Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[Fic] Lost Memories [ผิงเสีย] Chapter12

Go down

[Fic] Lost Memories [ผิงเสีย] Chapter12

ตั้งหัวข้อ by MinMin on Tue 14 Jul 2015, 23:03




Lost Memories

fiction บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน
Pairing เมินโหยวผิงxอู๋เสีย
Timeline หลังเล่มสิบที่เมินโหยวผิงเดินทางไปยังประตู สำริด ผ่านไป 2 ปี






อย่าไว้ใจใครทั้งนั้น…

คำเตือนของซุ่นจื่อยังคงเป็นสิ่งที่ตอกย้ำผมอยู่เสมอ ถึงตอนนี้ใครเป็นตัวจริงใครเป็นตัวปลอม...ผมไม่รู้ และสับสน หรือบางทีผมอาจจะเป็นตัวปลอม ไม่ใช่อู๋เสีย เป็นแค่ใครสักคนที่ถูกหลอกให้เชื่อว่าเป็น “อู๋เสีย”

ผมอยากได้ความทรงจำคืนมาอย่างแรงกล้า ส่วนหนึ่งเพื่อยืนยันตัวตนของตัวเอง อีกส่วนหนึ่งเพื่อจะได้รู้เรื่องทั้งหมดเสียทีว่ามันเป็นยังไงกันแน่ และอีกส่วนหนึ่ง...เพราะเมินโหยวผิง

ผมไม่มีความคิดว่าเขาเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม สำหรับผมที่ความจำเสื่อม เมินโหยวผิงคนนี้คือเมินโหยวผิงคนเดียวที่ผมรู้จัก เขาช่วยผมมาตลอดตั้งแต่เจอกันในสุสาน หากเขาคิดร้ายกับผมจริง มีโอกาสตั้งมากมายที่จะฆ่าผมทิ้ง ระดับฝีมืออย่างเขา สับผมเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเอาไปเลี้ยงปลาก็ยังทำได้ง่ายๆ

...ผมแค่อยากรู้ ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเขาเป็นยังไงกันแน่ และทำไมเขาถึงมาปรากฏตัวในตอนนี้ หากเชื่อตามที่นายอ้วนบอก เมินโหยวผิงควรอยู่หลังประตูที่ฉางไป๋ซาน...ไม่ควรมาอยู่ที่นี่

จะยังไงก็ตาม ผมได้แต่หวังว่าเรื่องราวจะไม่เลวร้ายมากนัก หากเสี่ยวฮัวในตอนนี้ไม่ใช่เสี่ยวฮัวตัวจริง แล้วเสี่ยวฮัวตัวจริงอยู่ที่ไหน เขาจะปลอดภัยหรือเปล่า ผมรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งต้องยืนรอเฉยๆอย่างนี้ความคิดยิ่งฟุ้งซ่านจนต้องตบหัวตัวเองให้หยุดคิด

เมินโหยวผิงออกไปสำรวจรอบๆว่ามีใครดักอยู่หรือไม่ ผมกับนายอ้วนยืนรอที่รถ โชคดีที่รถของผมยังมีน้ำมันอยู่ ปริมาณมากพอที่จะขับไปถึงสถานีรถไฟ จึงไม่ต้องระแวงเรื่องโบกรถแท็กซี่ นายอ้วนจุดบุหรี่สูบเป็นมวนที่สาม อยู่ๆก็ถามว่า

“นายมีเชือกหรือเปล่า”

ผมนึกสัมภาระที่จัดลงกระเป๋า “มีเชือกสำหรับปีนเขา”

“น่าจะพอใช้ได้ ฉันมีเชือกปีนเขาอีกเส้น ถ้าเส้นเดียวไม่พอ ฉันจะช่วยนาย”

“ช่วยอะไร” ผมยังไม่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการสื่อ

“จับเสี่ยวเกอ” นายอ้วนกล่าว “ฉันบอกนายไปแล้วว่าเสี่ยวเกอไม่ควรอยู่ที่นี่ในตอนนี้ เพราะฉะนั้นฉันถึงได้งงตอนที่เห็นเสี่ยวเกอกับนาย ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ถามนายที่ความจำเสื่อมก็คงไม่ได้เรื่องอะไร ตอนนายหลับ ฉันลองถามเสี่ยวเกอแล้วแต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรเหมือนกัน”

“ฉันสงสัยมานานแล้ว ฉันกับเสี่ยวเกอสนิทกันมากขนาดไหน”

นายอ้วนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้านายเป็นผู้หญิง ฉันคงนึกว่านายกับเสี่ยวเกอเป็นคนรักกัน”

ผมสำลักอากาศ ไอค่อกแค่กทันที “นายแม่ง เปรียบเทียบซะน่าขนลุก”

“ฉันแค่เปรียบเทียบให้นายเห็นภาพชัดที่สุด มีอยู่ช่วงหนึ่ง เสี่ยวเกอความจำเสื่อม นายเป็นเดือดเป็นร้อนแทน ลงทุนช่วยเหลือตั้งมากมาย แล้วยังตอนที่เจอเสี่ยวเกอในบ้านสกุลจาง…” นายอ้วนหยุดชะงัก เปลี่ยนเป็นถอนหายใจ โยนบุหรี่ลงพื้นใชี้เท้าขยี้ดับไฟ “ช่างเถอะ สำหรับฉัน นายเป็นคนที่เสี่ยวเกอยอมเปิดใจให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นรีบกลับมาจำทุกอย่างได้แล้ว ไม่อย่างนั้นตัวนายเองจะเสียใจ”

ถ้ากลับมาจำได้ง่ายๆ คงไม่ลำบากขนาดนี้

ผมถอนหายใจตามเขา “นายคิดว่าเสี่ยวเกอโกรธที่ฉันจำเขาไม่ได้หรือเปล่า”

“เทียนเจินหนอเทียนเจิน สมมติมีคนสัญญากับนายว่าไม่ว่าผ่านไปกี่ปีก็จะรอนาย แต่แค่สองปีผ่านไป นายกลับมาพบว่าหมอนั่นจำนายไม่ได้ นายจะโกรธหรือเปล่า”

...นี่ผมเคยไปสัญญาอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ...มิน่า เมินโหยวผิงถึงได้ตามหาผม ยิ่งฟังผมยิ่งรู้สึกผิด อยากเอาหัวโขกกำแพงอีกสักหลายที เผื่อสมองกระเทือนแล้วความทรงจำจะกลับมา ผมยังจำตอนที่คุยเรื่องลัญจกรได้...บรรยากาศตอนนั้นหนักอึ้ง นั่นคงจะเป็นน้ำหนักของสิ่งที่เรียกว่าสัญญา

“น้องเสี่ยวเกอ เป็นยังไงบ้าง”

ได้ยินนายอ้วนถาม ผมหันซ้ายขวาไม่เจอใคร แต่พอหันไปข้างหลังเจอหน้าเมินโหยวผิงลอยอยู่ในความมืด สะดุ้งตกใจ ไอ้บ้านี่ โผล่มาไม่ให้สุ่มให้เสียง ทำตัวอย่างกับเป็นวิญญาณ

เมินโหยวผิงบอกว่าไม่มีใครดักเฝ้าอยู่ นายอ้วนจึงออกรถ เขาเป็นคนขับ ผมกับเมินโหยวผิงนั่งข้างหลัง มองทิวทัศน์กลางคืนของเมืองหังโจว แสงไฟสว่างลานตา พอหันกลับมาในรถปรากฏว่าเมินโหยวผิงนั่งหลับไปแล้ว

ตลอดทางไม่มีเหตุการณ์อะไรแปลกประหลาด พวกเรามาถึงสถานีรถไฟ ตีตั๋วขึ้นรถไปยังเป้าหมายแรกสุดที่ควรจะเป็น...ฉางไป๋ซาน

หลังจากปรึกษากับนายอ้วน สิ่งแรกที่ผมควรทำในตอนนี้คือย้อนเรื่องราวทั้งหมด จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้คืออีกฝ่ายอยากได้ลัญจกร ถ้าอย่างนั้นผมควรนึกให้ออกว่าลัญจกรอยู่ที่ไหน

นิสัยอย่างผม นายอ้วนฟังธงว่าผมต้องเอามันติดตัว...ต่อให้บอกคนอื่นว่าเอาไปซ่อน แต่ผมจะต้องพกติดตัวอย่างแน่นอน คำถามต่อไปคือ หากผมพกติดตัว ตอนที่กลุ่มนักสำรวจเก๊ช่วยผม พวกเขาน่าจะค้นกระเป๋าเอาไปเลย และน่าจะฆ่าผมทิ้งได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากหลอกผม ไล่ตามผมขนาดนี้ ดังนั้นสิ่งที่เป็นไปได้คือ พวกนั้นยังไม่ได้ลัญจกร

หรือจริงๆแล้วพวกนั้นยังไม่ได้กระเป๋าของผม แต่ซุ่นจื่อค้นมีดมาให้ผม แสดงว่ากระเป๋าน่าจะอยู่กับพวกนั้น

...แล้วลัญจกรอยู่ที่ไหน

เลวร้ายที่สุดคือพวกเราต้องไปงมกันในภูเขาฉางไป๋ซาน

ในตู้นอนหกคน อีกสามคนเป็นแรงงานรับจ้างต่างเมือง ชวนพวกเราตั้งวงเล่นไพ่กินเหล้าสนุกสนาน ผมชวนเมินโหยวผิงมาเล่นด้วย แต่เขาเมินเฉย นั่งหลับอยู่คนเดียวท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวาย ไร้มนุษยสัมพันธ์โดยสิ้นเชิง

ตลอดการเดินทางในรถไฟ หากเขาไม่หลับก็จะนั่งใจลอยอยู่คนเดียว ผมเห็นแล้วรู้สึกไม่ดี หลังจากลังเลอยู่ครึ่งค่อนวัน ผมก็ตัดสินใจปีนขึ้นไปเตียงชั้นบนที่เขานั่งเหม่ออยู่ เขาจ้องมองผมตั้งแต่ผมยังยืนคาอยู่ตรงบันได ผมแอบกลัวว่าเขาจะผลักผมตกโทษฐานรบกวนเวลาใจลอยของเขาหรือเปล่า แต่โชคดีที่เขาไม่ทำอย่างนั้น

ผมคลานมานั่งข้างๆเขา ถามคำถามแรก “นายเมารถไฟหรือเปล่า” เมินโหยวผิงส่ายหน้า ผมจึงถามต่อ “ไม่ลงมาเล่นไพ่ด้วยกันสักหน่อย นั่งอยู่คนเดียวไม่เบื่อหรือไง”

เขาส่ายหน้าอีกครั้ง ผมกำลังจะถามต่อ แต่เขาตัดบทด้วยการขยับห่างออกไปจนชิดผนังอีกฝั่ง ฉันอุตส่าห์ขึ้นมาชวนนายคุยดีๆ นายกลับทำแบบนี้ ผมเริ่มไม่พอใจ ความรู้สึกนั้นผลักดันให้ผมหน้าด้านถามต่อ

“นายโกรธฉันใช่มั้ย” เขายังคงนิ่งเป็นก้อนหิน ทั้งเมินทั้งไม่สนใจผม นายอ้วนส่งเสียงเรียกให้ผมกลับลงไปเล่นไพ่ ผมหันไปบอกเขาว่าขอคุยกับเมินโหยวผิงก่อน เห็นเขาโบกไม้โบกมือพัลวันเป็นสัญญาณว่าอย่าไปรบกวนเมินโหยวผิง แต่ผมไม่สน

...นายเมินฉันได้ ฉันก็จะพูดจนกว่านายจะสนใจ

“เสี่ยวเกอ นายโกรธฉันก็บอกมาตรงๆ โกรธแล้วงอนไม่พูดไม่จา นายเป็นผู้หญิงหรือไง ถ้าอย่างนั้นฉันควรจะตามง้อนายใช่มั้ย ฉันต้องทำยังไง คุกเข่าขอร้องให้นายพูดกับฉัน ขอให้นายยกโทษ ต้องทำแบบนี้หรือเปล่า นายถึงจะสนใจฉัน” เสียงพูดของผมเริ่มแข็งขึ้นเรื่อยๆเมื่อเขายังคงนิ่ง คำพูดที่ปกติผมจะคิดก่อนก็หลุดออกมาจากปากโดยไม่ได้กลั่นกรอง

“ถ้าฉันมีความทรงจำอยู่ ฉันคงจะรู้ว่าต้องทำยังไงเพื่อให้นายสนใจ แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้อะไรเลย ที่ฉันมีก็แค่ความทรงจำไม่กี่วัน และในความทรงจำพวกนั้น นายเป็นคนที่ใช้เวลาอยู่กับฉันมากที่สุด นายเป็นคนที่เคยความจำเสื่อมเหมือนกับฉัน นายบอกว่านายเข้าใจฉัน บอกว่าฉันคือความเชื่อมโยงเพียงหนึ่งเดียวของนายกับโลกใบนี้ นายพูดแต่ละอย่างยิ่งทำให้ฉันสงสัย แต่สุดท้ายนายก็บอกว่าฉันไม่ต้องเข้าใจ แล้วนายจะพูดทำไม เรียกร้องความสนใจจากฉันเหรอ ถ้าอย่างนั้นนายก็ได้มันไปแล้ว นายรู้มั้ยว่าฉันรู้สึกผิดแค่ไหนที่จำเรื่องของนายไม่ได้ สัญญาที่บอกว่าจะจำนาย อีกสิบปีเจอกัน อะไรพวกนั้น ฉันเป็นคนพูดแต่ฉันกลับจำไม่ได้ ฉันควรจะขอโทษนายอีกสักกี่ครั้ง หรือฉันต้องทำยังไง ขอแค่นายบอกฉัน ถ้าฉันทำได้ฉันจะทำ แต่นายเล่นเงียบอยู่อย่างนี้ ฉันไปต่อไม่ถูก รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้า พล่ามอะไรก็ไม่รู้ จะว่าไปตอนนี้ฉันก็กำลังพูดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ พูดไปทำไมก็ไม่รู้ ฉันอาจจะเป็นบ้าจริงๆแล้วก็ได้”

ผมพล่ามยาวรวดเดียวจนเหนื่อย เขาเมินผมได้เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ แม่ง…ไอ้เมินโหยวผิง!

หลังจากพักหายใจประมาณบุหรี่ครึ่งมวน ผมกำลังจะเริ่มพูดต่อ ทว่า ในที่สุดเขาก็ลืมตามองผม

“นายไม่ต้องขอโทษ” เขาพูดแค่นั้นแล้วก็กลับไปนั่งหลับตา

ผมนับคำห้าพยางค์...คำพูดของผมเกือบร้อยคำแลกคำพูดของเขาได้แค่ห้าพยางค์ นี่มันยิ่งกว่าขาดทุนย่อยยับ เอาเกลือไปละลายน้ำยังได้กำไรมากกว่า แม่ง! แล้วทำไมผมต้องสนใจอะไรขนาดนี้ด้วย

ผมนั่งพล่ามเรื่องไร้สาระอีกมาก มองเห็นวิวข้างนอกเป็นอะไรก็ยกสิ่งนั้นมาพูดขยายความ นายอ้วนเอาน้ำมาให้ก็บรรยายสรรพคุณน้ำเปล่า เห็นไพ่ในมือคนข้างล่างก็เล่าประวัติไพ่ ผมไม่รู้ว่าพูดไปนานเท่าไร แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความเงียบ นอกจากห้าพยางค์นั้นแล้ว เขาไม่หลุดอะไรออกมาอีกเลย ทั้งหมดที่ผมพูดไปไม่ต่างอะไรกับพูดให้ก้อนหินฟัง ไม่มีประโยชน์จริงๆ...

ผมรู้สึกสิ้นหวัง ตอนที่กำลังจะล่าถอยคอตกกลับลงไป ก็เห็นกระเป๋าเป้ของเขาวางอยู่ จิตมารในใจของผมสั่งการทันที ผู้หญิงสมัยนี้ชอบคนเลว ในเมื่อพูดดีๆแล้วยังทำเมิน ผมควรจะเลวบ้างเผื่อเขาจะสนใจ

ผมขยับตัวไปชิดกระเป๋าเป้ เมินโหยวผิงยังคงหลับตานิ่ง ผมจึงเริ่มเปิดประเป๋าของเขาอย่างเบามือที่สุดประกอบกับเสียงเอะอะข้างล่าง เขาไม่น่าจะรู้ว่าผมวางแผนการชั่วร้ายอยู่ จะว่าไปตอนที่ผมกับนายอ้วนจัดของ เขาก็ไม่ได้รื้อของของตัวเองออกมา และไม่ได้ใส่อะไรเพิ่มเติม เขามั่นใจมากเลยหรือว่าสัมภาระของเขาพร้อมบุกน้ำลุยไฟไปได้ทุกที

ผมชะโงกดูของในกระเป๋า นึกว่าจะมีอะไรพิเศษ แต่ก็ไม่ค่อยต่างอะไรกับกระเป๋าคนเดินทางทั่วไป มีเสื้อที่ผมซื้อให้เขาด้วย อย่างน้อยเขาก็ยังเก็บมันไว้ ผมนึกว่าเขาจะโยนทิ้งไปแล้ว นอกจากนี้ก็มีอุปกรณ์ปีนเขาตั้งแคมป์ ตอนนั้นเอง ผมเห็นห่อผ้าสองห่อที่ดูแปลกแยกจากทุกสิ่งในกระเป๋า อันหนึ่งดูเก่า ส่วนอีกอันดูใหม่แตกต่างจากของชิ้นอื่น

ผมเปิดห่อผ้าที่ดูใหม่ ท่ามกลางแสงที่ไม่มากนัก เห็นเป็นรูปทรงคร่าวๆเหมือนตัวอะไรสักอย่างอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม ลองลูบคลำดูก็พบว่ามีลายแกะสลักที่ซับซ้อน ด้วยความสนใจ ผมหยิบมันขึ้นมามองจึงรู้ว่าตัวอะไรสักอย่างนั้นคือกิเลน ขณะกำลังพิจารณารายละเอียด อยู่ๆก็เมินโหยวผิงก็ปรากฏตัวอยู่ข้างๆ ดึงของสิ่งนั้นไปจากมือของผม เก็บใส่กระเป๋าเป้อย่างรวดเร็ว

ผมหันไปมองเขาอย่างตกใจ แม่ง โผล่มาแบบวิญญาณอีกแล้ว ตอนนั้นเอง ผมจึงเห็นว่าสายตาที่เขามองผมเต็มไปด้วยความร้อนรนต่างจากทุกที

“มันคืออะไร” ผมถาม สิ่งที่ทำให้เมินโหยวผิงแสดงอาการได้ขนาดนี้ ต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน

เขาดึงกระเป๋าเป้ไปวางข้างตัว กลับมานิ่งสงบเหมือนเดิม และไม่มีทีท่าว่าจะตอบคำถามของผม

ผมกำลังจะถามต่อ แต่นายอ้วนตะโกนมาบอกว่ารถไฟจอดแล้ว พวกเราต้องลงจากรถเพื่อเปลี่ยนขบวน ผมจึงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจแล้วปีนกลับลงไปข้างล่าง

ผมหยิบเป้ของตัวเอง เดินตามนายอ้วนไป ระหว่างทางก็ครุ่นคิดถึงกิเลนตัวนั้น ผมรู้สึกคุ้นเคยกับมันเหลือเกิน บางทีผมอาจจะมีอะไรสักอย่างที่เป็นกิเลนเหมือนกัน อาจจะเป็นภาพวาดหรือรอยสัก พูดถึงภาพวาด ถ้ามีเวลาว่างผมจะขอยืมตัวอย่างกิเลนจากเมินโหยวผิงมาให้นายอ้วนดู กิเลนมันต้องรูปร่างหน้าตาแบบนี้ ไม่ใช่ก้อนขยุกขยุยอะไรก็ไม่รู้แบบที่เขาวาด แล้วมาบอกว่าเป็นลัญจกร…

ลัญจกร…

นายอ้วนบอกว่าลัญจกรที่ผมตามหาอยู่นั้นมีผีประกอบกันเป็นตัวกิเลน ส่วนขนาดของลัญจกร ผมนึกภาพตอนนายอ้วนทำมือกะขนาด แล้วลองตั้งมือสองมือขึ้นมา กะเทียบกับขนาดของสิ่งที่จับเมื่อสักครู่ ก่อนจะพบว่าขนาดของมันใกล้เคียงกันมาก...มากจนน่ากลัว

ผมหันซ้ายขวา จะหาตัวเมินโหยวผิง แต่ก็พบว่ารอบตัวของผมเต็มไปด้วยผู้คนที่ทยอยลงมาจากรถไฟ ทุกคนมุ่งไปยังโถงผู้โดยสาร นายอ้วนกับเมินโหยวผิงถูกคลื่นฝูงชนกระแทกแยกห่างออกไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ ผมพยายามชะเง้อมองอยู่หลายนาทีจึงเห็นนายอ้วนอยู่ไกลพอสมควร เขากำลังมองซ้ายขวา คงกำลังมองหาผมอยู่เหมือนกัน

ผมยกมือ ตะโกนเรียกเขา แต่ท่ามกลางเสียงจอแจและฝูงชน เสียงของผมคงเบาเกินไป ผมลองตะโกนอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม แต่เขาก็ยังไม่ได้ยิน คราวนี้ผมจึงตะโกนสุดเสียง เค้นออกมาทั้งหมด ทว่านายอ้วนยังคงไม่หันมา ผมกลับมายืนปกติ ท่ามกลางผู้คนแออัดจอแจเดินผ่านไปผ่านมาอย่างไม่สนใจ

...ไม่สนใจ

ผมรู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้อง เมื่อกี้ผมตะโกนเสียงดังมาก ปกติคนรอบข้างควรจะหันมาสาปส่งสรรเสริญบรรพบุรุษของผมได้แล้ว แต่กลับไม่มีใครสนใจ ราวกับพวกเขาไม่ได้ยิน เดินผ่านผมไปเหมือนผมไม่มีตัวตน

ตอนนั้นเอง มือหนึ่งวางที่ไหล่ของผม หันไปเห็นว่าเป็นเมินโหยวผิง สีหน้าของเขาเคร่งเครียดไม่สู้ดีนัก

“ตกลงนายเมารถไฟจริงๆใช่มั้ย” ผมถาม

เมินโหยวผิงส่ายหน้า พูดว่า

“ทั้งนายและฉัน...ไม่มีเวลาแล้ว”









avatar
MinMin
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 222
Points : 1648
Join date : 28/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] Lost Memories [ผิงเสีย] Chapter12

ตั้งหัวข้อ by The_Dark_Lady on Tue 14 Jul 2015, 23:17

...ไม่มีเวลาแล้ว...

วลีนี้ที่ตามมาหลอกหลอน...
กรี้ดดดดดดดดดดด ไม่เวลาอะไรก๊านนนนนนนนนนนนน
ทุรนทุราย ลุ้นมาก ลัญจกรอยู่ที่นายเมินทั้งสองอัน แล้วไม่มีเวลาอะไรอีก
แล้วทำไมคนไม่เห็นสองคนนี่...
ไม่ใช่ว่าเป็นร่างโคลนจากพลังอะไรบางอย่างหรอกนะ...//เบลอมันไป

รอลุ้นอย่างยิ่งว่าใจจดจ่อ...
avatar
The_Dark_Lady
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 301
Points : 1439
Join date : 21/06/2015
Age : 23
ที่อยู่ : On the Land, Below the sky

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] Lost Memories [ผิงเสีย] Chapter12

ตั้งหัวข้อ by Rozenkreuz on Tue 14 Jul 2015, 23:18

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
*ทึ้งผมอย่างบ้าคลั่ง*
นี่มันโคนันหราาาาาาาาาาาาาาาา ทำไมเหมือนกำลังสืบคดีอะไรสักอย่าง ต่อให้เดามั่วก็ยังรู้สึกว่าไม่เคยใกล้เคียงจุดหมาย
ความรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์และโง่เง่าเหมือนตอนกำลังดูซีรี่ส์สืบสวนสอบสวนนี่มันอัลไลลลลลลลลลลลลลลล
ค้างคาใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มากกกกกกกกกกก
ยิ่งเป็นพวกชอบเรื่องแนวนี้แต่ไม่ชอบใช้สมองชอบรอดูตอนเฉลยแล้วนั่ง Oh Ah อะไรแบบนี้มากกว่า
ฟิคเรื่องนี้ทำร้ายผมมาก คันไปหมดเลย ยุบยิบๆ สงสัยยย คาใจจจจ งือออออ
avatar
Rozenkreuz
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่
ด้วงอาณาจักรเจ้าแม่ซีหวังหมู่

จำนวนข้อความ : 625
Points : 1653
Join date : 01/07/2015
Age : 25
ที่อยู่ : กองทัพผีเก็บเห็ดแห่งประตูสำริด

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] Lost Memories [ผิงเสีย] Chapter12

ตั้งหัวข้อ by yakusoku on Wed 15 Jul 2015, 00:22

เหมือนกันคนรอบข้างเริ่มมองไม่อู๋เสียเลยแฮะ อย่างมีตอนที่อยู่ที่บ้านหรือร้าน//จำไม่ได้คะ ของอู๋เสีย
ปรากฎว่านายอ้วนเข้ามากลับไม่เห็นนายน้อยซะงั้น จำได้ว่านายอ้วนพูดว่า อ้าว อู๋เสียยืนอยู่ตรงนี้
เองเหรอ อะไรประมาณนั้น แสดงว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับนายน้อยและก็เสี่ยวเกอแน่ๆ
avatar
yakusoku
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 369
Points : 1635
Join date : 05/11/2014
ที่อยู่ : โลงในสุสานโบราณ

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] Lost Memories [ผิงเสีย] Chapter12

ตั้งหัวข้อ by poypoy on Wed 15 Jul 2015, 04:10

อะไรรรร ประโยคคลาสสิกของเสี่ยวเกอ ไม่มีเวลาแล้ววว ซับซ้อนซับซ้อนเหลือเกิน ฮึ่มมม อยากรู้เฉลยแล้ว แงงงง ปล. นายน้อยพูดมากจริงๆ จนต้องอ่านข้ามๆ ไปคำสุดท้าย จะพูดยาวไปไหน พูดจนนายเมินหลับหรือคะ 5555
avatar
poypoy
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 105
Points : 1380
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : บ้านตระกูลอู๋ ใต้เตียงนายน้อยสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] Lost Memories [ผิงเสีย] Chapter12

ตั้งหัวข้อ by tamahome on Wed 15 Jul 2015, 09:40

เจอตอนจบสกัดดาวรุ่ง แง~~~~ ไม่มีเวลาอะไรรรรรร
เหมือนจะเล่นธีมไม่ว่าเมื่อไหร่สองคนนี้ก็จะหากันเจอจากในฝูงชนเสมอ TTTwwwwwwTTT ซึ้ง~~~
ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าเสี่ยขยันชงนะคะ 55555555//ตั้งสติใหม่

ตอนที่สงสัยว่าแค่สองปี เสี่ยวเกอออกมาได้ยังไงนี่แบบ นึกถึงประโยคที่เจัาตัวพูดเลย "ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับนาย ฉันจะรู้" แล้วฉันก็มา ไม่ว่าจะผ่านไปแค่ปี สองปี หรือยังไม่ครบสิบปีก็ตาม มาทั้งที่จำอะไรไม่ได้ กรี๊ดดดดดดดดดด คั่กๆๆๆๆๆๆๆๆ //มโนกาวแรงมาก
avatar
tamahome
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 32
Points : 1309
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] Lost Memories [ผิงเสีย] Chapter12

ตั้งหัวข้อ by kampe on Wed 15 Jul 2015, 16:14

แม่หหหหหหหหหห์ ทำไมไม่มีเวลาล่ะคะ เวลาหายไปไหน เกิดอะไรขึ้นกับนายน้อยคะทำไมคนมองไม่เห็น
แต่ละตอนมีปมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเลย
avatar
kampe
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 32
Points : 1313
Join date : 27/10/2014
Age : 20
ที่อยู่ : ใต้บันไดร้านนายน้อย

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [Fic] Lost Memories [ผิงเสีย] Chapter12

ตั้งหัวข้อ by Luckey.B on Tue 21 Jul 2015, 01:18

ไม่มีเวลาอีกแล้ว มันตามมาหรอกหลอนมากมายเลย
avatar
Luckey.B
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 102
Points : 1111
Join date : 20/07/2015
ที่อยู่ : ใต้ถุนบ้านสกุลจาง ใต้ดินบ้านอาสาม

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ