Countdown
We've been
togerther for

ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search


[OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

[OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by kuramajoy on Mon 27 Oct 2014, 18:30

หวังว่าคงไม่ใช่ฟิคแรกของห้องที่เรทหรอกนะคะ
อยากขยับจากด้วงฝึกหัดเป็นด้วงตระกูลเฮยเหลือเกินคะ

ท่านอ๋องน้อย

AUFicจอมโจรแห่งสุสาน
เรื่องของเรื่องที่แต่งคือ ไปเจอรูปเรื่องนี้โดจินย้อนยุคค่ะ นายน้อยเป็นท่านอ๋อง นายเมินเป็นแม่ทัพ แบบว่า กริ๊ดตายเลยสนองนี้ดตัวเองหน่อย
AU คือAlternate Universe เป็นรูปแบบการเขียนฟิคชั่นอีกชนิดหนึ่งที่เขียนขึ้นโดยจินตนาการล้วนๆ ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากเรื่องจริงแต่อย่างใดจะคงไว้แค่เพียงหน้าตาตัวละครและอาจจะเป็นลักษณะนิสัยเล็กๆน้อยๆของเขา
NC-18

‘สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือจิตใจของคน’
นี่คือคำสั่งสอนสุดท้ายของท่านปู่ จวบจนวันนี้ข้าก็ยังคงจดจำได้ดี นึกถึงท่านในยามที่มืออันแห้งเหี่ยวนั้นทำยังภารกิจสุดท้าย บ้านเมืองไม่เคยสงบของพวกเราถูกมองโกลรุกรานจนแทบบ้านแตกสาเหรกขาด สุดท้ายท่านปู่ก็พลีชีพในสงคราม
ข้ายังจดจำเสียงร่ำไห้ของท่านแม่ได้ นับจากนั้นท่านก็ล้มป่วยลง ตัวของข้าถูกกันออกไปนึกอยากจะไปหาท่านท่านก็เอาแต่เก็บตัวในตำหนักใน แม้ข้าจะยังเยาว์แต่เด็กผู้ชายมิอาจเข้าไปในตำหนักในที่เป็นเขตหวงห้ามของบุรุษเพศได้
เมืองชายแดนที่สี่แห่งนี้คือเมืองหน้าด่าน มีอาณาเขตติดกับประเทศของศัตรู เป็นเมืองที่สำคัญในการค้า แต่ก็เป็นเมืองที่โดนรุกรานอยู่ตลอดเวลา หากพวกเรารบพ่ายก็เท่ากับทำให้ศัตรูได้ฐานที่มั่นในการบุกตีเมืองหลวง ท่านพ่อของข้ากล่าวเช่นนี้อยู่เสมอสุดท้ายท่านก็ไปอยู่ที่ด่านหน้า ไม่กลับมาที่วังแห่งนี้อีกเลย
นับตั้งแต่นั้นชีวิตของข้าที่เหลืออยู่ก็มีเพียงเสด็จอา ท่านอารองกับอาสาม
สงครามเป็นเรื่องที่โหดร้าย มันพรากทุกสิ่งไปจากเรา สุดท้ายท่านพ่อของข้าก็สิ้นใจที่หน้าด่านโดยไม่ได้กลับมายังบ้านของเราสักครั้งหนึ่งข่าวการสิ้นชีวิตของเสด็จพ่อสร้างความโศกเศร้าให้แก่ท่านแม่ของข้า แต่เดิมท่านก็สุขภาพไม่ดีอยู่แล้ว หลังจากนั้นไม่นานท่านก็ตามท่านพ่อของข้าไป
ข้าเกลียดสงคราม แต่ด้วยกำลังของข้าไม่อาจทำให้มันยุติลงได้
ข้าขึ้นเป็นอ๋องต่อจากท่านพ่อด้วยวัยเพียงสิบขวบ โชคดีที่ตัวข้ายังมีท่านอารอง ท่านอาสาม และท่านเสนาเชี่ยคอยอุ้มชู จวบจนข้าอายุได้สิบหกคราวนี้ถึงตาของท่านอาทั้งสอง พวกท่านเดินทางไปที่หน้าด่าน และก็ไม่มีวันได้กลับมายังบ้านของพวกเราอีกเลย
ข้าเกลียดที่นั่น เพราะมันพรากทุกอย่างไปจากข้า หากแต่สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดคือเครื่องจักรกระหายสงคราม เหล่าแม่ทัพใหญ่ที่ถูกส่งมาช่วยจากเมืองหลวงล้วนแต่ไม่เพียงพอ ปกป้องเมืองซ้ำยังอยากรุกรานกลับไป
ข้าเกลียดสงคราม เพราะมันสร้างแต่ความสูญเสีย
โดยไม่รู้ตัวข้าก็กลายเป็นอ๋องและเป็นผู้สืบสกุลเพียงคนเดียวของตระกูลอู๋ต่อไปคือตาของข้า
ตัวข้าในวัยสิบแปดปีบริบูรณ์ ได้ร้องขอต่อฮ่องเต้แห่งเมืองหลวง ด้วยคำร้องขอสุดท้ายแห่งสกุลอู๋ คราวนี้ข้าผู้เป็นคนสุดท้ายจะไปยังหน้าด่าน ที่ที่พรากเอาทุกสิ่งไปจากข้า ที่ที่ตระกูลได้จบชีวิตลง หากข้าตายตระกูลของข้าคงจบสิ้น
สิ่งที่ข้าร้องขอคือ กิเลนทมิฬ... แม่ทัพผู้ได้ชื่อว่าราวกับกิเลนทะยานศึก แม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลวงผู้กรำศึกไหนก็ไม่เคยพ่ายแพ้
ได้โปรดส่งกิเลนดำมาให้ข้า หาไม่เช่นนั้นข้าจะปล่อยให้ข้าศึกเข้าสู่เมือง สวามิภักดิ์แก่มองโกลยินยอมให้ใช่เมืองของข้าเป็นฐานกำลังในการต่อสู้กับเมืองหลวง
ข้าเขียนจดหมายไปยังเมืองหลวง การเดินพันครั้งนี้แลกด้วยหัวของข้าและประชากรนับพันในเมือง ข้ารู้ว่าสาสน์นี้ต้องทำให้ฮ่องเต้ทรงพิโรธ
ข้ายังเยาว์นักมิอาจจะปกครองไพร่ฟ้าและต้านทานศัตรูได้ ตัวตนของข้ายังอ่อนด้อยเกินไป ข้ารู้ เสนาแห่งตระกูลเชี่ยก็รู้ ผู้คนจำนวนมากล้มตายในเมืองแห่งนี้แทบจะไม่เหลือคนหนุ่มอีกแล้ว ข้ามองยังเหล่าสตรีที่หลงเหลือด้วยจิตใจหดหู่
ข้าทนอยู่เบื้องหน้าของกำแพงเมืองมองลงไปยังพื้นดินชุ่มชื้น ด้านหน้ายังไม่มีทัพของศัตรูมาประชิดพวกมันเชี่ยวชาญการรบในยามค่ำคืน ข้ามองยังพื้นที่ที่ดูดเลือดเหล่าทหารเสียจนดินเป็นสีน้ำตาลอมแดงในใจรู้สึกขยะแขยงจนอยากอ้วกออกมา เสื้อคลุมของอ๋องสะบัดพลิ้วไปตามสายผม สายของหมวกพาให้ข้ารำคาญจนอยากจะถอด หากแต่ข้าถอดมันลงจากบ่าไม่ได้
หน้าที่สุดท้ายของข้าคือการปกป้อง..
“เสี่ยวฮัว เจ้าว่าเขาจะมาไหม” ข้าถามยังเสนาบดี พ่อของเสี่ยวฮัวเองก็ล้มตายไปในสงครามเหมือนกับข้า แม้กระทั่งพี่ชายของเขา พวกเราต่างมองหน้ากันไม่เหลือหนทางอื่นใดอีกแล้ว
“ข้าตกใจกับเจ้ามากกว่า ไม่น่าเชื่อเลยว่าเจ้าจะกล้าหาเรื่องคนอื่น อู๋เสียตัวน้อยขี้แยของข้าไปไหนเสียแล้ว แถมคราวนี้เจ้ากล้าหาเรื่องฮ่องเต้ชีวิตของเจ้าไม่ได้ตายดีแน่” เสี่ยวฮัว จับมือของข้า มันเย็นจนข้ารู้สึกได้ พวกเรากำลังหวาดกลัว หากข้าศึกตีเข้ามาได้เมื่อไรพวกเราคงต้องตาย แต่หากราชโอการจากฮ่องเต้มาถึงพร้อมกับแม่ทัพใหญ่เมื่อใดหัวของข้าต้องถูกตัด
“ข้ารู้ ราชโองการประหารชีวิตต้องมาถึงข้าแน่ แต่ไม่ว่าใครจะมาก็ล้วนเป็นยอดฝีมือล้ำเลิศ ในเมื่อมาแล้วอย่างไรเสียคงไม่อาจปล่อยข้าศึก และเมืองที่ไร้ผู้นำไปได้”
สูญเสียเพียงคนเดียวช่วยได้ทั้งเมือง
“ข้าจะไปฝึกทำอาหาร” เสี่ยวฮัวกุมมือของข้าเอาไว้แน่น “เวลาเจ้าตายข้าจะทำของที่เจ้าชอบไปเซ่นไหว้หลุมศพของเจ้า”
“ถึงตอนนั้นข้าจะมีดินกลบหน้าหรือไม่” หัวใจของข้าสั่นระรัว ข้ากลัว ใช่กลัวแต่ข้าอับจนหนทางแล้วจริงๆ หากฮ่องเต้ยังไม่สนใจ พวกเราก็ต้องตายกันหมด หมาจนตรอกกลับสู้ได้ถึงเพียงนี้
“เจ้าหนีไปเถอะ” เสี่ยวฮัวพูดกับข้า เขาถอดอาภรณ์ของตัวเองยื่นมันมาให้ข้า ข้าอ้าปากค้างก่อนที่จะยิ้มขมขื่น
พ่อของข้ากุมมือของข้า บอกว่าออกรบเพื่อรักษาชีวิตของข้าและแม่
อาทั้งสองของข้าลูบหัวข้าก่อนจากไป พูดว่าอยากให้ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป
แม่ของข้าร่ำไห้จนตาย
ข้าไม่เหลืออะไรแล้ว..
“ท่านอ๋อง! ทัพของเมืองหลวงมาแล้ว” เสียงของหวังเหมิงข้ารับใช้ของข้าดังขึ้น เขามีสีหน้าตื่นจนเกินกำลัง ข้าตบหัวเขาสั่งสอนไปหนึ่งทีก่อนที่จะลงจากกำแพงเมืองเพื่อต้อนรับทัพใหญ่ แม้ในใจจะหวังอยากพบพานกับกิเลนดำแต่ข้ารู้ดีคนมีฝีมือขนาดนั้นไม่สมควรส่งออกมาจากเมืองหลวง เขาสมควรอยู่ปกป้องราชธานี
สิ่งที่ข้าหวังคือ พยัคฆ์ แม่ทัพตาบอดแต่รบเก่งกาจเป็นรองแค่กิเลนดำ อย่างน้อยถ้ามีเขา ..
ข้าเดินลงจากกำแพงเมือง ขึ้นลงแบบนี้ไม่อำนวยสังขารข้าเอาเสียเลย ข้าเป็นหนอนหนังสือไม่เหมาะกับการออกกำลังกายสักเท่าไร
“หือ” ข้ายืนอยู่บนบันไดขึ้นกำแพงกองทัพที่เดินทางเข้ามายังถนนหลักหาใช่เป็นทหารชั้นเลวที่ฮ่องเต้มักจะส่งมาแบบขอไปที ข้ามองเห็นเกราะสีดำวาววับ เป็นเกร็ดราวกับเกร็ดของกิเลน การจัดทัพเดินราวกับผู้มีฝีมือ ไม่มีการแตกแถวแม้แต่น้อยพาให้ข้ารู้สึกใจชื้น พอเงยหน้าขึ้นมองธงรบของกองทัพกลุ่มนั้นข้าก็แทบเข่าอ่อน..
ธงของกองทัพปักลายกิเลนสีดำโบกสะบัดท่ามกลางความตกใจของข้าราชบริพาร ..
กิเลน.. กิเลนสีดำ ...นี่ฮ่องเต้ทรงส่งมางั้นหรือ..
“เสี่ยวฮัวตบข้าที” ข้าเอื้อมมือไปเกาะเสนาธิการคนสนิท เสี่ยวฮัวออกแรงตบหน้าข้าตามที่ขอจนหมวกแทบหลุด ไม่มีการออมแรงสักนิดทำเอาข้าเจ็บจิ๊ดถึงทรวงใน ได้แต่ก่นด่าเขาในใจ ความเจ็บที่ใบหน้าดึงสติของข้ากลับมาสู่ความจริง ว่าสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้า หาใช่ความฝันไม่
“จัดชุดของเจ้าหน่อย ถึงเจ้าจะเคยวิ่งแก้ผ้ารอบเมืองแต่นี่เป็นคนจากเมืองหลวงช่วยสวมบทบาทท่านอ๋องผู้ภาคภูมิหน่อยได้ไหม” เสี่ยวฮัวจิกกัดข้าพลางจัดหมวกและเสื้อผ้าของข้าให้เข้าที่ ข้าถลึงตาใส่เขา เสียมารยาทที่สุด ตอนที่แก้ผ้าวิ่งรอบเมืองมันตอนที่ข้ายังอายุไม่ถึงห้าขวบด้วยซ้ำ ตอนนี้ข้าสิบแปดแล้ว
“เจ้าว่าเป็นแค่กองทัพหรือ เขามาด้วย” ข้ารู้สึกว่าตัวเองถามอะไรงี่เง่า กองทัพของเขามาแล้วตัวแม่ทัพจะไม่มาได้อย่างไร
“เจ้าไปดูเถอะ “ เสี่ยวฮัวผลักข้า ข้าถอนหายใจถึงแม้เราจะเป็นเพื่อนกันแต่เด็ก ทว่าเมื่ออยู่ในหน้าที่เขาจำเป็นต้องแสร้งเป็นลูกน้องผู้นอบน้อม ข้าสะบัดชายชุดรุ่มร่าม เดินไปทีละก้าวพลางคลี่ยิ้ม
ข้าคืออ๋อง อ๋องผู้สูงศักดิ์ ห้ามทำอะไรงี่เง่านะอู๋เสีย เจ้าคือมังกร มังกรท่องไว้ห้ามลดตัวเป็นเป็ด
“ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยือนเมืองของเรา ท่านแม่ทัพ” ข้ายิ้มให้กับเขาก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น ว่ากันตามตรงแแม่ทัพผู้สร้างคุณาปการแก่บ้านเมืองขนาดเขาย่อมมีตำแหน่งเหนือกว่าอ๋องอย่างข้า แต่ข้าคือเชื้อสายห่างๆของโอรสสวรรค์จึงยังพอทัดเทียมกับเขา ไม่จำเป็นต้องคุกเข่าคารวะ
ใจจริงข้าอยากโยนตำแหน่งอ๋องทิ้ง กราบกรานขอให้เขาช่วยบ้านเมืองเสียให้รอดปลอดภัย
“ไม่ต้องนอบน้อมก็ได้อ๋องน้อย” น้ำเสียงขี้เล่นดังขึ้นจากชายผู้นำขบวน เขาใส่ผ้าปิดตาสีดำสนิท ใบหน้าได้รูปคมคาย ร่างกายสูงใหญ่
ข้าขมวดคิ้วตามที่ได้ยินคำร่ำลือมา แม่ทัพกิเลนนั้นมีรูปโฉมงดงามหล่อเหลา ดวงตาทั้งสองข้ามีสีดำลึกล้ำจนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ไม่ว่าสถานการณ์แบบใดก็นิ่งสงบดุจผู้บำเพ็ญเพียรได้ตลอดเวลา ครั้นได้พบตัวจริงกลับผิดจากเรื่องเล่าไปมากโข
โดยเฉพาะดวงตาที่มืดบอดของเขา...ข้ามองยังดวงตางดงามสองข้างที่ถูกสวมทับด้วยแว่นตาของทางตะวันตก พวกฝรั่งขาว สินค้าจากพวกนั้นหายากสำหรับเมืองจีน คาดว่าเขาคงได้มาตอนที่พวกนั้นเยี่ยมเยียนเมืองหลวง
ข้าเชิญเขาไปยังวังของข้า หาอาหารและให้ที่รับรองแด่เหล่าทหารกล้าที่เดินทางให้หายเหนื่อย กองทัพนี้ฝึกได้เป็นระเบียบมากจัดแถวราวกับสุนัขที่ฝึกอย่างดี จะยกเว้นก็แต่.. นายคนตาบอดผู้นำทัพที่นั่งอย่างไม่สำรวม นั่งกินที่ตัวเองได้สักพักก็เดินมาแหย่ข้าบ้าง แหย่สาวใช้บ้าง บางครั้นก็ลามไปหยอกลูกน้องตนเอง
“โอ้ เขาว่ากันว่าเมืองนี้เลื่องลือเรื่องใบชากับสาวงาม ข้าฟังมาไม่ผิดเลย” บุรุษตาบอดเอ่ยชมเชยข้าจึงต้องรีบรับมุกต่อจากเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นตัวจริงหรือไม่แต่การที่เขานำทัพมาได้ล้วนบ่งบอกว่าเขาคือแม่ทัพในครานี้
“ชมเชยกันเกินไปแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าจะเตรียมผู้รับรองท่านเอง” เสี่ยวฮัวขยับมาเอ่ยแทนข้า แม้การสอดเจ้านายจะดูไม่ดีแต่การรับรองย่อมเป็นหน้าที่ผู้น้อย
“เอาเจ้าแทนได้ไหม ท่านอ๋องน้อยก็ดี เจ้าก็ดีล้วนแต่งดงามไปหมด” แม่ทัพกิเลนยกจอกเหล้าขึ้นดื่ม เสี่ยวฮัวคนงามของข้าคลี่ยิ้มก่อนที่จะรินเหล้าให้กับเขา ท่วงท่าอ่อนช้อนเสียจนข้ายังเผลอมองตาม
“ก็ลองดูสิ แล้วท่านจะได้รู้ว่าดอกไม้พิษเป็นเยี่ยงไร” เสียงผู้ชายที่ราวกับเค้นออกมาจากท้องดังกังวานข้ายิ้มแห้งเสี่ยวฮัวของเรางดงามแต่เปรียบเหมือนดอกไม้พิษมีหนามไม่ว่าใครก็จับต้องเขาไม่ได้ถ้าเขาไม่ยินยอม
“หึหึ” ชายตาบอดซดเหล้าไปพลางมองเสี่ยวฮัวไปพลางก่อนที่สงครามหยอกเย้าจะเริ่มขึ้น ดูเหมือนเขาจะถูกใจเสนาของข้าอยู่มาก ในจังหวะที่ข้าคิดว่าข้าควรจะช่วยลูกน้องตัวเองดีหรือไม่เสี่ยวฮัวก็ทำมือไล่ข้าออกไป บอกว่าข้าไม่จำเป็นแล้ว
ลูกน้องไล่นายคงมีแต่เสี่ยวฮัวของข้า ...เสี่ยวฮัวเป็นแบบนี้ตลอดมีงานเลี้ยงทีไรไล่ข้าทุกที จะว่าไปแล้วไม่ว่าจะท่านพ่อ ท่านอา พอมีงานเลี้ยงรับรองทหารก็จับข้าเข้าห้องไม่ให้เพ่นพ่าน
นี่ข้าเป็นคนกินเหล้าไม่เก่ง หรือไม่มีมนุษย์สัมพันธ์ หรือเอ๋อเกินไปถึงไล่ข้าเช่นนี้ ข้าเดินหดหู่ออกจากงานเลี้ยงคิดว่าจะเข้าห้องตัวเอง เดินผ่านสวนดอกท้อ ดอกของมันเริ่มผลิบาน ดอกไม้นี้แม่ของข้าชอบมากที่สุด ข้าคลี่ยิ้มเมื่อเห็นกลีบของมันเริ่มโรยรา
ข้าควรกลับห้องแต่อดีตที่แสนหอมหวานชักพาให้ขาของข้าเดินไปใต้ต้นไม้ ที่นั่นคือที่ที่พ่อและแม่ของข้าเคยจูงมือ
“เอ๋” สายตาของข้าพลันประทะกับบุรุษเกราะดำ ดูเหมือนเขาคงเป็นนายทหารจากกองทัพ ไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงหรือไร
“เป็นอะไรไปหรือ” ข้าเอ่ยถามชายผู้ที่ยืนชมดอกท้อเงียบสงบ มือของเขาจับกลีบดอกท้อขึ้นเล่น ครั้นเขาหันหน้ามาข้าก็รู้สึกสะอึก ... สุดยอดนี่มันชายรูปงาม..ถ้าพวกสาวในเมืองมาเห็นคงจะเจี๊ยวจ๊าวน่าดู
ใบหน้าสมบูรณ์แบบได้รูป องศาพยักถูกต้องตามหลักการ แม้นัยน์ตาสีดำเรียบเฉยจะทำให้ดูยากแก่การเข้าใกล้แต่ผิวขาวผ่องกับริมฝีปากคู่สวยนั้นก็เรียกร้องหัวใจของสาวน้อยใหย่ได้อย่างไม่ยากเย็น
รูปหล่อเสียยิ่งกว่าแม่ทัพเสียอีก ....ที่แท้แม่ทัพกิเลนหล่อเหลาจนยากหาตัวจับคงเป็นแค่ข่าวลือ ก็ดูสิขนาดคนในกองยังหล่อกว่าแม่ทัพได้เลย
“....” นายทหารผู้นั้นไม่ตอบ ข้ารู้สึกเหมือนตัวเองคุยกับต้นไม้หาใช่คน ข้ากัดฟันถามเขาอีกรอบ
“เจ้าหลงทางหรือ ทางไปงานเลี้ยงเดินตรงไปเลี้ยวขวา”
“....” มีเพียงความเงียบ นายทหารผู้นั้นหาได้สนใจข้าไม่ เขาเอาแต่มองดอกท้อบนต้นไม้ พอมองตามสายตาของเขาข้าก็คลี่ยิ้ม
“มันงดงามมากใช่ไหม ดอกท้อนี้ข้าปลูกเองนะ “ ตอนที่ยังเยาว์พ่อของข้าได้ต้นกล้าดอกท้อมาหนึ่งต้น เขาสอนให้ข้าปลูกเวลาผ่านไปหลายสิบปี มันก็เกิดขึ้นเป็นต้นที่ใหญ่โต
“เจ้าปลูก?”
อื้อหือข้าไม่ได้พูดกับผีหรือคนใบ้ถ้าเขายังไม่พูดอีกข้าจะนึกว่าเขาเป็นแค่ผีต้นไม้
“ใช่แล้วข้าปลูกเติบโตออกมางดงามดีใช่ไหมเจ้าจะเด็ดไปสักดอกก็ได้นะ” พูดจบข้าก็เอื้อมมือไปหมายจะเด็กกิ่งให้กับเขาแต่นายทหารคนนั้นกลับจับมือข้าเอาไว้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาส่ายหน้าไปมา
“ดอกไม้จะงดงามที่สุดเมื่ออยู่ที่ของมัน” นายทหารคนนั้นปล่อยมือข้า ข้าหัวเราะคิดว่าที่แท้เขาเป็นคนจิตใจดีแม้กระทั่งดอกไม้ยังไม่ช่วงชิงมัน ข้ายืนมองดอกไม้จนเพลินกลับต้องสะดุ้งเมื่อ มือใหญ่ของเขาเอื้อมมาแตะที่พวงแก้มข้าข้าเพิ่งสังเกตว่ามือของเขาผิดปกติมีนิ้วสองนิ้วที่ยาวผิดปกติ
“หือ” มือนั้นเกลี่ยพวงแก้มข้าอยู่นานมากจนกระทั่งหยิบกลีบดอกไม้สองกลีบออกจากหน้าของข้าได้ ใบหน้าหล่อเหลาของนายทหารพลันคลี่ยิ้ม
ข้าแทบกระอักเลือด ว่าหน้าธรรมดาดูดีแล้วยามยิ้มนี่ฆ่าหญิงได้เป็นกองทัพ จะน่าอิจฉาไปไหน เขาหยิบกลีบดอกไม้เก็บใส่มือตนเองก่อนที่จะหันหลังยืนทิ้งให้ข้าอ้าปากอยู่คนเดียว
นี่มันอะไรกัน…
๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒


แก้ไขล่าสุดโดย kuramajoy เมื่อ Fri 31 Oct 2014, 21:12, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
kuramajoy
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 206
Points : 1424
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by kuramajoy on Mon 27 Oct 2014, 18:30

รุ่งอรุณมาเยือนได้ไม่เท่าไรประตูห้องนอนข้าก็ถูกถีบออกอย่างแรง ข้าสะดุ้งตื่นด้วยความงัวเงียนับจากงานเลี้ยงเมื่อคืนข้ายังนอนไปได้ไม่กี่ชั่วโมงนี่มันเกิดอะไรขึ้น ข้าลุกขึ้นทั้งชุดนอนเห็นหวังเหมิงตาลีตาเหลือกเข้ามาเขาก้มลงรายงานข้าอย่างรีบร้อน
“ท่านอ๋องขอรับตอนนี้กองทัพกิเลนออกไปรุกข้าศึกแล้วขอรับ”
ข้าแทบจะกระอักเลือดอะไรนะพวกเขาเพิ่งมาถึงเมื่อวานวันนี้ก็ยกทัพไปตีข้าศึกเสียแล้ว
เดี๋ยวสิ.. ตลอดมามีแต่พวกเราเป็นฝ่ายตั้งรับไม่เคยเป็นฝ่ายรุกมาก่อนเพราะจะเสียกำลังไพร่พลมากขึ้นไปอีก
“พวกเขาไปถึงไหนแล้ว” ข้ารีบแต่งตัว หยิบเอากระบี่ตกทอดของตระกูลพาดเอว แม้จะรู้ว่าฝีมือฟันดาบตัวเองย่ำแย่ถึงขั้นฟันหมายังพลาด
“กำแพงเมืองขอรับ” ข้าสั่งให้หวังเหมิงเอาม้ามาจังหวะที่ข้าจะออกไปเสี่ยวฮัวก็มาขวางทางข้า
“เจ้าไม่ต้องไป” ได้ยินคำเขาข้าก็แยกเขี้ยว
“ข้าจะไม่ไปได้เยี่ยงไรบิดาของข้า ท่าอาของข้าทุกคนล้วนแต่ไปกันหมด ถ้าไม่มีข้าแล้วใครจะสั่งไพร่พล” ที่นั่นคือจุดจบของครอบครัวข้าถ้าผู้ชายตระกูลอู๋ไปที่นั่นหมดทุกคนข้าก็ต้องไปแม้จะเป็นการไปตายก็ตาม
“เพราะงั้นถึงห้ามไป!ยังไงเสียเจ้าก็เป็นแค่ท่านอ๋องไม้ประดับไปแล้วทำอะไรได้ วิชาดาบยังเอาชนะข้าไม่ได้ เรี่ยวแรงก็น้อย ขี่ม้าก็ไม่แข็ง ออกคำสั่งใครก็ขี้ลังเล ดีแต่อ่านหนังสือ ความสามารถของเจ้าไม่เหมาะแก่การออกรบสักนิด”
เจอคำพูดของเขาปักกลางอกของข้า ข้ากัดฟันใช่ข้ารู้ รู้แต่แรกแล้วว่าตัวเองไม่เหมาะแก่การรบ ไม่เหมาะกับตำแหน่งอ๋อง สมควรไปเป็นบัณฑิตเสียมากกว่า ข้าสะบัดขายแขนเสื้อ ดึงสายหมวกให้แน่นก่อนที่จะตอบเขาไป
“ตราบใดที่ยังอยู่ในชุดนี้ ข้าก็ยังเป็นอ๋อง หากผู้นำไม่ไปสั่งการเองแล้วจะเรียกพลังใจของราษฎรได้อย่างไร” เสี่ยวฮัวกล้ำกลืนคำพูดลงไปมองข้าไม่วางตา ข้ารู้ว่าเขาเป็นห่วงข้า คนที่ไปที่นั่นล้วนแต่ตายทุกคน
ข้าเองก็เช่นกัน
“คิดในแง่ดีเจ้าก็ไมได้ตายด้วยราชโอการ” เขาเค้นคำพูดออกมาหนึ่งคำ “ข้าจะดูแลบ้านของเจ้าให้เอง กลับมานะ แล้วข้าจะพูดว่า ยินดีต้อนรับกลับ”
“อื้ม” ข้ายื่นมือไปตบบ่าของเขา เขาเป็นที่พึ่งพิงให้ข้าได้เสมอ ข้ารู้ว่าเขาอยากตามข้าไปแต่ถ้าข้าไม่อยู่และเขาก็ไม่อยู่บ้านเมืองคงฉิบหายแน่ สุดท้ายเขาเลยกล้ำกลืนอยู่
ข้าขี่ม้าไปยังกำแพงเมือง รู้สึกเหมือนจะร่วงจากมันได้ทุกเมื่อ ให้ตายเถอะทำไมเราไม่มีพาหนะที่ดีกว่านี้นะ ครั้นถึงกำแพงเมืองข้าก็รีบวิ่งขึ้นบันไดไป รู้สึกหอบเหมือนจะขาดใจ ความจริงหวังเหมิงอยากตามมาด้วยแต่ข้าห้ามเอาไว้ ทำไมข้าจะไปตายถึงมีแต่คนอยากตามไปตายด้วย ประหลาดเสียจริง
“เดี๋ยวก่อน” ทหารเกราะดำคนหนึ่งห้ามข้าเอาไว้ในยามที่ข้าไปถึงยังประตูเมือง เขาจับตัวข้าเอาไว้ก่อนที่ข้าจะได้ออกไปข้างนอก ข้าหันไปตวาดใส่เขา
“เจ้าน่ะหุบปาก ข้าเป็นอ๋องนะ”
“ขออภัยข้าไม่ฟังท่านขอรับ ท่านอ๋องน้อย” โดนตอกกลับมาทำข้าอ้าปากค้าง.... โอยข้าเพิ่งเคยโดนขัดใจ
“เดี๋ยว” นายทหารคนนั้นตวัดตัวของข้าพาดบ่าอุ้มเดินหน้าไปทิศตรงข้ามกับประตู ...
“แม่ทัพสั่งห้ามท่านเข้าสนามรบ โปรดเป็นเด็กดีรอที่วังเถิดองค์หญิง”
องค์หญิงบ้านแกสิ ข้าเป็นอ๋อง!
“ข้าจะปล่อยให้พวกเจ้ามาใช้คนของข้าโดยข้าไม่เห็นได้ย่างไร” ยามที่กองทัพจากเมืองหลวงมาช่วยสู้ ส่วนหลักก็ยังคงเป็นกำลังพลของเมืองข้าอยู่ดี ข้าพลิกแขนดึงเขาก่อนที่จะทุ่มลงกับพื้น เหนื่อยแทบขาดใจ รู้ตัวว่าคงทำได้แค่ครั้งเดียว เสร็จกิจข้าก็วิ่งรวดเดียวออกไปนอกประตู รู้สึกว่าตัวเองวิ่งเต็มฝีเท้าก็วันนี้ ทหารตรงประตูจับข้าไม่ทัน ครั้นเท้าของข้าแตะผืนดินชุ่มเลือด พวกทหารนั้นก็พากันหยุดนิ่ง ข้านึกว่าเขาถอดใจเสียแล้วที่ไหนได้เมื่อข้าเงยหน้าขึ้นมาก็พบเข้ากับร่างสูงเพรียวของไอ้หน้าหล่อเมื่อวาน
“ปล่อยไป” พอเขาออกมาทหารทั้งหมดต่างพากันแยกย้ายไม่มีใครสนใจจะจับข้าอีกเลย ข้าลุกขึ้นปัดฝุ่นตามตัวฉีกยิ้มให้กับเขา ดูท่าจากการที่เขาออกคำสั่งการทหารได้คงเป็นระดับหัวน้าหน่วย
“แม่ทัพของเจ้าอยู่ที่ไหน” พอเขาเข้ามาใกล้ข้าก็เอ่ยปาก สิ่งที่ได้รับคือความเงียบ จนข้าต้องออกปากอีกครั้ง “ชายตาบอดน่ะ”
“อยู่ที่ทัพหน้าอย่างน้อยต้องยึดฝั่งแม่น้ำให้ได้วันนี้ เราจะตั้งฐานที่นี่ เจ้ากลับไปซะ เจ้าทำอะไรไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มรูปงามพูดจบก็หันเดินไปแทบจะในทันที ข้าอ้าปากค้างนี่คือวิธีปฏิบัติกับท่านอ๋องพวกเจ้าหรือไร นายคนนี้มนุษยสัมพันธ์แย่สุดๆ ในเมื่อข้าไม่รู้ชื่อข้าจะเรียกเขาว่า เมินโหยวผิงแล้วกัน
“ท่านอ๋องเชิญทางนี้” ทหารคนหนึ่งเข้ามาเชิญข้าไปที่ตั้งกระโจม ดูเหมือนว่าเขาถูกแม่ทัพสั่งเอาไว้ว่าอย่าให้ข้ามายุ่มย่าม แต่หากข้าผ่านประตูมาได้จงปล่อยไปถือว่าเป็นชะตากรรม
เจ้าตาบอดนั้นคิดอะไรได้พิเรนทร์ ทำไมถึงห้ามข้ายุ่ง
พอคิดขึ้นมาข้าก็นึกถึงราชโอการ จดหมายที่ข้าส่งหาฮ่องเต้นั้นทำเอาพระองค์ทรงพิโรธ แล้วไยถึงได้ส่งกิเลนมาให้ข้า แค่จะเอาหัวของคนอกตัญญูเป็นแค่เสือก็เพียงพอ
ข้าเดินเข้าไปยังกระโจมสั่งการชั่วคราวเห็นเจ้าเมินโหยวผิงกำลังดูแผนที่อย่างตั้งอกตั้งใจ คิ้วเรียวสวยของเขาขมวดเป็นปม ข้าก้มลงมองแผนที่ที่เขากำลังมองอยู่ ใช้นิ้วจิ้มลงไปตรงบริเวณแม่น้ำ
“แผนที่ของเจ้าน่ะมันผิด ความจริงตรงนี้เป็นช่องแคบ จุดนี้เป็นทะเลสาบ ตอนนี้ฝั่งที่อยู่ด้านเราคือฝั่งทะเลสาบด้านซ้าย เรายังอยู่ตรงนี้ถ้าไปให้ถึงทะเลสาบเจ้าต้องรุกคืบไปอีก ตรงนี้น่าจะเป็นกระโจมของศัตรู”
พอพูดจบเมินโหยวผิงก็เงยขึ้นมามองหน้าข้าอยู่นาน ร่างของข้าสั่นสะท้านเมื่อเจอเข้ากับนัยน์ตาอันลึกล้ำ มันราวกับสัตว์ที่กำลังมองเหยื่อ ข้ารู้สึกหนาวสะท้านก่อนที่เขาจะละสายตาไป
“ศัตรูมีแผนที่เดียวกับเราหรือไม่”
“ใช่” ข้าถอนหายใจ แผนที่นี้ถูกเขียนด้วยคนรุ่นเก่าก่อนช่องหินถูกสำรวจไม่ทั่วพวกนั้นก็เขียนขึ้นมาเสียแล้ว แถมมันยังถูกส่งไปยังเมืองหลวงแจกจ่ายไปทั่ว นับจากนั้นก็ไม่มีใครเขียนแผนที่ขึ้นมาอีก ยกเว้นแต่แผนที่ของท่านปู่ของข้า ท่านเป็นผู้เฉลียวฉลาดบันทึกแผนที่อันใหม่ที่ถูกต้องเอาไว้ ข้ามองมันอยู่เสมอเสียดายก่อนที่จะได้เผยแพร่ก็ถูกศัตรูบุกประชิดเสียก่อน สุดท้ายแผนที่นั้นก็ถูกเผาไปในสงครามแต่ข้าจดจำมันได้ดี
“วงออกมาให้หมด สิ่งที่ผิด และเขียนสิ่งที่ถูก” เมินโหยวผิงสั่งข้า ข้าสูดลมหายใจ เป็นแค่ทหารชั้นผู้น้อยแต่กล้าสั่งท่านอ๋องอย่างข้าหรือ ช่วยไม่ได้ยังไงเสียพวกเขาก็อุตส่าห์มาออกรบเพื่อราษฎรของข้า ข้าวงจุดที่ผิดบนแผนที่นั้น เขียนจุดที่ถูก หยิบเก้าอี้มานั่ง ก่อนที่จะหยิบกระดาษออกมาอีกแผ่น เขียนแผนที่ใหม่
พอได้ทำอะไรสักอย่างข้าจะตั้งสมาธิกับมันรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ความเย็นสัมผัสกับข้างแก้ม ข้าสะดุ้งหันไปพบนิ้วมือยาวผิดปกติของเมินโหยวผิง เขาหยิบผ้าชุบน้ำมาแตะที่แก้มของข้า
“ทำไม..” พออ้าปากโลกของข้าก็ดำสนิทไปวูบหนึ่งเกือบจะเสียหลักล้มลง หากไม่เพราะแขนแกร่งนั้นรั้งเอาไว้ ข้าคงหงายหลังทั้งเก้าอี้
ข้าเกือบเป็นลม รู้สึกนัยน์ตาพร่ามัวศีรษะร้องประท้วง
“อากาศร้อน เจ้าวิ่งมาตลอดยังไม่พัก “ คำอธิบายสั้น ง่าย พาให้ข้าสบถกับร่างกายตัวเอง ให้ตายเถอะจบงานนี้ข้าจะไปออกกำลังกาย รำดาบกับเสี่ยวฮัว ลาก่อนชีวิตหนอนหนังสือของข้า
“อ้าว อ๋องน้อยมาได้อย่างไร “เสียงทะเล้นคุ้นเคยดังเข้าหูของข้า ร่างของข้าพิงไปกับแขนข้างหนึ่งของเมินโหยวผิงรู้สึกตัวปวกเปียกถ้าไม่มีมือใหญ่ข้าคงไม่ได้นั่งบนเก้าอี้
“ตามเจ้ามาน่ะสิ” ข้าจับผ้าเย็นแตะลงบนหน้าผากตัวเอง
“อื้อหือ เพิ่งรู้ว่าข้าเสน่ห์แรงถึงขั้นอ๋องน้อยต้องตามมา ว่าไงสนใจจะไปเป็นฮูหยินข้าหรือ”
เห็นคำหยอกของเขาแล้วข้าก็หัวเราะแห้ง ข้าคงตายก่อนไปเป็นฮูหยินเจ้านะสิ
“หือแผนที่แปลกไป” ชายตาบอดอุทานก่อนที่จะจับแผนที่ใหม่ของข้ามาส่องดู ข้าเหลือบไปมองท้องฟ้าด้านนอกมันเป็นยามค่ำคืนตั้งแต่เมื่อไร ทหารที่บาดเจ็บทยอยเข้ามาในค่ายพัก ดูเหมือนวันนี้พวกเขาจะยึดฝั่งแม่น้ำไม่สำเร็จจึงตั้งค่ายพักที่นี่
ทหารส่วนมากคือกองทัพของกิเลนมีส่วนน้อยที่เป็นพลเมืองของข้า พวกเขาพอเห็นข้าก็อ้าปากค้างหน้าซีดไปตามๆกัน ชี้ไม้ชี้มือ ข้าโบกมือบอกเขาว่าไม่เป็นไรแค่เป็นลมเพราะออกกำลังกายหนักบวกกับอากาศร้อน
ข้าเห็นบางคนโบกมือให้ข้าด้วยรอยยิ้ม เพียงแค่นี้ข้าก็เข้าใจว่าทำไม พ่อของข้า อาของข้าถึงต้องมาที่นี่..
“ยึดตามแผนที่นั้น” เมินโหยวผิงบอกกับแม่ทัพตัวเอง ผู้คาดผ้าปิดตาเลิกคิ้วก่อนที่จะสั่งให้ลูกน้องอ่านให้ฟัง พอได้ยินเขาก็หัวเราะออกมา พุ่งเข้ามาดึงมือของข้าเข้าไปจูบที่หลังมือ
ข้าสะดุ้งจนเกือบตกเก้าอี้หากไม่มีแขนอีกข้างของเมินโหยวผิงดึงเอาไว้ ...ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งจะถูกจูบหลังมือ นั่นมันคือการแสดงความเคารพของพวกตะวันตกมิใช่หรือ
“ท่านอ๋องเนี่ยเจ๋งกว่าที่คิด เท่านี้พรุ่งนี้อาจจะยึดฝั่งแม่น้ำก็ได้”
ได้ยินเขาพูดแบบนั้นข้าก็สบายใจ อย่างน้อยถ้ายึดมาได้การกางกระโจมของเราจะสะดวกมากขึ้นมีทั้งน้ำและอาหาร แถมยังเป็นชัยภูมิที่ดีเพราะมีแม่น้ำขวางกั้น
ดีจริง..ที่ยอมยั่วโมโหฮ่องเต้ แบบนี้ถึงจะตายก็ไม่เสียดาย.. ชั่วเวลาที่คิดแบบนั้นข้าก็รู้สึกเหมือนมีใครดับไฟ รู้สึกตัวอีกทีก็เป็นรุ่งสางในวันถัดไป
ข้างัวเงียตื่นโดยไม่ยอมลืมตาด้วยร่างกายเจ็บปวด กล้ามเนื้อที่ไม่เคยออกแรงกำลังร้องประท้วง รู้สึกถึงไออุ่นเสียจนร้อน เหมือนกับมีอะไรพัวพันอยู่ข้างกายอยากจะผลักออกไปแต่สิ่งนี้หนักเหลือเกินแถมยังรัดร่างของข้าจนแน่น
“อือ..” ข้าร้องออกมาอย่างหงุดหงิด พอร้องออกมาเหมือนเจ้าสิ่งนั้นจะคลายการรัดลง มันปล่อยร่างของข้าให้เป็นอิสระข้าเลยได้โอกาสพลิกตัวนอนต่อ เตียงของข้าวันนี้ช่างแข็งกระด้างราวกับนอนบนพื้น พลิกไปได้ครู่เดียวกลิ่นของไอดำก็หอบเข้ามาบ่งบอกให้ข้ารู้ว่าที่นี่หาใช่เตียงนุ่มในวังของข้า
“เฮ้ย” ข้าสะดุ้งลุกขึ้นมาแล้วก็กลับล้มลงไปงอตัว โอย ขา..ขาเป็นตะคริว ต่อไปนี้ข้าจะออกกำลังแล้ว ขอโทษนะเสี่ยวฮัวที่ข้าปฏิเสธการชวนรำดาบของเจ้าทุกครั้ง
“ตื่นแล้วหรือ “ เสียงนุ่มพาให้เคลิบเคลิ้มดังขึ้นข้างหูข้า พอหันไปข้าเกือบหัวใจวายตาย เจ้าคนหน้านิ่งเมินโหยวผิงนอนอยู่อีกฟาก พอเห็นข้าตื่นเขาก็ลุกขึ้น หยิบเสื้อคลุมและหมวกให้ข้า วินาทีนั้นข้าถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าใส่แค่ซับในบางๆตัวเดียว
จะให้แก้ผ้าต่อหน้าผู้ชายข้าก็ไม่หวั่น ข้ารับเสื้อคลุมกับหมวกมาจัดแจงตัวเองแต่ไม่ไวพอกับเขา ขนาดของเขาคือเกราะหนากลับใส่ได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าข้าผูกเชือกหมวกเสียอีก เวลาในตอนนี้คือ ยามสางแถมยังเป็นหน้าหนาวอากาศข้างนอกครั้นแต่งตัวไปได้ครึ่งหนึ่งข้าจึงรู้สึกหนาวมาก พอแตะลงที่ผิวกายตัวเองก็ต้องแปลกใจ
ผิวกายของข้ายังอบอุ่น ..จะว่าไปตอนที่นอนข้ากลับรู้สึกอุ่นจนร้อน ..นี่ข้าเป็นไข้หรือ ข้าแตะที่หน้าผากตัวเองก็ไม่ร้อน ข้าไม่ได้เป็นหวัดแต่กลับผ่านค่ำคืนหนาวเหน็บมาได้โดยไม่มีผ้าห่มสักผืน ข้าหัวเราะก่อนที่จะนึกได้ตอนที่นอนข้ารู้สึกเหมือนถูกรัด พอหันไปมองใบหน้าไร้อารมณ์ของเมินโหยวผิงข้าก็อยากจะตบแก้มตัวเอง
ข้าคงบ้าไปแล้วที่คิดว่าเขากอดข้าเอาไว้ตลอดคืนเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น อย่างเจ้านี่คงไม่มีทางทำอะไรแบบนั้น
เมินโหยวผิงออกไปเร็วกว่า พอข้าออกไปก็ไม่พบเขาเสียแล้ว สิ่งที่เห็นเต็มตาคือชายตาบอด เขาทำตัวสบายราวกับไม่ได้อยู่ในสนามรบ
“วันนี้เรารุกคืบได้แม่น้ำแน่นายน้อย เพราะกิเลนจะลงสนามเอง” ข้าขมวดคิ้วกับคำพูดของเขา เขาชี้ไปทางข้างหน้าเห็นเมินโหยวผิงถือดาบเล่มหนึ่งเดินไปด้านหน้า จัดขบวนทัพเป็นรูปลุกศร ดูเหมือนวันนี้พวกเราจะเป็นฝ่ายรุกอีกแล้ว ตั้งแต่ทัพนี้มาก็เอาแต่รุกตลอด
ท่านปู่เคยสอนเอาไว้ว่าจะทำอะไรควรรุกเอาไว้ก่อน แต่ตั้งแต่ปู่สิ้นใจตายพวกเราก็เป็นฝ่ายรับศึกมาตลอดด้วยจำนวนไฟล่พลเพราะเหตุการณ์ในบ้านเมือง ช่วงของท่านพ่อและท่านอาเป็นช่วงที่เร้นแค้นที่สุด เพราะฮ่องเต้พลัดแผ่นดิน สุดท้ายกว่าจะมีโอรสสวรรค์คนใหม่ส่งทหารมาช่วย ทุกสิ่งก็สายไปแล้ว
เราเข้ามาในกระโจม นายบอดกับเมินโหยวผิงดูแผนที่เขาจะจัดทัพเป็นลูกศรไล่ศัตรูให้ได้ ข้าไม่มีความเห็นเรื่องนี้เรื่องการสูญเสียข้าไม่ชอบเท่าใดนัก ขอให้เขาเลาะไปตามริมแม่น้ำ แทนที่จะฝ่าไปตรงๆ เพราะกระแสน้ำของที่นี่จะไหลทวน ถ้าเขาว่ายทวนน้ำคงเหนื่อยน่าดู
“เอาล่ะท่านอ๋องน้อย ยินดีด้วยเราจะเก็บท่านไว้ในสงครามไม่ปล่อยกลับบ้านแล้ว” นายบอดประกาศต่อหน้าทำเอาข้าอยากจะถอดหมวกเขวี้ยงใส่เขา
ข้าตั้งใจมาตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก..
ช่วงเย็นเมินโหยวผิงเป็นผู้นำทัพ ส่วนนายบอดกลิ้งเล่นกับข้าในกระโจม ข้ากำดาบรู้สึกอยากขอเกราะเขาสักอัน ทว่านายบอดกลับบอกว่าหน้าที่ของข้าหมดลงแล้วให้ทำหน้าที่เฝ้ากระโจมกับเขา ดูเอาเถิดขนาดแม่ทัพยังไม่ไปรบเองเลย แล้วข้าจะไปได้เยี่ยงไร สุดท้ายเราก็มากางแผนที่ศึกษากันอีกครั้ง
ถ้าวันนี้แย่งแถบลุ่มแม่น้ำมาได้คงจะสบายขึ้น ผ่านไปราวหลายชั่วยามข้าเห็นจันทราลอยเด่นเหนือศีรษะ เสียงครึกครื้นก็ดังขึ้นนอกกระโจม พวกเขากลับมาแล้ว
ข้าเดินออกไปเห็นยังไพร่พลยังอยู่ครบก็โล่งอก ดูเหมือนคนของข้าจะบาดเจ็บหนักมันเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ในสงคราม ข้าลงไปช่วยพยาบาลพวกเขาหลายคนเมื่อเจอหน้าข้ากลับสะดุ้งบอกให้ท่านอ๋องกรุณากลับกระโจมอย่าลดตัวมาช่วยพวกเขา ข้าดื้อรั้นสุดท้ายก็ไล่พันผ้าจนครบ ดูเหมือนพวกเราจะยึดเอาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำได้มาบางส่วน พอเข้ากระโจมมาข้าก็เห็นเมินโหยวผิงนั่งจ้องแผนที่ส่วนนายบอดหายไปตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ ตอนที่จะนั่งลงก็ได้กลิ่นเลือดจางๆ ข้าหันไปมองทหารกล้าผู้ยังนิ่งไร้อารมณ์ราวกับดอกไม้ร่วงโรย
“ถอดเกราะออก” เมินโหยวผิงหันมามองหน้าข้าเพียงชั่ววูบก่อนที่จะหันไปกลับมองยังแผนที่ นัยน์ตาคมของเขาจับจ้องยังบริเวณแม่น้ำ
แต่ไหนแต่ไรข้าคืออ๋องน้อยเพียงหนึ่งเดียวไม่เคยมีคนขัดใจข้าถึงเพียงนี้ ข้าดึงแขนของเขาดึงเสื้อเกราะ เมินโหยวผิงหันมามองข้าถอนหายใจก่อนที่จะยอมถอดออก วินาทีที่เขาถอดเสื้อเกราะออกข้าก็แทบอ้าปากค้าง
ผิวกายขาวผ่องนั้นสลักด้วยลวดลายสีดำเป็นรูปกิเลนเหยียบผีสาง งดงามประหนึ่งออกมาโลดแล่นบนผืนแผ่นดินได้
รอยสักนั้นเมื่อเช้าที่นอนกับเขาข้ายังไม่เห็น แต่วันนี้มันกลับปรากฏ แสดงว่าต้องมีปัจจัยอะไรพิเศษ ข้าหยิบเอาผ้าชุบน้ำลูบไล้ตามตัวของเขารู้สึกว่าร่างกายของเขาร้อนจากการกรำศึกก่อนที่หัวสมองจะคิดเรียบเรียง
กิเลนสีดำ กิเลนที่ปรากฏขึ้นในยามที่ร่างกายรู้สึกรุ่มร้อน..อ๊าหรือว่า
“เจ้า..เจ้าคือแม่ทัพ”
นายบอดนั่นไม่ใช่แม่ทัพ คนที่เป็นแม่ทัพ กิเลนสีดำ ผู้ไร้พ่ายคือเมินโหยวผิง...
“อือ” เมินโหยวผิงเหลือบตาขึ้นมามองข้าก่อนที่มือกร้านจะฉวยเอาผ้าพันแผลไปจากมือ พันแผลเองอย่างคล่องแคล่ว
ที่เขาว่ากันว่าแม่ทัพกิเลนนั้นไร้มนุษย์สัมพันธ์ เป็นชายรูปงามอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดินนั้นท่าจะจริง ข้าเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสมบูรณ์แบบ ร่างกายสมส่วนกล้ามเนื้อได้รูปไร้ที่ติราวกับประติมากรรม
พอรู้ว่าเขาคือแม่ทัพข้าก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงมักจะอยู่ที่กระโจม จะออกไปบางครั้ง เขาไม่ใช่แค่เก่งด้วยฝีมือแต่ยังมีมันสมอง ข้ากำหมัดแน่นรู้สึกว่าทำไมเขาไม่มาให้เร็วกว่านี้ถ้ามีเขาบางทีท่านอา กับท่านพ่อข้าอาจจะยังคงอยู่
ข้าส่ายหน้าคิดเรื่องที่ไม่มีวันเป็นจริงไปก็ไร้ประโยชน์ แม้จะอ้อนวอนเพียงไรอดีตก็ไม่มีวันหวนกลับ ที่พวกเราตายก็เพราะอ่อนแอเองจะหวังพึ่งใครได้
“เจ้ามาตามราชโองการของฝ่าบาท จะเอาหัวข้าไปไหม”
จดหมายครั้งนี้ของข้ามีความหมายเป็นกบฏอย่างชัดเจน การที่ส่งทัพออกมาให้คือการมากำราบศัตรูไปพร้อมกับอ๋องที่กล้าพิสูจน์อำนาจของพระองค์
“เจ้ามีชีวิตอยู่ถึงเพียงข้าถอนทัพ เสร็จสิ้นชีวิตเจ้าก็เป็นของข้า”
ข้ายิ้ม ดูเหมือนเขาจะได้รับคำสั่งให้มาเอาหัวของข้าไปถวาย
“คนที่จะขึ้นเป็นอ๋องคนใหม่ขอให้เป็นเสนาธิการของข้าได้ไหม” ถ้าเป็นเสี่ยวฮัวข้าคงไม่ต้องห่วงแต่เมินโหยวผิงกลับส่ายหน้า
“เมืองนี้ถ้าข้าไล่ข้าศึกไปได้ก็เป็นของข้า “
เขาจะมาเป็นอ๋องคนใหม่ การมอบเมืองเพื่อเป็นรางวัลแก่แม่ทัพไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ที่ข้าสงสัยคือเขาคือแม่ทัพที่มีคุณงามความดีมากมาย รบกี่ครั้งไม่เคยแพ้ไยกลับได้เพียงเมืองเล็กๆเท่านี้ ความจริงควรแบ่งเมืองหัวเมืองให้มากกว่า
“เมืองนี้เป็นเมืองชายแดนเป็นที่ทุรกันดาร ฮ่องเต้ก็ใจร้ายกับเจ้าไป”
“ข้าเลือกเอง” พูดจบเขาก็หันไปมองแผนที่ต่อ ใช้นิ้วยาวผิดปกติแตะลงยังชิ้นส่วนต่างๆ ข้าหลับตาคิดถึงนิสัยของชายคนนี้อย่างรอบคอบ ถ้าปล่อยให้เขาเป็นอ๋องพสกนิกรของข้าคงต้องมีชีวิตอยู่อย่างน่าเบื่อ แต่สิ่งที่ดีที่สุดของเขาคือ เขาไม่โกหก และใจดี..
“ข้ามีชีวิตได้ถึงเจ้าเสร็จศึก ตำแหน่งอ๋องของข้าก็อยู่ได้ถึงตอนนั้นใช่ไหม นั่นหมายความว่าตอนนี้ข้าจะทำอะไรก็ได้” ข้าถามเขา เมินโหยวผิงมองข้าครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า ให้ตายเถอะความจริงเขาจะยึดเมืองพร้อมทั้งริบอำนาจข้าก็ได้ แต่ในเมื่อเขาไม่ทำข้าก็ขอเล่นเป็นอ๋องเสียหน่อยเถอะ
“งั้นข้าจะปูนบำเหน็จพวกเจ้าที่ช่วงชิงพื้นที่มาได้ส่วนหนึ่งข้าจะให้ของรางวัลเจ้าจงไปบอกแก่ทหาร” ข้าผายมืออกมาที่นี่มีทั้งสาวงามแถมยังเป็นม่าย ไม่ก็โสดเพราะผู้ชายแทบทั้งหมดออกรบ แถมยังมีผ้าไหมเลื่องชื่อและใบชาอันดับหนึ่ง
“การให้ของขวัญแก่ทหารก่อนเสร็จศึกเป็นการไม่สมควร” เขาไม่เห็นด้วยกับข้า
“เจ้าอย่าจริงจังนักเลย ให้ของเล็กๆน้อยเป็นรางวัลแห่งความพยายาม เพื่อให้ตั้งใจมากขึ้น ตอนเด็กเจ้าไม่เคยถูกคนลูบหัวตอนที่ทำอะไรสำเร็จหรือไง” ข้านึกถึงท่านปู่ที่มักจะลูบหัวและให้ของเล่นข้าเมื่อข้าอ่านหนังสือจบหนึ่งเล่ม มันทำให้ข้าพยายามอ่านเล่มต่อไปเพื่อให้ได้รับคำชมเชย
“ไม่เคย” เมื่อได้ยินที่เขาพูดข้าก็พลันรู้สึกสงสารขึ้นมา ดูท่าช่วงชีวิตของเมินโหยวผิงคงจะไม่ได้สุขสบายนัก ความใจอ่อนพาให้เอื้อมมือไปลูบหัวของแม่ทัพกิเลน เส้นผมของเขานุ่มนิ่มราวกับขนสัตว์ลูบไปลูบมา ข้าก็ชักเคลิ้มจนได้ยินเขาพูด
“เจ้าจะให้อะไรแก่ทหารข้า และตัวข้า”
“ทหารของเจ้าข้าจะให้ผ้าไหม ส่วนตัวเจ้าเป็นแม่ทัพต้องการอะไร” เมินโหยวผิงไม่ตอบข้า แม่ทัพกิเลนลุกขึ้นข้าสะดุ้งยามที่นิ้วยาวผิดมนุษย์ของเขาแตะลงที่พวงแก้ม
“อยู่นิ่งๆ หลับตา” นัยน์ตาคมกริบของกิเลนสีดำจับจ้องมาที่ข้า พาให้หายใจลำบาก ข้ารู้สึกทำอะไรไม่ถูกกับคำสั่งของเขา แต่เขาคือเจ้าชีวิตของข้า ข้าจึงหลับตา
ชั่ววินาทีนั้น มันอาจจะแค่เสี้ยวนาที ริมฝีปากนุ่มนวลแตะอย่างแผ่วเบาที่กลีบปากของข้า ข้าตกใจจนเผลอลืมตามองเห็นขนตายาวงอนของเขา ใบหน้าหล่อเหลาของแม่ทัพกำลังแนบกับใบหน้าของข้า
เอ๋...นี่... เรากำลังจูบกัน ?
ช้านานกว่าข้าจะหายตกตะลึงริมฝีปากคู่นั้นก็ถอนออกไปแล้ว ข้าตะเกียกตะกายขึ้นจากพื้นเมินโหยวผิงกลับลุกยืนขึ้นออกไปจากกระโจม
“เดี๋ยว เจ้ายังไมได้บอกข้าเลยว่าจะเอาอะไร” ถึงจะตกใจสิ้นประดาแค่ไหนแต่สัญญาต้องเป็นสัญญา เมินโหยวผิงใช้นัยน์ตาเงียบสงบมองข้า
“ได้รับมาแล้ว”
หา.. ข้าอ้าปากค้างรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้า ยังไม่ทันจะได้ทักท้วงสิ่งใดตกค่ำคืนนั้นกิเลนสีดำก็กรำศึกช่วงชิงเอาพื้นที่แม่น้ำอีกฝั่งมาจนได้ ความแตกต่างของพลังและการจัดระเบียบลูกน้องของเขาพาให้ข้ากลืนน้ำลาย รับรู้แล้วว่าไยเขาจึงไม่เคยพ่ายแพ้
avatar
kuramajoy
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 206
Points : 1424
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by kuramajoy on Mon 27 Oct 2014, 18:31

แค่รองแม่ทัพอย่างนายบอดก็มีฝีมือโดดเด่น ถึงจะขี้เล่นแต่ในยามรบกลับจริงจัง ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้ตามไปที่สนามรบ สุดท้ายเลยได้แต่เป็นหน่วยพยาบาลและช่วยเขาคิดแผนศึก
“เอ่อ” ข้าพูดไม่ออกเมื่อเขายึดพื้นที่อีกส่วนของลุ่มแม่น้ำมาได้ หมายความว่าข้าต้องให้รางวัลเขาอีกใช่ไหม ข้าไล่ตาขึ้นมองเมินโหยวผิงที่ยืนนิ่งเงียบอยู่หน้ากองไฟ เขาคือแม่ทัพจึงไม่จำเป็นต้องเฝ้ายาม ไม่กี่นาทีเขาก็เข้ามาในกระโจม ตั้งแต่เมื่อวานข้ารู้แล้วว่าข้าที่แอบตามมาไม่มีที่ให้พักจึงต้องมานอนเบียดกับแม่ทัพที่สมควรได้นอนในกระโจมคนเดียว
ข้าต้องให้รางวัลแก่เขาในความสำเร็จที่ยึดแม่น้ำอีกด้านคืนมาได้ ข้าคิดไปคิดมาว่าควรให้หญิงงามเมืองคู่ควรกับเขา ถึงจะตายด้านแค่ไหนเจอความงดงามของเจ้าหญิงเมืองเราเขาอาจจะทลายน้ำแข็งได้ ข้าจึงเดินไปหาเขา ที่ไหนได้เขากลับจูบข้าอีกรอบ จูบครานี้ไม่ใช่แค่การแตะแผ่วเบาแต่มันคือการสอดลิ้น
“อือ..” ความอึดอัดรุมเร้าข้า ลิ้นร้อนของเขาแทรกสอดเข้ามาในโพรงปากของข้า กวาดเอาความหอมหวาน กระตุ้นด้วยความร้อนรุ่มจนแทบจะละลาย เขาจูบเก่งเป็นบ้าบัดซบ...ข้าเกาะแขนของเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังละลายลงไปเป็นน้ำ จูบของเขาราวกับเป็นเหล้าที่มีฤทธิ์แรง จูบทีเดียวพาให้สมองของข้ามึนงง ไร้สิ้นเรี่ยวแรงต่อต้าน
ความรู้สึกเหมือนถูกดูดพลังดำเนินไปราวเกือบสองนาที เขาเห็นว่าข้าเริ่มหายใจไม่ได้ก็ปลดปล่อยข้า ร่างกายของข้าแทบล้มทั้งยืนหากไม่ติดที่มือแกร่งประคองแผ่นหลังคงไปนอนนาบไปกับพื้นดิน
ข้าขอถอนคำพูดว่าเจ้านี่มันตายด้าน
“จางฉี่หลิง”
“หา...” อยู่ๆเมินโหยวผิงก็พูดขึ้นมาทำเอาข้าตามไม่ทัน หลังจากจูบดูดพลังของเขาพาให้สมองของข้าไม่ทำงาน จวบจนเขาล้มตัวลงนอนข้าถึงสำนึกได้ว่านั่นคือชื่อของเขา ..จางฉี่หลิง ชื่อของแม่ทัพแห่งกิเลน
“งั้นข้าชะ..”
“อู๋เสีย ข้ารู้แล้วนอนซะ”
โดนเขาตัดบทข้าก็ได้แต่หุบปากแล้วนอนลง ก่อนที่จะสะดุ้งเมื่ออ้อมแขนแกร่งเข้ามารวบ เดี๋ยวนะ...ข้าหันไปมองใบหน้าของเขา ขนตายาวงอนทำให้ใบหน้านั้นดูได้ทั้งสวยและหล่อ เมินโหยวผิงกอดข้าราวกับเป็นเรื่องธรรมดา ผ่อนลมหายใจก่อนที่จะหลับตาลง
ข้าอยากจะเอากระบี่ออกมาแทงเขาให้ตาย แต่คิดอีกทีถึงแทงไปเขาก็หลบได้อีกทั้งเขายังอุตส่าห์กรำศึกเพื่อปกป้องเมือง ข้ามองไปตามเนื้อตัวของเขามันเกิดริ้วรอยของการต่อสู้ทอดทิ้งไว้มากมาย ข้าจึงได้แต่จำยอมหลับตาซุกลงในอ้อมกอดของเขา อากาศในยามกลางคืนหนาวเกินไปหากไร้ผ้าห่ม...
ถือเสียว่านี่คือผ้าห่มผืนใหญ่ก็แล้วกัน..
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
กองทัพของจางฉี่หลิงเน้นการรุก พอครั้นต้องเปลี่ยนเป็นรับชายตาบอดจะเป็นผู้รับศึกแทน มีแม่ทัพคอยนำทัพเก่งกาจในด้านการรุก มีรองแม่ทัพผู้เชี่ยวชาญในการหลบหลีกแล้วสวนกลับ นายทหารเป็นระเบียบไม่แตกแถว ราวกับถูกฝึกมาอย่างดี ข้ารับรู้ด้วยตาตนเองในวันสุดท้ายว่าทำไมกองทัพของเขาถึงได้ถูกยกให้เป็นอันดับหนึ่ง
ในที่สุดก็ได้มาเหยียบยังผืนแผ่นดินนี้ แผ่นดินที่ถูกช่วงชิงไปพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำทั้งสองข้างเคยเป็นอาณานิคมของเมืองข้ามาก่อน แต่มันถูกยึดไป ข้าได้มาเหยียบผืนแผ่นดินนี้แล้ว ขาของข้าก้าวไปอย่างมั่งคง ต่อไปที่นี่คงกลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรมคงต้องให้จัดสรรแบ่งพื้นที่ ข้าคิดมากมายก่อนที่จะหันไปมองเมินโหยวผิง แม่ทัพกิเลนถอดหมวกออกสะบัดเส้นผมเปียกเหงื่อชุ่ม
ข้าขยับไปหาหมายจะแสดงความยินดีแก่การศึก พลันข้าก็นึกออก ถ้าเขาชนะศึกนี้ขับไล่ข้าศึกได้เมืองนี้จะเป็นของเขาและชีวิตของข้าก็จะต้องจบลง อา........ข้าคงต้องบอกเขาว่าควรจัดสรรพื้นที่ ต้องวางแผนการเกษตรกรรม แล้วไหนจะเรื่องการฟื้นฟูเมือง
ตอนที่ส่งจดหมายไปหาฮ่องเต้ข้าสู้แบบหมาจนตรอกในครั้งสุดท้ายคิดเสียว่าถ้ามันทำให้ช่วยยืดเวลาแก่เมืองได้แม้สักนิดความตายก็คุ้มค่า มาตอนนี้มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ผืนแผ่นดินที่ถูกยึดไปได้คืนมา อา..ทั้งที่ข้าควรจะดีใจแต่ทำไมข้าถึงไม่รู้สึกดีใจเลยนะ
แม้ข้าจะบอกตนเองอยู่เสมอว่าข้าคืออ๋อง คือผู้นำของพวกเขา ข้าสมควรจะเสียสละ ทว่าในใจข้าก็เป็นเพียงแค่ปุถุชนธรรมดา มีความกลัวตายอยู่เป็นทุนเดิม
ถ้าเดินทางกลับไปวังของข้าก็จะกลายเป็นของเขา เมืองของข้าก็คงจะเป็นของเขา หวังว่าเขาจะปรามรองแม่ทัพตนเองไม่ให้กวาดหญิงในเมืองข้า หรือรังแกเสี่ยวฮัวของข้านะ
พอคิดไปคิดมาข้าก็พลันรู้สึกว่าตัวเองมีเรื่องให้ห่วงเสียตั้งมากมาย..
“ท่านอ๋องเสด็จกลับตำหนักเถิด” รองแม่ทัพเชิญข้า ข้าหันไปคลี่ยิ้มให้กับเขา สงครามอันยาวนานของเราถึงจุดสิ้นสุดแล้ว แม้จะเสียไพร่พลไปมากมาย แต่เราก็ได้มันกลับคืนมาแล้ว
พวกเราเดินทางกลับเมืองด้วยเสียงต้อนรับของชาวเมือง ตลอดระยะทางข้าแทบไม่รู้สึกตัวในหัวมีแต่เรื่องห่วงหาไปเสียหมด คิดว่าต้องรีบกลับไปเขียนพินัยกรรมสักเล่มฝากฝังเรื่องให้เสี่ยวฮัว รู้สึกตัวอีกทีก็มาถึงวังของตนเอง เสี่ยวฮัวมารับข้าหน้าวังพอเห็นหน้าของข้าเขาก็ตบหน้าข้าฉาดใหญ่
เจ้าเป็นสตรีหรือไงถึงได้ตบหน้า...
หลังจากเขาตบแล้วก็กอดข้าเสียแน่น ข้าสูดกลิ่นหอมของร่างกายเขาแล้วเป็นลมล้มพับไปเสียอย่างนั้น ด้วยร่างกายที่ปวดร้าวไปหมด ตอนอยู่ในค่ายข้าพยายามฝืนมาตลอด ทั้งร่างกายทั้งความมีสติ เห็นแผลแหวะหวะเกือบจะอ้วกออกมาแต่จำใจต้องพยาบาล ตอนกลางวันก็ไปร่วมวางแผนรบ กลางคืนยังโดนจางฉี่หลิงเอาเป็นหมอนข้างกอดแก้หนาว ทั้งหัวใจทั้งร่างกายแทบจะรับไม่ได้พอโล่งอกก็ล้มทั้งยืน
ตื่นมาอีกครั้งคือยามที่ได้ยินเสียงเฮฮารอบตัว เหมือนจะจัดงานเลี้ยงกันในวัง ข้าลุกขึ้นนั่งบนเตียงสัมผัสนุ่มนิ่มคงไม่ได้สัมผัสอีกแล้ว วันนี้ข้าต้องมอบชีวิตให้จางฉี่หลิง ข้าลุกขึ้นเปลี่ยนเครื่องทรง อย่างไรเสียวันนี้ก็คือวันสุดท้ายข้าควรโผล่หน้าออกไปเสียหน่อย
ทำไมกันนะข้ารู้สึกว่าเตียงแสนนุ่มกลับไม่คุ้นชิน ..คิดถึงไออุ่นของแขนข้างนั้น เจ้าคนเอาแต่ใจที่ใช้ข้าเป็นหมอนข้างแก้หนาว ข้าคงไม่ได้สัมผัสมันอีกแล้ว
โชคดีที่คนที่จะฆ่าข้าคือเขา ... ทำไมข้าถึงคิดแบบนั้นกัน ...ทำไมถึงได้โหยหารอยจูบนั้น
ข้าลุกขึ้นหยิบหมวกของอ๋องขึ้นมา พลางคว้ากระบี่ประจำตระกูล สะบัดชายแขนเสื้อกลับได้ยินเสียงคนเคาะประตู ครั้นเปิดไปก็พบเข้ากับใบหน้าราบเรียบของเมินโหยวผิง ข้าหัวเราะแม่ทัพผู้นี้ไม่ชอบงานเลี้ยงเอาเสียเลย
“ทัพจะกลับพรุ่งนี้”
“เร็วไปไหม” ข้าอ้าปากค้าง เพิ่งจะมาได้สองเดือนไล่ข้าศึกเสร็จก็กลับเมืองหลวงพวกเจ้าไม่พักไม่ผ่อนกันบ้างหรือ
“ฮ่องเต้บอกจะให้ตามที่ข้าร้องขอ “ ข้าพยักหน้าเข้าใจในตัวเขา เขากรำศึกเสร็จสิ้นภารกิจสมควรได้รับการปูนบำเหน็จแต่การกลับไปของเขานั้นคือความตายของข้า อา แบบนี้ก็ไม่เลว ตายในห้องนอนตัวเองเงียบสงบและไม่มีใครรู้ ข้าดึงเขาเข้ามาในห้องลงกลอนเอาไว้ ห้องของข้าเป็นส่วนในของวังไม่ค่อยมีผู้คนเดินผ่าน
“เชิญเจ้าทำตามราชโองการได้เลย” ข้ายื่นดาบประจำตระกูลให้กับเขาก่อนที่จะคุกเข่าลง ข้าเคยคิดว่าเมื่อยามนี้มาถึงจะยืนหยัดอย่างสมเกียรติ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็อดควบคุมร่างกายที่สั่นสะท้านเมื่อนึกถึงความตายไม่ได้อยู่ดี
ข้ายังไม่ได้เขียนพินัยกรรมสักเล่ม
เมินโหยวผิงรับดาบจากข้าไปเขาถอดมันออกจากด้าม ข้าได้ยินเสียงปลอกดาบตกกระทบพื้นในใจหวังรอความเย็นเฉียบของตัวกระบี่แต่ที่ไหนได้ เสียงแกร๊ง ราวกับโลหะร่วงหล่นดังขึ้นก่อนที่ความร้อนผ่าวจะสัมผัสที่ริมฝีปากของข้า
“เอ๋..” ข้าอ้าปากทักท้วงเขาแต่นั่นทำให้เขาสอดลิ้นเข้ามาได้ง่ายขึ้น ลิ้นร้อนของแม่ทัพใหญ่พัวพันกับของข้า ดูดดึงเบาๆ มอบความร้อนรุ่มจนสมองเบลอไปหมด ข้าไม่รู้ว่าถูกเขาตักตวงนานแค่ไหนรู้สึกตัวอีกทีก็นั่งหอบอยู่บนตักเขาเสียแล้ว
“จางฉี่หลิง” ข้าถูกเขาจูบจนมึนไปหมด “จะฆ่าก็ฆ่าอย่ามาหยอกเล่น”
“ข้าไม่เคยบอกว่า จะฆ่าเจ้า” จางฉี่หลิงปล่อยมือจากข้า เขาก้มลงเก็บดาบที่ทิ้งสวมใส่ปลอกเหมือนเดิม มอบมันให้ข้า
“ตะ..แต่.. ฮ่องเต้ไม่เอาชีวิตข้าหรือ?” ข้าส่งจดหมายที่เป็นการหยามหน้าขนาดนั้น ..
“ข้าขอชีวิตเจ้าเอาไว้” จางฉี่หลิงเป็นแม่ทัพใหญ่คุณงามความดีมีมากมาย การจะขอชีวิตอ๋องเล็กๆคนหนึ่งแห่งชายแดนคงไม่ลำบากอะไรนัก
“ทำ..ทำไม เราไม่รู้จักกัน” ข้าตบหน้าตัวเองรู้สึกมึนงง ข้าเพิ่งเคยรู้จักเขาตอนมาที่เมืองนี้แต่เขากลับขอชีวิตให้คนไม่รู้จัก เขาช่างเป็นคนดีเหลือเกิน
“เมื่อก่อน ตอนที่ข้ายังเด็กเคยถูกจับมาขายแถวชายแดน ตอนนั้นมีท่านอ๋องน้อยคนหนึ่งเกาะข้าไม่ปล่อยด้วยความสงสาร สุดท้ายข้าก็ถูกไถ่ตัว เด็กคนนั้นไม่ยอมให้ข้าเป็นทาสกลับปล่อยข้าไปแถมยังมอบไข่มุกของท่านแม่ตนเองให้อีก” เมินโหยวผิงยื่นไข่มุกหนึ่งเม็ด สลักชื่อของอู๋เสีย วางลงบนฝ่ามือของข้า พอเห็นสิ่งนี้ข้าก็จำได้
เมื่อก่อนข้าเจอเด็กบ้าใบ้คนหนึ่ง ผมเผ้ารุงรังกำลังจะถูกขายเป็นอาหารสัตว์ มันเป็นโชว์แปลกประหลาดของผู้มาเยือน ให้สิงโตไล่จับทาสกินจนตาย เด็กคนนั้นอายุรุ่นราวคราวเดียวกับข้า ดูแล้วน่าเวทนาเหลือเกิน ข้าอ้อนสุดฤทธิ์ขอคุณปู่จนได้เงินมาก้อนหนึ่งแต่ก็ไม่พอเลยไปขโมยไข่มุกของท่านแม่ นั่นเป็นครั้งแรกที่เด็กดีอย่างข้าขโมยของ ถูกตีและขังจนเข็ดหลาบไปเสียนาน
“ตะ... แต่ เด็กคนนั้นเป็นบ้า ใบ้” ข้ามองจางฉี่หลิง ไม่ว่ายังไงเขาก็ดูจะห่างไกลจากคำนี้ อีกอย่างถ้ารู้ว่าเป็นเขา ข้าคงไม่ช่วย ดูจากฝีมือของเขาแม้แต่สิงโตคงไม่ใช่คู่ต่อสู้
“แค่ไม่พูด ขี้เกียจ”
โธ่.... ข้ารู้สึกอับจนคำพูด ก่อนที่จะมองไข่มุกเม็ดนั้น เพราะข้าอยากเป็นเพื่อนกับเด็กคนนั้นมาก แต่เขาไม่ยอมพูดกับข้า สุดท้ายข้าเลยเขียนชื่อตัวเองลงบนไข่มุกให้เขาเพื่อให้เขาจำชื่อของข้า ไม่นึกไม่ฝันว่าเขายังเก็บมันเอาไว้
“เจ้าช่วยชีวิตข้า ข้าช่วยชีวิตเจ้า เราเสมอกันไม่มีติดค้างอีก” จางฉี่หลิงพยุงข้าลุกขึ้นก่อนที่จะหยิบหมวกมาใส่ให้ข้าเหมือนเดิม
“แต่เจ้าเป็นคนทำศึกชนะ เมืองนี้เป็นของเจ้า” แม้ข้าจะรอดชีวิตอย่างหวุดหวิดด้วยคุณงามความดีสมัยก่อน ทว่าตำแหน่งอ๋องก็ต้องยกให้เขาอยู่ดี
“เจ้าก็ช่วย คนที่ให้แผนที่มาก็เจ้า คนที่คิดแผนบุกสุดท้ายก็เจ้า”
ข้าคลี่ยิ้ม ดูเหมือนหนอนหนังสืออย่างข้าก็มีประโยชน์
“แต่ข้ายังไม่ได้รับรางวัลที่ชนะศึกครั้งนี้” พอเขาทวงข้าก็คิดขึ้นได้ข้าเคยบอกจะให้รางวัลแก่เขาทุกครั้งที่ชนะ ข้าเดินวนรอบห้องนับจากสงครามวังของข้าก็แทบจะไม่เหลือสินทรัพย์อันใด คิดจนหัวแทบแตกก็หาของให้เขาไม่ได้ สุดท้ายก็ทำตามความตั้งใจเดิม
“ข้าจะมอบองค์หญิงชิ่วชิ่วให้เจ้า นางคือหญิงสูงศักดิ์ พื้นเพเดิมเป็นถึงเจ้าหญิงเชื้อสายมองโกล นางคือหญิงงามที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องหลงรัก เสียแต่นางแสบมากฮ่องเต้เลยไม่อาจนำนางเข้าวังได้ แต่ถ้าเป็นเจ้าคงเหมาะสมกันดี”
แม่ทัพผู้หล่อเหลาและเก่งกาจ กับสาวงามสะท้านแผ่นดินคงจะเป็นคู่ที่เหมาะยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก อีกอย่างชิ่วชิ่วเหมือนข้าร่างผู้หญิงไม่มีผิด ทั้งความฉลาดเฉลียวและความขี้สงสัย ต้องเป็นคู่ที่เหมาะสมกันแน่ ลูกหลานของทั้งคู่คงจะหน้าตาโคตรดี ข้าควรหาเรื่องหมั้นหมายลูกของสองคนนี้ให้ลูกข้าแต่เนิ่นๆดีไหม
“ข้าไม่ต้องการ ข้าต้องการอัญมณีที่งามที่สุดในเมือง” จางฉี่หลิงสมกับเป็นแม่ทัพกิเลน แม้กระทั่งสาวงามยังบอกปัด
อัญมณีที่งามที่สุดในเมือง เมืองของข้ามีอัญมณีด้วยหรือ ไม่สิสินค้าส่งออกสำคัญคือใบชา และผ้าไหม จะไปเอาอัญมณีที่ไหน แต่ถ้าเพชรนิลจินดาก็พอจะมีในวัง
“เจ้าต้องการอันไหน สีอะไร ข้าจะไปพยายามหาให้” พูดจบริมฝีปากข้าก็ถูกจูบ จูบเร่าร้อนของแม่ทัพกิเลนทาบทับบนริมฝีปากข้าอีกรอบ ลิ้นของเขาพัวพันเข้ามาในปาก ดูดสติให้เลือนหาย รู้สึกตัวอีกทีแผ่นหลังก็สัมผัสกับฟูกนิ่มของเตียง
“สีใส “ นัยน์ตาของเมินโหยวผิงจับจ้องมาที่ข้า ร่างกายของเขาคร่อมทาบทับ มือหนาคู่นั้นยกมือข้าขึ้นไปจูบเบาราวกับจะให้คำสัตย์ “เจ้าจะยกให้ไหม”
ช้านานกว่าข้าจะทำความเข้าใจความหมายของเขา อัญมณีสีใสข้าไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่นัยน์ตาราวกับกิเลนล่าเหยื่อของเขามันจับจ้องเรือนร่างข้าอยู่ ข้ากลืนน้ำลายในชีวิตยังมิเคยผ่านแม้มือของสตรี กลับต้องมาร่วมรักกับชายงั้นหรือ หัวใจของข้าสั่นไหวลังเล ทว่าเมื่ออ้อมกอดอบอุ่นสวมกอดเข้ามา ข้าก็กอดเขากลับ รับรู้ถึงความโหยหาที่ล้นอยู่เต็มอก
ถ้าเป็นเขา..ถ้าเป็นจางฉี่หลิง
“ได้.. ในเมื่อเจ้าชนะศึกครั้งใหญ่ ไม่ว่าขออะไรก็ได้ทั้งนั้น”
ท่านอ๋องตรัสแล้วไม่คืนคำ ...หลังจากนั้นข้าอยากคืนคำมาก เพราะเมินโหยวผิงรุกเร้าอย่างร้อนแรงยิ่งกว่าตอนเขาทำศึกเสียอีก
ข้ารู้แล้วว่าเขาถนัดรุก.....
“อือ” ข้าครางในยามที่ผิวกายถูกลูบไล้ นิ้วยาวผิดปกติของจางฉี่หลิงสำรวจไปทั่วร่างกายของข้า ริมฝีปากนุ่มจูบซ้ำราวกับกระหาย มือกร้านลากไล้ยังผิวกาย เขาจูบอย่างรุนแรงจนข้ารู้สึกถึงความรุ่มร้อน แม่ทัพกิเลนนอกจากบนสนามรบจะกรำศึกได้อย่างเชี่ยวชาญ แม้แต่สนามรักบนเตียงก็ยังบุกอย่างเร่าร้อน
ข้าบิดตัวหนีจากมือของเขาเมื่อรู้สึกถึงความผิดแปลกของร่างกาย ...จุดที่โดนเขาสัมผัสร้อนผ่าวจนแทบทานทนไม่ไหว พออ้าปากก็ถูกจูบเสียจนหน้ามีด เมินโหยวผิงไม่อนุญาตให้ข้าหนี ยิ่งหนีมากเท่าไรแรงเล้าโลมก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น นิ้วมือผิดมนุษย์ของเขาสำรวจร่างกายไปทั่ว กระตุ้นจุดเร้าของร่างกาย
“อือ ตรงนั้น..” ริมฝีปากของเขาผละออกเมื่อเห็นว่าข้าเริ่มหายใจไม่ออก ลิ้นนุ่มโลมเลียดูดดึง ข้าขยุ้มไรผมของเขาพลางต่อว่า “ข้าไม่ใช่ผู้หญิงนะ”
เจ้าทำราวกับข้าเป็นอิสตรี ถ้าแบบนี้ ข้า..ข้าก็ต้องเป็นฝ่ายรับน่ะสิ
“อ๊า..” ร่างกายของข้ากระตุกในยามที่นิ้วมือร้อนผ่าวกอบกำยังจุดอ่อนไหวของข้า ไม่ใช่ว่าข้าไม่เคยช่วยตัวเองแต่สัมผัสมือของตัวเองกับมือของคนอื่นช่างแตกต่างกันราวสิ้นดี ร่างของข้าเสียดสีกับผ้าปูที่นอน รับรู้ได้ถึงลมหายใจอันหนักหน่วง หัวนมถูกดึงดูดเสียจนชุ่มชื้น ส่วนด้านล่างกลับถูกเขาชักนำพาอารมณ์ นิ้วมือยาวเรียวของจางฉี่หลิงครูดขึ้นลง รั้งรูดด้วยจังหวะร้อนแรงพาให้ร่างกายแอ่นสะท้านรับความสุขสม
หากไม่มีเขาประคองข้าอาจจะแตกสลายไปเลยก็ได้
“อ๊ะ..อ๊า...” ริมฝีปากของเขาดูดผิวของข้าจนเป็นจ้ำแดง รู้สึกถึงความร้อนไปทั่วทั้งร่างกาย เขาจูบหนักตามผิวกายของข้าทอดทิ้งร่องรอย ข้ากัดฟันดันศีรษะของเขาออกไป
“ห้า..ม ...ทิ้ง รอย” เสียงของข้ากระท่อนกระแท่นตามอารมณ์ เมินโหยวผิงกอดกำยังส่วนอ่อนไหวของข้าขยับรูดรั้งด้วยจังหวะแรงขึ้น เพียงไม่นานข้าก็กระตุกตัวปลดปล่อยความปารถนาออกมาจนเต็มฝ่ามือ เห็นเขาเลียหยาดหยดของข้าตามร่องนิ้วมือพาให้ข้ารู้สึกอับอาย ข้าปาหมอนใส่เขา แน่นอนแม่ทัพกิเลนดำรับได้ เขาโน้มตัวจูบข้าอีกรอบ
บ้าเอ๊ย...
“อึ่ก!” ข้ากรีดร้องในยามที่นิ้วมือที่ยาวผิดปกติของเขาลากไล้สู่ช่องคับแคบของข้า แรกเริ่มเพียงนิ้วเดียวเข้าไปสำรวจ รับรู้ได้ว่าตัวตนของข้าตอดรัดนิ้วนั้นเสียแน่น ข้าหอบหายใจรู้สึกถึงความแปลกที่ก่อตัวในร่างกาย ความเสียวคละเคล้ากับความเจ็บปวดจนยากจะเกินทน
“เจ็บ..จะ” ข้ารั้งแขนเสื้อของเขา ดึงเอาไว้ด้วยความเอาแต่ใจ เมินโหยวผิงจูบข้าราวกับจะปลอบโยน ริมฝีปากได้รูปช่วงชิงสติของข้าให้เคลิบเคลิ้ม ทว่าข้าก็ถูกดึงกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงด้วยสองนิ้วที่รุกรานยังช่องคับแคบของข้า
แม่ทัพกิเลนแทรกสอดนิ้วเข้าไปอย่างเชื่องช้า ครูดรั้งยังผนังอ่อนบาง งอแตะหายังจุดกระตุ้นอารมณ์ ข้าบิดตัวอยู่ใต้ร่างเขารู้สึกว่าไม่ยุติธรรม มีแต่ข้าที่ถูกเขารังแกอยู่ฝ่ายเดียวสีหน้าเจ้านี่ไม่เปลี่ยนสักนิดเดียว สติของข้าคงอยู่ได้ไม่นานก่อนที่จำนวนนิ้วจะเพิ่มขึ้นพาให้ข้าอึดอัดจนต้องอ้าปากระบายความร้อน
“ไม่ไหว..มะ” ข้าประท้วงเขาแต่เขาไม่ยอมหยุด เมินโหยวผิงเมินเฉยต่อคำอ้อนวอนของข้าพลางโอบกอดให้กระชับจูบย้ำที่หน้าผากมน ข้ามองเขาด้วยใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตา
“อู๋เสีย” เสียงแหบพร่ากระซิบที่ใบหู ลิ้นสากเลียที่กกหูของข้า ไล่จูบทั่วทั้งใบหน้า นิ้วยาวของเขาคลานเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของร่างกาย ก่อนที่จะสะกิดจุดบางอย่างเพียงเท่านั้นร่างกายของข้าก็ราวกับไม่ใช่ของตนเอง
ความเจ็บปวดเริ่มมลายหายทอดทิ้งไว้เพียงราคะรัญจวนใจ ความต้องการพวยพุ่งขึ้นมาจากร่างกาย
“อึ่ก.. จางฉี่หลิง” ข้ากรีดร้องขาทั้งสองข้างถูกแยกออก รับรู้ได้ถึงความสั่นสะท้านของร่างกายตนเอง จางฉี่หลิงถอนนิ้วออกจากร่างกายของข้าข้าแทบจะละลายกลายเป็นน้ำเหลวคามือของเขา
“อู๋เสีย” เสียงกระซิบทุ้มพูดข้างหูของข้าก่อนที่ความใหญ่โตของเขาจะแทรกสอดเข้ามาทีเดียวจนมิดด้าน ข้ากรีดร้องรู้สึกเหมือนร่างกายตัวเองฉีกขาด
“อ๊า..อ๊า” ข้าครางระงมในยามที่ความเร่าร้อนใหญ่โตแทรกสอดเข้าในร่างกายของข้ามันสร้างความสุขสันต์ระคนเจ็บปวด ข้าส่ายหน้าด้ายความเจ็บปวด
เจ็บแต่กลับรู้สึกดี บ้าที่สุดข้ารู้สึกเหมือนร่างกายตนเองไม่ใช่ของตัวเอง มันควบคุมไม่ได้ กลายเป็นหุ่นเชิดที่ถูกชักนำตามจางฉี่หลิง ข้ารู้สึกถึงความร้อนผ่าวแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายทีละน้อย
“จางฉี่หลิง” ข้าร่ำร้องหาเขา เกาะเกี่ยวแขนของเขาเอาไว้ จางฉี่หลิงสอดแทรกมือเข้ามาสอดประสานกับนิ้วมือของข้า ลมหายใจอุ่นๆรดยังลำคอ ครั้นเงยหน้าขึ้นไปก็ได้พบเข้ากับใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยดเหงื่อของเขา ดวงตาทั้งคู่หลับตาพริ้ม ขนตายาวงอน ริมฝีปากกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากราวกำลังพึงพอใจ
อาร่างกายของข้ากำลังสร้างความพึงพอใจให้เขางั้นหรือ
“อึ่ก ...อ๊า อ้างง” แรงกระแทกถาโถมเข้าใส่ ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองเคลื่อนคล้อยตามจังหวะชี้นำของเขา สติถูกช่วงชิงไปกับความเสียวซ่านคละเคล้าความสุขสม ตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบที่จังหวะร่วมรักเริ่มป่าเถื่อนขึ้น แท่งกายร้อนระอุแทรกสอดเข้า ออกก่อนที่จะเสียบให้ลึกกว่าเดิม เขาเข้ามาถึงจุดลึกสุดของร่างกายข้า
“อู๋เสีย..” เสียงกระซิบข้างหูพร่ามัว อา..เขาเองก็รู้สึกเหมือนกัน ราวกับร่างกายของเราทั้งคู่จะหลอมรวมกัน
“รัก”
คำ คำเดียวที่ไม่ต้องการคำอธิบายมาก รู้สึกว่าร่างกายร้อนผ่าวไปกับคำพูดของเขา สติที่กลับคืนมาได้เพียงชั่ววินาทีก่อนที่แม่ทัพจางจะตักตวงเอาความสุขจากร่างกายของข้า จางฉี่หลิงยกขาของข้าพาดบ่าเขาก่อนที่การสอดใส่ที่รุนแรงจะเพิ่มความแรงขึ้น ข้าแทบจะคลานไปกับฟูก จวบจนการกระทกครั้งสุดท้ายจางฉี่หลิงก็ปล่อยความต้องการในร่างกายของข้า
“จางฉี่หลิง” ข้ารั้งเขามาจูบ คำว่ารักข้ายังมิอาจพูดมาได้ นึกอยากจะรู้จักเขาให้มากกว่านี้ เขารักข้าตั้งแต่เมื่อไรทำไมข้าไม่รู้สึกตัวแม้แต่นิดเดียว เคยพบกันแค่สองครา เจ้ากลับจำข้าได้แม่นกว่าตัวเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเหนื่อยอ่อน ข้าหอบหายใจก่อนที่จะถูกเขาพลิกตัว
“หือ” ร่างกายของข้านอนคว่ำอยู่บนฟูกนอน สะโพกถูกมือแกร่งของเขายึดขึ้นก่อนที่ความเร่าร้อนจะแทรกเข้ามาในร่างกายอีกครา
เฮ้ย... เดี๋ยว..
“อู๋เสีย ขออีกสามนะ” คำออดอ้อนของแม่ทัพกิเลนน่ารักเหลือเกิน แต่ท่านอ๋องยังไม่อนุมัติเจ้าก็จัดเสียแล้วหรือ ข้ากรีดร้องภายใต้เรือนร่างของเขาพลางเจ็บแค้นใจ อย่าให้คราวหน้าข้าเป็นคนทำมั่งเถอะ
เชื่อแล้วว่าแม่ทัพกิเลนดำไม่ได้เชี่ยวชาญการรบแค่ในสนามรบ แต่แม้แต่เตียงก็ยังชำนาญราวกับจับวาง ฮึ่ม
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
รุ่งสางข้าในฐานะอ๋องมาส่งกองทัพที่กอบกู้เมืองคืนมาด้วยสังขารที่แทบจะลากขามา รับรู้แล้วว่าแม่ทัพกิเลนนี่ไม่ได้เก่งแค่การบุกศัตรู แต่ยังเก่งกาจด้านการรุกเร้าบนเตียงอีกด้วย เขาเล่นเสียจนข้าแทบจะยืนไม่อยู่ยังโชคดีที่เสี่ยวฮัวให้ข้าเกาะไหล่ มีประชาชนทั้งหลายมาแสดงความยินดี เลยได้โอกาสประกาศราชโองการของฮ่องเต้ที่เขาถือมา
ฮ่องเต้ยกเมืองนี้ให้จางฉี่หลิงจริงๆ แต่เขาจะปกครองโดยที่มีข้าเป็นอ๋องอยู่เช่นเคย ฟังแล้วแปลกพิลึกในเมื่อเขาผู้เป็นเจ้าเมืองจะทำอะไรก็ตามใจเขา จางฉี่หลิงจัดขบวนทัพกลับไปรับรางวัลที่เมืองหลวง เขาบอกว่าจะกลับมาอีก
“คราวนี้เจ้าได้คุณงามความดีมากมาย บอกได้ไหมว่าฮ่องเต้ตรัสจะให้อะไร” ข้ามองเขาที่ยืนจูงม้าอยู่หน้าทัพทหาร จางฉี่หลิงหันมาหาก่อนที่จะกระชากเชือกสวมหมวกของข้า ร่างของข้าเสียหลักเข้าไปในอ้อมกอดเขาแล้วริมฝีปากร้อนแรงก็จูบลงมาอีกครั้ง
ได้ยินเสียงตกตะลึงจากข้างหลัง ที่เด่นชัดที่สุดคือเสียงกรีดร้องของเสี่ยวฮัว..
“เจ้า!” ข้าอยากจะเอากระบี่ฟันเขาให้ตาย แต่จางฉี่หลิงกลับทำหน้านิ่งราวกับเมื่อครู่ไม่ได้ทำอะไร
“ข้าขอพระราชทานงานแต่งเอาไว้ ข้าไม่รู้ว่าการแต่งงานต้องทำเช่นไรแต่รองแม่ทัพของข้าบอกว่าสมควรทำให้สมหน้าสมตา โดยเฉพาะหากไปสู่ขอคนระดับอ๋อง ต้องให้ฮ่องเต้พระราชทานงานแต่งพร้อมขันหมาก”
“หา..เจ้าว่าอะไรนะ เจ้าจะแต่งงาน” ข้ารู้สึกโกรธขึ้นมาทันที เขามีหญิงกลับไปแต่งด้วยอยู่แล้วจะมาทำแบบนี้กับข้าทำไม นึกถึงคนเอาแต่ใจที่ขยับร่างกายไม่ฟังเสียงอ้อนวอนของข้าสักนิดแล้วข้าก็อยากจะเอากระบี่มาทุบเขา
“ของหมั้นก็คือเมืองนี้ รอได้พระราชทานงานแต่งแล้วข้าจะกลับมา” จางฉี่หลิงหยิบป้ายหยกของเมืองวางบนมือของข้า พริบตานั้นข้าเหมือนจะเข้าใจอะไรขึ้นมาลางๆ ได้ยินเสียงหัวเราะของรองแม่ทัพลั่น...
เดี๋ยวนะไอ้คนที่เจ้าจะกลับมาแต่งงานด้วยคงไม่ใช่ข้าหรอกนะ...
ข้ามองจางฉี่หลิงที่ขี่ม้านำทัพกลับไป มองรองแม่ทัพตัวการที่แอบส่งจูบในนาทีสุดท้าย มองจนกองทัพสีดำลับตาก่อนที่จะกรีดร้องให้ทุกคนคืนสติ
“ปิดประตูเมือง ห้ามใครเข้าออกเป็นเวลาหนึ่งปี ต่อให้มีกิเลนกระทืบประตูก็ห้ามเปิดให้เข้ามาได้!”
จางฉี่หลิงเจ้าคนบัดซบ ไปตายที่เมืองหลวงเลยเถอะ!
ต่อให้กลับมาก็ไม่มีทางแต่ง...
งานแต่งพระราชทาน ของอ๋องกับแม่ทัพให้รู้ถึงไหนขายหน้าถึงนั้น ไอ้คนซื่อบื้อ โง่เง่า...

The End
avatar
kuramajoy
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 206
Points : 1424
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by ennewiis on Tue 28 Oct 2014, 10:54

แฮ่กๆๆ(?)

ความจริงเราอ่านเรื่องอ๋องน้อยตั้งแต่ในบอร์ดเด็กดีแล้วค่ะ เป็นฟิคสุสานเรื่องแรกๆที่อ่านเลยมั้ง แต่ไม่ได้ขอฉากเรทไป ตายแล้ว รู้สึกพลาดมาก ////

อู๋เสียเหมาะกับบทอ๋องอย่างบอกไม่ถูกค่ะ ฉลาดแบบเปิ่นๆ ชอบคนแบบนี้มาก ดูเหมือนแฮมสเตอร์ที่วิ่งไปวิ่งมา ท่านแม่ทัพก็คงคิดไม่ต่างกับเราแน่ๆถึงได้ถึงได้ขออีกสามแบบนั้น 55555555555555 (ไม่เกี่ยวแล้ว!!)

ว่าแต่อ๋องน้อย ที่ด่าแล้วให้ปิดประตูแบบนั้นมั้นอาการของคนซึนเดเระสุดๆเลยนะ คนมองไกลๆรู้หรอกนะ!

ขอบคุณสำหรับฟิกน่ารักๆค่ะ
avatar
ennewiis
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 62
Points : 1238
Join date : 26/10/2014
Age : 26
ที่อยู่ : หลุมหลืบในใจของนายน้อย

ดูข้อมูลส่วนตัว http://imannew.wordpress.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by heikitsune on Tue 28 Oct 2014, 18:26

เห็นคำว่าขออีกสามแล้วกระอักแทนค่ะ ฮรือออออออออออ ฟินจนจะพ่นสายรุ้งออกจากปาก =////////= ดีนะมีเสี่ยวฮัวประคองออกมา ไม่งั้นก็ไม่ต้องเดินแล้วอู๋เสียเอ๋ย
avatar
heikitsune
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 36
Points : 1183
Join date : 27/10/2014
Age : 22

ดูข้อมูลส่วนตัว http://beninokitsune.wordpress.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by Naitear on Wed 29 Oct 2014, 12:47

ที่แม่ทัพกิเลนดึงท่านอ๋องน้อยเข้ามาจูบแล้วเสี่ยวฮัวกรีดร้องเสียงดังนี่คืออะไรคะ 5555555555555555 //ขำาาาาา
โอ๊ย ฟิคน่ารักมากเลยค่า ทุกคนดูเข้ากับบทตัวเองมากๆ อู๋เสียก็เป็นท่านอ๋องเทียนเจินที่ดี เสี่ยวฮัวเป็นเสนาบดีที่คอยช่วยเหลือนายน้อยตลอด เสี่ยวเกอเป็นแม่ทัพเท่ๆเงียบๆ ส่วนนายเฮยก็เป็นรองแม่ทัพปากเสียกวนประสาท(จีบ)คนไปทั่ว #ฮา
ส่วนตัวชอบความรักของคนสองคนที่ค่อยๆเกิดขึ้นค่ะ แม่ทัพจางฉี่หลิงนี่เขาคงแอบรักมานานแล้ว ส่วนท่านอ๋องน้อยกำลังอยู่ในขั้นกำลังจะตกหลุมรัก(มากขึ้น)รึเปล่าน้า >//w//<]
ที่ลุ้นต่อไปคือรองแม่ทัพกับเสนาบดีค่ะ หรือตอนช่วงงานเลี้ยงจะซัมติงกันไปแล้----------
ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆหวานๆเรื่องนี้นะคะ! ❤️ #ปักธงอวย
avatar
Naitear
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 232
Points : 1409
Join date : 27/10/2014
Age : 20
ที่อยู่ : หลังผ้าม่านในห้องของคุณชายฮัว

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by Fenrir on Wed 29 Oct 2014, 15:09

อะ....อีกสาม!!! นี่ท่านแม่ทัพไม่คิดจะให้เทียนเจินได้พักหรือปรับตัวเลยเหรอคะ!!!! น่ากลัวจีๆ

แต่ก็ชอบค่ะ ขออีก! ขออีก! (อ้าวเฮ้ย!) //โดนอ๋องน้อยสั่งเก็บ
avatar
Fenrir
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 117
Points : 1267
Join date : 27/10/2014
Age : 26
ที่อยู่ : ไหสักใบในบ้านสกุลอู๋

ดูข้อมูลส่วนตัว http://fenrirsglue.blogspot.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by meanato on Wed 29 Oct 2014, 15:30

อีกสาม อีกสาม อีกสาม
ชอบค่ะชอบ ถึงจะสงสารเทียนเจินก็เถอะ อีกหกรอบก็ยังได้นะท่านแม่ทัพ
avatar
meanato
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 487
Points : 1614
Join date : 27/10/2014
Age : 19
ที่อยู่ : หลังประตูสัมฤทธิ์

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by Feran.FS on Thu 30 Oct 2014, 14:01

//วิ่งเข้ามาแปะโป้งไว้ก่อน

ม-ไม้กล้าอ่านNCด้วยคอมมหาลัยค่------------//ปิดหน้า ฟฟฟ
avatar
Feran.FS
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 457
Points : 1595
Join date : 27/10/2014
Age : 22
ที่อยู่ : ใต้เตียงนอนเซี่ยจื่อหยาง...

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by kame_kazuha on Thu 30 Oct 2014, 14:20

ตามมาจากในเฟส

เลือดพุ่งเลยยย
avatar
kame_kazuha
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 274
Points : 1398
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : สุสานสักที่

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by pepperminttk on Thu 30 Oct 2014, 21:45

ขออีกสาม... ขอทำไม ทำไปเลยเซ่! ไม่ได้รออยู่แล้วนี่
อา ยาวสะใจมากเลยค่ะ สนุกมาก

pepperminttk
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 4
Points : 1125
Join date : 29/10/2014
Age : 21

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by Feran.FS on Fri 31 Oct 2014, 21:08

แฮร่กๆๆๆๆๆ//หมาน้อยกระดิกหาง
ชอบซีรีส์นี้มากจริงๆนะฮืออออ รอรวมเล่มอยู่นะคะ!
avatar
Feran.FS
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 457
Points : 1595
Join date : 27/10/2014
Age : 22
ที่อยู่ : ใต้เตียงนอนเซี่ยจื่อหยาง...

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by zerin on Thu 06 Nov 2014, 15:21

อ่านไปหุบยิ้มไม่ได้เลยค่ะ เขินแทนอ๋องน้อย ถ้าแม่ทัพกิเลนจะน่ารักขนาดนี้ แอร๊ยย ////7/////
avatar
zerin
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 188
Points : 1320
Join date : 05/11/2014
ที่อยู่ : เกาะอยู่หลังประตูสำริด

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by kame_kazuha on Thu 06 Nov 2014, 19:09

รอตอนต่อนะ
avatar
kame_kazuha
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 274
Points : 1398
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : สุสานสักที่

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by uxmishi on Thu 06 Nov 2014, 20:06

อ่านแล้วขรรมเสี่ยวฮัว นึกถึงตอนที่เสี่ยวฮัวกรีดร้องแล้วขำพรืดออกมาเลยค่ะ ฟฟฟฟฟฟ

ฟิคสนุกมากเลยค่า แต่แอบอ่านยากไปนิดนึง ;____; ขออนุญาตแนะนำค่ะว่า ถ้าจัดหน้าซักหน่อยจะทำให้สบายตาแล้วก็อ่านง่ายขึ้น ง่ายต่อผู้อ่านที่จะเข้าถึงเนื้อหาและอารมณ์ที่เราอยากจะสื่อด้วยค่ะ ^^
avatar
uxmishi
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 52
Points : 1195
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by kuramajoy on Thu 06 Nov 2014, 20:40

ennewiis
ขอบคุณมากคะที่หลงมาอ่านคะ พรืด แบบว่าอับอายมากคะ
พี่ว่าไม่เกี่ยวหรอ นายเมินหื่นเองคะ

heikitsune
ถึงท่านอ๋องเดินไมไ่ด้ ท่านแม่ทัพก็จะอุ้มเองคะ

Naitear
ถ้าฟิคนี้เขียนต่อ ท่านเสนากับรองแม่ทัพคงลงเอยแน่คะ 555+
แต่พอดี จบแค่คู่ผิงเสียคะ
เสี่ยวฮัวหวงท่านอ๋องมากคะ ดูแลมาตั้งนาน อยู่ๆมีไอ้แม่ทัพมาฉกเป้นใครคงกรีดร้อง

Fenrir
น่ารักขนาดนี้ต้องฟัดให้คุ้มคะ

meanato
อย่ารังแกนายน้อยเลยคะ

kame_kazuha
ขอบคุณมากคะ

pepperminttk
ปากขอไปง้นแต่ก็ทำนะคะ

Feran.FS
รวมเล่มแล้วอีหนู

zerin
ท่านแม่ทัพแกแอบรักมานานคะ

kame_kazuha
มีตอนต่อแล้วคะ

uxmishi
ขอบคุณที่แนะนำคะ
avatar
kuramajoy
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า
ด้วงต้นไม้เทพเจ้า

จำนวนข้อความ : 206
Points : 1424
Join date : 27/10/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by fay_13 on Fri 07 Nov 2014, 17:28

ถถถถถถถถ พลาดไปแล้วมาอ่านเรือหลัก... แพนกจะโคลงเคลงมั้ยล่ะเนี่ยยยยยยย

เรื่องนี้น่ารักจริงไรจริง สรุปว่าเล่มนี้นกเอานะ อ๋องนี่ฟินจริงไรจริง นายน้อยน่ารักโพดดดดดดดดดดดดดดดดดด
avatar
fay_13
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา
ด้วงสุสานใต้สมุทรทะเลซีซา

จำนวนข้อความ : 100
Points : 1234
Join date : 01/11/2014
ที่อยู่ : แพฮัวเฮย

ดูข้อมูลส่วนตัว http://akiraalittlebird.wordpress.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by SilverCloud on Sun 09 Nov 2014, 15:25

เดี๋ยวนะคะท่านแม่ทัพ อะไรคือยังไม่แต่งแต่ชิงเข้าหอไปก่อนแล้วเนี่ย ถถถถถ อ๋องน้อยเอ๋ย ถึงปิดประตูเมืองไปยังไงท่านแม่ทัพก็เข้ามาได้อยู่ดีแหละค่ะเสียสาว?ก็เสียไปแล้ว แต่งตัวงามๆนั่งรอว่าทีสามีมาขอดีกว่านะคะ 5555
avatar
SilverCloud
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ
ด้วงตำหนักทิพย์พิมานเมฆ

จำนวนข้อความ : 433
Points : 1593
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : ตู้เสื้อผ้าของอารอง

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by efforip on Sun 09 Nov 2014, 18:30

เรื่องนี้อ่านกี่ทีกี่ทีก็ชอบบบบบบบ ♡♡♡
avatar
efforip
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 33
Points : 1160
Join date : 27/10/2014
Age : 20

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by sagacity191 on Tue 11 Nov 2014, 14:16

ท่านแม่ทัพคะ นี่ครั้งแรกของท่านอ๋องนะคะ
เล่นจัดไป 3
จะเยอะไปป่าว
ถึงจะทำศึกด้วยความยากลำบากก็เหอะ

Cool Cool Cool

avatar
sagacity191
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 53
Points : 1166
Join date : 06/11/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by gaaraclub on Thu 20 Nov 2014, 20:46

กำลังหาฟิคแนวนี้อ่านอยู่เลยค่า มาเจอเรื่องนี้เข้าแบบ หืมมม ชอบบบบ
ตัวละคนเหมาะมาก เนื้อหาสนุก กำลังอีโรติคได้ที่--- *เดี๋ยว*

เสมือนอู๋เสียเป็นทาสรัก(?)ยังไงชอบกลเลยค่ะ อารมณ์แบบถ้าฉันชนะฉันจะกดนายหนึ่งที แอ้ยยยยยย //เบลอบรรทัดนี้ไปย์

ชอบบบบค่ะ!! รอติดตามผลงานเรื่อยๆนะคะ ;//;
avatar
gaaraclub
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 81
Points : 1204
Join date : 27/10/2014
ที่อยู่ : แขนเสื้อปู่อู๋

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by ryu77 on Tue 02 Dec 2014, 20:13

พี่จิ้งคะะะะ!! หื่นค่ะหื่น เลือดไหลเต็มหน้าจอคอมแล้วเนี่ยยยย =,,=
รอเล่มรวมมาส่งค่ะ จะอ่านให้จุใจเลยยย!!
avatar
ryu77
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา
ด้วงตำหนักหลู่หวังเจ็ดดารา

จำนวนข้อความ : 64
Points : 1193
Join date : 01/11/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by mayachi on Fri 12 Dec 2014, 05:38

เป็นเม้นท์แรกที่เม้นท์ในบร์อด (ปกติซุ่ม....)


โอ้ยยยยยยยยยยยย ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ไม่ไหวววววว จะตายแล้ววววววว ชอบมากกกกก แง้งงงงงง นายน้อยทำไมน่ารักกก นายเมินทำไมหื่น(?)ได้ใจแบบนี้ๆๆฟฟฟฟฟ

ชอบมากกกก ใช้เวลาอ่านนานมากกกก เพราะต้องเก็บทุกตัวอักษร ไม่อยากพลาดซักตัวเดียววว ฮื่ออออ สวยงามมมมม นายเมินมีรักที่ยาวนานจริมๆๆๆๆ ;///////; โอ้ยย ชอบมากๆเลยค่าาาาา >/\<~

mayachi
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 7
Points : 1123
Join date : 03/11/2014

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by Ployrinn on Sun 04 Jan 2015, 14:18

ขออีกสาม อีกสาม อีกสาม...
ชอบเสี่ยวเกอเวลาหื่น!!! อยากจะละลาย อ๊ายยย
จะอีกสามหรืออีกสิบก็เชิญเลยค่า!!<ถามความเห็นฉันบ้างยัง // อู๋เสีย
ฟิคนี้น่ารักมาก ชอบกลอนจีบของนายแว่นดำ ไม่รู้ว่าดอกไม้จะหวั่นไหวบ้างรึป่าว ฮิ้ววว~

ขอบคุณค่ะ ตามอ่านตั้งแต่ในเด็กดีแล้ว แต่ในนี้อ่านเรทได้ 555555
avatar
Ployrinn
ด้วงฝึกหัด
ด้วงฝึกหัด

จำนวนข้อความ : 23
Points : 1085
Join date : 27/12/2014
Age : 20
ที่อยู่ : บ้านสกุลอู๋

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: [OS] อ๋องน้อย [ผิงเสีย][NC18]

ตั้งหัวข้อ by Nepenthes on Thu 08 Jan 2015, 12:25

อืมมมม ////
avatar
Nepenthes
ด้วง
ด้วง

จำนวนข้อความ : 42
Points : 1099
Join date : 01/01/2015

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ