอ้าก

ผมกอดคออาเฮยไว้ รู้สึกตื่นเต้นและเขิน ปกติผมไม่ใช่คนชอบเล่นอะไรแบบนี้ แต่บางทีผมคงยังเป็นเด้กอยู่จริงๆ บลางครั้ง ก็รุ้สึกอยากลองเล่นขึ้นมาบ้าง

“ลองไปต่อแถวเลยเสี่ยวหลิง” อาเฮยบอกผมแล้วปล่อยลงบยืนกับพื้น ผมมองไปรอบๆด้วยความเคอะเขิน ก่อนจะเดินไปต่อแถวขึ้นกระดานลื่น พอถึงตาผม ผมก็ปีนบันไดพลาสติกขึ้นไป นั่งบนกระดานลื่น รู้สึกกลัวอยู่นิดหน่อยจากความสูงของตนตอนนี้ จากนั้น ก็ปล่อยให้ตัวเองสไลด์ลงมา

ความรู้สึกตอนที่ค่อยๆ ไหลลงไปถึงพื้น ให้ความรู้สึกไม่เลวเลยจริงๆ

ผมลุกขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งกลับไปต่อแถวอีกรอบ เด็กที่เล่นกันอยู่มีเพียงไม่กี่คน เวลาที่ต่อแถวก้ได้ถามืช่อพูดคุยกัน บางคนดูเหมือนจะเรียนโรงรียนเดียวกับผมแต่เป็นรุ่นน้อง เลยคุยกันว่าถ้าเจอกันโรงเรียนอาจจะได้เล่นด้วยกันอีก

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฉับพลัน มือถือของอาเฮยก็แผดเสียงร้องขึ้น

ผมเงยหน้าขึ้น ผละจากเพื่อนๆ ไปหาอาเฮย ได้ยินสียงโวยวายดังมากปลายสาย อาเฮยบอก ‘ครับ ครับ เข้าใจแล้ว’ อยู่ซักพักก็วางสายไป หันมายิ้มให้ผมหวาดๆ

“เสี่ยวหลิง เตี่ยเรียกกลับแล้ว กลับห้องกันเถอะ”

ผมพยักหน้ารับ พอมองไปที่นาฬิกาก็สะดุ้ง ดูเหมือนว่าแค่มาเล่นที่นี่ เวลาก็ผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้ว ดังนั้นจึงรีบวิ่งไปจูงมือกับอาเฮย แต่เขากลับอุ้มผมขึ้นไป พอขอให้วางลง ก็บอกว่าแบบนี้อาเฮยจะได้วิ่งกลับห้องพักได้เร็วๆ

พออยู่ด้วยกันนานๆ อาเฮยก็ไม่ใช่คนน่ากลัวจริงๆ ด้วย อาเฮยขี้เล่น เป็นคนใจดี ผมคิดว่าบางที อาจจะใจเย็นด้วย เพราะผมรู้สึกว่าเรื่องเมื่อครู่นี้ ถ้าอาเฮยไม่พูดขึ้นมาว่าจะพาผมออกจากห้อง ก็อาจจะอึดอัดกันไปอีกนาน ดังนั้นผมคิดว่า

..อาจจะอันตรายซักหน่อยตรงที่ชอบเด็กล่ะมั้ง?

“จริงสิ เสี่ยวหลิง”

อาเฮยพูดขึ้น ผมจึงเงยหน้ามองเขา เห็นอีกฝ่ายยิ้มบางๆ ตอบกลับมา “อามีคนที่อยากให้เจอ ไว้วันไหน ไปบ้านอาฮัวกันได้ไหม”

ผมไม่รู้ว่าอาเฮยอยากให้ผมเจอใคร แต่ก็พยักหน้ารับไป

อาเฮยยิ้มกว้าง หอมแก้มผมฟอดใหย่ จากนั้นดก็รีบวิ่งกลับห้องพักจนถูกพยาบาลดุใส่ จึงต้องเปลี่ยนเป็นเดินเร็วแทน

หลังจากนั้น ผมมานั่งนึกสงสัย อาเฮยมีคนที่อยากให้ผมเจอ แล้วทำไมถึงเป็นที่บ้านอาฮัว?

แต่แน่นอนว่าผมไม่ได้ถามออกไป และกว่าจะนึกเรื่องนี้ออก ก็ตอนที่กลับมาถึงบ้านแล้วนั่นเอง

++++++++++++++++++

เร่งฝีเท้าครู่ใหญ่ ในที่สุดก็กลับมาที่ห้องของอาฮัว เมื่อมาถึง ก็ดูเหมือนจะคุยเรื่องยุ่งๆ กันจบแล้ว

เตี่ยกอดอก ดูท่าทางร้อนรน เขารีบย่างสามขุมมาหาผมกับอาฮัว จากนั้นก็อุ้มผมไปกอดแน่น

“อะไรกันล่ะนายน้อยสาม นี่ผมอุตส่าห์รีบวิ่งกลับมานะ”

“นายพาเสี่ยวหลิงไปไหนมา”

“ก็แค่พาไปเดินเล่นนี่ครับ~~~”

“เตี่ย อาเฮยแค่พาผมไปเดินเล่นจริงๆ แล้วก็พาไปเล่นเครื่องเล่นด้วย” ผมกระตุกเสื้อเตี่ย เงยหน้ามองเขา เตี่ยมองผมที มองอาเฮยทีอย่างไม่เชื่อสายตา แต่เตี่ยคงรู้ว่าผมไม่ได้โกหก จึงไม่ได้ปฏิเสธ แต่ก็ยังมองอาเฮยอย่างหวาดระแวง

อาฮัวโคลงหัวขำๆ ส่วนอาเฮยแจกจ่ายขวดน้ำที่หายเย็นแล้วให้ทุกคน อาซิ่วซิ่วบ่นว่าน้ำหายเย็นแล้วไม่อร่อย แต่ก็ยังดื่มดับกระหาย ส่วนอาฮัวเหมือนจะพอใจกับน้ำที่อยู่ในระดับอุณหภูมิห้อง เตี่ยกับอาเฮยเองก็พอใจไม่ต่างกัน

หลังจากผมกลับมาแล้ว ทุกคนก็คุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไปกันอยู่ครู่หนึ่ง ซักพักเตี่ยก็ขอตัวกลับ แต่ก่อนที่จะเดินออกไป อาฮัวก็กวักมือเรียกผมให้เดินไปหา จากนั้นก็ลูบหัวเบาๆ

“เสี่ยวหลิง.ฉันมีคนที่อยากให้เธอเจอซักหน่อย มาคราวหน้า ไปที่บ้านฉันกันไหม?”

ผมเงยหน้ามองอาฮัว อดนึกถึงอาเฮยไม่ได้ นึกสงสัยว่าทำไมวันนี้ถึงมีแต่คนบอกว่ามีคนที่อยากให้ผมเจอ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

“บ้านอาฮัวที่เคยเล่าให้ฟังเหรอฮะ?” ผมถามออกไป จำได้ว่าอาฮัวอยู่บ้านที่ตัวเรือนล้อมรอบลานกลางบ้านสี่ทิศ ยังจำได้อีกว่าที่นั่นอาฮัวอยู่คนเดียว ไม่มีใครอาศัยอยู่ด้วย

“ไม่ใช่บ้านหลังนั้นหรอก ซานหลิง ฉันไม่ได้กลับบ้านหลังนั้นมานานแล้ว เป็นบ้านอีกหลัง” อาฮัวหัวเราะเบาๆ “ไว้มีเวลา ไปบ้านหลังนั้นกับเตี่ยของเสี่ยวหลิงแล้วกัน…”

“อาฮัวอยากให้เจอใคร?”

“เดี๋ยวเจอ..ก็รู้เอง”

อาฮัวทิ้งท้ายไว้แบบนั้น ขยิบตาราวกับมีเลศนัย จากนั้นก็บอกให้เตี่ยกับผมหาทางกลับบ้านก่อนค่ำ

ไม่รู้ว่าจะได้เจอคนที่ทั้งอาฮัวและอาเฮยอยากให้เจอเมื่อไหร่ แต่ผมก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาซะแล้ว

ถ้าได้พบกันเร็วๆ ก็คงดี

.

.

.

แต่ก่อนที่ผมจะได้พบกับ ‘คนที่อยากให้พบ’ ทั้งของอาเฮยและอาฮัว ก็เกิดเรื่องราวบางอย่างขึ้นซะก่อน

ทำให้กำหนดการณ์นั้นเลื่อนออกไปไกลโขถึงครึ่งปี




avatar
sinnerdarker
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 343
Points : 1726
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : บ้านสกุลหวัง

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (8) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Yuwadee Wana on Mon 27 Jul 2015, 00:29

อ่านไปอมยิ้มไป เหมือนได้ระลึกความหลังไปด้วยกัน
สำนวนยังคงอบอุ่นไม่เปลี่ยน

เสี่ยวหลิงจะได้เจอบุคคลในพรหมลิขิตของตัวเองแล้ว อ่าาาา
รอคอยตอนต่อไปค่ะ
avatar
Yuwadee Wana
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 352
Points : 1500
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (8) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by mage on Mon 27 Jul 2015, 13:40

อดคิดไม่ได้ว่าที่อาเฮยชวนเสี่ยวหลิงไปเล่นเพราะรอให้น้ำหายเย็นรึเปล่านะ : )
avatar
mage
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 60
Points : 1199
Join date : 15/11/2014
Age : 23
ที่อยู่ : บ่อปลาบ้านเซี่ย

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (8) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Rozenkreuz on Mon 27 Jul 2015, 18:21

เฮยเฮยชอบกินเด็ก ถถถถถ
avatar
Rozenkreuz
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่

จำนวนข้อความ : 625
Points : 1520
Join date : 01/07/2015
Age : 24
ที่อยู่ : กองทัพผีเก็บเห็ดแห่งประตูสำริด

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (8) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by yakusoku on Mon 27 Jul 2015, 23:41

ใครกันเน้อ คนที่เสี่ยวหลิงจะได้พบ
avatar
yakusoku
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 369
Points : 1502
Join date : 05/11/2014
ที่อยู่ : โลงในสุสานโบราณ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (8) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by The_Dark_Lady on Tue 28 Jul 2015, 10:42

สองคนนี่จะแนะนำใครให้เสี่ยวหลิงรู้จักกันหนอ อิอิ
ว่าแต่เสี่ยวฮัวป่วยเป็นอะไรคะ...
ส่วนตาเฮย...เสมอต้นเสมอปลายดีนะคนนี้เนี่ย
avatar
The_Dark_Lady
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 301
Points : 1306
Join date : 21/06/2015
Age : 22
ที่อยู่ : On the Land, Below the sky

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] บันทึกของเสี่ยวหลิง (8) *สปอยเล่มสิบ* *ออริคาแรกเตอร์*

ตั้งหัวข้อ by Nlm1122 on Sun 23 Aug 2015, 20:02

ใครน้า~ ลูกของสองคนนี้รึเปล่า #ผิด
avatar
Nlm1122
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 33
Points : 891
Join date : 07/08/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ